เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14: ปราบมอนสเตอร์ (2)

ตอนที่ 14: ปราบมอนสเตอร์ (2)

ตอนที่ 14: ปราบมอนสเตอร์ (2)


ตอนที่ 14: ปราบมอนสเตอร์ (2)

“ออร์ค 20 ตัวรึ?!”

“กำลังพลไม่พอ!”

“พวกมันมี 20 ตัว!”

ทันทีที่ได้ยินรายงาน กลุ่มทหารก็เริ่มพากันส่งเสียงพูดคุยจนวุ่นวาย

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการตอบสนองตามธรรมชาติ

เมื่ออยู่ในเกมหรือนิยายแฟนตาซีออร์คส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์ประหลาดอ่อนแอที่สามารถต่อกรได้ง่าย ๆ ทว่าที่แพนเจียแห่งนี้ออร์คเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีพละกำลังอย่างมาก ต้องใช้อย่างน้อย ๆ สี่หรือห้ากำลังคนเพื่อจัดการกับออร์คเพียงตัวเดียว

พวกมันมีกัน 20 ตัวกับจำนวนทหารเพียง 50 นาย กำลังของพวกเขาในตอนนี้ไม่พอที่จะต่อสู้กับพวกมันได้

“เงียบ เงียบ!!”

ดูเหมือนว่าผู้บัญชาการเจมส์เองก็แปลกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน แต่เขาก็สามารถรักษาความสงบนิ่งของตัวเองในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังและพยายามสงบสติอารมณ์ของกองทหารอย่างใจเย็น

จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับคังชอลอินด้วยท่าทีสุขุม

“นายท่านขอรับ ด้วยจำนวนออร์คที่มากเกินไปเช่นนี้ ข้าว่าวันนี้เราควรจะถอยทัพกันไปเสียก่อนนะขอรับ พรุ่งนี้เราค่อยออกล่าใหม่พร้อมทัพเสริม...”

“ไม่”

คังชอลอินตัดคำพูดของเจมส์ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“เจ้ากำลังบอกให้ข้าถอยทัพเพียงเพราะออร์คเหล่านี้น่ะรึ?”

“ต แต่ว่า นายท่าน.... จำนวนทหารของพวกเรา…”

“ข้ารู้”

คังชอลกล่าว

“มันอาจจะทำให้ยืดเยื้อ ไม่สิ มันเป็นการยืดเยื้อเลยต่างหาก หากพูดกันตามหลักเหตุและผลแล้วการจะจัดการกับออร์คกลุ่มนี้อย่างน้อย ๆ เราก็ควรมีพลทหาร 100 นาย”

“ขอรับ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของนายท่านด้วยเช่นกันนะขอรับ”

“แต่นั่นคือสิ่งที่ผู้นำไร้ความสามารถจะพึงกระทำ … ในฐานะที่เป็นผู้บัญชาการกองกำลัง การตัดสินใจของเจ้านั้นถูกต้องแล้ว การจะต่อสู้กับออร์คพวกนั้นได้เจ้าจำเป็นต้องเตรียมกำลังให้พร้อมเพื่อการปราบปรามที่สมบูรณ์”

คังชอลอินไม่มีเจตนาจะถอยทัพแต่อย่างใด

“แต่วันนี้เราสามารถเอาชนะได้ อีกทั้งยังมีโอกาสมากที่จะประสบความสำเร็จ หากเจ้าตามการนำของข้า เราก็จะสามารถกำจัดออร์คกลุ่มนั้นทั้งหมดได้โดยไม่มีใครต้องสละชีพแม้แต่คนเดียว”

“ว วิธีการใดหรือขอรับ?!”

“ข้าจะแสดงให้เจ้าได้ประจักษ์แจ้งเอง”

ขณะนั้นเอง คังชอลอินที่อยู่ตรงจุดกลางของกองทัพก็เผยรัศมีบางอย่างที่ไม่อาจจับต้องได้ครอบคลุมตัวเจมส์และกองกำลัง

‘แค่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะจัดการกับออร์ค’

รัศมีที่คังชอลอินสร้างขึ้นเป็นทักษะที่ผู้พิชิตราชันย์ทุกคนพึงมี ทักษะ“กระตุ้นขวัญกำลังใจ”

เนื่องจากตอนนี้ระดับสถานะของเขายังเป็นเพียงแค่ 1 ดังนั้นระยะเวลาของการใช้ทักษะนี้จะอยู่ได้แค่เพียง 10 นาทีเท่านั้น แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วต่อการปราบปรามพวกออร์ค

“ทุกคนจงฟัง!”

คังชอลอินคำรามลั่น

“สัตว์ประหลาดพวกนั้นกำลังพยายามยึดครองประชาชนและทรัพย์สินของพวกเรา!”

กองกำลังทหารเกิดภาวะสั่นไหวด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยอิทธิพลดึงดูด

“ข้ารู้ว่าพวกเจ้ากำลังหวั่นกลัว อย่างไรก็ตาม หากเราล่าถอยไปในครั้งนี้ คนของเราจะต้องตาย เราจะสูญเสียพื้นที่ทางการเกษตรและสัตว์ของเราจนหมดสิ้น และด้วยเหตุนั้น ข้า คังชอลอินจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด! ข้าจะสังหารออร์คและจะปกป้องคนของเรา ทรัพย์สินของพวกเรา!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ความคิดล่าถอยได้หายไปจากใจของกองทหารโดยสิ้นเชิง

‘การทำตัวให้เป็นแบบอย่าง’ คือการมีอยู่ของเหตุผล

“จงร่วมมือกับข้า! เราจะกำจัดพวกออร์คกลุ่มนั้นไปด้วยกัน!”

คังชอลอินตัดสินใจเพิ่มแรงจูงใจเข้าไปอีกหนึ่งสิ่ง

“ข้าจะให้รางวัลแก่ทหารที่สามารถสังหารออร์คได้ยอดเยี่ยมที่สุด!”

ทหารเริ่มร้อนใจเมื่อได้ยินสิ่งนี้

“หากพวกเจ้าทำตามคำสั่งของข้า ข้าให้สัญญาว่าจะไม่มีใครต้องมาสละชีพ! จงเชื่อมั่นในตัวข้า! วางใจในตัวข้า! และอย่าได้สงสัยถึงชัยชนะของพวกเรา!”

ด้วยคำพูดปลุกขวัญสร้างกำลังใจเหล่านี้ ใบหน้าของกองทหารก็เริ่มเต็มไปด้วยสีหน้ามั่นใจ แน่วแน่ และเด็ดขาด

เป็นไปตามที่คาดไว้

กองกำลังทหารกลุ่มนี้มีความเป็นระเบียบวินัยและความกระตือรือร้นอย่างมากเป็นทุนเดิม ดังนั้นการใช้“กระตุ้นขวัญกำลังใจ”ยิ่งทำให้คำสัญญามอบรางวัลและการรับรองชัยชนะของคังชอลอินมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เขาอาจพูดเกินจริงไปหน่อยแต่ประวัติศาสตร์ของมนุษย์ก็ถูกเขียนขึ้นด้วยพื้นฐานจากการพูดเกินจริงกันทั้งนั้น

“ข้าจะเป็นคนนำทัพ!”

คังชอลอินชักดาบกลืนโลหิตของตัวเองออกมาและคำราม

“ทหาร! บุกได้!”

เมื่อสิ้นคำพูด อาชาขาวของคังชอลอินก็เริ่มออกวิ่งด้วยความเร็วเต็มพิกัด กองทหารคุ้มกันลาพิวต้าที่ได้รับขวัญกำลังใจมาเต็มที่ออกวิ่งตามหลังไปอย่างเหี้ยมหาญ

.

.

.

“โอ๊ย หลังข้าคงจะหักเสียแล้วละมัง โอ๊ย หลังข้า…”

รัสเซลเลอร์ เกษตรกรที่หยุดพักจากการทำฟาร์มเพื่อบรรเทาอาการปวดหลังขมวดคิ้วเมื่อเขามองเห็นพายุฝุ่นก่อตัวจากระยะไกล

“อะไรกันล่ะนั่น?”

รัสเซลเลอร์หยีตามอง เขากำลังคิดว่าฝุ่นที่เห็นอยู่นี้อาจเป็นพายุฝุ่นที่มักจะเกิดขึ้นเป็นประจำ เมื่อพายุฝุ่นมาเขาจะเกิดอาการไอเพราะฝุ่นผงที่ปกคลุมตัวจึงพักจากการทำงานและเข้าไปหลบอยู่ในกระท่อมของตัวเอง

“ห๊ะ? น นั่นมัน…!”

รัสเซลเลอร์ที่ตั้งใจมองพายุฝุ่นอยู่ครู่หนึ่งก็ต้องประหลาดใจ

ไม่ มันไม่ใช่ความประหลาดใจหากแต่เป็นความกลัวที่พุ่งขึ้นมา

“ออร์ค!”

ความสิ้นหวังถูกระบายจนเต็มทั่วใบหน้า

เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

ถ้าหากมันเป็นพวกก็อบลินหรือสัตว์ประหลาดตัวเล็ก ๆ เขาพอจะมีความสามารถปกป้องตัวเองด้วยเครื่องมือการเกษตรของเขาได้บ้าง แต่กับออร์คมันจะต่างไปโดยสิ้นเชิง ออร์คเพียงตัวเดียวก็สามารถการทำลายเกษตรกรที่นี่กันได้อย่างง่ายดาย

“หนีเร็ว!”

เกษตรกรที่กำลังก้มหน้าทำงานหนักเงยหน้าขึ้นมองเนื่องด้วยเสียงกรีดร้องของรัสเซลเลอร์

“พวกออร์ค! พวกออร์คกำลังมา! ทุกคนรีบหนีเร็วเข้า!”

ด้วยคำพูดเหล่านั้น ความโกลาหลและความกลัวก็ได้แผ่กระจายไปยังเกษตรกรของลาพิวต้าในทันที

“เร็วเข้า!”

“รีบหนีไป!”

“พวกเจ้าต้องวิ่ง! เดี๋ยวนี้!”

“ออร์คกำลังมาแล้ว!”

สำหรับเกษตรกรที่ไร้ซึ่งพลังอำนาจ ออร์คจะทำลายพวกเขาจนย่อยยับ

ทันทีที่พวกเขาถูกต้อนให้จนมุม พวกเขาจะถูกโจมตีด้วยอาวุธหรือขวานและถูกจับกินเป็นอาหาร พวกเขาจะตายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หากต้องการมีชีวิตอยู่ต่อก็ต้องวิ่ง ถ้ายังมีหนทางให้พอวิ่งหนีได้นั่นจะเป็นทางรอดเดียวที่เหลืออยู่

“วิ่งเร็ว ลาน่า!”

รัสเซลเลอร์ที่กำลังวิ่งหนีตายนึกถึงลูกสาวเพียงคนเดียวของตัวเองและเริ่มมองหานางด้วยความกระวนกระวายใจ

“ลาน่า! ลาน่า!”

เมื่อครู่นี้ ลาน่าเพิ่งนำอาหารกลางวันมาให้ผู้เป็นพ่อของตัวเองพร้อมกับหญิงสาวชาวบ้านอีกสองคน

“พ พ่อ!!”

เมื่อได้ยินเสียงลูกสาวดังมาจากที่ไกล ๆ ทันใดนั้นความกลัวของรัสเซลเลอร์ก็หายเป็นปลิดทิ้ง เขาเริ่มออกวิ่งไปตามทางที่ได้ยินเสียงของนาง

“ลาน่า!”

ในตอนที่เขาพบนาง ลาน่าเกิดข้อเท้าแพลงในขณะวิ่งหนี

“รีบขึ้นมาที่หลังข้าเร็ว!”

รัสเซลเลอร์รีบอุ้มนางขึ้นหลังอย่างรวดเร็วเพื่อพานางหนี

ในขณะเดียว พวกออร์คก็มาถึงฟาร์มใกล้มากขึ้นทุกที

รัสเซลเลอร์ออกวิ่งอย่างสุดความสามารถด้วยพลังทั้งหมดที่เขามี

มิฉะนั้นเขาจะตาย

และไม่ใช่เพียงแค่เขาเท่านั้นที่ต้องตาย แต่รวมไปถึงลูกสาวที่น่ารักของเขาที่จะถูกออร์คกลืนกินไปด้วยเช่นกัน หากนางไม่ถูกออร์คจับกิน นางก็จะกลายเป็นทาสทางเพศให้กับออร์คเพื่อให้กำเนินลูกครึ่งออร์คต้องสาปจากนั้นก็จะถูกกินในภายหลัง

“เฮ้อ… เฮ้อ”

ด้วยความเหนื่อย รัสเซลเลอร์หอบหายใจทางปาก

อย่างไรก็ตาม

เกษตรกรธรรมดา ๆ ไม่อาจเทียบความเร็วกับสัตว์ประหลาดได้ ออร์คมีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งยิ่งกว่ามนุษย์มาก อีกทั้งความเร็วของพวกมันก็ยังเร็วมากจนไม่อาจจินตนาการได้

หืด หาด ...

พวกออร์คที่เห็นเหยื่ออยู่ต่อหน้าต่อตาโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น

“ไม่นะ ไม่! ไอ้สัตว์ร้าย!”

รัสเซลเลอร์พยายามวิ่งอย่างสุดความสามารถเพื่อรักษาชีวิตลูกสาวตัวน้อยของเขา แต่ในที่สุดด้วยความอ่อนแอก็ทำให้เขาล้มลงไปกับพื้น

“อ่า!”

เสียงตะโกนร้องดังลั่นพร้อมกับร่างมนุษย์สองคนที่กลิ้งไปตามพื้น

“อ่าาาาา!”

ลาน่าล้มกระแทกพื้นอย่างแรงจนไม่สามารถขยับตัวได้

“ลาน่า!”

รัสเซลเลอร์ตะโกนชื่อของลูกสาว

“พ่อ!”

ลาน่ากำลังจะถูกกระบองเหล็กของออร์คตัวหนึ่งทุบตีที่ศีรษะต่อหน้าต่อตาผู้เป็นพ่อของนาง รัสเซลเลอร์เองก็กำลังจะโดนทำร้ายด้วยเช่นกันแต่เขาเอาแต่จ้องมองนางโดยไม่กังวลถึงชีวิตของตัวเอง

หืด หาด … หืด หาด ...

ออร์คที่กำลังตื่นเต้นสูดลมหายใจอย่างเกรี้ยวกราดขณะยกกระบองเหล็กขึ้นเหนือหัวของตัวมันเอง

“โอ้ ลาน่า ลูกสาวข้า ไม่!…”

รัสเซลเลอร์จ้องมองสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นก่อนจะหลับตาปิดแน่น

เขาพยายามไม่เปิดตาของตัวเองเพราะกลัวในสิ่งที่จะได้เห็น

เขาไม่อยากเห็นจุดจบชีวิตของบุตรสาวที่มีเลือดไหลนองท่วมตัว เขาจะปิดตาของเขาเพื่อสาปส่งพวกสัตว์ประหลาดร้ายและค่อยกลับไปเผชิญหน้ากับความตายของตัวเองอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม โชคร้ายที่เขาคาดคิดกลับมาไม่ถึงตัว

ฟึ่บ!

รัสเซลเลอร์เปิดตากว้างเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของโชคชะตาที่เกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึง

“อ่า”

อัศวินม้าขาวปรากฏกายขึ้นพร้อมประหารหัวออร์คอย่างกล้าแกร่ง

คอของออร์คพุ่งขาดตัวพร้อมเลือดสดสีแดงที่เปียกโชกอยู่ใต้พื้น แม้จะดูน่ากลัวแต่ก็เป็นภาพที่งดงาม

ฮี่ ๆ … !

อาชาขาวส่งร้องเสียงดังก่อนจะเตะออร์คตัวนั้นไปให้พ้นทางด้วยขาหน้า

“ลุกขึ้นเถิด เด็กน้อย”

อัศวินที่ช่วยชีวิตนางหันมาพูดกับลาน่า

“บุตรสาวของเจ้ายังไม่สิ้นชีพ เจ้าเองก็จะได้มีชีวิตอยู่ต่อ ราชันย์ของพวกเจ้าจะช่วยปกป้องพวกเจ้าเอง”

ตอนนั้นเองที่รัสเซลเลอร์ตระหนักได้ว่าพระอาทิตย์ได้ขึ้นพ้นเหนือขอบฟ้าแล้ว

.

.

สามารถกดติดตามเพื่อรับอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับนิยายได้ก่อนใครที่ทาง แปลได้แปลเถอะ ´・ᴗ・`

จบบทที่ ตอนที่ 14: ปราบมอนสเตอร์ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว