เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 121 พัฒนาแผนการ (อ่านฟรี)

บทที่ 121 พัฒนาแผนการ (อ่านฟรี)

บทที่ 121 พัฒนาแผนการ (อ่านฟรี)


หลังจากงานเลี้ยงตอนรับเจ้าสาวซึ่งกลับมาบ้านครั้งแรกหลังจากงานแต่งงาน เฝิงหยุ่ก็กลับไปยังเมืองปิงทันที ที่บริษัทยังมีหลายเรื่องที่เขาต้องไปดำเนินการ ตัวอย่างเช่น ต้องเช่าสำนักงาน บริษัทยังต้องสรรหาเจ้าหน้าที่รับผิดชอบคนไหม่ ทั้งเรื่องตู้เย็นที่ผลิตขึ้นเรียบร้อยแล้ว เฝิงหยู่จึงต้องรีบกลับไปดูว่ามีอะไรต้องปรับเปลี่ยนไหม

ก่อนอื่นต้องเช่าสำนักงานใหม่ คงไม่สามารถขอยืมใช้สำนักงานของโรงงานผลิตเครื่องยนต์ได้ตลอดเวลา ใกล้ๆคลังสินค้ามีอาคารสามชั้นขนาดเล็ก แถมยังเป็นที่ตั้งของกรมรถไฟพอดี บริษัทการค้าไท่หัวใช้การขนส่งทางรถไฟอยู่แล้ว แม้ว่าจะยืมขบวนรถไฟทหารของคิริเลนโก แต่ก็ยังได้สนิทชิดเชื้อกับกรมรถไฟ

เฝิงหยู่ระบุว่าต้องการซื้ออาคารนี้ทั้งหลัง แต่การเจรจาไม่ราบรื่น สินทรัพย์ถาวรไม่ได้ขายกันง่ายๆ เฝิงหยุ่จึงยอมถอยและเปลี่ยนเป็นขอเช่าซื้อแทน โดยจะให้ค่าเช่าสูง และขอทำสัญญาเช่า30ปี เป็นจำนวนเงิน1ล้านหยวน เมื่อเทียบกับการซื้อราคานี้ถูกกว่ามาก

การเจรจาต่อรองยังดำเนินต่อไป ในที่สุดก็กำหนดให้เช่าเป็นเวลา 20 ปี จำนวนเงินรวม 1 ล้านหยวน กรณีที่อาคารถูกรื้อถอนในขณะที่ยังติดสัญญาเช่าอยู่ จำเป็นต้องชดเชยค่าเช่าให้บริษัทการค้าไท่หัวตามอัตราค่าเงินในขณะนั้น

เฝิงหยู่พอใจกับสัญญานี้ เวลาไม่เกินห้าปีเขาจะเอาค่าเช่าจำนวนนี้กลับคืนมาสามเท่า อีกสิบปีข้างหน้า บริษัทของเขาจะเปลี่ยนเป็นสำนักงานระดับสูง เงินที่ใช้จ่ายออกไปล้วนจะทำกำไรคืนมาหลายเท่า

อาคารสำนักงานชั้นสาม แต่คนในบริษัทคงใช้งานไม่ได้ เฝิงหยู่จึงขอเช่าชั้นสองในราคาต่ำไว้สำหรับการขนส่งโลจิสติกส์เฟิงหยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงการขนส่งโลจิสติกส์เฟิงหยู่ไม่ให้อยู่ในคลังน้ำแข็งที่เย็น

อาคารสำนักงานถูกทำความสะอาด เฟอร์นิเจอร์ภายในจำพวกโต๊ะเก้าอี้ถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด อู๋จื้อกางใช้เวลาสองวันก็จัดการเสร็จสิ้น หลังจากจุดปะทัดดังลั่น ทางด้านซ้ายมือของประตูหน้าได้แขวนป้ายบริษัทการค้าไท่หัว แต่ป้ายที่ได้รับจากหน่วยงานต่างๆได้แขวนไว้บนผนังอาคารชั้นหนึ่ง เพื่อให้บุคคลผ่านประตูเข้ามาสามารถมองเห็นได้ชัดเจน

"วันนี้จะเปิดประชุมคุยกับทุกคน โดยจะกล่าวถึงการพัฒนาของบริษัทของเราในปีนี้ อย่างแรก การค้ากับโซเวียตที่เราทำกันมา ต้องดำเนินการต่อ พวกนายยังต้องดำเนินการเพื่อหาแหล่งสินค้าราคาถูกและดี ใช้กฎเกณฑ์เดิม ใครหาเจอ ฉันจะตอบแทนอย่างงาม

ประการที่สอง น้ำมันถั่วเหลือง น้ำตาลทรายขาว หรืออะไรก็ตามในโรงงานไท่หัวต้องช่วยกันผลักดันการขายให้ไปถึงตลาดทางใต้ โดยเน้นอาหารหมู ตั้งเป้าไปที่ฟาร์มเลี้ยงสุกรรายใหญ่ เพราะนี่จะเป็นแหล่งกำไรมากที่สุด มากกว่าน้ำมันถั่วเหลืองเสียอีก

ประการที่สาม ต้องติดต่อตัวแทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นประจำ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด บริษัทของเรายังต้องส่งเสริมยอดขายตู้เย็นให้สูงกว่าหนึ่งพันเครื่อง และต้องเป็นตู้เย็นขนาดใหญ่ที่มีประตูสองบาน เพราะมีขนาดใหญ่กว่า จึงมีราคาแพงกว่า และสิ้นเปลืองพลังงาน หากความต้องการในเมืองปิงมีน้อย ก็ต้องทำยอดขายในสามเมืองทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ทะลุเป้า

ประการที่สี่ ใบสั่งซื้อ 'เครื่องพ่นไอน้ำ' มีน้อยลงเรื่อยๆ เพราะในตลาดมีสินค้าลอกเลียนแบบ แต่ไม่จำเป็นต้องกังวล เพราะเราจะขายผลิตภัณฑ์ของคนรุ่นใหม่ และมั่นใจได้ว่าพวกเขาไม่สามารถเลียนแบบได้ เรื่องนี้ก็เอาไปเปิดเผยให้ตัวแทนจำหน่าย และลองถามดูว่าพวกเขายังต้องการพัดลมไฟฟ้าอยู่หรือเปล่า บอกพวกเขาว่าราคาพลาสติกลดลง ราคาขายส่งจึงลดลงห้าหยวน

ประการที่ห้า ดำเนินการติดต่อโรงงานใหญ่ ไปลองสอบถามพวกเขาว่าต้องการอุปกรณ์ใดๆหรือเปล่า แต่ต้องลองเลียบเคียงถามว่าพวกเขาให้ราคาได้เท่าไหร่ สิ่งนี้จะเป็นงานหลักๆในปีนี้ของพวกเรา

สุดท้ายนี้ พี่เขยของฉันเปิดบริษัทขนส่งโลจิสติกส์ในยามปกติฉันมีเรื่องอื่นๆต้องไปจัดการ ดังนั้น บริษัทการค้าไท่หัวนี่จึงต้องมีรองผู้จัดการคนใหม่ มีใครอยากเป็นไหม? ”

พวกของอู๋จื้อกางต่างถลึงตาโต มีใครอยากจะเป็นไหม? ควรบอกว่าไม่มีใครไม่อยากเป็น? บริษัทการค้าไท่หัวมีชื่อเสียงในเมืองปิง โด่งดังแม้กระทั่งในเมืองอื่นๆ เนื่องจากพัดลมไฟฟ้าและเครื่องพ่นไอน้ำทำให้ผู้คนจำนวนมากจดจำบริษัทได้ การได้เป็นรองประธานบริษัท ก็เท่ากับได้กลายเป็นระดับสูง!

ซัวซัวซัว~~

ทุกคนเเทบจะยกมือขึ้นพร้อมๆกัน ล้วนมองไปที่เฝิงหยู่ด้วยสายตาเว้าวอน  ด้วยหวังว่าเฝิงหยู่จะเลือกตัวเอง

"อยากเป็นกันหมดเลยเหรอ? แต่งานนี้ไม่ได้ทำกันง่ายๆนะ เอาอย่างนี้ละกัน พวกนายลองบอกมาสิ ว่าพวกนายมีวิธีการขายตู้เย็นของเราให้หมดอย่างรวดเร็วได้ยังไง โดยที่ยังรับประกันว่าจะได้กำไรสูงสุด. "

ตรงจุดนี้เฝิงหยู่คิดไม่ออก เดิมทีเขาคิดว่าเขาเป็นผู้ริเริ่มสร้างตู้เย็นสองประตู แต่นี่ยังไม่ได้พูดถึงในต่างประเทศ เพราะแค่ในประเทศจีนก็มีตู้เย็นสองประตูขายตั้งแต่สองปีที่แล้ว เพียงแต่ไม่ค่อยติดตลาด จึงถูกกำจัดออก ถ้ารู้ตั้งแต่แรกคงผลิตตู้เก็บความเย็นดีกว่า หม้อไฟฟ้าขนาดใหญ่เช่นนี้ คงสร้างเครื่องเก็บความเย็นที่มีพื้นที่ด้านในขนาดใหญ่ดีกว่า อย่างน้อยๆสามารถขายให้กับโรงแรมได้

ทุกคนต่างมองหน้ากัน  เมื่อก่อนทุกคนล้วนทำตามที่เฝิงหยู่บอก  ใครจะไปคิดว่าเฝิงหยู่จะทดสอบด้วยวิธีนี้

อู๋จื้อกางลังเลสักพักก็ยกมือขึ้น: "ผู้จัดการเฝิง ผมมีความคิดเล็กๆน้อยๆ."

มีเพียงความเงียบ เฝิงหยู่จึงพยักหน้า: "พูดมา"

" 'เครื่องพ่นไอน้ำ'ของพวกเราแบ่งออกเป็นรุ่นเลอเกียรติและรุ่นที่หรูหรา ทำไมเราไม่กำหนดตู้เย็นนี้เป็นรุ่นที่หรูหรา? รูปลักษณ์ภายนอกตู้เย็นของเราสวยงามมาก ถึงแม้ว่าจะไม่ใช้ยี่ห้อเฟิงหยู่ แต่ยังคงขายโดยบริษัทการค้าไท่หัวของพวกเรา พวกเราจึงสามารถทำให้ตู้เย็นเป็นแบรนด์ไท่หัว นำไปขายร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อเฟิงหยู่ ตู้เย็นรุ่นปัจจุบันพื้นก็มีขนาดเล็กมาก สามารถใช้ในครอบครัวสามคนได้ แต่ถ้าครอบครัวหนึ่งมี5-6คน ตู้เย็นจะถือว่ามีขนาดเล็ก ไม่เหมาะแก่การเก็บรักษาอาหาร เราจะเสนอขายตู้เย็นของเราให้กับครอบครัวใหญ่ .. ....”

อู๋จื้อกางกล่าวอย่างรวดเร็วสิบนาที ยิ่งกว่านั้น เขาพูดเร็วขึ้นเรื่อยๆ จึงสามารถดูออกได้ว่าเขาได้ครุ่นคิดพิจารณาอย่างแท้จริง เฝิงหยู่ไม่ทราบว่าที่อู๋จื้อกางพูดมาถูกต้องหรือเปล่า เขาไม่มีประสบการณ์การขายมากมายขนาดนั้น เพราะสิ่งที่ขายล้วนเป็นการเดิมพันกับอันตราย คราวนี้เขาจึงไม่มีความมั่นใจสักเท่าไหร่

แต่อย่างไรเสีย ค่าใช้จ่ายในการสร้างตู้เย็นก็มีราคาถูกแสนถูก อย่างน้อยก็ถูกกว่าราคาตู้เย็นอื่นๆในประเทศจีน จึงขายตู้เย็นในราคาถูกได้ บางทีอาจจะสามารถลดราคาลงอีก คงไม่ถึงกับขาดทุน

"คนอื่นๆมีความคิดอะไรไหม?"

คนอื่นๆต่างก็ส่ายหัว สิ่งที่พวกเขาคิดถูกอู๋จื้อกางพูดไปหมดแล้ว พวกเขาจะพูดอะไรได้อีก?

"ถ้าอย่างนั้น ฉันขอแต่งตั้งอู๋จื้อกางให้เป็นรองผู้จัดการของบริษัทการค้าไท่หัว ค่าจ้างเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ส่วนคนอื่น ๆค่าจ้างเพิ่มขึ้น 20%"

อันที่จริงในใจของเฝิงหยู่ได้เลือกอู๋จื้อกางอยู่ก่อนแล้ว เด็กคนนี้มีความคิดความอ่านยืดหยุ่นกว่าคนอื่น ๆ ทั้งยังมีความสัมพันธ์ของลุงของเขา จึงสามารถติดต่อกับผู้นำของโรงงานใหญ่บางแห่งได้ นอกจากนี้ เรื่องราวครั้งก่อนที่อู๋จื้อกางโดนซ้อมเพื่อช่วยเขายังไม่ถูกแพร่งพรายออกไป แม้แต่สมาชิกในครอบครัวของเขาก็ยังไม่รู้

ที่เมืองเสินมีโรงงานที่ต้องการซื้อเตาเหล็กอุณหภูมิสูง ซึ่งอู๋จื้อกางเป็นคนแรกที่ไปสอบถาม แน่นอนว่าเขาได้ฟังมาจากลุงของเขา และบอกว่าได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นความจริง

แม้ว่าคนอื่นๆไปสอบถามข้อมูลมาได้บ้าง แต่ก็เป็นข้อมูลเครื่องมือเล็กๆจำนวนหนึ่ง ใช้ข้อมูลเทคโนโลยีก็น้อย ไม่เห็นหนทางทำกำไร  เพราะข้อมูลเทคโนโลยียิ่งสูงก ราคาที่ขายก็สูงกว่ามาก

คิริเลนโกเสนอราคาให้เฝิงหยู่ครึ่งราคา สิ่งของราคาหนึ่งล้านสิ่ง เฝิงหยู่จะได้กำไร200,000-300,000 แต่หากเป็นของราคา10ล้าน เขาจะได้กำไร2,000,000-3,000,000 สิ่งนี้จะเหมือนกันได้อย่างไร? อีกอย่าง เตาเหล็กอุณหภูมิมีราคาเริ่มต้นอย่างน้อยๆก็10 ล้านรูเบิล เฝิงหยู่จึงจะได้รับกำไร 2,000,000-3,000,000 รูเบิล

หลังจากประชุมเสร็จ เฝิงหยู่ก็ลงมาที่บริษัทขนส่งโลจิสติกส์ที่ชั้นล่างเพื่อมาสอดส่อง และดูแลจัดการให้ชั่วคราว พี่สาวและพี่เขยไปฮันนีมูน ทางโรงพยาบาลอนุมัติให้หยุดเพื่อการแต่งงานครึ่งเดือน พวกเขาทั้งสองจึงใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์

เฝิงหยู่ยุ่งตัวเป็นเกลียว เขาถอนหายใจ ดูเหมือนเรื่องการรับสมัครงานคนมีความสามารถในการบริหารจัดการ คงต้องดำเนินการให้เร็วขึ้นอีก

จบบทที่ บทที่ 121 พัฒนาแผนการ (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว