เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - ภูเขาฮวากั่วซาน

บทที่ 3 - ภูเขาฮวากั่วซาน

บทที่ 3 - ภูเขาฮวากั่วซาน


บทที่ 3 - ภูเขาฮวากั่วซาน

“ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแน่วแน่แล้ว พ่อก็จะไม่ห้ามเจ้าอีกต่อไป ทว่า พลังยุทธ์ของเจ้าอ่อนแอเกินไป อีกทั้งยังได้รับบาดเจ็บสาหัส พลังต้นกำเนิดก็เหลืออยู่น้อยเต็มที ถึงแม้จะสลายร่างเป็นขุนเขาและสายนที ก็คงจะไม่ใหญ่โตนัก”

“สถานที่เล็กเกินไป ราชาแห่งมนุษย์อาจจะไม่ให้ความสำคัญ การทำสิ่งใดย่อมต้องทำให้ดีที่สุด ให้พ่อช่วยเจ้าอีกสักครั้งเถิด ช่วยเจ้าสร้างทวีปใหญ่ขึ้นมาสักแห่ง ถือเสียว่าเป็นการชดเชยที่เจ้าต้องออกจากวังมังกร”

ราชามังกรแห่งทะเลตงไห่ถอนหายใจยาว จิตใจของผู้ฝึกตนนั้นเป็นสิ่งที่สั่นคลอนได้ยากที่สุด เมื่อเห็นเอ๋าปิ่งตัดสินใจแน่วแน่แล้ว เขาก็รู้ว่าตนเองคงห้ามไม่ได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ แทนที่จะโต้เถียงกันจนแตกหัก สู้เลือกที่จะสนับสนุนให้สำเร็จผลจะดีกว่า

“ขอบพระทัยเสด็จพ่อ!”

เอ๋าปิ่งเมื่อได้ยินดังนั้น ก็กล่าวด้วยความยินดีเป็นล้นพ้น

ดังที่ราชามังกรกล่าว พลังยุทธ์ของเขามีจำกัด ถึงแม้จะสละร่างสร้างเป็นขุนเขาและสายนที ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ก่อกำเนิดขึ้นก็คงเป็นได้แค่เกาะเล็กๆ ที่สามารถจุผู้คนได้เพียงหมื่นคน

ทว่าหากได้รับความช่วยเหลือจากราชามังกรแห่งทะเลตงไห่ ก็จะสามารถสร้างทวีปใหญ่ขึ้นกลางทะเลได้ ซึ่งเพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนได้หลายสิบล้านคน

และยิ่งแผ่นดินกว้างใหญ่เท่าใด คุณงามความดีในการถวายแผ่นดินก็จะยิ่งใหญ่หลวงเท่านั้น และการตอบแทนจากราชาแห่งมนุษย์ก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย

“เฮ้อ หวังว่าการตัดสินใจของลูกข้าจะถูกต้อง”

แตกต่างจากความยินดีของเอ๋าปิ่ง ราชามังกรแห่งทะเลตงไห่กลับเต็มไปด้วยความกังวลต่ออนาคตของเขา แต่เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาก็ไม่อาจพูดอะไรได้มาก ทำได้เพียงคอยดูแลเขาอย่างลับๆ เท่านั้น

เอ๋าปิ่งในฐานะองค์ชายสามแห่งวังมังกร หากต้องการไปเข้ากับราชาแห่งมนุษย์ จำเป็นต้องออกจากวังมังกรเสียก่อน มิฉะนั้นในสายตาของคนภายนอก ก็จะกลายเป็นว่าวังมังกรทั้งหมดต้องการไปเข้ากับราชาแห่งมนุษย์

จักรพรรดิหยกอาจจะยอมทนให้เอ๋าปิ่งออกจากสวรรค์ได้ แต่ย่อมไม่อนุญาตให้วังมังกรทรยศเด็ดขาด หากเป็นเช่นนั้นจริง วังมังกรก็คงอยู่ไม่ไกลจากการถูกทำลายล้างแล้ว

ดังนั้น เมื่อเอ๋าปิ่งตัดสินใจที่จะไปเข้ากับต้าซางแล้ว ราชามังกรแห่งทะเลตงไห่ถึงแม้จะเป็นเพียงเพื่อความปลอดภัยของวังมังกร ก็ต้องขับไล่เขาออกจากวังมังกร

“บาดแผลของเจ้าสาหัสเกินไป รอช้าไม่ได้ ตอนนี้พ่อจะไปเชิญท่านอาทั้งสามของเจ้ามาช่วยเจ้าถมทะเลสร้างแผ่นดิน พยายามถวายให้ราชาแห่งมนุษย์โดยเร็วที่สุด เพื่อทูลขอปราณมังกรจื่อเวยหนึ่งสายมารักษาบาดแผลให้เจ้า”

ราชามังกรแห่งทะเลตงไห่ก็เป็นคนลงมือทำทันทีเช่นกัน หลังจากตัดสินใจได้แล้ว ก็รีบสั่งเสียสองสามคำ แล้วก็ลากสังขารที่บาดเจ็บไปรวบรวมยอดฝีมือของเผ่าพันธุ์มังกร

เขารักลูกชายของเขามาก ตอนนี้ลูกชายต้องเสียสละมากมายถึงขนาดต้องออกจากวังมังกร ย่อมต้องเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดให้เขา เพื่อให้หลังจากที่เขาจากวังมังกรไปแล้ว ชีวิตจะยังคงไร้กังวล

นับจากที่เอ๋าปิ่งจากลามาจากราชามังกร ก็ผ่านไปอีกสองวัน ในเช้าวันนี้เอง คนที่ออกไปตามหาภูเขาฮวากั่วซานก็ส่งข่าวกลับมาอย่างกะทันหันว่า พบภูเขาฮวากั่วซานแล้ว

“พบแล้ว!”

“รีบพาข้าไปเร็ว”

เอ๋าปิ่งดีใจอย่างมาก รีบสั่งให้คนแบกเขาไปทันที

ภูเขาฮวากั่วซานอยู่ทางทิศตะวันตกของวังมังกร ห่างออกไปประมาณหลายแสนลี้ ไม่นับว่าไกลเกินไป ดังนั้นคนที่เอ๋าปิ่งส่งออกไป จึงใช้เวลาเพียงสิบวัน ก็สามารถหามันพบจากทะเลตงไห่อันกว้างใหญ่ไพศาลได้

เอ๋าปิ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่สามารถเหินเมฆได้ ทำได้เพียงให้เหล่าทหารกุ้งขุนพลปูแบกไป แต่พลังยุทธ์ของพวกเขามีจำกัด ดังนั้นความเร็วจึงไม่มากนัก ระยะทางหลายแสนลี้ ต้องใช้เวลาเดินทางกว่าครึ่งค่อนวันจึงจะไปถึง

“ช่างเป็นภูเขาเซียนที่งดงามยิ่งนัก”

เมื่อขึ้นมาถึงผิวน้ำ เอ๋าปิ่งก็เงยหน้ามองขึ้นไป ก็เห็นภูเขาเซียนลูกหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล บนภูเขามีพลังปราณวิญญาณหนาทึบดุจสายหมอก มีบุปผาและสมุนไพรวิเศษแปลกตานับไม่ถ้วน อีกทั้งยังมีสัตว์ปีกและสัตว์อสูรล้ำค่ามากมายวิ่งเล่นหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน

จะกล่าวว่าเป็นภูเขาเซียนก็ไม่เกินเลยไปนัก แต่หากจะบอกว่างดงาม ก็คงจะกล่าวไม่ได้เต็มปาก ภูเขาเซียนเช่นภูเขาฮวากั่วซานนี้ ในทะเลตงไห่มีอยู่มากมาย

หากมันดีจริง ก็คงจะถูกศิษย์สำนักเจี๋ยยึดครองไปทำเป็นสถานบำเพ็ญพรตนานแล้ว ในเมื่อไม่ถูกศิษย์สำนักเจี๋ยชายตามอง ทั้งยังไม่ถูกเซียนท่านอื่นชายตามอง ระดับของภูเขาฮวากั่วซานย่อมคาดเดาได้

ทว่า เอ๋าปิ่งรู้ดีแก่ใจว่า สิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้านี้ ควรจะเป็นภาพลวงตาของภูเขาฮวากั่วซาน

อย่างไรเสียก็เป็นสิ่งที่ก่อกำเนิดมาจากเศษเสี้ยวแห่งความโกลาหล ถือกำเนิดขึ้นในยามเปิดฟ้าสร้างดิน ถึงแม้จะกล่าวไม่ได้ว่าเป็นระดับสูงสุด ก็ยังนับได้ว่าเป็นระดับชั้นหนึ่ง ย่อมไม่เรียบง่ายดังที่เห็นบนผิวเผิน

“ขึ้นเขา!”

ให้คนแบกตนเองขึ้นไปบนเขา เอ๋าปิ่งมองหาอยู่รอบหนึ่ง แต่ก็ไม่พบศิลาเทวะซ่อมสวรรค์บนยอดเขา

ตามบันทึกในไซอิ๋ว ตำแหน่งที่ศิลาเทวะซ่อมสวรรค์ตั้งอยู่นั้น ก็คือจุดที่สูงที่สุดของภูเขาฮวากั่วซาน ทว่าที่นี่นอกจากสมุนไพรวิญญาณไม่กี่ต้นแล้ว ก็ไม่มีก้อนหินแม้แต่ก้อนเดียว

“เป็นจริงดังคาด ของวิเศษย่อมซ่อนเร้นกายตน ไม่ใช่ว่าจะหาพบได้ง่ายๆ”

สำหรับเรื่องนี้ เอ๋าปิ่งไม่ได้รู้สึกประหลาดใจ หากสามารถหาศิลาซ่อมสวรรค์พบได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้ เขากลับจะต้องสงสัยในความจริงเท็จของศิลาซ่อมสวรรค์เสียอีก

ต้องรู้ว่า บัดนี้คือยุคสถาปนาเทพ หาใช่ยุคไซอิ๋วไม่ แผ่นดินบรรพกาลยังไม่แตกสลาย พลังปราณวิญญาณระหว่างฟ้าดินยังคงอุดมสมบูรณ์

ค่ายกลแต่กำเนิดจำนวนมากยังคงทำงานอยู่ ของวิเศษก็ยังไม่สูญสิ้นพลังวิญญาณไป วิธีการป้องกันตัวแต่ละอย่างล้วนแข็งแกร่งกว่ากัน ไม่เหมือนกับยุคหลังที่ค่ายกลแต่กำเนิดแตกสลาย พลังวิญญาณของของวิเศษลดลงอย่างมาก สามารถพบเจอสมบัติล้ำค่าได้ทุกที่

“ยึดภูเขาฮวากั่วซานไว้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน อย่างไรเสียศิลาซ่อมสวรรค์ก็อยู่ที่นี่ หนีไปไหนไม่ได้”

เอ๋าปิ่งรีบสั่งให้ลูกน้องประทับตราของวังมังกรลงบนภูเขาฮวากั่วซาน ประกาศว่าสถานที่แห่งนี้มีเจ้าของแล้ว ศิลาซ่อมสวรรค์อยู่บนเขา ยึดครองภูเขาฮวากั่วซานแล้ว ยังจะกลัวหามันไม่พบอีกหรือ

หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้น เอ๋าปิ่งก็รีบกลับไปยังวังมังกรอีกครั้ง เขาเตรียมที่จะขอให้ราชามังกรใช้พลังอิทธิฤทธิ์ ย้ายภูเขาฮวากั่วซานไปเป็นแกนหลักในการถมทะเลสร้างแผ่นดิน

และเมื่อเอ๋าปิ่งกลับมาถึงวังมังกร ราชามังกรอีกสามทะเลก็ได้เดินทางมาถึงครบแล้ว

สำหรับการกระทำของเอ๋าปิ่งที่เตรียมจะไปเข้ากับราชาแห่งมนุษย์นั้น ราชามังกรทั้งสามทะเลต่างไม่เห็นด้วย การมาของพวกเขาในครั้งนี้แม้จะตั้งใจมาช่วย แต่ก่อนที่จะช่วย ก็ยังคงเตรียมที่จะเกลี้ยกล่อมเอ๋าปิ่ง หวังว่าเขาจะเปลี่ยนใจ

ทว่าเทพมังกรหนุ่มผู้หนึ่งที่สวมอาภรณ์ราชันย์ สวมมงกุฎทองคำ ดูไม่เข้ากับราชามังกรสี่ทะเล กลับชื่นชมการตัดสินใจของเอ๋าปิ่งเป็นอย่างมาก

“สมควรเป็นเช่นนี้ บัดนี้รากฐานของเจ้าถูกทำลายจนหมดสิ้นแล้ว หากยังคงอยู่ที่ทะเลตงไห่ต่อไป ถึงแม้จะใช้ยาอายุวัฒนะฟื้นฟูบาดแผล ก็ไม่มีอนาคตอันใดให้พูดถึงอีกต่อไปแล้ว ถูกกำหนดให้ต้องหยุดอยู่ที่ระดับเทียนเซียนไปตลอดชีวิต”

“ทว่าหากเจ้าสามารถใช้ปราณมังกรจื่อเวยหล่อหลอมรากฐานขึ้นมาใหม่ได้ อนาคตอย่างน้อยก็สามารถบรรลุถึงไท่อี่เต้ากั่วได้ นั่นไม่ดีกว่าการเป็นราชามังกรหรอกหรือ”

“น้องสาม ดูเหมือนว่าเคราะห์กรรมความเป็นความตายครั้งนี้จะทำให้เจ้าเติบโตขึ้นมาก พี่ใหญ่รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง”

ผู้ที่เรียกเอ๋าปิ่งว่าน้องสาม ผู้นี้ก็คือพี่ใหญ่ของเขา บุตรชายคนโตของราชามังกรแห่งทะเลตงไห่ มหาเทพผู้คุมน้ำแห่งสวรรค์ จ้าวมังกรสี่สายธาร เอ๋าเจี่ย

สี่สายธารนั้น หมายถึงแม่น้ำสี่สายใหญ่ ได้แก่ แม่น้ำฉางเจียง แม่น้ำหวงเหอ แม่น้ำหวยเหอ และแม่น้ำจี้สุ่ย จ้าวแห่งน้ำสายเดี่ยว ตำแหน่งย่อมด้อยกว่าราชามังกรสี่ทะเล แต่เมื่อรวบรวมอำนาจของจ้าวแห่งน้ำทั้งสี่สายไว้ในร่างเดียว ตำแหน่งก็จะสูงกว่าราชามังกรสี่ทะเล

ราชามังกรสี่ทะเลล้วนมีพลังยุทธ์ระดับจินเซียน แต่จ้าวมังกรสี่สายธาร กลับมีพลังยุทธ์ระดับไท่อี่จินเซียน ดังนั้นหลังจากที่เอ๋าเจี่ยเอ่ยปากแล้ว ราชามังกรอีกสามทะเลจึงไม่เกลี้ยกล่อมเอ๋าปิ่งอีกต่อไป

พลังยุทธ์ของเอ๋าเจี่ยสูงส่งกว่าพวกเขามาก ความรู้ความเข้าใจย่อมมิอาจเทียบกับพวกเขาได้ แม้แต่เอ๋าเจี่ยยังสนับสนุนเอ๋าปิ่งแล้ว พวกเขายังจะมีอะไรให้พูดอีกเล่า

“บัดนี้มหาภัยพิบัติสถาปนาเทพกำลังจะเริ่มขึ้น เหล่าเซียนต่างหลีกเลี่ยงไม่ทัน เจ้าไปเข้ากับเฉิงทัง เข้าร่วมภัยพิบัติโดยสมัครใจ ดูเหมือนจะไม่ฉลาดนัก ทว่าหากสามารถโดดเด่นขึ้นมาจากในภัยพิบัติได้ ก็อาจจะไม่ใช่ว่าไม่สามารถไขว่คว้าโอกาสแห่งต้าหลัวได้”

“พี่ใหญ่ไม่มีอะไรจะให้เจ้ามากนัก ก็จะขอช่วยเจ้าสร้างขุนเขาและสายนทีอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นบันไดให้เจ้าก้าวหน้า เพื่อให้เจ้าโดดเด่นขึ้นมาจากในราชสำนักโดยเร็วที่สุด”

คนอื่นมองเห็นแต่ความอันตราย แต่เอ๋าเจี่ยกลับมองเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ภายใน ดังนั้นเขาจึงสนับสนุนเอ๋าปิ่งอย่างยิ่ง

“ขอบคุณพี่ใหญ่ที่สนับสนุน!”

เมื่อได้รับการสนับสนุนจากเอ๋าเจี่ย เอ๋าปิ่งก็ดีใจจนเนื้อเต้น เดิมทีเขายังกังวลว่า ด้วยพลังยุทธ์ของเสด็จพ่ออาจจะไม่สามารถย้ายภูเขาฮวากั่วซานได้ ทว่าหากพี่ใหญ่ลงมือเอง ปัญหาทุกอย่างก็จะคลี่คลายได้อย่างง่ายดาย

...

“ช่างเป็นภูเขาเซียนที่งดงามยิ่งนัก ดูเผินๆ เหมือนจะธรรมดาไม่มีอะไร แต่กลับมีค่ายกลแต่กำเนิดคอยปกป้องอยู่เบื้องหลัง ภายในยังมีคีตเต๋าแต่กำเนิดถักทออยู่”

“ภายในภูเขานี้ จะต้องมีโชคชะตาอันยิ่งใหญ่อยู่เป็นแน่ น้องสาม เจ้าช่างตาแหลมยิ่งนัก บัดนี้ ข้ายิ่งเชื่อมั่นว่าเจ้าจะสามารถสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ได้”

เมื่อตามเอ๋าปิ่งมาถึงภูเขาฮวากั่วซาน เอ๋าเจี่ยก็ยืนมองอย่างเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงกล่าวชม ด้วยพลังของเขา ถึงแม้จะไม่สามารถมองทะลุถึงแก่นแท้ของภูเขาฮวากั่วซานได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็พอจะมองเห็นความไม่ธรรมดาอยู่บ้าง

แน่นอนว่า เพียงแค่ภูเขาเซียนที่ซ่อนเร้นโชคชะตาอันยิ่งใหญ่ไว้ลูกหนึ่ง ยังไม่ถึงกับทำให้เขาต้องหวั่นไหว สิ่งที่ทำให้เขาหวั่นไหวอย่างแท้จริงก็คือ ภูเขาเซียนลูกนี้เป็นสิ่งที่เอ๋าปิ่งหาพบ

หลังจากผ่านเคราะห์กรรมความเป็นความตายมาหนึ่งครั้ง ไม่เพียงแต่สติปัญญาของเอ๋าปิ่งจะสูงขึ้นเท่านั้น แม้แต่โชคชะตาก็ยังดีขึ้นตามไปด้วย

สถานการณ์เช่นนี้ ในโลกของผู้ฝึกตนเรียกว่า เคราะห์ร้ายถึงขีดสุดย่อมแปรเปลี่ยนเป็นดี หมายความว่าในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป ไม่ว่าเอ๋าปิ่งจะทำสิ่งใดก็จะราบรื่นเป็นอย่างมาก

ในยุคบรรพกาล วาสนาคือสิ่งที่สำคัญที่สุด แข็งแกร่งกว่าของวิเศษหรือผู้หนุนหลังใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อมีวาสนานี้คอยช่วยเหลือ เอ๋าปิ่งอยากจะไม่ประสบความสำเร็จก็ยังยาก

“ข้าก็รู้สึกว่าภูเขาลูกนี้ไม่ธรรมดา แต่ไม่ธรรมดาอย่างไรนั้นกลับมองไม่ออก ดังนั้นจึงคิดที่จะย้ายมันไป เพื่อใช้เป็นแกนหลักในการสร้างทวีปมังกร แล้วค่อยๆ ศึกษามันข้างกายอย่างช้าๆ”

เมื่อได้ยินเอ๋าเจี่ยชื่นชมภูเขาฮวากั่วซาน เอ๋าปิ่งก็ยิ้มออกมา ถึงแม้จะไม่มีศิลาซ่อมสวรรค์ คุณค่าของภูเขาฮวากั่วซานเองก็ไม่ต่ำ เป็นภูเขาเซียนที่หาได้ยากในโลก

“ภูเขาลูกนี้ตั้งอยู่ในทะเลตงไห่มาหลายปี ก็ไม่เคยเห็นมีใครมองเห็นความไม่ธรรมดาของมัน แต่กลับถูกเจ้าพบเห็นได้โดยบังเอิญ เห็นได้ว่าเจ้ากับมันมีวาสนาต่อกัน”

“โอกาสในภูเขาลูกนี้ อาจจะเตรียมไว้สำหรับเจ้าก็เป็นได้ รอดูฝีมือของพี่ใหญ่เถิด จะย้ายมันไปยังทวีปมังกร เพื่อใช้เป็นสถานบำเพ็ญพรตของเจ้า”

เอ๋าเจี่ยให้คนพาเอ๋าปิ่งถอยออกไป ส่วนตนเองก็ใช้พลังอิทธิฤทธิ์ ใช้พลังมหาศาลลากภูเขาฮวากั่วซาน มุ่งหน้าไปยังชายฝั่งทะเลตงไห่

และในอีกด้านหนึ่ง ราชามังกรสี่ทะเลก็นำเหล่าเซียนมังกรจำนวนหนึ่ง ออกตามหาเกาะเล็กๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป รวมถึงเศษเสี้ยวของดวงดาวที่ถูกฝังลึกอยู่ใต้ท้องทะเล เตรียมที่จะใช้พวกมันมาสร้างเป็นรากฐานของทวีปมังกร

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 3 - ภูเขาฮวากั่วซาน

คัดลอกลิงก์แล้ว