- หน้าแรก
- ชาตินี้ข้าคือดาบ
- ตอนที่ 3 พิธีบูชาฟ้าดิน
ตอนที่ 3 พิธีบูชาฟ้าดิน
ตอนที่ 3 พิธีบูชาฟ้าดิน
ตอนที่ 3 พิธีบูชาฟ้าดิน
"อาจารย์ โหรวเสวี่ยเพิ่งพบตำราแปลกประหลาดเล่มหนึ่งที่หอสมุดชั้นสาม ขอให้อาจารย์ช่วยไขข้อข้องใจให้ด้วย"
"เจ้าพูดถึงคัมภีร์ดาบเทพหรือ?"
"ถูกต้อง จนถึงตอนนี้ โหรวเสวี่ยเพิ่งอ่านคาถาชั้นหนึ่งของคัมภีร์ดาบเทพ แต่ข้ารู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ผู้บำเพ็ญมนุษย์อย่างเราจะฝึกได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องแปลกประหลาดกว่านั้นอีก"
เสิ่นโหรวเสวี่ยเล่าเหตุการณ์ในหอสมุดอย่างคร่าวๆ แม้จี้เฟิงหยุนจะเจนโลกเจนชีวิต หลังจากฟังแล้วก็ยังขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
เขามองดูดาบชิงหยุนในมือเสิ่นโหรวเสวี่ยอยู่พักหนึ่ง จี้เฟิงหยุนจึงเอ่ย "ดูท่าทางแล้ว ดาบชิงหยุนคงมีวิญญาณแล้ว ดูเหมือนมันจะเข้ากับเจ้ามากกว่า ดาบเล่มนี้อยู่กับข้ามาหลายสิบปีก็ไม่เคยมีวิญญาณ พอมาอยู่ในมือเจ้ากลับมีวิญญาณทันที"
"มีวิญญาณ?"
เสิ่นโหรวเสวี่ยขมวดคิ้วแน่น ดูไม่เข้าใจ
จี้เฟิงหยุนพยักหน้า
"ใช่ คือมีวิญญาณ แต่ข้าก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ที่จริงคัมภีร์ดาบเทพนั้นมีที่มาที่ไปอันยิ่งใหญ่ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ผู้บำเพ็ญมนุษย์จะฝึกได้จริงๆ จึงเอาไปไว้ที่หอสมุดชั้นสาม"
เมื่อเห็นใบหน้าเสิ่นโหรวเสวี่ยเต็มไปด้วยความสงสัย จี้เฟิงหยุนจึงอธิบายเพิ่ม
"หลายร้อยปีก่อน สำนักเหลียนหยุนของเรามีอัจฉริยะที่น่าทึ่งคนหนึ่ง ว่ากันว่าเขาเป็นท่านอาของข้า ในตอนนั้นเขาอายุไม่ถึงร้อยปี แต่เป็นผู้ทรงพลังอันดับหนึ่งของซีโจวแล้ว แต่เพราะหาคู่ต่อสู้ไม่ได้จึงรู้สึกเหงา เลยออกจากซีโจวไปสู่โลกกว้าง"
"แล้วหลังจากนั้นล่ะ?"
เสิ่นโหรวเสวี่ยมีแววความอยากรู้ในดวงตา
"ท่านอากลับมาที่สำนักเหลียนหยุนหลังจากที่เขาจากไปหลายสิบปี ตอนนั้นการบำเพ็ญของเขาถึงระดับที่สูงกว่าแล้ว แต่เขาเพิ่งส่งคัมภีร์ดาบเทพให้อาจารย์ของข้า แล้วก็เกิดอาการประสาทหลอนจนจากไป" จี้เฟิงหยุนพูดจบก็ถอนหายใจเบาๆ
"อะ!"
เสิ่นโหรวเสวี่ยอุทานเสียงดัง
"ทำไมท่านอาจารย์ของท่านถึงประสาทหลอน แล้วเสียชีวิต? หรือว่าเพราะฝึกคัมภีร์ดาบเทพ?"
จี้เฟิงหยุนพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ตอนนั้นอาจารย์ของเขา อ่านคัมภีร์ดาบเทพแล้วให้ความเห็นว่า มันทรงพลังมาก แต่ไม่สามารถฝึกได้ คนที่สร้างคัมภีร์นี้ขึ้นมาเป็นคนบ้าอย่างแท้จริง ฝึกคนเหมือนฝึกดาบ แม้ท้ายที่สุดอาจเป็นดาบเทพได้จริง แต่โอกาสที่จะจิตหลอนยังมีมากกว่า"
เสิ่นโหรวเสวี่ยครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ จึงพูดขึ้น "ถ้าอย่างนั้น ข้าไม่ฝึกดีกว่า" พูดจบนางยังทำหน้ากลัวอีกด้วย
ซูอี้อยากจะด่า แม่งเอ้ย!! เสิ่นโหรวเสวี่ยฝึกไม่ได้ก็จริง แต่เขาฝึกได้ แถมยังอยากฝึกมากอีกต่างหาก ถ้าเสิ่นโหรวเสวี่ยไม่ยอมแม้แต่จะเปิดดูคัมภีร์ดาบเทพ เขาจะไม่มีโอกาสฝึกต่อเลยหรือ?
"ตอนแรกยังอยากให้เจ้าไปหอสมุดศึกษาเรื่องพิธีบูชาฟ้าดิน ตอนนี้ดูเหมือนเจ้าคงอ่านแต่คัมภีร์ดาบเทพ บัดนี้ใกล้เที่ยงแล้ว เจ้าไปกับข้าที่ลานมู่เทียนเพื่อร่วมพิธีบูชาฟ้าดินเถอะ" จี้เฟิงหยุนยิ้มน้อยๆ เพียงก้าวเดียวก็มาอยู่ข้างหลังเสิ่นโหรวเสวี่ย เดินออกจากตำหนักอู่เหลียงอย่างเท่ห์
เสิ่นโหรวเสวี่ยหันไปมองแผ่นหลังของจี้เฟิงหยุน แววตามีความอิจฉาเล็กน้อย นางรีบเดินตามไป
สำหรับความสามารถเหมือนเคลื่อนย้ายร่างของจี้เฟิงหยุน ซูอี้ตกใจไม่ใช่น้อย แต่คิดดูแล้วที่นี่คือโลกแฟนตาซี จี้เฟิงหยุนยังเป็นประมุขสำนัก มีความสามารถแบบนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดา
เวลาพิธีบูชาฟ้าดิน คือวันที่สาม เดือนสามของทุกปี เป็นเทศกาลของสำนักเหลียนหยุนโดยเฉพาะ ทุกคนในสำนักจะรอคอยวันนี้ ประมุขและผู้อาวุโสจะร่วมกันเปิดประตูบูชา พลังธาตุฟ้าดินจำนวนมากจะพุ่งออกมาจากประตูบูชา แผ่ซ่านไปทั่วสำนักเหลียนหยุน การบำเพ็ญของศิษย์สำนักเหลียนหยุนจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในวันนี้
เมื่อจี้เฟิงหยุนและเสิ่นโหรวเสวี่ยมาถึงลานมู่เทียน บนลานมีคนรออยู่มากมายแล้ว จี้เฟิงหยุนกระโดดขึ้นไปบนแท่นบูชา เสิ่นโหรวเสวี่ยก็เข้าไปในกลุ่มคนบนลาน
"พี่เสิ่น"
ทุกคนดูเหมือนจะเคารพเสิ่นโหรวเสวี่ยมาก พอเห็นนางเดินมาก็คำนับทักทายกัน
เสิ่นโหรวเสวี่ยไม่ได้พูดอะไร แค่พยักหน้าเบาๆ ตั้งแต่ต้นจนจบยังคงสีหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็ง
"ดูเหมือนเสิ่นโหรวเสวี่ยจะไม่ได้เป็นศิษย์สืบทอดสายตรงของประมุขสำนักเหลียนหยุนลอยๆ เพราะมีสถานะในสำนักเหลียนหยุนสูงจริงๆ" ซูอี้ชื่นชมในใจ เขารู้สึกว่าเสิ่นโหรวเสวี่ยไม่ใช่นางฟ้าน้ำแข็งที่เย็นชาจริงๆ แม้แต่ในใจก็ยังมีด้านอ่อนโยน แต่ต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ เสิ่นโหรวเสวี่ยก็ยังเลือกที่จะทำสีหน้าเย็นชา
"พี่เสิ่น ได้ยินว่าพี่เป็นศิษย์สืบทอดสายตรงของท่านประมุขแล้ว ข้าขอแสดงความยินดีด้วย!" ชายหนุ่มในชุดขาวคนหนึ่งเดินมาหาเสิ่นโหรวเสวี่ยช้าๆ ยิ้มอย่างเป็นมิตร
"ฉีเฮ่า…ไอ้นี่หน้าไม่อายจริงๆ พี่เสิ่นปฏิเสธเขาไปหลายครั้งแล้ว ยังคิดจะจีบพี่เสิ่นอีก"
"ใช่ๆ ไม่ดูตัวเองบ้าง ดูภายนอกเหมือนคนดี แต่เรื่องชั่วช้าที่ทำลับหลัง ในสำนักเหลียนหยุน ใครไม่รู้บ้าง?"
"ตอนก่อนพี่เสิ่นก็ไม่สนใจเขาแล้ว ตอนนี้พี่เสิ่นเป็นลูกศิษย์สืบทอดสายตรงของท่านประมุข อนาคตคงเป็นประมุขสำนักเราแน่ ก็ยิ่งไม่มองเขาเลย"
"ฮึ! ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเป็นหลานของผู้อาวุโสฉี พี่เสิ่นคงฆ่าเขาไปนานแล้ว"
คนรอบข้างพูดกันวุ่นวาย แม้เสียงจะไม่ดัง แต่ก็ดังชัดเจนในหูของฉีเฮ่า จนสีหน้าฉีเฮ่าดำคล้ำลง
เสิ่นโหรวเสวี่ยแค่พยักหน้าเบาๆ "ขอบคุณ" พูดจบก็หันหลังเดินไป ดูเหมือนไม่อยากคุยกับฉีเฮ่ามาก
มองแผ่นหลังของเสิ่นโหรวเสวี่ย ฉีเฮ่ามีแววร้อนแรงในดวงตา สาบานในใจว่าสักวันหนึ่งจะพิชิตสาวงามภูเขาน้ำแข็งนี้ให้ได้
เสิ่นโหรวเสวี่ยเดินห่างจากฉีเฮ่าไปหน่อย จึงมองไปทางแท่นสูง นอกจากประมุขจี้เฟิงหยุนแล้ว ยังมีผู้อาวุโสแปดคนยืนอยู่ แม้จะสวมชุดสีต่างกัน แต่บนชุดล้วนมีเครื่องหมายผู้อาวุโสสำนักเหลียนหยุน
สำหรับพิธีบูชาฟ้าดิน เสิ่นโหรวเสวี่ยคุ้นเคยดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางเข้าร่วมพิธีบูชาฟ้าดินของสำนักเหลียนหยุน แต่ตอนนี้นางเป็นศิษย์สืบทอดสายตรงของประมุขจี้เฟิงหยุนแล้ว อนาคตอาจต้องรับผิดชอบเปิดพิธีบูชาฟ้าดิน
แต่เกี่ยวกับวิธีเปิดพิธีบูชาฟ้าดิน นางยังไม่ค่อยรู้ชัด ก่อนหน้านี้จี้เฟิงหยุนให้นางไปหอสมุด ก็เพียงต้องการให้นางเข้าใจเรื่องที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
"น้องโหรวเสวี่ย ไม่เจอกันนานเลย"
เสียงอ่อนโยนดังขึ้น เสิ่นโหรวเสวี่ยหันไปดูจึงรู้ว่าคนพูดคือ ฉู่อู๋ซวง
ฉู่อู๋ซวง ในสำนักเหลียนหยุนก็นับว่าเป็นคนเก่งระดับต้นๆ ก่อนที่เสิ่นโหรวเสวี่ยจะเข้าสำนักเหลียนหยุน มีข่าวลือว่าจี้เฟิงหยุนจะรับฉู่อู๋ซวงเป็นศิษย์สืบทอดสายตรง
แต่สุดท้ายความโดดเด่นทั้งหมด กลับถูกเสิ่นโหรวเสวี่ยแย่งไป
--------------------------------
ฝากติดตาม สนับสนุน และเป็นกำลังใจให้ด้วยนะ
หากพบคำผิด แจ้งได้เลย