เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16:  ใครบางคนกำลังเฝ้าสอดแนมดินแดน (1)

ตอนที่ 16:  ใครบางคนกำลังเฝ้าสอดแนมดินแดน (1)

ตอนที่ 16:  ใครบางคนกำลังเฝ้าสอดแนมดินแดน (1)


ตอนที่ 16:  ใครบางคนกำลังเฝ้าสอดแนมดินแดน (1)

เหตุการณ์ต่อสู้กับออร์คที่เกิดขึ้นได้นำมาสู่ความหวาดกลัวแก่ชาวลาพิวต้า

ผู้ปกครองของพวกเขาผู้ซึ่งเพิ่งมาจากดินแดนอื่นสามารถเอาชนะออร์คทั้ง 20 ตัวได้ด้วยทหารแค่เพียง 35 นาย มันไม่ใช่เพียงได้รับชัยชนะกลับมาเท่านั้นหากแต่เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่

และนั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด

ข่าวลือที่พูดเกินจริงได้แพร่กระจายไปทั่วดินแดนว่าคังชอลอินนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญ เป็นบุรุษผู้กล้าที่อาจหาญเดินเข้าไปยังใจกลางดงของพวกออร์คเพียงลำพังเพื่อต่อสู้และไม่มีใครเทียบได้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ค่านิยมชมชอบในตัวคังชอลอินสูงเพิ่มขึ้น

มันเป็นที่เข้าใจได้เพราะสำหรับคนทั่วไปแล้วมันเป็นการกระทำตัวอย่างที่น่าแปลกใจสำหรับการเป็นราชันย์ จอมราชันย์ หรือแม้กระทั่งจักรพรรดิ์ที่มียศศักดิ์สูงกว่า และเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับทุกคนที่อยู่ภายใต้อำนาจ

มันเป็นเหมือนกับนักการเมืองที่มาเยี่ยมและตรวจกองกำลังทหารแต่แล้วก็หันมาคว้าปืนเพื่อต่อสู้กับทีมกองโจรของเกาหลีเหนือเมื่อสงครามบังเกิด ยิ่งไปว่านั้นคือการที่นักการเมืองคนนี้ไปมีส่วนร่วมและมีบทบาทสำคัญต่อการเอาชนะกับอีกฝ่าย แน่นอนว่าสิ่งนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ในความเป็นจริง

หลังการต่อสู้จบลง คังชอลอินที่กำลังนั่งเอนหลังอยู่บนกองฟางพร้อมดื่มเบียร์ไปกับทหารคนอื่น ๆ ยิ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้กับเขาในฐานะผู้นำที่เข้าถึงได้

แน่นอนว่าการกระทำเหล่านั้นไม่ได้มีเจตนาจะให้เกิดผลแบบนี้ตามมา

การที่คังชอลอินและทหารร่วมต่อสู้กับออร์คที่จู่ ๆ ก็มาปรากฏตัวและดื่มเบียร์ไปด้วยกันหลังได้รับชัยชนะไม่ได้มีอยู่ในการคำนวณก่อนหน้านี้

‘คนพวกนี้เป็นอะไรกันไปหมด?’

คังชอลอินที่กำลังเดินทางกลับเข้าเมืองในฐานะราชันย์ผู้มีชัยเอียงหัวด้วยความสับสนท่ามกลางเสียงเชียร์จากผู้คนตลอดทาง เขากำลังสงสัยว่าการกระทำนี้เป็นสิ่งที่น่ายกย่องถึงขนาดนั้นเชียวหรือ

มันค่อนข้างเป็นคำถามที่เข้าใจได้ยากสำหรับคังชอลอิน

ที่วัลฮัลฮาดินแดนที่เขาเคยปกครองเมื่อครั้งก่อนมีมนุษย์อาศัยอยู่น้อยมาก ชาวเมืองส่วนใหญ่เป็นแวมไพร์ เดธไนท์(อัศวินแห่งความตาย) และเผ่าพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่มนุษย์ดังนั้นคังชอลอินจึงไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์สักเท่าไหร่นักว่าทำไมพวกเขาถึงต้องทำเรื่องแค่นี้ให้เป็นเรื่องใหญ่และทำไมพวกเขาถึงต้องร้องเพลงเกี่ยวกับตัวเขาด้วย?

[ความน่าเชื่อถือเนื่องจากการนำเป็นตัวอย่าง +20]

[ภาพลักษ์ผู้นำจิตวิญญาณอันเป็นอิสระ อำนาจชักจูง -3]

[ภาพลักษ์ผู้นำจิตวิญญาณอันเป็นอิสระ ความเข้าถึง +30]

[การตอบรับที่ดีจากผู้คนในดินแดน คะแนนราชันย์ +20]

หลังจากถอดอาวุธอุปกรณ์ทั้งหมดแล้วกลับไปยังห้องโถงราชันย์หน้าจอแสดงสถานะข้อมูลก็ปรากฏขึ้น

‘หืม.. อำนาจชักจูงลดลงงั้นหรือเนี่ย ไม่ชวนให้สบอารมณ์เท่าไหร่เลยแฮะ’

อำนาจชักจูงเป็นทักษะที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับราชันย์

มันเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการบัญชาทัพและการออกคำสั่งไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาในฐานะราชันย์

ยกตัวอย่างเช่น สิ่งแรกที่ควรคำนึงเมื่อต้องซื้อกองกำลังแข็งแกร่งผ่านคลังสินค้าอัตโนมัติ หากมีคะแนนอำนาจชักจูงต่ำต่อให้ซื้อกองกำลังแข็งแกร่งมากขนาดไหนอย่างไรก็จะไม่สามารถควบคุมกองกำลังนั้นได้ หากราชันย์ระดับ E ซื้อโอเกอร์ผ่านคลังสินค้าอัตโนมัติ ก็เป็นไปได้ที่โอเกอร์ตัวนั้นจะไม่ยอมทำตามคำสั่งของราชันย์และจะทำแต่ในสิ่งที่มันพึงพอใจ นอกจากนี้หากคะแนนอำนาจชักจูงลดลง ผู้ใต้บังคับบัญชาก็อาจไม่เชื่อฟังหรือก่อการจลาจลได้อีกเช่นกัน

‘จากนี้ไปเราต้องระวังให้มากขึ้น’

คังชอลอินสาบานกับตัวเองในใจว่าเขาจะไม่ยอมให้อำนาจชักจูงของตัวเองลดลงไปได้อีก ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการไม่สามารถควบคุมกองกำลังของตัวเองได้ในช่วงเวลาวิกฤติ

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะไม่ดีไปเสียหมด

มันดีกว่าที่คิดไว้อีกต่างหาก

ความโปรดปรานของผู้คนหมายความว่าระดับความภักดีจะเพิ่มขึ้น และความสามารถในการเข้าถึงและเป็นมิตรจะช่วยเรื่องกิจการภายใน นอกจากนี้คะแนนราชันย์ซึ่งมีบทบาทสำคัญที่สุดในการกำหนดสถานะก็เพิ่มขึ้นอีก 20 คะแนนดังนั้นมันจึงถือเป็นความสำเร็จอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

คะแนนราชันย์คือกุญแจสำคัญที่จะนำพาเขาไปเป็นจอมราชันย์ได้ในที่สุด

คะแนนราชันย์จะสูงขึ้นเมื่อได้รับความเคารพจากชาวเมือง, ออกล่าสัตว์ประหลาด หรือชนะการต่อสู้กับราชันย์คนอื่น ๆ พวกเขาจะได้รับรางวัลเมื่อสถานะมีการตรวจสอบและยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ประสบความสำเร็จ

ราชันย์ทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมในการสมัชชาซึ่งจะจัดขึ้นปีละครั้งโดยมีชื่อเรียกว่า  “ประชุมราชันย์” ในการสมัชชานี้ราชันย์ที่ได้รับคะแนนมากที่สุด 10 อันดับแรกจะได้รับเลือกให้เป็นจอมราชันย์ แม้อำนาจชักจูงของเขาจะลดลงไปเล็กน้อยแต่ถ้าเขาได้รับคะแนนราชันย์มา  20 คะแนนเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนมันก็ดีไม่ใช่น้อย

‘แต่เดี๋ยวก่อน ต้องใช้กี่คะแนนในรอบแรกเพื่อให้ได้รับชนชั้นจอมราชันย์กัน?’

เขาจดจำข้อมูลส่วนนี้ได้ไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก

การเลือกครั้งแรกจะเกิดขึ้นประมาณหนึ่งปีให้หลังการอัญเชิญซึ่งก็คือวันที่ 25 ธันวาคม 2021 คังชอลอินในตอนนั้นประสบความสำเร็จอยู่ที่อันดับ 13

ในตอนนั้นเขาดื่มดำไปกับการสำรวจดันเจี้ยนและจดจ่ออยู่กับการเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองเลยทำให้ไม่ติด 10 อันดับแรก

‘แต่เอาล่ะ มันไม่ใช่เรื่องที่จะไปรีบร้อนมากนัก’

จอมราชันย์จะเต็มไปด้วยความเสี่ยงมากมายดังนั้นมันจึงไม่มีเหตุผลที่ดีที่จะไปครองชนชั้นนี้ตั้งแต่แรก

ทำไมน่ะหรือ?

เพราะพวกเขาจะถูกจับตามองทุกฝีก้าวโดยราชันย์คนอื่น ๆ!

ในช่วงปีถึงสองปีแรกระดับทักษะของราชันย์จะมีคลามคล้ายคลึงกันอย่างมาก หากพวกเขาแสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นที่มากเกินไป พวกเขาก็จะยิ่งถูกจับตามองและถูกรุมทึ้งโดยราชันย์คนอื่น ๆ ตัวอย่างเช่นในระหว่างการสมัชชาครั้งแรกระหว่างราชันย์ มีจอมราชันย์ 5 คนที่ไม่ได้เข้าร่วมในการสมัชชาครั้งที่สองซึ่งหมายความว่าพวกเขาอาจเสียชีวิตไประหว่างนั้นหรืออาจหนีกลับไปโลกเดิม

“นายท่านเจ้าคะ”

ลูเซียได้เอ่ยแทรกขัดคังชอลอินขณะที่เขากำลังคิดเรื่องคะแนนการนับราชันย์

“รัสเซลเลอร์และลาน่าบุตรสาวของเขาได้ส่งเครื่องบรรณาการมาให้เจ้าค่ะ”

“รัสเซลเลอร์? ลาน่า?”

คังชอลอินขมวดคิ้วอย่างสับสน

“ประชาชนของข้ารึ?”

“พวกเขาคือคู่พ่อลูกที่นายท่านได้ช่วยชีวิตไว้จากออร์คอย่างไรเล่าเจ้าคะ ข้าคิดว่าพวกเขาน่าจะส่งเครื่องบรรณาการนี้มาให้เพื่อขอบคุณที่นายท่านได้ช่วยชีวิตของพวกเขา”

“งั้นรึ?”

“เจ้าค่ะ”

ลูเซียส่งตะกร้าที่มีผ้าสะอาดปิดไว้ให้คังชอลอิล การแสดงออกของลูเซียขณะที่นางส่งมอบตะกร้าให้ดูเหมือนจะมีความไม่พอใจปนอยู่ด้วยเล็กน้อย

‘เครื่องบรรณาการ’

คังชอลอินมีความรู้สึกที่หลากหลายเมื่อได้รับเครื่องบรรณาการเป็นครั้งแรกในชีวิต ในอดีตเขาไม่เคยได้รับสิ่งเหล่านี้มาก่อนเนื่องจากที่วัลฮัลลามีมนุษย์ไม่มากและคนพวกนั้นก็ไม่เคยส่งมาให้เขาเลยสักหน

“ขนมปังกับแฮม”

คังชอลอินพึมพำเมื่อเปิดดูสิ่งของที่อยู่ด้านใน

ข้างในมีขนมปังข้าวไรย์สี่ก้อนและแฮมก้อนใหญ่พร้อมกับน้ำผึ้งและเบียร์ที่ทำจากมอลต์บริสุทธิ์ มันเป็นเครื่องบรรณาการธรรมดา ๆ แต่เต็มไปด้วยความขอบคุณจากคนยากคนจน

“น นี่มัน!”

ขณะที่คังชอลอินกำลังรู้สึกปลาบปลื้มยินดี ลูเซียกลับตัวสั่นเทา

‘เป็นอะไรของนางไปอีกแล้วล่ะ?’

คังชอลอินสับสน เขาไม่สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมลูเซียถึงชอบทำตัวสั่นกระทันหันแบบนี้

“มีอะไรผิดปกติงั้นหรือ?”

“ช่างกล้ามาก…”

ดูเหมือนว่าลูเซียกำลังโกรธ

“กล้า?”

คังชอลอินถามกลับ

“องค์ราชันย์!”

ลูเซียตะโกน

“ว่ามา”

“ท่านต้องให้ทหารไปพาตัวสองพ่อลูกมาที่นี่ทันทีเพื่อลงโทษพวกเขานะเจ้าคะ!”

“อะไรนะ?”

“สองพ่อลูกที่หยาบคายคู่นี้กำลังล่วงเกินท่านอย่างมาก! พวกเขากล้าดีอย่างไรถึงได้ส่งของธรรมดาแบบนี้มาให้! แม้แต่การโดนโบยร้อยรอบก็ยังไม่พอ! องค์ราชันย์ของข้า ถ้าท่านสั่งการข้าตอนนี้ ข้าจะรีบไปที่บ้านของพวกเขาและตัดคอของพวกเขาให้ในทันที”

คังชอลอินเข้าใจแล้วว่าทำไมลูเซียถึงได้โกรธแค้นอย่างมาก

“ลูเซีย”

“เจ้าค่ะ ข้าจะรีบไปบัดเดี๋ยวนี้”

“ข้าพอใจแล้ว”

“ห๊ะ? นายท่ายหมายถึงสิ่งใดหรือ?”

ลูเซียดูสับสนพร้อมดวงตาของนางที่เบิกกว้าง

“สมควรที่เจ้าจะโกรธเคืองเพราะสิ่งที่พวกเขาส่งมาให้ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากมาย”

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ พวกเขากล้าดีอย่างไรถึงได้ส่งขนมปังและแฮมมาให้นายท่าน และขนมปังข้าวไรย์นั้น! ในบรรดาขนมปังทั่วโลกแต่พวกเขากลับเลือกส่งขนมปังไรย์มาให้ มันไม่ใช่ขนมปังที่คู่ควรกับองค์ราชันย์ของข้าเลยแม้แต่นิด!”

ลูเซียดูจะโกรธเคืองเป็นอย่างมากและดูเหมือนจะมีเรื่องส่วนตัวปนอยู่ด้วยในระดับหนึ่ง แต่แทนที่จะดุด่าว่ากล่าวคังชอลอินกลับเลือกที่จะชี้นำนางด้วยความใจเย็นแทน

“ลูเซีย”

“เจ้าค่ะ”

“ข้าจะพูดอีกแค่ครั้งเดียวว่าข้าพอใจ”

“แต่…”

“แน่นอนว่าหากได้เป็นไวน์คุณภาพดี ทอง หรืออัญมณีมาแทนของพวกนี้ข้าคงจะมีความสุขอย่างมาก ไม่ใช่ว่าข้าไม่ชอบสิ่งของที่เป็นวัตถุ อันที่จริงแล้วข้าชื่นชอบเรื่องเงินตรามากที่สุด”

นั่นคือความคิดที่ซื่อสัตย์ของคังชอลอิน

เงินน่ะหรือ?

ยิ่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

เพื่อให้มีกองทัพที่แข็งแกร่งและทรงพลัง มันเป็นความคิดแบบพื้นฐานมากที่สุดที่จะต้องมีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมา เพื่อให้สามารถควบคุมแพนเจียได้ เงินจึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ นอกจากนี้ก็เพื่อรักษาศักดิ์ศรีและสถานะของเขาบนโลก เขาต้องการเงินมากยิ่งขึ้น

“อย่างไรก็ตาม”

คังชอลอินพูดต่อ

“พวกเขาเองก็มีหน้าที่ของพวกเขา เป็นเพียงเกษตรกรธรรมดาแล้วเขาจะส่งทองมาให้ข้าได้อย่างไรจริงไหม? พวกเขาอาจต้องงดเว้นมื้ออาหารถึงสองมื้อเพื่อที่พวกเขาจะสามารถส่งสิ่งเหล่านี้มาให้ข้าได้”

“ถ้าคนจนส่งของกำนัลมาให้ด้วยสิ่งเล็กน้อยที่พวกเขามีอยู่ มันเป็นสิ่งที่ควรมองให้เห็นไปถึงหัวใจหลักของกำนัลนั้น เช่นนั้นแล้วสองพ่อลูกคู่นี้ไม่ใช่คนที่ซื่อสัตย์มากหรอกหรือถึงได้ส่งของที่มีความสำคัญกับพวกเขามาให้ข้า?”

“อ่า!”

ลูเซียอุทาน

“แน่นอนว่าถ้ามีการส่งด้วยทองคำและอัญมณีมันจะต้องดีกว่า แต่ของกำนัลแบบนี้ก็ไม่เลวเช่นกัน”

“นายท่านทรงเป็นผู้ปกครองที่ยุติธรรมเหลือเกิน! ประชาชนจะต้องรักและเทิดทูนองค์ราชันย์ของข้าอย่างมากเป็นแน่เจ้าค่ะ!”

“บางที”

คังชอลอินไม่ค่อยชอบใจกับฉายานามที่ลูเซียใช้เรียกเขานัก

เป้าหมายของเขาคือการรวมแพนเจียให้เป็นหนึ่ง! ซึ่งนั่นหมายถึงการเป็นจักรพรรดิ

สงครามกับเป้าหมายคือสิ่งที่เชื่อมโยงถึงกันและจะไม่มีวันแยกออกจากกันไปได้ สำหรับเขาแล้วเพื่อที่จะเติมเต็มความปรารถนานั้น เขาจะต้องสร้างบัลลังก์จากกองกระดูกและซากศพจำนวนนับไม่ถ้วนมาวางซ้อนทับกันเพื่อขึ้นไปให้ถึงชัย

เขาไม่ได้มีเมตตา

จะมีเกษตรกรทั่วไปคนไหนที่อยากทำสงครามกัน? จะมีอะไรที่ตรงกับความน่าสะพรึงกลัวของสงครามได้อีก? นานวันเข้าในที่สุดคังชอลอินก็กลายเป็นสัตว์ร้ายที่บ้าคลั่งแต่ในสงครามและไม่สามารถเป็นผู้ปกครองที่มีเมตตาได้อีกต่อไป

“นายท่านกำลึงคิดถึงสิ่งใดอยู่หรือเจ้าคะ?”

คังชอลอินส่ายหัวเล็กน้อยให้กับคำถามของลูเซียแล้วพูดว่า

“ข้าจะลงโทษพวกเขา”

“เจ้าคะ?”

ลูเซียดูสับสนเป็นอย่างมากกับคังชอลอินที่ชื่นชมพ่อและลูกสาวแต่ตอนนี้กลับบอกว่าจะลงโทษพวกเขาแทน

“ที่เจ้าพูดมาก็มีส่วนถูก ข้าพอใจจริงแต่อย่างน้อยพวกเขาก็ควรจะต้องถูกลงโทษเล็กน้อยที่ประทานสิ่งที่เรียบง่ายเช่นนี้ให้ข้า แต่งตั้งเกษตรกรที่ชื่อรัสเซลเลอร์ให้ดูแลการทำฟาร์มและมอบความรับผิดชอบอย่างหนักให้แก่เขา ไม่มีการลงโทษใดที่จะหนักไปกว่าการได้รับผิดชอบอะไรบางสิ่ง”

ลูเซียตกอยู่ในความหวั่นเกรงจากการพิจารณาของคังชอลอิน

สิ่งที่คังชอลอินสั่งไม่ได้เป็นแค่เพียงการลงโทษหากแต่เป็นรางวัล ภายในคำสั่งนี้ไม่ได้มีแค่เพียงความตั้งใจของคังชอนอินที่ยอมรับฟังคำแนะนำของลูเซียเพื่อลงโทษพ่อและลูกสาว แต่ยังรับทราบถึงหัวใจของพวกเขาที่ส่งมอบของกำนัลมาให้ เขาได้ฆ่านกสองตัวด้วยหินเพียงก้อนเดียว

‘องค์ราชันย์ของข้าช่างแตกต่างจากคนอื่น ๆ จริง!’

ลูเซียตกอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความเกรงขามคังชอลอินและพยายามคิดว่าเขาช่างมีความสามารถและความคิดที่แตกต่างเช่นนี้ได้อย่างไร ช่วงเวลานั้นความภักดีของลูเซียที่มีต่อคังชอลอินก็ยิ่งเพิ่มสูงมากขึ้น อย่างไรก็ตามคังชอลอินไม่เข้าใจว่าทำไมลูเซียถึงชอบทำเป็นเรื่องใหญ่โตและตัวสั่นอยู่บ่อยครั้ง

หลังจากวันนั้น คังชอลอินก็ใช้เวลาไปอีกหลายวันในการออกค้นหาเพื่อปราบสัตว์ประหลาด

การปราบปรามสัตว์ประหลาดซึ่งแต่เดิมควรจะใช้เวลา 3 - 4 วันยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งผ่านไป 10 วัน

ไม่ใช่เพราะคังชอลอินไร้ความสามารถ

อันที่จริงคังชอลอินและทหารคุ้มกันภายใต้การนำของเขาได้รับชัยชนะที่โดดเด่นในการต่อสู้กลับมาทุกครั้ง พวกเขาต่อสู้และสามารถเอาชนะสัตว์ประหลาดมาได้ทั้งหมด พวกเขาเป็นผู้ชนะที่ไม่เคยเกิดการสูญเสียเลยสักครา

อย่างไรก็ตามแม้จะมีการนำทัพที่ยอดเยี่ยมจากคังชอลอินเพียงใดแต่เหตุผลที่การปราบสัตว์ประหลาดใช้เวลานานนั่นเป็นเพราะสัตว์ประหลาดที่ชื่อ ‘ตัวตุ่นลูเทอร์’

‘ตัวตุ่นลูเทอร์’ เป็นตัวตุ่นที่มีขนาดเท่ากับสุนัขขนาดกลาง มันจะโจมตีมนุษย์โดยการทำให้มนุษย์ไม่สามารถขยับตัวได้ที่ตามข้อเท้าหรือส้นเท้า ปัญหาคือตัวตุ่นที่น่ารำคาญเหล่านี้มีอยู่ทั่วพื้นที่ที่ราบตอนเหนือ

[บทฝึกที่ 2] ปราบมอนสเตอร์

คำอธิบาย: กำจัดอสูรร้ายที่อาศัยอยู่ในดินแดน

รางวัล: ประสบการณ์ +250 / 20 ทอง

สถานะปัจจุบัน: 421/500

ตอนนี้เขาอยู่ที่ระดับ 8 แล้ว

ถ้าเขาปราบปรามสัตว์ประหลาดอีก 79 ตัวได้เขาจะเลื่อนระดับไปเป็น 9 และพร้อมที่จะจัดการบทฝึกที่ 1 ซึ่งเชื่อมโยงกับบทฝึกที่ 2 ซึ่งจะทำให้เขาขึ้นไปถึงระดับ 10

แต่ตัวตุ่นพวกนี้ก็ยังซุ่มโจมตีคังชอลอินและทหารของเขาอยู่ได้ทุกวัน เขาได้ออกคำสั่งให้ทหารขุดอุโมงค์และพยายามที่จะทำลายแหล่งกำเนิดของพวกมันแต่น่าแปลกที่สัตว์ประหลาดระดับต่ำพวกนี้กลับกำลังขัดขวางการดำเนินการของคังชอลอินได้อยู่ตลอด

“เฮ้อ”

คังชอลอินผู้ซึ่งกำลังตามล่าตัวตุ่นกับทหารคุ้มกันของเขาบนที่ราบทางเหนือมองขึ้นท้องฟ้าในช่วงเวลาพัก

‘ผ่านมา 10 วันแล้ว เราจำเป็นต้องกลับสู่โลกให้ได้ในอีก 2 วัน’

มันถูกเลื่อนออกไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาต้องดูแลแต่การกลับสู่โลกเดิมก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เช่นกัน เขาต้องกลับไปจ่ายเงินที่เขายืมมาและต้องไปฟังรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับควักจองจากปาร์คดูชิก นอกจากนี้ยัง …

‘แม่’

เขาต้องกลับไปหาแม่ของเขาที่อยู่เพียงลำพัง

ตั้งแต่ที่เขาได้เข้ามาสู่โลกใบนี้ครั้งแรกเมื่อ 10 ปีก่อนเขายังไม่เคยกลับไปหาแม่ตัวเองเลยสักครั้ง

โดยไม่ได้ตั้งใจ แต่สำหรับคังชอลอินที่ไม่เคยสนใจครอบครัวของเขาเลยเป็นเวลา 10 ปีทำให้เขารู้สึกผิดอย่างมาก เพราะหากการตายของเขาในครั้งนั้นไม่ได้รับการมาเกิดใหม่ แม่ของเขาจะไม่รู้เลยว่าลูกชายตัวเองได้ตายจากไปแล้ว

‘ต้องกลับไปหาแม่บ่อย ๆ’

คังชอลอินสาบานว่าเขาจะดูแลแม่ของเขาให้ดีขึ้น

แต่ทันใดนั้น

“องค์ราชันย์!”

ทหารสังเกตการณ์ที่อยู่ในช่วงพักร้องตะโกนขณะชี้ขึ้นไปบนฟ้า ท่ามกลางอากาศมีบางสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเวทมนตร์โดยมีแสงสีน้ำเงินเปล่งประกายออกมาขณะที่มันกำลังวนอยู่เหนือกองทหาร

ใบหน้าของคังชอลอินแข็งทื่อในทันใด

‘มาได้อย่างไร?!’

มันคือหน่วยสอดแนมที่ถูกส่งมาโดยราชันย์คนอื่นที่มีชื่อเรียกว่า “เหยี่ยวสอดแนม”

.

.

สามารถกดติดตามเพื่อรับอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับนิยายได้ก่อนใครที่ทาง แปลได้แปลเถอะ ´・ᴗ・`

จบบทที่ ตอนที่ 16:  ใครบางคนกำลังเฝ้าสอดแนมดินแดน (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว