- หน้าแรก
- สำนักงานชิงเย่:เปิดแฟ้มคดีลึกลับ
- บทที่ 17 วิญญาณรับปีใหม่ (ตอนที่ 9)
บทที่ 17 วิญญาณรับปีใหม่ (ตอนที่ 9)
บทที่ 17 วิญญาณรับปีใหม่ (ตอนที่ 9)
บทที่ 17 รหัส 023 - วิญญาณรับปีใหม่ (ตอนที่9)
#สำนักงานชิงเย่
“คุณจาง ตามที่เราทราบ คุณเคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการแผนกแม่บ้านที่โรงแรมจวิ้นหลี่ในช่วงปี 2000 ถึง 2002 ไม่ทราบว่าคุณพอจะจำชื่อ พานผิง, ซือเหวินซาน, เว่ยอี้หนาน และโจวกวางเฉิง ได้ไหมครับ??”
“……”
“คุณจาง กรุณาตอบคำถามข้อนี้ด้วยครับ”
“……”
“ขออนุญาตพูดตรงๆ นะครับคุณจาง ปีใหม่นี้ มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้าพักห้อง 809 ตอนนี้เธอตั้งครรภ์แบบไม่ปกติอยู่”
“……ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกคุณถึงมาสอบถามเรื่องนี้……คุณก็น่าจะเดาได้แล้วล่ะใช่ไหมครับ? ถึงได้รีบติดต่อพวกเรา”
“……ใช่ครับ…ผมเดาเอาไว้แล้ว”
“ที่พวกคุณสืบมาก็ถูกต้องแล้ว ช่วงสองปีนั้นผมเป็นผู้จัดการแผนกแม่บ้านจริงๆ ปี 2001 มีหนุ่มคนหนึ่งชื่อพานผิง จองห้อง 809 ในวันปีใหม่ กะว่าจะขอแฟนแต่งงาน ตอนที่ผมรู้เรื่อง ก็คือเช้าวันปีใหม่ ห้องก็จองไว้แล้ว คนก็มาแล้ว”
“รุ่นพี่ที่สนิทกันก็เคยขอแฟนแต่งงานในวันปีใหม่เหมือนกันเมื่อปี1999 ตอนนั้นเป็นวันปีใหม่ครั้งแรกที่โรงแรมเปิดพอดี สมัยนั้นแถวถนนปินเจียงกับแม่น้ำลั่วอวี่ยังไม่มีการแสดงดอกไม้ไฟในวันปีใหม่ บ้านเราก็ยังไม่ชินกับค่ำคืนโรแมนติกแบบคู่รักสองต่อสอง แต่รุ่นพี่ผมเขาเคยไปเรียนเมืองนอกมาก็เลยเลือกวันนี้”
“ตอนนั้นผมยังพูดกับรุ่นพี่เขาเลยว่าหลังจากขอแต่งงานเสร็จ ให้แผนกประชาสัมพันธ์ของโรงแรมทำข่าว เผื่อโรงแรมเราจะมีธรรมเนียมเปิดห้องคู่รักรับวันปีใหม่เหมือนกับโรงแรมต่างประเทศก็ได้…ที่ผมคิดถึงเรื่องของพานผิง ก็เพราะเรื่องนี้แหละครับ ตอนนี้รุ่นพี่เขาก็เสียไปได้ปีกว่าแล้ว…จางตงเล่าเรื่องทั้งหมด
“ประมาณตีสามของวันที่ 2 มกราคม ซือเหวินซานออกจากโรงแรมไปในสภาพที่ดูไม่เรียบร้อย คุณทราบเรื่องนี้ไหมครับ?”
“วันถัดมาหลังจากเริ่มงาน ผมก็รู้เรื่องเลย โรงแรมจวิ้นหลี่มีกฎระเบียบเข้มงวด พนักงานที่ต้องเจอกับลูกค้าก็ล้วนเป็นเด็กใหม่ พวกเขาไม่รู้เรื่องของรุ่นพี่เมื่อก่อน หลังจากรุ่นพี่เสียชีวิตไปก็แทบไม่มีใครพูดถึงเขาอีก แต่วันนั้น พอได้ยินเด็กพวกนั้นพูดกัน พวกพนักงานรุ่นเก่าก็พากันนึกถึงรุ่นพี่ขึ้นมา วันนั้นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งยังพูดขึ้นมาว่า อาจเป็นเพราะห้องนั้นฮวงจุ้ยไม่ดี ไม่เหมาะกับการขอแต่งงาน……ผมรู้สึกอึดอัดอยู่ในใจ อารมณ์ไม่ดีไปหลายวัน แล้วตอนที่แม่บ้านทำความสะอาดเจอแหวนวงนั้นแล้วเอามาให้เรา ตอนที่ผมเห็น มันเหมือนสมองผมวิ้งๆขึ้นมาเลย……”
“เป็นแหวนวงเดียวกับที่รุ่นพี่ของคุณเคยซื้อมาหรือเปล่าครับ?”
“ใช่ครับ ก็วงนั้นนั่นแหละ ผมเองก็คิดนะว่ามันอาจจะเป็นแค่แบบเดียวกัน หรืออาจจะมีเหตุผลอื่น วันนั้นผมยังโทรไปถามคุณอาเลย ท่านบอกว่าไม่เคยเห็นแหวนวงนี้ อาจจะเป็นว่ารุ่นพี่จัดการแหวนวงนั้นไปแล้ว รุ่นพี่อาจ จะขายแหวนทิ้ง แล้วพานผิงบังเอิญไปซื้อต่อมาก็ได้ แต่ผม…รู้สึกไม่สบายใจเลย…ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แค่รู้สึกไม่สบายใจมากจริง ๆ”
“คุณทราบเรื่องที่ซือเหวินซานกระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตายไหมครับ?”
“นักข่าวมาถึงโรงแรม ผมจะไม่รู้ได้ยังไง?”
“ตอนปีใหม่ปี 2002 เว่ยอี้หนานกับโจวกว่างเฉิงเข้าพักที่โรงแรม วันถัดมาพวกเขาบอกว่า เรื่องของเว่ยอี้หนานนั่น คุณเป็นคนจัดการให้เรียบร้อย ถูกไหมครับ?”
“ใช่…ปี 2002 ตอนนั้นผมแทบไม่สนใจเรื่องพวกนี้แล้ว ทั้งเรื่องของรุ่นพี่ เรื่องแหวน ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก สองคนนั้นเข้าพักแล้วก็มีเรื่องวุ่นวาย ผมก็คิดว่าเป็นงานปกติของโรงแรม จัดการไปตามขั้นตอนปกติ”
“แต่คุณให้ค่าชดเชยไปเยอะมากเลยนะครับ”
“……”
“โดยทั่วไปแล้ว การยกเลิกค่าห้องหรือจ่ายค่าชดเชยเงินสดก็ถือว่าเพียงพอแล้ว แต่คุณกลับให้ของหลายอย่างมาก แถมยังช่วยจองบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวให้ด้วย แม้กระทั่งคุณยังซื้อยาคุมฉุกเฉินให้พวกเขาด้วย วิธีแบบนี้มันไม่ใช่การชดเชยตามปกติแล้วนะครับ”
“ผมไม่รู้เลยครับ ตอนนั้นผมเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ แค่ทำไปแบบนั้นจริงๆ จนกระทั่งพวกเขาร้องเรียนว่าเด็กส่งเสียงดัง ผมถึงได้รู้ตัว…ถึงได้รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่…ผมแค่…อยากจะลองดู อยากจะยืนยันให้แน่ใจ…ผมนึกว่าตัวเองลืมไปแล้ว แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เลย พอได้ยินพวกเขาบ่นเรื่องเสียงเด็ก ผมก็รู้เลยว่าสิ่งที่คิดไว้มันถูกต้อง รอบๆ พวกเขาไม่มีเด็กพักอยู่เลย เสียงหัวเราะของเด็กคนนั้น…แล้วก็สิ่งที่พวกเขาเจอในวันปีใหม่…ผม…ผมคิดว่า รุ่นพี่เขา…อาจจะ…”
“หลังจากนั้นพวกเขาก็ออกจากที่นี่ไปแล้ว”
“ใช่ครับ พวกเขาออกไป ผมเป็นคนซื้อตั๋วรถไฟให้เอง เลยรู้ว่าพวกเขาจะไปที่ไหน แล้วก็ได้แต่เฝ้ารอข่าว…”
“คุณได้เห็นข่าวท้องถิ่น เรื่องของเว่ยอี้หนานกลายเป็นเรื่องใหญ่เลยใช่ไหมครับ”
“……”
“หลังจากนั้น คุณก็ลาออกเลยสินะครับ”
“……ผมไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ เรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้นได้ยังไง? แต่มันก็…ผมปฏิเสธไม่ได้เลย ผมก็หวังว่าตัวเองจะคิดมากไปเอง แต่ยังไงผมก็อยู่ที่โรงแรมต่อไปไม่ไหวแล้ว”
“รุ่นพี่ของคุณชื่อเซียวเจิ้งใช่ไหมครับ?”
“พวกคุณ……”
“เราสืบมาแล้วว่าพ่อแม่ของเขาเสียชีวิตหมดแล้ว คุณทราบไหมว่าหลุมศพของเขาอยู่ที่ไหน?”
“พวกคุณจะทำอะไร?”
“คุณไม่รู้ว่าควรทำยังไง แต่พวกเรารู้ครับ”
“ผม……จะเขียนที่อยู่ให้พวกคุณ”
“ขอบคุณมากครับ หวังว่าคุณพอจะช่วยบอกชื่อและข้อมูลติดต่อของแฟนสาวของเขาด้วย คุณพอจะทราบไหมครับ?”
“ผมรู้แค่ชื่ออย่างเดียว เธอชื่อสวีหลิง”
“ขอบคุณคุณมากครับ”
วันที่ 23 พฤษภาคม 2004
ได้ทำการตรวจสอบหลุมศพของเซียวเจิ้งแล้ว ยืนยันว่าไม่พบความผิดปกติใด ๆ
วันที่ 24 พฤษภาคม 2004
ตรวจพบข้อมูลบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดของผู้ว่าจ้างและสามีของเธอคือ หวังฟางเจี๋ย ไฟล์วิดีโอชื่อ 02320040523.avi และไฟล์เสียงชื่อ 02320040523.wav
“…ตรงนี้ สองคนออกจากบ้านไปที่สถานีรถไฟ”
“ตอนนี้โดนผีสิงแล้ว”
“แต่หัวหน้า...อวี๋เมิ่งดูไม่เหมือนถูกบังคับเลยนะ?”
“เจ้าโง่...นั่นแหละแสดงว่าเซียวเจิ้งมันแกล้งทำตัวปกติ มันเจ้าเล่ห์มาก”
“ผมว่านะ มันอาจจะไม่ใช่เซียวเจิ้งก็ได้? อาจจะเป็นเพราะแหวนแต่งงานวงนั้นมีวิญญาณร้ายสิงอยู่”
“เมื่อไหร่แกจะฉลาดขึ้นมาบ้างนะเจ้าโง่? อวี๋เมิ่งกับเว่ยอี้หนานไม่เห็นแหวนเลย ถ้ามีปัญหาจริงๆ จะเป็นแหวนได้ยังไง?”
“ที่สิงอยู่ก็คือวิญญาณของเซียวเจิ้ง ฉันเห็นหน้าของเขาแล้ว”
“อ้อ”
“พวกเขาต่อรถ แล้วก็ลงตรงนี้ จากตรงนี้ไปก็ไม่มีภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว”
“ทิศทางที่พวกเขาเดินไป…”
“ตรงนั้นเดินไปจะเป็นหมู่บ้านเหวยซาน ตั้งแต่หมู่บ้านที่หนึ่งถึงที่เจ็ด”
“แล้วอย่างนี้มันจะมีกี่บ้านกันเนี่ย! นายระบุให้ชัดหน่อยไม่ได้เหรอว่าพวกเขาเข้าไปในหมู่บ้านไหน?”
“มันไม่ใช่เรื่องที่แค่พยายาม หรือใช้สมองแล้วจะรู้ได้หรอกนะ”
“งั้นใช้เส้นทางเดินทางของพวกเขาวิเคราะห์ได้ไหม? ว่าจากบ้านของพวกเขาสามารถนั่งรถเมล์สายไหนมาถึงถนนเหวยซานได้บ้าง?”
“อืม วิธีนี้ใช้ได้”
วันที่ 25 พฤษภาคม 2004
ได้จำกัดขอบเขตการค้นหาผู้ว่าจ้างและวิญญาณของเซียวเจิ้ง ตรวจตามหมู่บ้านเหวยซานที่ 5, 7 และ 8
วันที่ 27 พฤษภาคม 2004
สืบหาข้อมูลติดต่อของสวีหลิงได้แล้ว แต่เธอปฏิเสธที่จะติดต่อกลับ
วันที่ 28 พฤษภาคม 2004
ยืนยันว่าผู้ว่าจ้างและวิญญาณของเซียวเจิ้งอยู่ที่หมู่บ้านเหวยซานที่ 5 ไฟล์เสียง 02320040528.wav
“...โอ้ ๆ! ผมเคยเห็นสองคนนี้นะ พวกเขาเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ ผู้หญิงคนนั้นผมเห็นแค่วันแรกที่เขาย้ายมา หลังจากนั้นก็ไม่เคยเห็นเธอออกจากบ้านอีกเลย ผู้ชายคนนั้นบอกว่าเธอสุขภาพไม่ดี ส่วนผู้ชายนั่นเห็นบ่อย ไม่เห็นว่าไปทำงานที่ไหน ทุกวันก็แค่ไปซื้อของ ทำอาหาร ดูแลผู้หญิงคนนั้น สงสัยว่าผู้หญิงจะเพิ่งออกจากโรงพยาบาลหลังป่วยหนักอะไรแบบนั้นแหละ”
“ขอถามหน่อย พวกเขาอยู่บ้านหลังไหนเหรอ?”
“พวกคุณเป็นใครกัน ทำไมถึงมาถามแบบนี้?”
“นั่นพี่สาวผม! พวกเขาหายออกจากบ้านไปนานมาก พวกเราตามหาตั้งนานกว่าจะมาเจอเขาที่นี่!”
“อ๋อ ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวผมพาไปเองครับ”
“ตอนนี้ผู้ชายคนนั้นอยู่บ้านไหม?”
“หือ?”
“เวลานี้เขาอยู่บ้าน หรือว่าออกไปซื้อของข้างนอก?”
“พอคุณถามแบบนี้...เหมือนไม่ได้เห็นเขาออกไปซื้อของมานานแล้วนะ”
(จบบทนี้)