เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 50: รายชื่อต้องประหาร

ตอนที่ 50: รายชื่อต้องประหาร

ตอนที่ 50: รายชื่อต้องประหาร


ตอนที่ 50: รายชื่อต้องประหาร

ความสะพรึงกลัวถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกับคำตอบที่ได้รับ ใบหน้าของลีแชรินเรียบนิ่งและแข็งทื่อไปในทันใด

“รายชื่อต้องประหาร…”

ดั่งชื่อที่กล่าวเรียก รายชื่อต้องประหารคือรายชื่อของคนที่สมควรจบชีวิตและนั่นหมายความว่าพวกเขาจะต้องได้เห็นหยดเลือกจากตัวคน ๆ นั้น

“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาออกไปสู้กับศัตรูภายนอกหากแต่จำเป็นต้องกำจัดศัตรูที่มีอยู่ภายในให้ได้เสียก่อน ทำไม? ลังเลอย่างนั้นหรือ?” คังชอลอินเอ่ยถามเสียงเรียบ

“ใช่ … ข้าไม่เคยต้องจบชีวิตใครมาก่อน ข้าเพียงกลัว…”

“อย่างน้อยเจ้าก็ยังซื่อสัตย์”

“รู้หรือไม่ว่าการแสดงของเจ้าจะมีประโยชน์มากเพียงใด? ข้าแน่ใจว่าเจ้าจะต้องรับรู้ถึงสิ่งนั้นได้ในไม่ช้านี้”

คังชอลอินไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับคำตอบที่จริงใจของนาง อย่างน้อยมันก็ยังดีกว่าการโกหก

“แต่ถึงอย่างไรนั่นไม่ใช่ปัญหาของข้า” เขาตัดสินใจปล่อยให้นางได้เผชิญหน้ากับความเป็นจริงด้วยตัวเอง

“เจ้าตัดสินใจที่จะมีชีวิตยู่ในฐานะราชันย์ไม่ใช่หรือถึงได้เรียกตามตัวข้ามา”

“เจ้าพูดถูก”

“เช่นนั้นก็จงฆ่า”

“มัน...มันเป็นหนทางเดียวที่มีอยู่อย่างนั้นหรือ?”

“อำนาจและพลังล้วนได้รับมาจากการหลั่งเลือด…ของศัตรู…”

มันคือความจริงที่ไม่อาจมีสิ่งใดโต้แย้งได้

“หากเจ้าไม่สูญเสียอำนาจควบคุมและสิทธิ์พึงมีในฐานะราชันย์ของดินแดนแห่งนี้ไปตั้งแต่ต้นเรื่องเช่นนี้ก็คงไม่เกิด”

“เจ้ากำลังหมายความว่ามันสายไปแล้วอย่างนั้นหรือ?”

“ใช่ มันสายเกินไปแล้ว”

มันคือหนทางเดียวที่ต้องทำในตอนนี้

“มนุษย์และคนแคระ, คนแคระและมนุษย์ เผ่าพันธุ์ทั้งสองเป็นดั่งน้ำกับน้ำมันที่ไม่มีทางอยู่ร่วมกันได้ หากมีมนุษย์ทรงอำนาจได้ขึ้นมาเป็นราชันย์และได้รับความเคารพจากคนแคระพร้อมทั้งยังสามารถทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในหมู่พวกเขาได้เรื่องราวอาจจะต่างจากตอนนี้ไปโดยสิ้นเชิง แต่ ณ ตอนนี้ … ไม่เพียงเท่านั้น แต่ประชากรทั้งหมดของเจ้าคือคนแคระ 60% เกือบทั่วทั้งดินแดนกำลังตกอยู่ภายใต้การควบคุมของไอ้พวกสารเลวที่ไร้ซึ่งความเคารพต่อราชันย์เช่นเจ้า

“...เจ้าพูดถูก”

“ข้ามาถึงดินแดนนี้ตั้งแต่เที่ยงยามเพื่อดูสิ่งต่าง ๆ ของที่นี่ว่าเป็นเช่นไร เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้ามีความคิดเห็นเช่นไร?”

ลีแชรินนิ่งเงียบไม่ตอบสนอง

“ที่แห่งนี้มีราชันย์เป็นมนุษย์แต่ดูเหมือนว่าดินแดนนี้จะเห็นมนุษย์เป็นทาสโดยสมบูรณ์”

จากจำนวนประชากรทั้งหมด 1,000 คน คนแคระทั้ง 600 คนต่างพากันอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ ที่มีอาหารให้ได้กินครบมื้อและมีไวน์ดี ๆ ให้ได้ดื่มเพื่อเพลิดเพลินไปกับตัวเอง

ในทางกลับกัน มนุษย์อีก 400 คนกลับตกต้องอยู่ในสภาพยากจนที่แทบไม่มีอะไรให้จะประทังชีวิต

“มัน...แย่มากเลยใช่หรือไม่?”

“เจ้าไม่เคยตรวจสอบดินแดนของเจ้าบ้างเลยหรือ?”

“ใช่ ข้าเหมือนถูกขังเอาไว้แต่ที่นี่ หากข้าต้องกลับโลกเมื่อไหร่ ข้าก็ต้องทิ้งแกนวิญญาณเอาไว้และไม่สามารถนำกลับไปด้วยได้”

“ไอ้คนแคระพวกนั้น...ช่างน่าเหลือเชื่อจริง ๆ” เขากล่าว

“มันยากที่จะปกครองคนพวกนั้นได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นคนที่มีชาติพันธุ์ต่างกัน เนื่องจากความขัดแย้งได้ดำเนินมาจนถึงจุดนี้แล้ว ในตอนนี้จึงไม่มีอะไรให้ต้องย้อนกลับอีกต่อไป ดังนั้น…” เขาเว้นว่างไว้ช่วงหนึ่งก่อนจะพูดปิดจบ

“จงตัดสินใจเอาเองว่าเหตุการณ์นองเลือดในครั้งนี้จะมีขึ้นหรือไม่ หากเจ้าตัดสินใจที่จะไม่ทำดั่งที่ข้าบอกข้อตกลงของเราก่อนหน้าเป็นอันยกเลิก ไม่มีวิธีอื่นใดนอกจากนี้อีกแล้วที่ข้าจะช่วยเจ้าได้โดยไม่ห่ำหั่นนำเลือดศัตรูออก หากมีนั่นคือวิธีของนักบุญและเชื่อข้าเถอะ ข้าไม่ใช่นักบุญคนนั้น หากปฏิเสธที่จะไม่ทำก็จงออกจากแพนเจียแห่งนี้ไปตลอดกาล อย่างน้อยบนโลกก็ยังไร้ซึ่งความน่ากลัวมากเท่าเช่นนี้”

หลังจากพูดแบบนั้นจบ คังชอลอินก็หลับตาลงนั่งนิ่ง มันหมายความว่าเขากำลังให้เวลาเพื่อให้นางได้ตัดสินใจ

“ฆ่า…”

ลีแชรินหวนนึกถึงคำพูดต่าง ๆ ที่นางได้รับ

สำหรับนางที่ใช้ชีวิตปกติสุขบนโลกอีกฝั่งมาโดยตลอดไม่เคยคิดถึงเรื่องการจะฆ่าใครมาก่อน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมันเป็นการทำเพื่อกำจัดพันธมิตรไม่ใช่ศัตรูที่แม้ว่าพันธมิตรนี้จะน่ากลัวยิ่งกว่าศัตรูก็ตาม

แน่นอนว่านางสามารถวิ่งหนีกลับโลกเพื่อไปใช้ชีวิตดั่งราชีนีผู้มั่งคั่งจากการนำสินค้าบนแพนเจียออกขายได้สบาย ๆ

แต่...การใช้ชีวิตเช่นนั้นมันจะเรียกว่าการชีวิตได้อย่างไร?

มันสมเกียรติและดีจริง ๆ แล้วน่ะหรือหากเลือกที่จะวิ่งหนีจากชีวิตที่ถูกกำหนดไปใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและธรรมดา?

เช่นนั้นแล้วมนุษย์อีก 400 คนที่เหลืออยู่จะเป็นเช่นไรเมื่อนางจากไป...คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาจะต้องทนทุกข์ทรมานมากกว่าที่เคยเมื่อต้องอยู่ภายใต้การควบคุมจากคนแคระและต้องถูกเลือกปฏิบัติอีกมากมาย

‘เราคือราชันย์ เรามีอำนาจและความรับผิดชอบที่จะดูแลดินแดนของเรา!’

ราวกับว่ามีคมมีดเล่มหนึ่งถูกลับขึ้นในจิตใจนาง

‘เราต้องไม่วิ่งหนี’

นางกำมือตัวเองจนแน่นทั้งสองข้าง ทันใดนั้นจิตใจของนางก็พลันนึกถึงคำพูดของผู้ช่วยสเลจน์ขึ้นมาได้

‘แล้วข้าจะเชื่อสิ่งที่ท่านหญิงพูดได้อย่างไร?’

นางนึกถึงบทสนทนาที่ได้พูดคุยกับเขาเมื่อไม่นาน เจตคติของเขาทำให้นางรู้สึกโกรธเคืองเป็นอย่างมาก

‘สเลจน์ เข้าใจได้ข้ามขั้นเส้นที่ไม่ควรมีไปเสียแล้ว’ นางคิด

ดวงตาที่เต็มไปด้วยความใจดีและมีเมตตาในตอนแรกเริ่มแดงฉานเหมือนหยดเลือดที่ผสมออกมาเล็กน้อย

“ดูเหมือนว่าเจ้าจะสามารถตัดสินใจได้แล้ว”

คังชอลอินสามารถบอกได้ในทันทีจากการแสดงออกของนางที่เปลี่ยนไป

“ตกลง ข้าจะทำ”

“แม้ว่ามันอาจจะยากแต่เจ้าก็ต้องเผชิญหน้ากับมันให้ได้ ราชันย์ผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตา? หึ ของแบบนั้นมันไม่มีอยู่จริงหรอก ที่นี่มีแต่เพียงคนที่ดูเหมือนจะใจดีและมีความเห็นอกเห็นใจเท่านั้น แต่ไม่มีใครที่เป็นเช่นนั้นได้อย่างแท้จริง”

“ข้าเจ้าใจสิ่งที่เจ้าต้องการหมายถึงแล้ว ข้าต้องกำจัดคนแคระและกลายเป็นผู้ปกครองของมนุษย์แทน มันสายเกินไปแล้วสำหรับพวกเขา”

“ถูกต้อง” คังชอลอินพยักหน้าพอใจ

แม้ว่าวิธีการที่ดีที่สุดคือการปล่อยให้มนุษย์และคนแคระได้ร่วมมือและประนีประนอมกันตามที่พวกเขาเคยพูดกันมาครั้งก่อน แต่ตอนนี้มันสายเกินไปแล้วที่จะทำเช่นนั้น

แม้จะเป็นการสิ้นเปลืองเพียงใดแต่พวกเขาจำเป็นต้องกำจัดของเน่าเสียที่มีอยู่ 60% เพื่อช่วยชีวิตอีก 40% ที่เหลืออยู่

และแม้ตอนนี้จะมีศึกเข้ามารอบด้านแต่มันก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความวุ่นวายทั้งหมดนี้ได้

“ข้าจะทำ” นางกล่าวพร้อมหยิบน้ำหมึกออกมาเพื่อเขียนชื่อใน‘รายชื่อต้องประหาร’

“เช่นนั้นก็เริ่มเขียนซะ … ชีวิตและความตาย เจ้าจะเป็นผู้ได้กำหนด”

“ได้” นางพยักหน้าแล้วเปิดกระดาษ

“คนแรก…”

มือของนาง ๆ ค่อยเริ่มเขียนรายชื่อของบุคคลที่จะต้องพินาศเป็นคนแรก

“คือเจ้า สเลจน์”

มันไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้ช่วยส่วนตัวของโดราโด้ ‘สเลจน์’

หลังจากได้เขียนรายชื่อลงรายชื่อต้องประหารแล้วคังชอลอินก็เริ่มเคลื่อนไหวในทันใด

สิ่งกีดขวางที่ใหญ่ที่สุดคือกลุ่มคนแคระพิเศษที่นำโดยผู้ช่วยส่วนตัวสเลจน์ที่ชื่อ “กลุ่มค้อนเหล็ก”

มันคือสิ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องลบออก

นอกเหนือจากนั้นแล้วก็มีรายชื่อของนายพลสมิธ (คนแคระอีกคนหนึ่ง) พร้อมกับหน่วยสอดแนมเอนท์วานและนักปราชญ์ “มาเจสติก” ผู้มนัสการเทพเจ้าแห่งช่างตีเหล็ก

‘โดยด่วนที่สุด เราต้องรีบเคลื่อนไหว’

คังชอลอินต้องกำจัดพวกคนเหล่านี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด

มันจะยิ่งดีหากเป็นในคืนวันพรุ่งทั้งหมดในคราวเดียว

หากสิ่งนี้เป็นไปด้วยความล่าช้าอาจส่งผลให้คนแคระอีก 600 คนที่เหลือเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยได้

เขาต้องกำจัด “กลุ่มค้อนเหล็ก” ให้สิ้น

กลุ่มชนชั้นสูงกลุ่มนี้ผู้ซึ่งควรเฝ้าระวังราชันย์ที่ได้รับการ “มอบให้” แก่ดินแดนกลับหันหน้ามาต่อต้านราชันย์ผู้เป็นดั่งชีวิตของพวกเขา

แต่ภายหลังจากการกำจัดกลุ่มนี้จนจบสิ้นแล้วมันต้องมีการสร้างกลุ่มอื่นเพื่อขึ้นมาแทนและเพื่อปกป้องลีแชริน

“สิ่งนั้นคือความรับผิดชอบนาง ไม่ใช่เรื่องที่ข้าจะเข้าไปช่วยได้” เขาคิด

คืนต่อมา

คนแคระระดับสูงที่อาศัยอยู่ในโดราโด้ทุกคนได้รับข้อความจากลีแชรินว่าต้องการขอประชุมด่วน

แม้พวกเขาจะไม่สนใจในตอนแรกแต่เนื้อหาของข้อความทำให้พวกเขาต้องลุกออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เนื้อหาด้านในนั้นกล่าวไว้ว่า

[ข้าคิดแผนการที่จะนำนีด้าเวลเลียร์กลับคืนมาได้แล้ว เช่นนั้นจงตรวจสอบจนแน่ใจว่าพวกเจ้าทุกคนจะต้องอยู่ในวาระการประชุม หากมีใครหายไปแม้แต่คนเดียวเรื่องพวกนี้จะไม่มีทางถูกนำมาพูดถึงอีกเป็นครั้งที่สอง]

นีด้าเวลเลียร์เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับคนแคระเช่นเดียวกับที่ทำงานของพวกเขา

เมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานบนโลกแล้วมันก็คล้ายกับเมกกะหรือเยรูซาเล็มที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมคูณสิบ

ดังนั้นแล้วเมื่อคนแคระได้รับข้อความนี้ พวกเขาจึงต้องออกมาอย่างช่วยไม่ได้

“ยินดีต้อนรับ”

ลีแชรินกล่าวทักทายขุนนางแต่ละคนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเย็น

“ข้ากำลังรอพวกเจ้าอยู่พอดี”

ในตอนนั้นเองที่พวกเขารู้สึกได้ว่านางเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปจนเรียกได้ว่าต่างไปจากอดีตมาก

ไร้ซึ่งใบหน้าที่หดหู่ มีเพียงดวงตาที่สงบนิ่งขณะมองสำรวจทุกคนรอบตัวนางด้วยท่าทีสุขุม เพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้นแต่นางกลับเปลี่ยนไปราวกับไม่ใช่คนเดิม

“เหตุผลเดียวที่ข้าต้องการให้พวกเจ้ามาที่นี่กันทุกคนนั้น…”

“ผู้ที่ปรารถนาต้องการมีชีวิตอยู่ต่อในฐานะเพื่อรับใช้ข้าจงคุกเข่าแสดงความภักดีต่อข้ามาบัดนี้ ถ้าทำเช่นนั้นข้าจะยอมมอบอภัยให้แก่เจ้า... อย่างไรก็ตาม!”

ดวงตาที่สงบนิ่งของนางได้เแปลเปลี่ยนไปเป็นดวงตาที่แสดงให้เห็นถึงเจตนาในการสังหาร

“คนที่ไม่ยอมทำเช่นนั้น...ข้าจะมอบบทลงโทษฐานไม่เชื่อฟังราชันย์ของพวกเจ้าซะ จงตัดสินใจเสีย ชีวิตของเจ้าได้ขึ้นอยู่ที่เจ้าแล้ว”

.

.

สามารถกดติดตามเพื่อรับอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับนิยายได้ก่อนใครที่ทาง แปลได้แปลเถอะ

จบบทที่ ตอนที่ 50: รายชื่อต้องประหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว