- หน้าแรก
- เสิร์ฟร้อนต่างมิติ
- บทที่ 35: ข้าวราดหมูเส้นผัดซอสเสฉวน
บทที่ 35: ข้าวราดหมูเส้นผัดซอสเสฉวน
บทที่ 35: ข้าวราดหมูเส้นผัดซอสเสฉวน
บทที่ 35: ข้าวราดหมูเส้นผัดซอสหยูเซียง
เซิ่งจิ่วอดขำกับท่าทางของคุณปู่ทั้งสองไม่ได้ เธอเปิดประตูพลางเชิญทั้งคู่เข้ามาข้างใน
สิ่งแรกที่คุณปู่ทั้งสองทำเมื่อเข้ามาคือการมองรายการอาหารบนผนัง
ข้าวหน้าไข่แฮม จำกัด 10 ที่?
โจ๊กข้าวฟ่าง 6 ชาม อันนี้ดูปกติ
ข้าวราดหมูเส้นผัดซอสหยูเซียง จำกัด 10 ที่?
วันนี้จำกัดจำนวนเยอะจังแฮะ
คุณปู่ทั้งสองไม่ได้ว่าอะไร หลังจากปรึกษากันง่ายๆ คนหนึ่งสั่งโจ๊กข้าวฟ่าง อีกคนสั่งข้าวราดหมูเส้นผัดซอสหยูเซียง พยายามจะลองชิมให้ครบทุกอย่าง!
เซิ่งจิ่วกำลังจะเดินเข้าครัว ก็ได้ยินเสียงประตูชั้นบนดังขึ้น
เซิ่งจิ่ว: ?
นี่มันแค่ไม่กี่นาทีเองนะ?
อาเรสเหาะไปส่งข้าวให้เพื่อนร่วมทีมหรือไง?
แม้จะสงสัย แต่เซิ่งจิ่วก็รีบวิ่งขึ้นไปเปิดประตูให้อาเรสอย่างรวดเร็ว
เพื่อให้สะดวกในการกินข้าว เพื่อนร่วมทีมของอาเรสได้หาที่ใกล้ๆ ร้านอาหาร ตั้งแคมป์ชั่วคราวไว้
ตอนนี้ ระยะทางระหว่างแคมป์ของพวกเขากับประตูมิติของร้านอาหารเซิ่งจิ่ว ถ้าใช้ความเร็วสูง ก็น่าจะใช้เวลาประมาณ 6 นาทีก็ถึงแล้ว
หลังจากเปิดประตูเสร็จ เซิ่งจิ่วก็อธิบายว่ามีลูกค้าอยู่ชั้นล่าง แล้วรีบลงไปชั้นล่าง มุดเข้าครัวไป
ส่วนอาเรสก็เข้าไปล้างเนื้อล้างตัวในห้องน้ำให้สะอาด แล้วจึงลงมาชั้นล่าง
คุณปู่ทั้งสองไม่ได้รู้สึกแปลกหน้ากับใบหน้านี้เท่าไหร่นัก มองแวบหนึ่งแล้วก็ละสายตากลับไป
คุณปู่หงสูดกลิ่นเปรี้ยวเผ็ดอมหวานในอากาศเบาๆ พึมพำเสียงเบา: “กลิ่นนี้ หอมจริงๆ!”
“โจ๊กข้าวฟ่างก็หอมนะ คุณไม่ได้กลิ่นเหรอ ในกลิ่นหอมนี่ มีกลิ่นหอมของข้าวอยู่ด้วย?”
“ฉันจะไม่ได้กลิ่นได้ยังไงกัน”
...
ทั้งสองคนพึมพำกันอยู่เพียงไม่กี่คำ ก็ไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจเรื่องอื่นอีก
เพราะว่า หมูเส้นที่หมักไว้ถูกเทลงกระทะ ผัดรวมกับพริกหยวกซอย แครอทซอย และเห็ดหูหนูซอยจนหอมกรุ่น ในตอนนี้กลิ่นยังไม่ถือว่าหอมเข้มข้นเป็นพิเศษ
แต่เมื่อราดน้ำปรุงรสที่เตรียมไว้ลงไป อุณหภูมิสูงปะทะกับรสเปรี้ยวเผ็ด กลิ่นหอมที่ถูกปลุกขึ้นมาในชั่วพริบตานั้น กลายเป็นไอสีขาวที่ลอยอ้อยอิ่ง¹ ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
คุณปู่หงและคุณปู่อู่หันหน้าไปมองทางห้องครัวโดยสัญชาตญาณ สัมผัสกลิ่นหอมที่ลอยมาไม่ขาดสาย พลางกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่
ข้าวของเถ้าแก่เนี้ยน้อยนี่...
หอมเกินไปแล้ว!
อาเรสทำตามคำสั่ง ตักโจ๊กข้าวฟ่างให้คุณปู่ทั้งสองก่อน
กลิ่นหอมหวานของข้าวฟ่าง ลอยอวลอยู่ในอากาศอย่างบางเบา
แม้กลิ่นของมันจะจาง แต่กลับหอมนานและค่อยเป็นค่อยไป
มันทำให้คนได้กลิ่นกรุ่นๆ ของมันอยู่ตามซอกมุมต่างๆ
กลิ่นของมันไม่ฉุนเฉียวรุนแรง แต่กลับค่อยๆ กระตุ้นความปรารถนาและความคาดหวังในอาหารอร่อยของผู้คนได้อย่างแนบเนียน
ในห้องครัว ข้าวราดหมูเส้นผัดซอสหยูเซียงตักขึ้นจากกระทะแล้ว
กลิ่นหอมไม่รุนแรงเท่าตอนที่อุณหภูมิสูงปะทะกับวัตถุดิบอย่างดุเดือดในตอนแรก แต่กลิ่นที่ยังหลงเหลืออยู่ก็ยังคงยั่วยวนใจ
หลินฉี ที่เพิ่งกอดคอซุนเสี่ยวเสี่ยวร้องไห้เมื่อตอนกลางวัน หาข้ออ้างบางอย่าง แล้วโดดงาน² ออกมาก่อนเวลา!
สำหรับหลินฉีแล้ว นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยทำมาก่อน
เธอเป็นตัวท็อปด้านการทำงานหนัก³ มาโดยตลอด
ซุนเสี่ยวเสี่ยวก็ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน!
ผลคือ เพื่อของกินคำเดียว คนสองคนถึงกับโดดงาน!
ถ้าหากถูกบริษัทจับได้...
เอาเถอะ จริงๆ ก็คงทำอะไรไม่ได้มาก
เพราะปกติทั้งสองคนก็ทำงานหนักมากจริงๆ ตำแหน่งงานที่ทำอยู่ก็สำคัญมาก
อย่างมากก็แค่หักเบี้ยขยันนิดหน่อย
ทั้งสองคนไม่สนใจแล้ว
ตอนกลางวันหลินฉีกินข้าวไม่ลง เลยกินอย่างอื่นกับซุนเสี่ยวเสี่ยวไปลวกๆ
จากนั้น ตลอดช่วงบ่าย เธอก็ปวดท้องจนเริ่มสงสัยในชีวิต
กินยาแก้ปวดท้องไป ก็ไม่ได้เห็นผลทันที
พอท้องหายปวด ในใจของหลินฉีก็เกิดความปรารถนาบางอย่างขึ้นมา
เธอคิด ตัวเองทำงานหนักขนาดนี้ ทำร้ายร่างกายตัวเองขนาดนี้ โดดงานมากินข้าวสักมื้อ คงไม่มากเกินไปใช่ไหม?
เธอแอบเปรยๆ ความต้องการของตัวเองให้ซุนเสี่ยวเสี่ยวฟัง ไม่คิดว่าซุนเสี่ยวเสี่ยวก็คิดแบบเดียวกัน
ทั้งสองคนเห็นพ้องต้องกันทันที แล้วก็ลากเพื่อนร่วมงานมาอีกคน รวมเป็นสามคน
ยังไม่ทันจะเข้าร้าน พวกเธอก็ได้กลิ่นเปรี้ยวเผ็ดหวานนั้นแล้ว
กลิ่นหอมนั้น ราวกับมือที่มองไม่เห็นคู่ใหญ่ ยื่นออกมาหาพวกเธออย่างช้าๆ จากระยะที่ไม่ไกลนัก เหมือนจะคว้าตัวพวกเธอไปยังสวรรค์แห่งอาหาร
หลินฉีตาแดงก่ำ: “กลิ่นนี้แหละ เถ้าแก่เนี้ยน้อยเปิดร้านแล้ว!”
หลินฉีที่ปกติแค่ขึ้นบันไดชั้นสี่ก็หอบแล้ว ในตอนนี้กลับใช้พลังทั้งหมด พุ่งตัวออกไป
ซุนเสี่ยวเสี่ยวเห็นดังนั้น ไม่ได้การ เธอจะยอมน้อยหน้าไม่ได้
จากนั้น ก็พยุงร่างที่อ่อนแรงของตัวเองตามไปด้วย
เพื่อนร่วมงานที่ตามมาช้าไปก้าวหนึ่ง บนหัวมีเครื่องหมายคำถามผุดขึ้นมาช้าๆ ?
เพื่อนร่วมงานคนนี้อยู่ฝ่ายขาย ชื่อ เวินหน่วน⁴ แม้เธอจะอ้างว่าออกมาเยี่ยมลูกค้า แต่เธอก็มีลูกค้าที่ต้องไปเยี่ยมจริงๆ
เวินหน่วนรู้สึกว่าตัวเองกินมื้อกลางวันอิ่มมากแล้ว ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องกินอะไรเพิ่ม
ถ้าอ้วนเกินไป...
เธอยังต้องกังวลเรื่องเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเอง ว่าจะใส่ไม่พอดีหรือเปล่า
แต่กลิ่นนี้...
ซู้ด! (เสียงสูดกลิ่น)
มันจะหอมเกินไปหน่อยไหม?
เวินหน่วนอยากจะเดินจากไป แต่ฝีเท้ากลับไม่ฟังคำสั่งของเธอ
กว่าเธอจะรู้ตัวอีกที ก็มานั่งเรียบร้อยอยู่กับหลินฉีและพวกพ้องแล้ว มือก็กำลังเช็ดช้อนส้อมโดยอัตโนมัติ
เวินหน่วน: ?
เดี๋ยวนะ ฉันความจำเสื่อมไปเหรอ?
มีขั้นตอนใหญ่ๆ หายไประหว่างทาง ทำไมฉันถึงไม่รู้สึกตัวเลยล่ะเนี่ย?
แม้หลินฉีจะได้กลิ่นหมูเส้นผัดซอสหยูเซียงแล้วน้ำลายสอ แต่กระเพาะของเธอสิ!
หมอบอกแล้วว่า ถ้าตารางชีวิตไม่แน่นอน การกินก็ไม่แน่นอนไปด้วย กระเพาะของเธอก็อย่าหวังว่าจะหายดีได้เลย
แถมยังต้องงดอาหาร ต้องงดของเผ็ดของแสลง เครื่องดื่ม ผลไม้ พวกนี้ต้องกินให้น้อยลง ทางที่ดีคือไม่กินเลย!
หลินฉีกัดฟันสั่งโจ๊กข้าวฟ่าง เธอปลอบใจตัวเองว่าโจ๊กข้าวฟ่างก็หอมเหมือนกัน
ดูคุณปู่โต๊ะข้างๆ สิ กินโจ๊กข้าวฟ่างซะเคลิ้มเชียว!
ถึงกระนั้น เมื่อกลิ่นหมูเส้นผัดซอสหยูเซียงจากโต๊ะข้างๆ ลอยมา หลินฉีก็ยังอดกลืนน้ำลายอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้
แม้ร่างกายของซุนเสี่ยวเสี่ยวจะอ่อนเพลีย แต่ก็ยังแข็งแรงอยู่
ดังนั้น พอมาถึง เธอก็โบกมือสั่งข้าวราดหมูเส้นผัดซอสหยูเซียงทันที
เวินหน่วนมองรายการอาหารบนผนัง อดไม่ได้ที่ตาจะเบิกกว้างด้วยความตกใจ⁵: แพงขนาดนี้เลยเหรอ?
แต่เมื่อเห็นหลินฉีกับซุนเสี่ยวเสี่ยวยอมรับได้เป็นอย่างดี เวินหน่วนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็สั่งข้าวราดหมูเส้นผัดซอสหยูเซียงไปจานหนึ่ง
เธอก็อยากจะลองชิมดูเหมือนกันว่า ข้าวราคา 68 หยวน⁶ จานนี้ มันอร่อยแค่ไหนกัน ถึงกล้าขายแพงขนาดนี้?
หลังจากสามสาวเข้าร้านมาแล้ว ก็มีลูกค้ารายอื่นเข้าร้านมาอีก
อาเรสพยายามปั้นหน้ายิ้มแย้มต้อนรับอย่างสุดความสามารถ
หนุ่มหล่อลูกครึ่งหุ่นดี⁷ สูงเกินเมตรเก้าสิบ หน้าตาก็ดี ดวงตาลึกชวนมอง เวลามองคนก็ดูจริงใจเป็นพิเศษ คนแบบนี้แค่ยืนอยู่ตรงนั้นก็เป็นทัศนียภาพที่งดงามแล้ว
ลูกค้าใหม่ที่เข้ามาเป็นเด็กสาวสองคน อายุยังไม่มาก พวกเธอตามกลิ่นหอมเข้ามา
แวบแรกที่เห็นอาเรส ดวงตาก็เบิกกว้างทันที
ฮือๆ!
สเปคฟ้าประทาน⁸ ชัดๆ!
หุ่นแบบนี้ ถ้าไม่ถอดเสื้อผ้าให้หมดแล้ววาดรูปเก็บไว้ เสียดายแย่เลย⁹
ลายกล้ามเนื้อแบบนี้ แนวกล้ามเนื้อแบบนี้ ลวดลายแบบนี้... โอเค ลวดลายมองไม่เห็น
แต่ดูจากท่วงท่าการเคลื่อนไหว เสื้อผ้าที่แน่นตึง¹⁰ ขึ้นมานั้น ลายเส้นและลวดลายของกล้ามเนื้อต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ
เด็กสาวสองคนสบตากัน กลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
ในตอนนี้ พวกเธอเองก็ไม่รู้แล้วว่า นายแบบเฉพาะกิจตรงหน้านี้ หรือกลิ่นหอมของอาหารในร้าน อะไรมันยั่วยวนใจมากกว่ากัน
เอื๊อก!