เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 43: การค้าและพันธมิตร (2)

ตอนที่ 43: การค้าและพันธมิตร (2)

ตอนที่ 43: การค้าและพันธมิตร (2)


ตอนที่ 43: การค้าและพันธมิตร (2)

คังชอลอินไม่มีความตั้งใจที่จะพบกับลีแชรินโดยไม่คิดหวังผล

หากเธอต้องการพบเขามากขนาดนี้มันจะต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่างหรือไม่ก็อาจเป็นเพราะเธอต้องการพึ่งพาเขาอย่างมากในบางเรื่อง

หาลีแชรินเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญเขาคงไม่ต้องมานั่งคิดให้เป็นวิตกมากถึงขนาดนี้ แต่เพราะเธอเป็นราชันย์เหมือนกันมันเลยจำเป็นต้องทำตัวเย็นชาใส่เธอ เพื่อขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาต้องกำหนดเงื่อนไขสำหรับการนัดเจอแม้ว่าจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย และเงื่อนไขในครั้งนี้ก็คือ...เนื้อย่าง

ถูกต้อง...

คังชอลอินที่ไม่มีความสามารถในการปรุงหรือการเตรียมอาหารได้ดีเท่าไหร่นัก แล้วเขาจะสามารถทำให้แม่ชอบใจเนื้อที่นำกลับมาได้อย่างไรหากเขาไม่สามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้ดี? ดังนั้นเขาจึงต้องใช้สิ่งที่มีอยู่ในตอนนี้ซึ่งก็คือลีแชริน

“ชอลอิน”

ปาร์คซุนจาเอ่ยเรียกลูกชายตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เบาที่สุดในชีวิต

“ลูกไปเจอกับเธอได้ยังไง?”

“เราเคยทำงานที่เดียวกัน”

“ลูกสังเกตไหมว่าเธอช่างเป็นคนที่ร่าเริงและน่ารักมาก แม่คิดว่าเธอน่าจะเหมาะกับการมาเป็นสะใภ้ให้บ้านเรานะ ชอลอิน ลูกไม่คิดแบบนั้นบ้างเลยเหรอ? โอ้ ให้ตาย...แม่อยากมีสะใภ้ซะแล้วสิ”

สายตาของปาร์คซุนจาถูกล็อคอยู่ที่ลีแชรินที่ในตอนนี้กำลังล้างผักอยู่ที่อ่างล้างจาน

“มันไม่ใช่แบบนั้นหรอกแม่” คังชอลอินส่ายหน้าปฏิเสธ

“ที่แม่ได้เจอเธอนั่นก็เพราะพวกเราแค่สนิทกันมากเท่านั้น มันไม่ใช่เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ หรืออะไรในทำนองนั้นโดยสิ้นเชิง”

“แต่อย่างน้อยแม่ก็หวังว่าลูกจะได้ลองพยายามดูก่อนนะ ตกลงไหม?”

“……”

เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับ

แต่อย่างน้อย ๆ ต่อจากนี้ก็คงไม่มีการพูดถึงเรื่องนัดดูตัวหรือออกเดทอีกต่อไป

เมื่อคิดได้แบบนั้นเขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อย

‘ปัญหาเรื่องแบบนี้กลายเป็นภาระสำหรับเราไปได้อย่างไร หึ ช่างน่าตลกสิ้นดี’

หากอยู่ต่อหน้าแม่ของเขาเมื่อไหร่ การเป็นคังชอลอินและราชันย์คังชอลอินจะไม่มีความต่างระหว่างเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

และเขาก็ไม่มีเจตนาที่จะบอกให้เธอรู้ถึงสถานะและตำแหน่งราชันย์ของเขาในตอนนี้แต่อย่างใด

ในอดีตเขาเคยเป็นลูกชายที่ทำตัวแย่ต่อเธอมามาก เขาสนใจแต่เรื่องเงินและอำนาจจนละเลยครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ ลูกชายคนหนึ่งที่สามารถส่งเงินมาให้แม่ตัวเองได้ทีละหลายสิบล้านวอนต่อเดือนแต่กลับไม่เคยปรากฏตัวให้ได้เห็นเลยเกือบตลอดสิบปี เขาตั้งใจจะชดเชยให้กับความผิดในครั้งนั้น

“อาหารพร้อมแล้วค่ะ คุณแม่มานั่งตรงนี้สิคะ”

ในที่สุดอาหารมื้อเย็นก็ถูกปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ลีแชรินชวนปาร์คซุนจาให้มานั่งโต๊ะทานอาหารด้วยทัศนคติที่อ่อนหวานและน่ารักต่อญาติผู้ใหญ่

“ผมบอกให้คุณมานั่งตรงนี้ คุณไม่ต้องทำไปอะไรแบบนั้นก็ได้”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณแม่ของคุณชอลอินก็เหมือนกับคุณแม่ของฉันนั่นแหละค่ะ จะให้ฉันไปนั่งรวมบนโต๊ะง่าย ๆ แบบนั้นได้อย่างไรกันล่ะคะ อย่าคิดมากเลยค่ะ รีบมานั่งเถอะ”

“โอ้ ~ หนูคนนี้นี่น่ารักจังเลยนะ”

“ค่า คุณแม่นั่งตรงนี้เลยนะคะ~”

ผู้หญิงสองคนที่กำลังมีช่วงเวลาดี ๆ ต่อกัน แม้จะเป็นลูกเจ้าของบ้านแต่คังชอลอินกลับเป็นคนเดียวที่ไม่คุ้นเคยกับบรรยากาศนี้ไปซะอย่างนั้น ลูเซียจะคิดอย่างไรถ้าได้เห็นราชันย์ผู้แข็งแกร่งที่ไร้ความปราณีของนางกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้…?

แต่…มันก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรนัก

แม้ว่าเขาจะไม่คุ้นเคยกับฉากตรงหน้าแต่เขาก็พอใจกับข้อตกลงที่ได้ทำร่วมกันลีแชรินในขณะมองดูผู้เป็นแม่ที่กำลังยิ้มแย้มอย่างสดใส

เขาเป็นคนตั้งเงื่อนไขให้เธอมาทำอาหารให้แม่แทนเขาและนอกจากนี้เขายังขอให้เธอบอกใบ้ว่าพวกเขาเจอกันได้อย่างไรเพื่อสร้างเป็นความสัมพันธ์ที่คลุมเครือ

มันคือการโกหกคำโตสำหรับแม่แต่ก็เป็นการกระทำที่มีเหตุผล

หลังจากสูญเสียคังฮัน สามีของเธอไปในช่วงแรก ๆ ของการแต่งงาน ปาร์คซุนจาไม่ต้องการอะไรไปมากกว่าการได้เห็นคังชอลอินเริ่มต้นมีครอบครัวเป็นของตัวเอง

เพราะครอบครัวคังไม่ได้มีพี่น้องมากนักและบางครอบครัวเองก็มีปัญหาต่อกัน พวกเขามักสร้างความเครียดและทำตัวแย่ยิ่งกว่าเพื่อนบ้านเป็นไหน ๆ ด้วยความต้องอยู่ตัวคนเดียวนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ปาร์คซุนจาอยากมีลูกสะใภ้และหลานมาก

แต่เพราะคังชอลอินไม่ต้องการออกเดทหรือต้องการมีความสัมพันธ์อะไรกับใครจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้แม่ของเขากระตือรือร้นในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

ดังนั้นทางเลือกเดียวที่เขาคิดได้ในตอนนี้คือให้ลีแชรินที่กำลังอยู่ตรงหน้าเขาช่วยมอบความเข้าใจแบบผิด ๆ แก่แม่ของเขาเพื่อหลบหนีจากความกดดันเรื่องการแต่งงาน เขาตั้งใจใช้ลีแชรินมาเป็นเกราะป้องกันในเรื่องกดดันที่ร้ายแรงนี้

อย่างน้อยเธอคงไม่พูดถึงเรื่องอะไรแบบนี้นับจากไปนี้ไปสัก 2 - 3 เดือน

แต่ใครจะรู้? ตอนนั้นเขาอาจมีแฟนสาวเป็นตัวเป็นตนแล้วก็ได้

“แล้วนี่มันเนื้ออะไรกัน?”

เนื้อมังกรพีคอคปรุงสุกที่มีหน้าตาและสีสันชวนทานดึงความสนใจจากปาร์คซุนจาได้เป็นอย่างดีดีจนทำให้เธอเกิดข้อสงสัย

“ชอลอิน ลูกไปได้เนื้อนี่มาจากไหน? มันเป็นเนื้อที่แม่เคยกินมาก่อนหรือเปล่า?”

เธอจะต้องไม่เคยได้กินมันมาก่อนอย่างแน่นอนเพราะมันคือเนื้อของมังกรที่ไม่มีอยู่จริงบนโลก

“เนื้อหมีน่ะครับ” เขาเริ่มหาข้อแก้ตัว

“ผมไปญี่ปุ่นมาแล้วเจ้านายที่นั่นก็มอบเนื้อหมีมาให้...เห็นมันเป็นเนื้อที่พิเศษดีเลยเก็บเอาไว้มาให้แม่ได้กินบ้าง”

“‘จริงรึ?”

“ครับ”

“มันดูน่าอร่อยดีนะ … แล้วทำไมพวกลูก ๆ ไม่กินกันล่ะ?”

“ผมไม่ชอบมันสักเท่าไหร่… มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบอยู่เหมือนกัน ถ้าแม่ชอบแม่ก็กินให้เยอะ ๆ เลยนะ”

“แต่ลูกก็ควรจะได้กินอะไรบ้างสิ”

“ผมไม่เป็นไร แม่กินไปเถอะ”

มันคือเนื้อส่วนพิเศษที่เขาตั้งใจเตรียมมาให้ผู้เป็นแม่โดยเฉพาะดังนั้นเขาจะไม่แตะต้องมันเป็นอันขาด รวมถึงลีแชรินด้วยเช่นกัน

“ฟู่ว!”

ปาร์ซุนจาถอนหายใจหลังจากทานอาหารเสร็จ

“ทำไมที่นี่ถึงได้ร้อนแบบนี้นะ?”

เธอกระพือมือเหมือนกับว่าเนื้อที่เพิ่งได้ทานลงไปเริ่มออกฤทธิ์

“แชรินจ๊ะ ช่วยอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนกับชอลอินเขาทีนะ แม่รู้สึกร้อน ๆ เหมือนถูกเผาไหม้ยังไงก็ไม่รู้เพราะงั้นแม่ว่าจะออกไปเดินเล่นข้างนอกสักหน่อย เนื้อหมีนี่ดีจังเลย ทำไมแม่ถึงรู้สึกดีได้ขนาดนี้กัน?”

แน่นอนว่าเธอควรจะเป็นเช่นนั้น

การได้กินเนื้อมังกรพีคอคส่วนคอจะช่วยให้เธอแข็งแรงและไม่ป่วยไปอีก 1 - 2 ปี

“เดี๋ยวแม่กลับมานะ ใช้เวลาเล็ก ๆ น้อย ๆ กับหนูคนนี้ให้ดีล่ะ! เข้าใจไหม~?”

เธอรีบออกไปทันทีหลังจากทิ้งคำใบ้ไว้ในคำพูดเสร็จ เธอคงชอบลีแชรินเอามาก ๆ

‘น่าจะหาของอะไรมาให้แม่สักหน่อย’

คังชอลอินที่กำลังมองตามแผ่นหลังของผู้เป็นแม่นึกถึงไอเทมที่สามารถปกป้องเธอขึ้นมาได้ หากเขาได้รับสิ่งที่เธอต้องการเช่นแหวน ต่างหู หรืออย่างอื่นที่แตกต่างกันออกไป ของเหล่านั้นจะสามารถปกป้องเธอจากอันตรายใด ๆ ได้

และขณะนั้นเองที่ลีแชรินกำลังพยายามเริ่มต้นบทสนทนา

“เริ่มคุยกันเลยไหมครับ?”

คังชอลอินเป็นฝ่ายพูดก่อน

“ไม่สิ เริ่มคุยกันเลยเถอะ ราชันย์ลีแชริน”

เธอตกใจเล็กน้อยกับน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงของเขา แต่เธอรู้ดีว่าเขากำลังพูดกับเธอในฐานะราชันย์ดังนั้นเธอจึงยอมรับมันอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ

“ค่ะ ราชันย์คังชอลอิน”

เธอพยักหน้า

ทั้งสองคนเดินขึ้นไปคุยกันที่บนดาดฟ้าบ้านของคังชอลอินเพื่อป้องกันไม่ให้ปาร์คซุนจาโผล่พรวดเข้ามาได้ยินเรื่องที่พวกเขาพูดคุยกัน

“ช่วยฉันด้วยค่ะ” เธอพูดออกไปตามตรง

“ช่วยเรื่อง?” และเขาก็ตอบกลับไปเพียงสั้น ๆ

“ทุกเรื่อง”

“ทุกเรื่อง?”

“ฉันถูกโจมตีค่ะ”

“อย่างนี้นี่เอง...แต่มันก็อาจจะเกิดได้”

เพราะดินแดนของเธอตั้งอยู่ในเคว้นเดียวกันซึ่งก็คือแพนดิโมเนียมเขาจึงพอเข้าใจเรื่องนี้ได้ และทันใดนั้นใบหน้าของคังชอลอินก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาแทน

‘ไอ้พวกบ้า’

ในขณะที่ราชันย์แห่งแผ่นดินใหญ่ต่างมุ่งความสนใจไปที่การเสริมสร้างกำลังภายในดินแดนของตัวเอง แต่บรรดาราชันย์ที่อยู่ในแคว้นแพนดิโมเนียมกลับเริ่มทำสงครามกันขึ้นมาบ้างแล้ว มันสามารถให้คำอธิบายถึงสติและเหตุผลของพวกเขาได้ดีว่าบ้าคลั่งมากเพียงใด

‘อย่างที่คิด เหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงไม่เคยเจอกับลีแชรินมาก่อน’

เขาได้รู้แล้วว่าทำไมเธอถึงไม่ได้มาปรากฏตัวในงานสำคัญอย่างงานสมัชชาครั้งแรก นั่นก็เพราะเธอได้จากไปก่อนหน้านั้นแล้ว

เธออาจอยู่รอดได้นานมากที่สุดจนกระทั่งถึงวันที่ 25 เดือนธันวาคม ปี 2022 หรือเธออาจถูกปลดออกจากตำแหน่งไปก่อนหน้านั้น...หรือหากแย่ยิ่งกว่านั้นก็คือถูกราชันย์คนอื่นฆ่าตายไปก่อนแล้ว

“ถ้างั้นแล้ว...” เขาเริ่มพูดต่อ

“คุณอยากให้ผมช่วยอะไร?”

“นั่นมัน…”

เธอกำลังลังเล

หลังจากได้ฟังเงื่อนไขการพบเจอกันระหว่างพวกเขาทางโทรศัพท์ มันเป็นที่ชัดเจนว่าเธอกำลังพยายามจะแสดงออกว่าตัวเธอเองก็เป็นราชันย์เช่นกัน

“ถ้าคุณกำลังพยายามทำตัวเป็นราชันย์มันก็สายเกินไปแล้วล่ะครับ แค่บอกผมมาตรง ๆ ก็พอ ไม่งั้นวันนี้คงไม่ได้รู้เรื่องกันพอดี”

คังชอลอินยิ้มเยาะ เธอกำลังร้องขอจากเขาอีกครั้ง ไร้ซึ่งการป้องกันศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ใด ๆ

“ส่งกองทัพมาสนับสนุนฉันทีเถอะค่ะ...คุณเองก็เป็นราชันย์ ถ้าคุณส่งทหารมาให้ฉันบ้าง...”

“ขอปฏิเสธ”

เขาตัดบทสนทนาอย่างรวดเร็วและปฏิเสธคำขอของลีแชรินในทันทีที่ได้ยิน

“ถ้าทั้งหมดที่คุณต้องการคือให้ผมส่งกองทัพไปสนับสนุนก็ไม่มีอะไรให้ต้องพูดคุยกันอีกแล้ว มันเสียเวลา”

“ทำไมล่ะคะ ก็คุณบอกจะช่วยนี่!”

“ผมช่วยให้คำแนะนำกับคุณได้ แต่การส่งทหารให้มันต่างกันโดยสิ้นเชิง”

มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ

ระหว่างความช่วยเหลือง่าย ๆ และการส่งกองทัพไปช่วยมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงจริง ๆ

สงครามไม่ใช่เรื่องล้อเล่นหรือเรื่องตลอก

เช่นกันกับการมาร้องขอทหารมันสามารถพูดได้ว่าไม่ใช่เรื่องที่สมควรนัก แม้คังชอลอินต้องการจะช่วยแต่เขาก็ต้องทำสิ่งต่าง ๆ ให้ถูกตรงและเหมาะสม

“ราชันย์ลีแชริน”

เขามองตรงเข้าไปยังในดวงตาของเธอเพื่อชี้แจงให้เห็นถึงความชัดเจน

“ลองคิดดูอีกครั้งถึงความหมายของการร้องขอทหารจากผม”

“……”

“มีเหตุผลอะไรที่ผมต้องส่งคนของตัวไปเองเสี่ยงตายเพื่อปกป้องคุณและดินแดนของคุณ? แน่นอนว่าพวกเขาจะยอมตายเพื่อคุณหากนั่นเป็นคำสั่งจากผม แต่ความหมายโดยนัยแล้วคืออะไร? คุณเคยคิดบ้างไหมว่าคนของผมจะต้องไปตายเพราะคำร้องขอแบบนี้”

“……”

คำตอบเย็นชาที่ได้รับทำให้เธอหยุดนิ่ง เธอไม่เคยคิดถึงการปฏิเสธคำขอจากเขาเช่นนี้มาก่อน

“คุณชอลอินคะ”

แต่เธอยังไม่ยอมแพ้

“ฉันไม่ได้มาร้องขอโดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยนให้”

มันแสดงให้เห็นว่าเธอกำลังสิ้นหวังมากเพียงใด

“มาทำข้อตกลงกันเถอะค่ะ”

ในที่สุดเธอก็ได้แสดงตัวตนอีกด้านหนึ่งออกมา

“ข้อตกลง?”

“ฉันจะจ่ายค่ากองทัพที่คุณส่งมาให้”

“จ่ายด้วยอะไร?”

“ฉันมีเงินนะคะ เยอะมากด้วย”

“ถ้าอย่างนั้นทำไมคุณไม่ไปซื้อทหารด้วยตัวเองซะเลยล่ะ?”

“เพราะ...มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ พูดกันตามตรงต่อให้ฉันมีเงินมากเพียงใดแต่ฉันไม่สามารถเอาชนะสงครามนี้ได้เลย”

มันต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง...

ไม่อย่างนั้นสมการของ [เงิน = กำลังพล] ก็ต้องใช้ได้ผลแล้ว เช่นเดียวกับนักการเมืองและบิดาของภาษาลาตินกิแกโรกล่าวว่า "เครื่องมือที่ไม่มีวันจบสิ้นของสงครามคือเงินทุนที่ไม่มีที่สิ้นสุด"

“หมายความว่าคุณจะให้เงินผมถ้าผมส่งทหารไปให้?”

“ใช่ค่ะ”

“คุณใจกล้ามาก”

“……?”

“ความสัมพันธ์ระหว่างราชันย์แทบจะไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้เลยบนแพนเจีย แต่คุณกำลังอยู่ที่นี่เพื่อขอรอต้อนรับกองทหารของผมให้เข้าไปในดินแดนของคุณ ผมคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าอะไรทำให้คุณกล้าพูดแบบนั้นออกมา”

“คุณหมายถึงอะไร?”

“ชัยชนะที่ปราศจากเลือดและการทรยศ”

“…!”

“มันจะใช้เวลาเพียงประมาณ 30 นาทีเพื่อไปถึงที่กองบัญชาการใหญ่ของคุณ จากนั้นหัวของคุณก็จะถูกแห่ขบวนขึ้นไปบนกำแพงปราสาทและผมก็จะยึดดินแดนของคุณทั้งหมดโดยรวมได้ มันจะไม่มีภาคต่อของอนาคตอีกต่อไปและไม่มีใครที่จะมานั่งสนใจเรื่องของคุณและดังนั้นมันก็ไม่จำเป็นต้องให้เหตุผลว่าทำแบบนี้ไปทำไม คุณไม่เคยคิดอะไรแบบนี้บ้างเลยเหรอ?”

“คุณจะโหดร้ายขนาดนั้นได้อย่างไร…?!”

“อย่าทำตัวเหมือนคุณไม่รู้อะไร ศัตรูของราชันย์ก็คือราชันย์ คุณสามารถถูกทรยศได้โดยคนที่คุณเชื่อใจที่สุด นั่นคือราชันย์”

แม้จะเป็นคำพูดที่รุนแรงและโหดร้ายแต่นั่นคือเรื่องจริง

“คุณก็จะทำแบบนั้นใช่ไหมคะ? คุณจะแกล้งทำมาช่วยฉันและเดินเข้ามาพร้อมกับทหารของคุณเพื่อตัดหัวของฉันออกแล้วรับทุกสิ่งที่ฉันมี?”

เสียงของเธอสั่นเทา วิธีการสะอื้นในขณะพูดคำเหล่านี้ช่างดูน่าสงสารจับใจ หากเป็นเช่นนี้ผู้ชายทุกคนคงจะยอมอ่อนข้อลงเพราะความสงสาร

“ถ้ามันจำเป็นก็ใช่”

แต่คังชอลอินไม่ได้เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น

“……!”

“แต่...ผมคงจะมองข้ามสิ่งเหล่านั้นถ้าคน ๆ นั้นเป็นมือใหม่ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรมาก่อน”

เขากำลังคิดถึงวันเก่า ๆ ระหว่างลีแชริน

ผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูแลคังชอลอินตั้งแต่ที่เขาเริ่มเข้ามาทำงานให้กับเจ้านายที่เป็นเหมือนมนุษย์โรคจิต เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้วอย่างน้อยเขาก็ยังมีความประทับใจที่ดีต่อลีแชรินอยู่บ้าง

“งั้นคุณจะส่งกองทัพมาช่วยฉันใช่ไหมคะ?”

เธอถามราวกับว่าเธอกำลังจับกิ่งไม้ใต้หน้าผาเพื่อรอให้มีคนมาช่วยดึงกลับขึ้นไป

“แน่นอนว่าไม่”

เขาไม่มีความสนใจจะส่งกองทัพอะไรไปให้ทั้งนั้น เขาเองก็มีปัญหาในส่วนนี้อยู่เช่นกัน

กองทัพของลาพิวต้ามีทหารแค่เพียง 100 นาย และเขาก็ไม่มีคลังสำรองเพื่อซื้อทหารหรือขยายดินแดนเพิ่มเติมในตอนนี้

หากมีราชันย์อื่นบุกเข้ามาในตอนนี้สถานการณ์ของเขาก็อาจแย่ไม่ต่างกัน ต้องขอบคุณบัฟเขตหวงห้ามมังกรที่ทำให้เขาสามารถรอดพ้นจากมังกรไปได้สักพัก เพราะงั้นมันอาจไม่มีมังกรโผล่มาอีกสักระยะแต่ถ้าเป็นการโจมตีสัตว์ประหลาดชนิดอื่นก็ยังไม่แน่...

“ถ้าอย่างนั้น...เรื่องนั้นก็คงจะไม่เกิดขึ้นสินะคะ ฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณแล้วค่ะ”

“เข้าใจอะไร?”

“ก็คุณบอกว่าจะไม่ส่งทหารมาให้ฉันไม่ใช่เหรอคะ? ถ้าหากคุณไม่สามารถส่งกองทัพมาช่วยฉันได้ฉันก็ไม่มีธุระอะไรอีกแล้วล่ะค่ะ อืม...ที่จริงมันก็เป็นความผิดของฉันเอง ฉันหวังที่จะพึ่งพาคุณมากเกินไป ขอโทษนะคะที่แสดงแต่ด้านที่น่าผิดหวังให้คุณได้เห็น...”

น้ำตาของเธอร่วงหล่นเมื่อเธอพูดเช่นนั้นจบ หยดน้ำตาเต็มไปด้วยความหนาวเย็นในยามที่ถูกสายลมพัดผ่าน

“เร็วไป... มันยังเร็วเกินไป”

เขาพูดขึ้น

“คะ...? คุณหมายถึง”

“คุณไม่คิดว่ามันจะยังมีวิธีอื่นที่แม้ว่าผมจะไม่ส่งกองทัพไปให้คุณก็ตามอยู่ด้วยเลยงั้นเหรอ?”

“……!”

ทันใดนั้นดวงตาของลีแชรินก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ แสงในดวงตาเธอได้สว่างขึ้นอีกครั้งเมื่อแสงแห่งความหวังส่องประกาย

.

.

สามารถกดติดตามเพื่อรับอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับนิยายได้ก่อนใครที่ทาง แปลได้แปลเถอะ

จบบทที่ ตอนที่ 43: การค้าและพันธมิตร (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว