เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13: ปราบมอนสเตอร์ (1)

ตอนที่ 13: ปราบมอนสเตอร์ (1)

ตอนที่ 13: ปราบมอนสเตอร์ (1)


ตอนที่ 13: ปราบมอนสเตอร์ (1)

“องค์ราชันย์กำลังมา! กองกำลังทั้งหมดแถวตรง! ทำความเคารพ!”

ผู้บัญชาการกองกำลังสั่งการเมื่อคังชอลอินปรากฏตัว

“องค์ราชันย์!”

ทหารประมาณ 70 นายทำความเคารพคำนับคังชอลอิน

‘พวกเขาได้รับการฝึกมาดีจริง ๆ’

คังชอลอินเต็มไปด้วยความพึงพอใจเมื่อได้เห็นกองกำลังของตัวเอง

“นายท่านเจ้าคะ นี่คือหน่วยทหารหลักของลาพิวต้า ‘กลุ่มทหารคุ้มกัน’ เจ้าค่ะ หากนับคนที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกขอบของดินแดนด้วยแล้วนั้น กำลังทหารที่มีทั้งสิ้นจะเป็น 100 นายเจ้าค่ะ”

ลูเซียยืนอธิบายอยู่ด้านข้าง

‘100 คนในตอนนี้ก็ถือว่าเยอะแล้ว’

หากพิจารณาเปรียบเทียบกับวัลฮัลลาที่มีทหารเพียง 50 นายตอนเริ่มต้น กองทัพของเขาในตอนนี้ถือว่ามีขนาดที่ใหญ่มากทีเดียว

“กองกำลังทั้งหมด ตามระเบียบพัก!”

ทหารทุกนายเข้าสู่ตำแหน่ง “ตามระเบียบพัก” ตามคำสั่งของคังชอลอิน ใบหน้าของเหล่าทหารที่กำลังจ้องมองคังชอลอินได้แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีและความตั้งใจที่รุนแรงอย่างเห็นได้ชัด

‘ราชันย์ของพวกเรา’

‘พวกเรารอนายท่านมานานมากเหลือเกิน!’

‘นายท่านจะต้องภูมิใจกับการรับใช้ที่ยอดเยี่ยมของข้า!’

เหล่า NPC ทั้งหมดในลาพิวต้ารวมถึงลูเซียได้นอนหลับไหลมานานนับร้อยปีเพื่อรอผู้เป็นนายคนใหม่มาปกครองและชุบชีวิตกลับคืนให้พวกเขา หากปราศจากคังชอลอินไปพวกเขาจะไม่สามารถตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตดั่งเช่นในตอนนี้ได้ดังนั้นความภักดีที่อยู่ในจิตใจของพวกเขาไม่ใช่สิ่งที่เป็นเพียงการคุยโวหรือออกอาการที่มากเกินกว่าเหตุแต่อย่างใด

“ข้าดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบกับพวกเจ้าทุกคน อีกสามชั่วโมงต่อจากนี้ทั้งเจ้าและข้าจะต้องไปออกตรวจลาดตระเวนและไปปราบสัตว์ประหลาดด้วยกัน จงเตรียมตัวให้พร้อม นั่นคือภารกิจทั้งหมดของพวกเจ้าในวันนี้”

คำพูดของเขาทั้งสั้นและจับใจความได้อย่างง่ายดาย แทนที่จะพูดอะไรให้ยืดยาว คังชอลอินเลือกพูดอย่างกระชับและส่งต่อข้อมูลที่จำเป็นไปโดยตรงแทน

“ส่วนเจ้า”

คังชอลอินพยักพเยิดคางตัวเองไปยังทหารนายหนึ่ง

“นามของเจ้าคืออะไร?”

“ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ข้ามีนามว่าเจมส์ขอรับ!”

“ข้ามีบางสิ่งต้องคุยกับเจ้า ตามข้ามา”

“ขอรับนายท่าน!”

เสียงตอบรับของเจมส์ดังก้อง

“เอ่อ … นายท่านเจ้าคะ”

ลูเซียเริ่มพูดอย่างระวัง

“ข้าขอติดตามนายท่านไปด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ?”

“แน่นอน”

คังชอลอินพยักหน้าอนุญาต

“เจ้าเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของข้า เจ้าก็ควรอยู่ติดตัวข้าไม่ห่างยามที่ข้าอยู่ลาพิวต้าไม่ใช่หรือ?”

“เจ้าค่ะนายท่าน!”

ลูเซียตอบรับด้วยความภาคภูมิใจและดีใจอย่างสุขล้น

เช่นนั้น คังชอลอิน ลูเซีย และผู้บัญชาการทหารสูงสุดเจมส์ก็ได้เดินสำรวจรอบ ๆ ลาพิวต้ากันอย่างช้า ๆ

“ผู้บัญชาการ”

“ขอรับ”

“ลักษณะของดินแดนที่ลาพิวต้าอยู่ในตอนนี้เป็นอย่างไร?”

มันเป็นคำถามที่สำคัญอย่างมาก

ลาพิวต้าเป็นเมืองทางอากาศหากแต่ในตอนนี้ไม่ได้ทำการบินอยู่ซึ่งหมายความว่ามันเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องรู้ว่าดินแดนในปัจจุบันมีสภาพแวดล้อมโดยรอบเช่นไร

“ขอรับนายท่าน เป็นคำถามที่ชาญฉลาดอย่างมาก”

เจมส์ยิ้มรับก่อนจะเริ่มการชี้แจงอย่างละเอียด

“ลาพิวต้ามีเทือกเขาดราโกเนียทำหน้าที่เป็นเขตชายแดนระหว่างแพนดิโมเนียมและแผ่นดินใหญ่ทางด้านหลังขอรับ มันอยู่เขตในพื้นที่ทางใต้สุดของแผ่นดินใหญ่”

หมายความว่าที่นี่จะเป็นเมืองที่โดดเดี่ยวที่สุดท่ามกลางชนบท

“ภูเขาขนาดใหญ่ตรงนั้นคือเทือกเขาดราโกเนียขอรับ มันมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อพวกเรา”

เจมส์ชี้ภูเขาที่ทั้งขนาดและความกว้างยิ่งใหญ่ราวกับไม่มีจุดสิ้นสุด

“เมื่อนายท่านหันมองทางด้านตะวันตกจะมีแม่น้ำที่ไหลไปถึงแผ่นดินใหญ่ชื่อว่าแม่น้ำคาร์ทูมขอรับ มันเป็นแม่น้ำที่ทอดยาวไปทั่วทั้งแพนดิโมเนียมจนไปถึงทางตอนเหนือของแผ่นดินใหญ่”

คังชอลอินรู้จักแม่น้ำคาร์ทูมเป็นอย่างดี มันเป็นสายน้ำที่ไหลผ่านแพนเจียอยู่ทุกที่ การจะควบคุมทั้งทวีปแพนเจียให้ได้ในอนาคตนั้น การคุมแม่น้ำคาร์ทูมได้ก็ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่ง

“ทางตอนใต้คือป่าวิเศษขอรับ เป็นป่าโบราญที่มีอยู่ก่อนกาลประวัติศาสตร์เสียอีกนะขอรับ มันเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดมากมายและไม่เป็นการกล่าวเกินจริงเลยขอรับที่จะเรียกมันว่าป่าปีศาจ”

“หืม…”

คังชอลอินที่ได้รับข้อมูลชี้แจงจากเจมส์ก็เริ่มพูดขึ้นว่า

“ตะวันออกมีภูเขา ตะวันตกมีแม่น้ำ ทางใต้มีป่าปีศาจ … รอบด้านทั้งสามของดินแดนช่างเป็นสิ่งกีดขวางที่ดีจริง ๆ”

“ขอรับนายท่าน”

“เช่นนั้นทางเหนือคือหัวใจสำคัญ”

“ถูกต้องขอรับ”

“ทางเหนือคือจุดทางเข้าหลักที่เราจำเป็นต้องตั้งยามคุ้มกันเพื่อป้องกันศัตรู ฟาร์มและทุ่งเลี้ยงสัตว์จะอยู่ทางด้านเหนือของปราสาท มันจะเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมทางเหนือได้โดยเร็วที่สุด”

ด้วยคำพูดของคังชอลอินทำให้ทำดวงตาของเจมส์และลูเซียเบิกกว้างด้วยความตกใจ

“น นายท่านขอรับ”

เจมส์เอ่ยเรียกด้วยเสียงสั่นเทา

“ข้าขอถามถึงเหตุผลในการตัดสินใจของนายท่านได้หรือไม่ขอรับ?”

“มันยังไม่ชัดเจนอย่างนั้นหรือ?”

คังชอลอินถามก่อนจะตอบกลับ

“ภูเขาทางทิศตะวันออกจะมีประโยชน์มากสำหรับการป้องกันแต่มันไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับเราที่จะใช้เป็นทางเข้าออกหากเราไม่ได้ใช้ทักษะการบินเพื่อบินข้ามสิ่งกีดขวาง และหากเราต้องการเดินผ่านแม่น้ำทางตะวันตกเราจะต้องฝึกกองกำลังทางทะเลแต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่สามารถทำได้เพียงชั่วข้ามคืน หากจะสร้างเรือก็จำเป็นต้องมีอำนาจในการจัดการป่าทางใต้เพื่อให้ได้มาซึ่งวัสดุเสียก่อน แต่มันไม่น่าเป็นไปได้เมื่อพิจารณาถึงเวลาและการเงินที่เรามีในตอนนี้ ดังนั้นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือทางเหนือ”

คังชอลอินอธิบายแบบไม่คิดใส่ใจอะไรแต่สำหรับเจมส์และลูเซียที่กำลังยืนฟังอยู่นั้นถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมากเมื่อได้ยิน

“ได้อย่างไรกัน!”

เจมส์อุทาน

“นายท่านช่างปราดเปรื่องมากขอรับ! ข้า เจมส์ผู้นี้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับใช้ผู้นำที่มีปัญญาดั่งเช่นนายท่าน!”

เจมส์คุกเข่าข้างหนึ่งลงติดพื้นเพื่อแสดงถึงความเคารพที่มีต่อคังชอลอิน

‘ว้าว! นี่น่ะหรือความสามารถของอดีตจอมราชันย์! การที่ข้าได้รับใช้นายท่านผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้ช่างเป็นโชคที่ดีงามเหลือเกิน!”

แม้ลูเซียจะไม่ได้แสดงออกไปอย่างเปิดเผยแต่นางก็ประทับใจในความสามารถของคังชอลอินไม่แพ้เจมส์เลยแม้แต่น้อย

‘นี่มันอะไรกัน?’

ในทางตรงกันข้าม คังชอลอินเองก็ตกตะลึงไปกับการแสดงออกจาก NPC ทั้งสองคนนี้ การอธิบายเมื่อสักครู่นี้ของเขาเป็นสิ่งที่เรียบง่ายมากแต่พวกเขากลับประหลาดใจมากมายขนาดนี้เชียว คังชอลอินกำลังสงสัยว่าพวกเขาไม่สามารถคิดเรื่องง่าย ๆ เช่นนี้ได้เลยหรือ

“อะแฮ่ม”

คังชอลอินแกล้งส่งเสียงในลำคอเพื่อทำให้บรรยากาศกลับคืนสู่ความสงบดังเดิมก่อนจะเอ่ยถามเจมส์ไปว่า “ฟาร์มและทุ่งเลี้ยงสัตว์ของเราอยู่ทางเหนือใช่หรือไม่?”

“ใช่ขอรับนายท่าน! ทุก ๆ เช้า ประชาชนของท่านจะไปยังที่ราบทางเหนือเพื่อทำฟาร์มขอรับ”

“แถวนั้นมีสัตว์ประหลาดหรือไม่?”

เจมส์ตัวแข็งทือ

“น นายท่านหมายถึง…”

“ถูกต้อง ข้าต้องการรับประกันความปลอดภัยทางเหนือให้ได้ ข้าไม่อาจปล่อยให้คนของข้าถูกสัตว์ประหลาดจับกินไปได้”

มันค่อนข้างเป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาดสำหรับผู้ปกครองดินแดน

และเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เมื่อเศรษฐกิจมีความเสถียรภาพ ดินแดนก็จะประสบความสำเร็จไปได้ระดับหนึ่ง ดังนั้น “คน” ที่เป็นผู้ผลิตจึงมีความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ สำหรับการสร้างดินแดน นอกจากนี้หากความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นลบ ความภักดีในสถานะของเขาก็จะลดลงและจะมีปัญหาจนอาจส่งผลต่อพลังของการต่อสู้ได้ ความพิเศษของคังชอลอินคือพรสวรรค์ที่มีมาแต่กำเนิดและการจัดการปัญหาภายในที่จะช่วยบรรเทาเรื่องได้เป็นอย่างดี

“นายท่าน”

เจมส์ที่ไม่อาจรู้ความคิดของคังชอลอินได้รู้สึกตกใจจนตัวสั่น

“เจมส์ผู้นี้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งขอรับที่ได้พบกับผู้ครองดินแดนที่มีเมตตามากขนาดนี้ ท่านทั้งฉลาดปราดเปรื่องและยังเป็นห่วงเป็นใยประชาชนของตัวเองอีก! ข้าผู้นี้มีความสุขมากจริง ๆ ขอรับ!”

มันดูเหมือนว่าความตั้งใจทำเควสให้ผ่านของเขาจะแสดงออกไปให้เห็นเป็นแบบนั้น

‘โธ่ เวรกรรม แล้วอย่างนี้จะพูดอะไรได้’

ความเคารพยำเกรงที่เจมส์แสดงทำให้คังชอลอินที่ไร้ซึ่งมโนธรรมรู้สึกละอายใจเล็กน้อยกับคำกล่าวเช่นนั้น

“อย่างไรก็ตามข้าจะจัดการเรื่องสัตว์ประหลาดที่ราบทางเหนือก่อนเป็นสิ่งแรกดังนั้นจงไปเตรียมกองกำลังให้พร้อมซะ ข้าให้เวลาพวกเจ้าเตรียมความพร้อมสามชั่วโมง”

“ขอรับ!”

เจมส์ตอบรับอย่างตื่นเต้น

“ลูเซีย”

คราวนี้เป็นลูเซียที่คังชอลอินเรียกหา

“เจ้าค่ะนายท่าน”

“จัดการหาของเลี้ยงทหารที่จะไปปราบสัตว์ประหลาดด้วยขนมปังและนมซะ”

“เช่นนั้นข้าจะซื้อจ่ายล่วงหน้าเป็นสองเท่าสำหรับอาหารสองวันนะเจ้าคะ”

“ความคิดดี”

คังชอลอินพยักหน้าเห็นด้วย การออกล่าบางครั้งก็อาจใช้เวลานานดังนั้นจึงเป็นการดีที่จะเตรียมอาหารไปเผื่อ

“ข้าจะไปเตรียมความพร้อมเรื่องอื่นต่อก่อน พวกเจ้าไปจัดการเรื่องที่ข้าสั่งให้เรียบร้อยเสีย”

เจมส์กับลูเซียพยักหน้าอย่างแรงพร้อบตอบกลับว่า

“เจ้าค่ะนายท่าน!”

“ตามคำบัญชาขอรับ องค์ราชันย์”

และเมื่อคังชอลอินจากไป ลูเซียก็หันไปพูดกับเจมส์

“ผู้บัญชาการเจมส์”

“ขอรับ ท่านผู้รับใช้ส่วนตัว”

“นี่คือเควสแรกขององค์ราชันย์ดังนั้นจงระวังให้ดีอย่าให้ทหารคนใดก่อเรื่องผิดพลาดขึ้นได้เป็นอันขาด”

ลูเซียพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและดุดันตรงกันข้ามกับวิธีที่นางปฏิบัติต่อคังชอลอินไปโดยสิ้นเชิง

“ขอรับ”

“ถ้าทหารทำอะไรที่ไม่เข้าท่าหรือดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่มีจิตใจพร้อมต่อสู้ในการออกปฏิบัติภารกิจข้าจะไม่เพียงเฝ้ามองนิ่งเฉยเป็นแน่ ท่านเข้าใจใช่หรือไม่?”

“แน่นอนขอรับ”

เจมส์ก้มศีรษะลง

ลูเซียเป็นผู้มีอำนาจอันดับสองในดินแดน นางเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของคังชอลอินผู้ซึ่งเป็นราชันย์และปกครองดินแดนนี้ ส่วนเจมส์ที่เป็นผู้บัญชาการกองกำลังทหารนั้น ลูเซียถือเป็นบุคคลที่มีอำนาจกว่าเขามาก

“เช่นนั้นจงตั้งใจทำให้ดี แล้วข้าจะรอดู”

ลูเซียจ้องมองด้วยสายตาที่ซ่อนอยู่ด้านหลังแว่นพลาสติก แสงสว่างจ้าสาดส่องทะลุผ่านดวงตาที่สวยงามของนาง

สามชั่วโมงต่อมา

คังชอลอินเดินทางออกจากลาพิวต้าด้วยการขึ้นขี่อาชาขาวพร้อมกับเจมส์และทหารอีก 50 นาย

‘ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเกราะป้องกันของเราจะเลเวลต่ำมากขนาดนี้’

คังชอลอินเลือกซื้อชุดเกราะระดับหายากและดาบกลืนโลหิตระดับหายากผ่านระบบ [คลังสินค้านักรบ]

ดาบกลืนโลหิต...

ดาบมือเดียวที่พลทหารของโลกโบราณเคยใช้ มันเป็นดาบที่ชวนให้หลงใหลด้วยเวทมนตร์แห่งเลือดที่ช่วยเพิ่มความทนทานให้กับผู้ใช้งาน

อาวุธชิ้นนี้มีพลังโจมตีอยู่ที่ 40% ซึ่งค่อนข้างจะโดดเด่นอย่างมาก อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพสำหรับความอดทนที่เพิ่มขึ้นจากการดูดซับความเสียหายได้เองอีก 10% แต่สำหรับคังชอลอินที่เคยใช้อาวุธมหากาพย์มาก่อนในอดีตมันไม่ได้เป็นที่น่าพอใจเลยแม้แต่นิด

“นายท่าน เห็นสิ่งนั้นหรือไม่ขอรับ?”

ขณะที่คังชอลอินกำลังคิดถึงอดีต เจมส์ก็เอ่ยเรียกพร้อมชี้ไปยังสถานที่ห่างไกลแห่งหนึ่ง ที่ ๆ พวกเขาจากมาได้ประมาณ 30 นาที

“นี่ล่ะขอรับ ดินแดนของนายท่าน”

ที่ ๆ เจมส์ชี้ไปคือทุ่งหญ้ากว้างและฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่มีวัวและม้าเดินเหินอิสระ

‘มันเล็กกว่าที่คิด แต่เนื่องจากเป็นดินแดนขนาดเล็กและถ้าเรายึดที่ราบเหล่านี้ทั้งหมดมาได้ มันจะต้องเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งให้ได้อย่างแน่นอน’

ทั้งฟาร์มและทุ่งนามีขนาดเล็กมาก ยังไม่ถึง 0.1% ของที่ราบทางเหนือเสียด้วยซ้ำ หากในอนาคตเขาสามารถจัดการดูแลที่ราบเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์ เขาก็จะไม่เสียเปรียบและตกหลุมพลางเรื่องกำลังการผลิตของสหภาพกัลเวกแบบก่อนหน้าอีกต่อไป

ขณะที่คังชอลอินกำลังคิดเรื่องการดำเนินการอยู่นั้น หนึ่งในหน่วยที่ยืนอยู่หน้ากองทหารพร้อมกล้องส่องทางไกลก็ตะโกนเสียงดังขึ้นมา

“ส สะ สัตว์ประหลาด!!”

เมื่อมีการแจ้งเตือนดังขึ้น ทหารคนอื่น ๆ ก็เริ่มชักดาบออกมาเตรียมความพร้อมในทันใด

“อะไรกัน? สัตว์ประหลาดงั้นรึ? กระทันหันเกินไปหรือไม่? พวกเจ้าหมายความว่าอย่างไร?!”

เจมส์ตะโกนลั่น

“มีออร์คประมาณ 20 ตัวกำลังวิ่งตรงไปที่ฟาร์มของเราขอรับ!”

.

.

สามารถกดติดตามเพื่อรับอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับนิยายได้ก่อนใครที่ทาง แปลได้แปลเถอะ ´・ᴗ・`

จบบทที่ ตอนที่ 13: ปราบมอนสเตอร์ (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว