เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 42: การค้าและพันธมิตร (1)

ตอนที่ 42: การค้าและพันธมิตร (1)

ตอนที่ 42: การค้าและพันธมิตร (1)


ตอนที่ 42: การค้าและพันธมิตร (1)

คังชอลอินต้องการกลับโลกอีกฝั่งผ่านประตูมิติทันทีที่เขาหายจากอาการบาดเจ็บและฟื้นตัวกลับมาอย่างเต็มที่

“ลูเซียผู้นี้จะเฝ้ารอการกลับมาของท่านเจ้าค่ะ”

ลูเซียกล่าวคำลาขณะมองดูเขาที่กำลังจะจากไป

ขณะเดียวกัน ที่ปรึกษาที่น่าเชื่อถือได้มากที่สุดของลาพิวต้ากำลังยุ่งอยู่กับการดำเนินการตามคำสั่งพิเศษของคังชอลอิน พวกเขาต้องทำตามคำสั่งที่ได้รับทั้งหมดให้เสร็จก่อนที่เขาจะกลับมายังแพนเจียอีกครั้ง

“ข้าจะไปประมาณสองสัปดาห์”

“นั่นนานเกินไปแล้วนะเจ้าคะ”

“มันเป็นเรื่องจำเป็น ข้าต้องไปจัดการเรื่องการค้าที่นั่น”

“เกรงว่าข้าอาจสิ้นใจได้หากต้องรอคอยท่านนานถึงเพียงนั้น”

“……”

“โปรดระลึกถึงข้าที่กำลังเฝ้ารอท่านอยู่ทางนี้ด้วยนะเจ้าคะ โปรดท่านรีบกลับมา”

ลูเซียทำตัวสิ้นหวังเหมือนลูกหมาตัวหนึ่งที่กำลังถูกผู้เป็นนายทอดทิ้ง

‘ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมพักหลังมานี้นางถึงได้ชอบทำตัวแบบนี้นัก’

คังชอลอินไม่สามารถคุ้นชินกับการเปลี่ยนแปลงของลูเซียภายหลังจากการตามล่ามังกรพีคอคสำเร็จได้ นอกจากนี้เขายังคิดว่าเขาไม่ได้ชอบนางเช่นนั้น

แต่หากลองคิดดูให้ดีอีกที

ด้วยความสูง 167 ซม. ขนาดหน้าอกคัพ D เอวคอดชวนเพิ่มเสน่ห์ ส่วนเชิงกรานและต้นขาที่สวยงามของนางแล้ว ลูเซียเป็นดั่งต้นแบบไร้ความปราณีที่สามารถเอาชนะหญิงอื่นได้อย่างง่ายดาย

แล้วยังใบหน้านั่น...

นางมีสายตาแหลมคมที่เข้ากันได้ดีกับแว่นที่นางสวมใส่ มันช่วยทำให้นางดูเป็นหญิงสาว“เย็นชา”ที่งดงามและโดดเด่น ใครต่างที่ได้มองมาที่นางจะชวนให้นึกถึงภาพลักษณ์ของผู้หญิงที่เข้มงวดแต่ใจเย็น ไม่มีหญิงคนใดที่จะน่ารักเหมือนลูกสุนัขได้อย่างที่นางเป็นอยู่ในตอนนี้อีกแล้ว

“…ข้าจะรีบกลับมาทันทีหลังทำธุระเสร็จ ข้ามีบางสิ่งต้องกลับไปสานต่อเพราะงั้นข้าไม่ได้จะไปนาน”

“เช่นนั้นก็รีบกลับมานะเจ้าคะ”

“ได้”

เขายืนอยู่หน้าประตูมิติพร้อมกระสอบขนาดใหญ่ที่แบกอยู่บนหลัง

ข้างในคือรายการไอเทมทุกแบบทุกประเภทที่เหมาะแก่การค้าระหว่างโลกและแพนเจีย แผนการของเขาคือการสร้างธุรกิจการค้าร่วมกับชายชราควอนเกี่ยวกับไอเทมต่าง ๆ  หากมองถึงเรื่องเงินในการทำรายได้จากสิ่งนี้แล้วนั้น... เขาจะสามารถซื้อเจ็ทส่วนตัวได้หลังจากนี้ภายในอีกหนึ่งปี

“ข้าต้องฝากเจ้าดูแลดินแดนให้ดีแทนข้าด้วย”

“ไม่ต้องเป็นกังวลนะเจ้าคะ ข้าสัญญาว่าจะดูแลเป็นอย่างดีเจ้าค่ะ”

จากนั้นเขาก็ข้ามผ่านประตูมิติเพื่อกลับสู่โลกไป

ทันทีที่เขามาถึง คังชอลอินนำข้าวของต่าง ๆ ไปเก็บใส่ไว้ในรถเปิดประทุนมัสแตงที่อยู่ในลานจอดรถ สินค้าข้างในที่รวมถึงทองและของใช้อื่น ๆ ที่เขานำมามีมากน้ำหนักเกินกว่า 100 กก.แต่เขากลับยกขนได้อย่างสบาย ๆ

“เนื้อ”

เมื่อตระหนักได้ว่ามีบางสิ่งที่ขาดหายไปเขาจึงดึงกระสอบออกเพื่อเปิดหาเนื้อที่ห่อเอาไว้อย่างเรียบร้อย

แน่นอนว่าต้องไม่ใช่เนื้อธรรมดา ๆ มันคือเนื้อมังกรพีคอค

เนื้อที่เขานำมาคือส่วนขอจองมันกรพีคอค จากร่างขนาดมึหามันมีอยู่แค่เพียง 3 กก. เท่านั้นจึงถือเป็นเนื้อที่หาได้ยากมาก

เขาตั้งใจจะนำเนื้อนี้กลับมามอบให้แม่ของเขาเพราะเนื้อของมังกรพีคอคจะให้ผลลัพธ์สุดพิเศษ เช่น การต่อต้านริ้วรอย, หนุนระบบภูมิคุ้มกัน, เพิ่มความแข็งแรง,ให้พลังงานต่าง ๆ และอื่น ๆ คุณค่าที่ได้จากเนื้อสัตว์นั้นมีค่ามากกว่าการฟื้นฟูแบบทั่วไป ไม่สิ ต้องกล่าวว่าเนื้อของมังกรพีคอคนั้นเป็นวิธีการที่ใช้ฟื้นฟูได้เป็นอย่างดีและยอดเยี่มที่สุด

มันแตกต่างจากอาหารเพื่อสุขภาพที่ไม่สามารถตรวจสอบได้จริงและเป็นไปไม่ได้ที่จะรู้ถึงประโยชน์อื่นนอกเหนือจากการโฆษณา แต่หลังจากได้ทานเนื้อมังกรพีคอคสองสามชิ้นนี้ผลลัพธ์ที่กล่าวมาคือเรื่องจริง

‘ส่วนหนึ่งของแม่ … และอีกส่วนสำหรับชายชราควอน’

เขายังมีหีบห่อเนื้ออยู่อีกห่อเพื่อให้แก่ชายชราควอน แม้จะไม่ได้ดีเท่าส่วนคอแต่มันก็ยังให้ผลลัพธ์ที่ดีได้เช่นกัน

ชายชราควอนจะเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่สำคัญดังนั้นจึงเป็นการดีกว่าในหลาย ๆ ด้านสำหรับเขาที่จะได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อให้ดียิ่งขึ้น

หลังจากแยกเนื้อออกมาโดยเฉพาะเสร็จ คังชอลอินก็ขับมัสแตงมุ่งหน้าตรงไปยังบูชอนทันทีเพื่อเอาเนื้อกลับไปให้แม่ของเขาก่อนสิ่งอื่นใด

วรู้มมมม- !!

ฟอร์ดมัสแตงรุ่น 2020  Coupe 5.0L GT ส่งเสียงดังกระหึ่มก่อนจะพุ่งทะยานเพื่อออกตัว

‘ถึงเวลาต้องหารถคันได้ใหม่...รวมถึงที่อยู่แห่งใหม่ด้วย’

เมื่อเงินทุนของเขาเริ่มเติบโต เขาก็เริ่มนึกถึงการย้ายบ้านและการรับรถคันใหม่ขึ้นมา มันเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับราชันย์ที่จะพักอาศัยอยู่ในห้องสตูดิโอขนาดเล็กที่มีขนาดเพียง 33 ตารางเมตร

และสำหรับมัสแตง ... แน่นอนว่ามันเป็นรถที่ยอดเยี่ยมแต่มันไม่ใช่รถที่ดีพอสำหรับราชันย์ เขาไม่มีความคิดที่จะขายแต่จะเก็บไว้เป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชั่นแทน หนึ่งในงานอดิเรกชีวิตก่อนหน้าของเขาก็คือการสะสมรถยนต์ราคาแพงรุ่นต่าง ๆ

ในขณะที่เขากำลังมุ่งหน้าสู่บูชอนเขาก็เปิดวิทยุในรถเพื่อฟังข่าว

เช่นเคย เขาจะดูหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์และฟังวิทยุเพื่อลดช่องว่างระหว่างโลกทั้งสองใบเมื่อใดก็ตามที่เขากลับมา

[ต่อไปจะเป็นรายงานข่าวจากต่างประเทศค่ะ - อเล็กซ์ รอสต์ไชลด์ ผู้สืบทอดทายาทตระกูลชื่อดังรอสต์ไชลด์ประกาศว่าเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของนักเดินทางข้ามมิติ มีรายงานเข้ามาว่าอเล็กซ์ รอสต์ไชลด์ได้ทำการแสดงความสามารถพิเศษในการใช้พลังจิตต่อหน้าคนดังของฮอลลีวูดอีกหลายคน]

ข่าวแรกที่แทรกขึ้นมาเป็นข่าวที่ชวนให้คังชอลอินรู้สึกไม่พอใจนัก เขาขมวดคิ้วขณะฟังรายงานก่อนจะทำการเปลี่ยนคลื่นวิทยุไปเป็นของภูมิภาคแทนซึ่งสำหรับเขาแล้วมันดีกว่าการต้องทนฟังข่าวจากรอสต์ไชลด์เป็นไหน ๆ

[รัฐบาลขอประกาศเลื่อนการกำจัดสัตว์และพืชที่นำมาจากโลกอื่นออกไปก่อน]

[นักผจญภัยระดับสูง นายลีซางดึกได้ปราบกลุ่มนักเลงอันพาลสามคนที่กลายไปเป็นนักผจญภัย โดยทางนายลีซางดึกนั้น…]

โลกกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง

‘ตลาดธุรกิจนี้กำลังเติบโต’ คังชอลอินคิดถึงอนาคตที่เริ่มจะใกล้เข้ามา

ขอบคุณการค้าที่เพิ่มขึ้นระหว่างโลกและแพนเจียจึงทำให้สาธารณรัฐเกาหลีใต้ได้เข้าสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และแน่นอนว่าคนที่ทำให้มันเป็นไปได้ก็คือคังชอลอิน โลกมักสงบก่อนพายุจะเกิดรวมถึงประกายไฟเล็ก ๆ ที่ได้ถูกจุดขึ้นมาแล้ว

ขณะที่เริ่มเข้าใกล้บูชอน เขาได้เปิดโทรศัพท์ iphone เพื่อจะได้โทรหาผู้เป็นแม่และตรวจสอบสายเข้าที่ไม่ได้รับ

สายที่ไม่ได้รับ: แม่ (7)

สายที่ไม่ได้รับ: ปาร์คดูชิก (3)

สายที่ไม่ได้รับ: ชายชราควอน (1)

จากจำนวนสายที่ไม่ได้รับมันดูไม่ใช่เรื่องที่แย่เกินไปนักกับการที่เขาไม่ได้อยู่โลกนี้มาหนึ่งเดือน แต่ยังมีอีกสายหนึ่งที่โทรหาเขามาเป็นร้อย ๆ ครั้ง

สายที่ไม่ได้รับ: ผู้ช่วยผู้จัดการลีแชริน (287)

ลีแชริน ราชันย์ที่มีความชำนาญในด้านความอุดมสมบูรณ์

เขาตรวจสอบการโทรเข้าครั้งล่าสุด

“...”

จากสายล่าสุดมันเพิ่งผ่านมาได้เพียง 30 นาที แสดงว่าเธอคงโทรหาเขามาตลอดทั้งสัปดาห์

เขาเปิดแอพลิเคชั่นข้อความเพื่อดูว่าทำไมเธอถึงได้พยายามติดต่อเขามามากมายขนาดนี้

ลีแชริน: คุณชอลอินคะ ฉันตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตในฐานะราชันย์แล้วค่ะ!

ลีแชริน: คุณยุ่งอยู่เหรอคะ?

ลีแชริน: คุณยังอยู่ที่แพนเจียอย่างนั้นสินะคะ?

ลีแชริน: ถ้าคุณกลับมาแล้วเรามานัดพบกันสักหน่อยดีไหมคะ?! ฉันจะไม่ลืมเกี่ยวกับการพูดครั้งนั้นเลย เพราะงั้นฉันหวังว่าเราจะสามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ดีในฐานะหุ้นส่วนกันได้

…(ละเว้น)…

ข้อความจากสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้ดูมีอะไรที่ผิดแปลกแต่อย่างใด แต่เนื้อหาของข้อความหลังจากนี้ต่างหากที่เริ่มเป็นที่น่าวิตก

ลีแชริน: คุณชอลอิน โทรศัพท์คุณยังปิดอยู่เลยสินะคะ ถ้ากลับมาแล้วคุณช่วยโทรกลับหาฉันทีจะได้ไหมคะ?

ลีแชริน: วันนี้ฉันก็ยังไม่สามารถติดต่อคุณได้ ...

ลีแชริน: คุณชอลอิน...

ลีแชริน: คุณจะออกไปอีกนานขนาดไหนหรอคะ?

ลีแชริน: ช่วยฉันด้วย… คุณชอลอิน ได้โปรดช่วยฉันด้วย ถ้าคุณเห็นข้อความนี้ได้โปรดโทรหาฉันโดยเร็วที่สุดที ...

เขารู้สึกถึงความสิ้นหวังของเธอจากข้อความที่ส่งเข้ามาได้ เขาไม่ทราบขนาดของปัญหาที่เธอกำลังเจอแต่มันกำลังทำให้เธอดูเหมือนคนที่หมดหวังเป็นอย่างมาก เห็นได้ชัดว่ามีบางสิ่งเกิดขึ้น

และในตอนนั้นเองโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

หน้าจอปรากฏชื่อ “ผู้ช่วยผู้จัดการลีแชริน” เธอโทรหาเขาทันทีที่เขาเปิดเครื่องได้ไม่นาน

“ครับ คังชอลอินพูด”

เขาตอบรับสาย

[คุณชอลอิน…?]

น้ำเสียงของเธอสั่นราวกับคนกำลังจะร้องไห้

“ครับ ผมเอง”

[ฉันรอคุณ...มานานมาก]

“...”

[เรามาเจอกันได้ไหมคะ? ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน? เดี๋ยวฉันจะไปที่นั่นเองค่ะ]

น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกของคนที่หมดหวัง เหมือนคนที่กำลังจะตกจากหน้าผาสูงชันเท่านั้นถึงจะมีน้ำเสียงเช่นนี้ได้

“ตอนนี้ผมไม่สะดวก”

แต่คังชอลอินเลือกที่จะปฏิเสธคำขอของเธออย่างไร้เยื่อใย

เขากำลังนำเนื้อที่ดีที่สุดไปให้แม่ ไม่ว่าคนอื่นจะต้องการเวลาจากเขามากเพียงใดแต่เขาไม่สามารถแบ่งเวลาของครอบครัวไปให้ใครได้ทั้งนั้น

“ตอนนี้ผมกำลังกลับบ้าน ไว้เดี๋ยวคืนนี้ผมจะโทรหาคุณใหม่ก็แล้วกัน ตอนนี้แบตโทรศัพท์ของผมก็ใกล้จะหมด…”

[ตอนนี้ฉันก็อยู่ที่บูชอนค่ะ!]

“...?”

[ฉันคิดว่าถ้าคุณกลับมาเมื่อไหร่คุณน่าจะกลับมาหาแม่ของคุณก่อน...เพราะงั้นฉันเลยพักอยู่ที่โรงแรมในบูชอนค่ะ ฉันรู้ว่าแม่ของคุณกำลังเปิดร้านอยู่ที่ตลาดท้องถิ่น ดังนั้นฉันเลย…]

เธอเหมือนคนที่หมดหวังไปหมดแล้วทุกสิ่งจึงตัดสินใจแพ็คของเพื่อมารออยู่ใกล้ ๆ กับคนที่น่าจะช่วยเธอไดเ

[ได้โปรดโทรหาฉันด้วยนะคะ ถ้าคุณทำธุระเสร็จเมื่อไหร่]

“...”

[ได้โปรดมาเจอกันด้วยเถอะนะคะ ฉันต้องการคุณจริง ๆ คุณชอลอิน]

เจตคติของเธอกำลังทำเขาสงสัย

“มันไม่ยากที่เราจะได้พบกัน”

คังชอลอินทวนซ้ำอีกครั้งถึงสิ่งที่เขาเคยบอกกับลีแชรินไว้ก่อนหน้า

“แต่ถ้าคุณเต็มใจที่จะใช้ชีวิตในฐานะราชันย์อย่างสมศักดิ์ศรีผมก็ยินดีที่จะช่วยคุณ”

“แน่นอนว่าผมจะไม่ยอมป้อนอาหารให้ง่าย ๆ ... แต่ก็ใช่ ในอีกนัยหนึ่งมันก็อาจดูเป็นแบบนั้น”

“จบเรื่องแล้วนะครับ ถ้าคุณคิดที่จะใช้ชีวิตต่อจากนี้ในฐานะราชันย์ก็ค่อยติดต่อผมมาอีกที จากนั้นผมจะปฏิบัติต่อคุณในฐานะราชันยืคนหนึ่งเหมือนกัน”

บุรุษหากกล่าวคำใดแล้วไม่อาจกลืนคืนคำได้

คังชอลอินได้ให้สัญญากับลีแชรินไว้แล้วว่าเขาจะมอบความช่วยเหลือให้เธอหากเธอเลือกใช้ชีวิตเป็นราชันย์ และความต้องการของเธอตอนนี้คือการมีชีวิตอยู่ต่อ

ลีแชรินที่ตอนนี้กำลังร้องขอให้เขามาพบกับเธอเพราะคำสัญญาที่มอบให้เป็นดั้งคำผูกมัดที่ต้องยินยอมตามคำร้อง

แต่ถึงอย่างนั้นมันอาจเป็นการทำให้เธอเสียคนได้หากมอบความช่วยเหลือให้เธอไปในทันทีโดยไม่ลังเล ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมคนถึงพูดว่า “หากความโปรดปรานยังคงดำเนินต่อไป ผู้รับจะเริ่มคิดว่ามันเป็นสิทธิ์ของพวกเขาที่พึงจะได้รับ” ดังนั้นเขาจะต้องเข้มงวดกับเธอตั้งแต่ในตอนแรก

‘ได้ เจอก็เจอ’

คังชอลอินตัดสินใจออกไปพบกับลีแชรินในที่สุด ความคิดที่สวนทางกับความตั้งใจโดยคิดถึง “เหตุผลอันสมควรที่จะมอบความปรารถนาให้กับเธอ” ดังนั้นเขาจึงคิดว่านี่เป็นข้อตกลงระหว่างพวกเขา

เขาเองก็ต้องการเธอไม่ต่างจากที่เธอต้องการเขา

แต่ก่อนหน้านั้น

“คุณแชริน” เขาเรียกคู่สนทนาอีกฝั่ง

“คุณส่งข้อความมาบอกผมว่าจะใช้ยอมเป็นราชันย์แล้วใช่ไหมครับ?”

เขาต้องการตรวจสอบให้แน่ใจกับบางสิ่งที่กำลังรบกวนเขา

[ใช่… ใช่ค่ะ]

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องแก้ไขทัศนคติที่คุณมีออกไปให้หมดก่อน ราชันย์จะไม่รับใช้หรือร้องขออะไรจากใครทั้งนั้น แม้ว่าเขาจะต้องการบางสิ่งจากคนอื่นมากเพียงใดแต่ก็ต้องปกปิดเจตนาที่แท้จริงแล้วให้อีกฝ่ายยอมทำสิ่งนั้นเพื่อพวกเขาให้เอง นั่นคือรากฐานที่สำคัญของการเป็นราชันย์ แต่การกระทำของคุณทำให้ผมนึกถึงพนักงานลีแชรินที่ไม่ใช่ราชันย์แต่อย่างใด”

[...]

ด้วยคำพูดของคังชอลอินที่ทำให้เธอถึงกับพูดอะไรไม่ออก

“ราชันย์ที่ไร้เดียงสาไม่มีอะไรมากไปกว่าการตกเป็นเหยื่อของราชันย์คนอื่น เหมือนที่สิงโตไม่เคยเป็นเพื่อนเล่นกับกวาง”

[...]

“นี่คือโอกาสครั้งสุดท้าย ถ้าคุณยังแสดงพฤติกรรมถึงทัศนคติอะไรแบบนี้อยู่อีกในอนาคต...นั่นคือจุดจบความสัมพันธ์ของพวกเราในทันที หากคุณต้องการพูดคุยกับผมในฐานะราชันย์คุณเองก็ต้องทำตัวเช่นราชันย์ด้วยเหมือนกัน”

[ฉันขอโทษค่ะ… ไม่ ค่ะ ฉันจะทำค่ะ ฉันจะนึกถึงสิ่งที่คุณบอกกับฉันอยู่ตลอด คุณชอลอิน]

น้ำเสียงของเธอหายสั่นจากเดิมไปเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเธอจะสามารถเข้าใจความเป็นราชันย์ได้เองตามธรรมชาติเมื่อได้รับคำแนะนำจากคังชอลอิน

“งั้นก็มาเจอกันเถอะครับ”

ในที่สุดเธอก็ได้ยินคำพูดที่เธอต้องการที่สุดจากคังชอลอิน

“แต่ก่อนหน้านั้น…”

[...]

“ผมมีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่ง”

[เงื่อนไขอะไรก็ได้เชิญพูดมาได้เลยค่ะ ถ้ามันเป็นสิ่งที่ฉันจะสามารถทำให้ได้]

“คุณเก่งเรื่องการย่างเนื้อไหม?”

[เนื้อหรอคะ?]

ด้วยคำถามที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยิน ลีแชรินรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก

.

.

สามารถกดติดตามเพื่อรับอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับนิยายได้ก่อนใครที่ทาง แปลได้แปลเถอะ

จบบทที่ ตอนที่ 42: การค้าและพันธมิตร (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว