เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EG บทที่ 4 กลับบ้าน (รีไรท์อ่านฟรี)

EG บทที่ 4 กลับบ้าน (รีไรท์อ่านฟรี)

EG บทที่ 4 กลับบ้าน (รีไรท์อ่านฟรี)


บทที่ 4 กลับบ้าน

 

ขอบคุณพระเจ้า! หมีเหยียบเข้ากับ ‘กับดักจับหมี’ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าตัวมันและในทีสุดมันก็ล้มลงไปส่งเสียงร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด

หลิวซื่อฉวนเป็นอิสระจากกับดักที่งับรอบขาของเขา รีบบรรจุกระสุนปืนอย่างรวดเร็ว

ครืดด!!!!

หมียังพยายามเข้าไปทำร้ายหลิวซื่อฉวนทั้งที่ขายังติดอยู่กับกับดักอยู่ แต่กับดักนั้นถูกยึดไว้กับโซ่โลหะอย่างแน่นหนาและปลายอีกข้างหนึ่งคล้องไว้กับต้นไม้ ความยาวของโซ่ทำให้หมีไม่สามารถขยับเข้าโจมตีหลิวซื่อฉวนได้

ปัง!ปัง!ปัง!

เสียงปืนสามนัดดังขึ้น  ทั้งเฝิงหยู่ ตงจุนและหลิวซื่อฉวน  ต่างก็ยิงปืนขึ้นคนละนัด หมีไม่สามารถหลบวิถีกระสุนได้พ้นเพราะระยะที่อยู่ใกล้มากกระสุนทั้งหมดเจาะเข้ากลางกระโหลกของมันอย่างแม่นยำ

หมีล้มลงไปกองบนพื้นและดิ้นทุรนทุรายอยู่สักพัก เลือดของมันค่อยๆไหลออกมาจนชโลมพื้นดินที่เต็มไปด้วยหิมะจนกลายเป็นสีแดงสด

หลิวซื่อฉวนลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว  บรรจุกระสุนปืนอีกครั้งและค่อยๆขยับเข้ามาใกล้ตัวหมี

ปัง!

หมีกระตุกอยู่สองสามครั้ง และหยุดนิ่งไม่ไหวติงอีกต่อไป

หลิวซื่อฉวนเอนหลังพิงกับต้นไม้และบรรจุกระสุนปืนของตัวเองอีกครั้งด้วยมือที่สั่นเทาเขาหยิบกล่องบุหรี่กวางดำออกมาและจุดบุหรี่มวนหนึ่ง

เฝิงหยู่และเหวินตงจุนเดินเข้ามาหาหลิวซื่อฉวนแล้วคว้าซองบุหรี่จากมือของเขาทันทีแต่ละคนก็สูบบุหรี่คนละมวน

“ขอบคุณ”  หลิวซื่อฉวนกล่าวขึ้นหลังจากสูบบุหรี่หมดมวนแล้ว

“ฮ่าฮ่าฮ่า...ไม่ต้องขอบคุณเราหรอกเฮียฉวน..เราล่าหมีมาได้ถ้าเอาไปขายจะต้องขายได้หลายตังอย่างแน่นอน”

ตาของเหวินตงจุนเป็นประกายระยับคล้ายกับกำลังนึกถึงสายตาของชาวบ้านในหมู่บ้านที่มองมาด้วยความอิจฉาเมื่อพวกเขากลับไปถึงหมู่บ้านแล้ว

เฝิงหยู่พูดอะไรไม่ออกเมื่อเห็นท่าทางที่แสดงออกมาของเหวินตงจุน เฝิงหยู่มองไปทางหลิวซื่อฉวนที่ยังคงจับปืนไว้แน่นและไม่ยอมวางมันลง

“เฮียฉวน..ตงจุน..เรามาตกลงกันหน่อย..ฉันจะขอซื้อหมีตัวนี้จากทั้งสองคนได้หรือไม่?และเพื่อเป็นการตอบแทน...ฉันจะให้เฮียยืมรถแทร็คเตอร์ขนาด55แรงม้าของครอบครัวฉันสำหรับการหว่านไถนั่น”

เฝิงหยู่กล่าวออกมา  เขาเพื่อนึกไอเดียนี้ขึ้นได้อย่างกะทันหัน   ด้วยวิธีนี้เขาจะสามารถลบล้างความขุ่นเคืองของหลิวซื่อฉวนที่มีต่อตงจุนได้และยังมีเงินเป็นทุนเริ่มต้นสำหรับการลงทุนในอนาคตอีกด้วย

เขาไม่สามารถหาเงินมากมายขนาดนั้นโดยใช้รถแทร็คเตอร์ในหมู่บ้านแต่ด้วยหมีตัวนี้ในเมืองใหญ่จะต้องมีคนแห่มาซื้อเป็นจำนวนมาก

แม้ว่าเวลานี้จะไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีในการลงทุนแต่โอกาสดีๆคงเข้ามาในอีกไม่ช้า เดิมทีเขาคิดว่าคงพลาดโอกาสนี้อย่างแน่นอนแต่ตอนนี้ไม่เพียงแต่เขาจะฉวยโอกาสนั้นไว้ได้ ยังสามารถเตรียมแผนการลงทุนล่วงหน้าได้เร็วหลายปีกว่าที่เขาวางแผนเอาไว้นัก

หลิวซื่อฉวนเหวี่ยงปืนทิ้งบนพื้นและจับมือของเฝิงหยู่มากุมไว้อย่างตื่นเต้น

“จริงหรือ?...ป๊านายจะตกลงหรือเปล่า?”

“ฉันสัญญากับป๊าว่าหากสอบเข้าโรงเรียนมัธยมดีๆในเมืองได้..ป๊าจะตกลงอย่างแน่นอน..ตงจุน แล้วนายล่ะจะตกลงในเรื่องนี้ไหม?”

หลังจากนิ่งคิดสักครู่ เหวินตงจุนจึงกล่าวออกมา

“ฉันจะเอาแมวป่าตัวนั้นและพวกนายทั้งสองคนต้องบอกคนอื่นว่าฉันเป็นคนล่ามันได้และเป็นคนแรกที่ยิงหมีได้ด้วย”

“ตกลง! สัญญาแล้วนะ!..รีบไปทำลากเลื่อนให้เสร็จเถอะและกลับไปที่หมู่บ้านกัน...หมีตัวนี้มีน้ำหนักอย่างน้อยสองถึงสามร้อยเหรียญจิน (หนึ่งร้อยถึงหนึ่งร้อยห้าสิบกิโลกรัม) คงไม่ง่ายที่จะนำกลับไปยังหมู่บ้านได้ง่ายๆ”

เฝิงหยู่กล่าว เขาไม่ได้มีความสนใจที่จะคุยโวเรื่องหมีตัวนี้

หลิวซื่อฉวนตรวจดูหมีอีกครั้ง  ร่างของมันเย็นเฉียบมันต้องตายแล้วอย่างแน่นอน หลิวซื่อฉวนจึงไปยกร่างของแมวป่ามาด้วย  เฝิงหยู่และเหวินตงจุนได้ใช้กิ่งไม้หลายอันและกระสอบป่านทำลากเลื่อนแบบง่ายๆ และเมื่อเดินทางกลับไปถึงหมู่บ้านพวกเขาจะต้องกลายเป็นจุดสนใจอย่างแน่นอน

“ตาเฒ่าเหวิน...ทำไมตงจุนยังไม่กลับมาสักที? จะเกิดเรื่องไม่ดีกับเขาหรือเปล่า?”  ถางจิงเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ

“จะเกิดอะไรขึ้นกับเขาได้ละ? เขาขโมยปืนฉันไปคงไปล่าเป็ดที่คูน้ำแน่ๆน่าจะกลับมาในครึ่งชั่วโมงนี้แหละนะ”

ในขณะที่ทั้งสองพูดคุยกัน  ญาติข้างบ้านของพวกเขาก็วิ่งเข้ามาในบ้านของพวกเขาอย่างตื่นเต้น

“ผู้ใหญ่บ้านเหงิน...เฮียกวางเอ้ย!!!..ฮีโร่ของพวกพี่กลับมาแล้ว”

“อะไรนะ? อาเฉา!ฮีโร่อะไรกัน?”  ถางจิงถาม

“ฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่จากบ้านของพวกพี่อย่างไรล่ะอาซ้อ..ครั้งนี้ลูกของอาซ้อล่าเหยื่อตัวใหญ่มาได้..รู้มั้ยว่าเขาจับอะไรมา?  หมีไงล่ะ! ตัวใหญ่เสียด้วย..เขาใช้ลากเลื่อนพามันกลับมาทุกคนในหมู่บ้านกำลังห้อมล้อมและดูเจ้าหมีนั้นอยู่” ญาติข้างบ้านเอ่ยอย่างตื้นเต้น

เหวินเต๋อกวางและถางจิงวิ่งถลาออกไปจากบ้านโดยที่ยังไม่ได้ล็อกประตูบ้านด้วยซ้ำ

“เฮียตงจุน...เฮียยิงหมีและแมวป่าได้จริงๆหรือ?”

เด็กน้อยอายุแปดขวบเอ่ยถามตงจุนด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“แน่ล่ะ!ถ้าไม่ใช่ฉัน..สัตว์สองตัวนี้คงหนีไปได้แล้ว..ฉันวิ่งไล่หมีอยู่หลายไมล์จนฆ่ามันด้วยลูกปืนเพียงนัดเดียว..แน่นอนว่าเฮียซื่อฉวนและเฝิงหยู่ก็ช่วยยิงซ้ำไปที่มันเพื่อช่วยฉันอีกแรงหนึ่ง”

เหวินตงจุนคุยโม้กับเด็กๆเป็นครั้งที่หกแล้ว ประโยคแรกคือทั้งสามคนล่าหมีด้วยกัน แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องของเขาแปรเปลี่ยนไปเป็นเขาที่พบหมีและสังหารมันด้วยลูกปืนสองสามนัด  ทุกครั้งที่เขาพูดถึงการล่าสัตว์เรื่องจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆจนกลายเป็นคุยโวโอ้อวดถึงบทบาทของเขาในการล่าสัตว์ครั้งนี้

แน่นอนว่าเด็กคนนี้มองเขาด้วยสายตาประทับใจ

ทั้งเฝิงหยู่และหลิวซื่อฉวนไม่ได้เปิดเผยคำมุสาของเหวินตงจุนออกมา เขากล้าพูดโม้ว่าเขาไล่หมีเป็นระยะทางสองสามไมล์ไม่มีใครเชื่อถือนักหรอกแม้แต่คนที่เคยล่าสัตว์มาก่อนก็รู้ว่าเขากำลังโกหก

พอเหวินตงจุนเริ่มคุยโม้เรื่องความกล้าหาญของเขาในการล่าสัตว์เป็นครั้งที่เก้าก็มีใครบางคนดึงหูทั้งสองข้างของเขา

“โอ้ย! เจ็บ! เจ็บ!. ใครวะเนี่ย?....อาม๊า...อาป๊า?”  เสียงของเหวินตงจุนสั่นระริก เขาขโมยปืนของพ่อไปล่าสัตว์หลังจากที่เขากลับไปถึงบ้านเขาจะถูกพ่อตีจนหลังหลายอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม  การถูกตีนี้ก็คุ้มค่ายังไม่มีใครในหมู่บ้านจะสามารถล่าหมีขนาดใหญ่เช่นนี้ได้อีกเช่นนั้นหรือ? มีเพียงนักล่าตัวฉกาจอย่างเหวินตงจุนเท่านั้น!

“ไสหัวกลับบ้านเดี๋ยวนี้!  พวกที่เหลือก็หยุดชุมนุมได้แล้ว..มันเริ่มมืดค่ำแล้ว..รีบๆกลับบ้านไปได้แล้ว” เหวินเต๋อกวางแสดงอำนาจและความน่ายำเกรงในฐานะที่เขาเป็นถึงผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านแห่งนี

ในเวลาต่อมากลุ่มไทมุงก็แยกย้ายกันไป ยกเว้นครอบครัวของเฝิงหยู่ ครอบครัวของเหวินตงจุนและครอบครัวของหลิวซื่อฉวน ทั้งสามครอบครัวช่วยกันพาร่างของหมีเคลื่อนไปยังบ้านของเฝิงหยู่ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด

“อาแปะเฝิง...เฝิงหยู่สัญญากับฉันว่าตลอดฤดูใบไม้ผลินี้...หลังจากอาแปะเสร็จจากการหว่านไถแล้ว  ครอบครัวของพวกเราสามารถใช้แทร็คเตอร์ต่อได้...เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับหมีตัวนั้นมันจะกลายเป็นของเฝิงหยู่แต่เพียงผู้เดียวและแมวป่าก็จะเป็นของเหวินตงจุน...ผู้ใหญ่บ้านมีพื้นที่น้อยที่สุดดังนั้นเขาสามารถใช้รถแทร็คเตอร์ไถที่ดินก่อนได้ส่วนครอบครัวของฉันจะได้ใช้เป็นคนสุดท้ายแต่เราจำเป็นต้องใช้รถแทร็คเตอร์นานกว่านั้น”  หลิวซื่อฉวนกล่าว

ผู้ใหญ่ทั้งหมดมองดูเฝิงหยู่  เมื่อเห็นพ่อของเขามีอาการราวกับโมโหเขาก็รีบเดินไปกระซิบบางอย่างที่หูของพ่อเขาทันที

เฝิงซิ่งไท่จ้องมองเฝิงหยู่และพยักหัวไปทางพ่อของหลิวซื่อฉวน

“เฮียหลิว...ไม่มีปัญหา...ผู้ใหญ่บ้านมีความเห็นยังไงกับเรื่องนี้?”

“ตกลง!... ให้เป็นไปตามนั้น....ฉันจะนำแมวป่ากลับไปก่อนแล้วกัน..มาดื่มกันที่บ้านฉันวันหลังด้วยล่ะ...ตาเฒ่าหลิวถ้าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว..ให้ทุกคนมาดื่มที่บ้านของฉันวันหลังนะ..มันเริ่มมืดแล้ว..พวกเราจะกลับกันไปก่อน”

เหวินเต๋อกวางแบกแมวป่าแล้วกลับบ้านไปพร้อมกับภรรยาและลูกชายของเขา

หลิวเหล่าซื่อและเฝิงซิ่งไท่ยังคงเจรจากันเกี่ยวกับรถแทร็คเตอร์สักพัก เขาคิดไม่ถึงว่าลูกชายจะแก้ไขปัญหาใหญ่ของครอบครัวจากการเดินทางไปล่าสัตว์ในครั้งนี้  พื้นที่ที่เขาต้องการเพาะปลูกนั้นมีมากกว่าร้อยเอเคอร์ ปีนี้ครอบครัวของเขาจะหลุดพ้นจากความจนและปีหน้าเขาน่าจะสามารถซื้อรถแทร็คเตอร์เล็กๆที่มีแรงม้าแรงๆได้

หลังจากทุกคนกลับไปแล้ว ฉางมูวาก็เริ่มบ่นกับเฝิงซิ่งไท่ทันที

“ทำไมเฮียถึงฟังเรื่องเหลวไหลของลูกชายของเฮียด้วยล่ะ? ...คิดดูสิ!ว่าเราสามารถหาเงินได้จากรถแทร็คเตอร์นี้ได้มากเท่าไรถ้าเราให้แทรคเตอร์คนอื่นไปไถในพื้นที่ของพวกเขาแทน..แล้วตอนนี้ เราจะทำอะไรกับหมี? กินมันงั้นหรือ?”

“ม๊า! ถ้าผมจะบอกว่าสามารถขายหมีนี้ได้ในเมืองปิงเป็นเงินถึงหนึ่งหมื่นเหรียญ..ม๊าจะเชื่อหรือไม่?...หนึ่งหมื่นเหนียญเชียวนะ! ครูซุนบอกผมมา” เฝิงหยู่กล่าวอย่างมั่นใจ

ถึงแม้ว่าช่วงเวลานี้เป็นเวลาไม่นานนักก่อนหน้าที่จีนจะปฏิรูปและเปิดประเทศ  ยังคงมีครัวเรือนจำนวนมากที่มีเงินถึงหมื่นเหรียญ ยกตัวอย่างเช่นครอบครัวของเฝิงหยู่ซึ่งเป็นหนึ่งในครัวเรือนที่มีถึง “หนึ่งหมื่นเหรียญ”  และยังมีครอบครัวและชาวต่างชาติที่ร่ำรวยอยู่อีกมากมายในเมืองใหญ่

หลังจากที่เฝิงหยู่บอกกับพ่อของเขาว่า หมีนี้มีมูลค่าเป็นเงินสดถึงหนึ่งหมื่นเหรียญ ถึงแม้รถแทร็คเตอร์ที่ให้คนอื่นเช่าเพื่อใช้ในการเพาะปลูกในที่ดินของพวกเขาจะสามารถสร้างรายได้เป็นหมื่นเช่นกัน แต่มันก็เหนื่อยกว่าและพวกเขายังจะสามารถเก็บเงินได้อีกในฤดูใบไม้ร่วงตอนที่ขายผลผลิตไปแล้วถ้าเอาเงินไปฝากไว้ที่ธนาคารเงินจำนวนนี้สามารถงอกเงยเป็นดอกเบี้ยได้อีก

“ลูกชาย..ลูกชายของม๊า...ลูกฉลาดจริงๆวันพรุ่งนี้ให้ป๊าของลูกไปขายหมีในเมืองขากลับก็สามารถซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆทั้งชุดให้ลูกและอาเจ๊ของลูกด้วย”

เมื่อเธอได้ยินว่าหมีนั้นมีมูลค่าถึงหมื่นเหรียญ ฉางมู่วาจึงยิ้มอย่างมีความสุข แม้ว่ามันจะมีค่าเพียงห้าพันเหรียญก็ยังคุ้มกว่าเมื่อเทียบกับการให้คนอื่นยืมรถแทร็คเตอร์ไป

เฝิงซิ่งไท่ชำเลืองมองภรรยาของเขาและแอบค้อนวงใหญ่

‘ลูกชายได้หน้า...ในขณะที่ฉันถูกตำหนิตอนนี้ใครเป็นหัวหน้าครอบครัวกันแน่นะ?’

 

จบบทที่ EG บทที่ 4 กลับบ้าน (รีไรท์อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว