เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 225 ยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์มีต้นไม้จักรพรรดิ

บทที่ 225 ยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์มีต้นไม้จักรพรรดิ

บทที่ 225 ยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์มีต้นไม้จักรพรรดิ


แสงแรกของอรุณรุ่งสาดส่องจากปลายฟ้าลงมา ฉับพลันไล่ความมืดมิดไปทั่วทั้งท้องนภา

โม่หยางค่อยๆ ลืมตาขึ้น ยืดร่างเต็มความสูง มองฟ้าที่ถูกห่มด้วยแสงเรืองรองแล้วถอนหายใจเบาๆ

วันนี้…ในที่สุดก็มาถึง

วันแต่งงานของตระกูลมู่และแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน

สำหรับชาวยุทธ์แล้ว นี่คือวันมหามงคล เป็นการแต่งงานระหว่างธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้สูงส่งกับทายาทแห่งหนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่แห่งดินแดนตอนกลาง ถือเป็นเรื่องงดงามน่าชื่นชม

แต่สำหรับโม่หยาง วันนี้กลับเป็นวันแห่งชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เมืองเสวียนเทียนเริ่มฟื้นตื่นจากห้วงนิทรา ผู้ฝึกยุทธ์จากสารทิศทยอยออกจากที่พัก ต่างมุ่งหน้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน

โม่หยางกลับมายังโรงเตี๊ยม พบว่าเจ้าหมาน้อยยังหลับปุ๋ยไม่รู้เรื่องรู้ราว

เขาเข้าสู่หอจักรพรรดิดาราอีกครั้ง จ้องมองกระดานหมากล้อมบรรพกาลที่ชั้นสาม ตอนนี้หอจักรพรรดิดาราช่วยอะไรไม่ได้ กระดานหมากนี่แหละคือไพ่ตายสุดท้าย

หลังเตรียมตัวเรียบร้อย โม่หยางเก็บเจ้าหมาน้อยใส่หอจักรพรรดิดาราแล้วออกจากโรงเตี๊ยม มุ่งหน้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน

ผู้คนจากทั่วสารทิศที่เดินทางมายังเมืองเสวียนเทียนต่างมุ่งหน้าออกไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนแล้ว เพราะข่าวได้แพร่กระจายไปก่อนหน้านี้ว่า วันนี้แดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนจะเปิดประตูต้อนรับเป็นพิเศษ ยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์จะเปิดให้ผู้คนเข้าเยี่ยมชมเป็นครั้งแรก

ยอดเขานี้เป็นสถานที่ต้องห้ามของแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนมาแต่โบราณ มีเพียงธิดาศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่พำนักอยู่ได้

สาเหตุที่มันลึกลับนัก ก็เพราะบนยอดเขาแห่งนี้มีต้นไม้จักรพรรดิ

จากตำนานของแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน บอกว่าต้นไม้จักรพรรดินี้เป็นรากฐานแห่งการก่อตั้งสำนัก และในอดีตแม้มันจะตายไปแล้ว แต่เมื่อไม่นานมานี้กลับฟื้นคืนชีพอีกครั้ง

ก่อนเข้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน โม่หยางใช้ม้วนอักษรแปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ จากนั้นจึงก้าวเข้าสู่ภายใน

ภายในแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความปีติ แขกเหรื่อจากสำนักต่างๆ มาแสดงความยินดีทั้งสิ้น สองข้างทางประดับด้วยโคมแดงทั่วทุกที่ บรรยากาศราวกับงานเฉลิมฉลองของแผ่นดิน

โม่หยางกลับรู้สึกสงบอย่างประหลาด เขารู้ดีว่าตนมาที่นี่เพื่ออะไร แต่จิตใจกลับไร้คลื่นใดๆ

เขาไม่ลังเล เดินตรงสู่ยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์

ไม่กี่วันก่อนเขาเคยแอบมายังที่นี่ ตอนนั้นม่านพลังห่อหุ้มทั่วทั้งภูเขา เขาไม่อาจเข้าใกล้ได้แม้แต่น้อย

แต่วันนี้ม่านพลังเหล่านั้นหายไปหมดแล้ว

แม้ภูเขาจะยังคงปกคลุมด้วยหมอกจางราวแพรไหม แต่บัดนี้ประตูได้เปิดแล้ว

เขาเงยหน้าขึ้นมอง เห็นผู้ฝึกยุทธ์มากมายกำลังปีนขึ้นสู่ยอด

ไม่นานโม่หยางก็มาถึงตีนเขา พรมแดงถูกปูจากเชิงเขาจนถึงยอดเขา ผู้คนต่างทยอยขึ้นไปไม่ขาดสาย

แม้ที่นี่จะไม่ได้จัดพิธีแต่งงานโดยตรง แต่เพราะเปิดให้เข้าชมได้ จึงมีผู้คนมากมายต้องการขึ้นไปชม ต้นไม้จักรพรรดิด้วยตาตนเอง

ว่ากันว่าต้นไม้ต้นนี้ฝังแน่นด้วยพลังเต๋าระดับจักรพรรดิ การสัมผัสมันอาจทำให้เข้าใจเส้นทางแห่งเต๋าได้

โม่หยางหยุดยืนครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวขึ้นสู่บันได

เมื่อครั้งแรกที่เขาเคยมาที่นี่ ใครจะคาดคิดว่าอีกไม่กี่วันต่อมา เขาจะกลายเป็นศูนย์กลางของเรื่องทั้งหมดนี้

ระหว่างทางไม่มีใครสนใจเขา แม้จะเดินผ่านโอรสสวรรค์ที่เคยเห็นในเรือนแปรสวรรค์ ก็ไม่มีใครจำเขาได้

หนึ่งในผู้ที่สะดุดตาที่สุดบนเส้นทางคือ ไป๋ฝานแห่งนิกายพุทธ ชายหนุ่มในจีวรหัวโล้นผู้มีอากัปกิริยาเรียบง่าย เย็นชา และลึกลับที่สุดในบรรดาโอรสสวรรค์

แม้จะไม่เคยเห็นเขาออกกระบวนท่า แต่กลับไม่มีใครกล้าดูแคลนเขา

เมื่อเดินผ่านไป ไป๋ฝานหันมามองโม่หยางครู่หนึ่ง สีหน้าดูแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไป

โม่หยางพลันขมวดคิ้ว เขารู้ได้ทันทีไป๋ฝานคงจำเขาได้

แม้ไม่ได้พูดหรือจ้องมองนาน แต่จังหวะที่อีกฝ่ายมองมาในดวงตานั้นมีแววสะเทือน ทำให้โม่หยางแน่ใจว่าเขาถูกมองออกแล้ว

“สามารถมองทะลุม้วนอักษรแปรได้…ไม่น่าแปลกใจที่คนพูดกันว่า ไป๋ฝานลึกล้ำเกินหยั่ง” โม่หยางคิดในใจ

เขาไม่แปลกใจนัก เพราะเขาเองยังฝึกม้วนอักษรแปรได้เพียงเบื้องต้น และในนิกายพุทธเองก็มีวิชาเนตรแห่งการรู้แจ้ง เช่น เนตรสวรรค์ที่อาจสามารถมองผ่านกลวิชาเหล่านี้ได้

เดินต่อไปเรื่อยๆ โม่หยางเห็นเนี่ยอวิ๋นกำลังพูดคุยอยู่กับโอรสสวรรค์อีกสองคน พวกเขาต่างกำลังขึ้นเขาอย่างสนใจ

เมื่อเงยหน้ามองยอดเขา โม่หยางเห็นกลุ่มผู้คนจำนวนมากมุงล้อมอยู่รอบลานหน้าสวน ต้นไม้ใหญ่ที่ว่าตั้งตระหง่านกลางลานนั้น

มีผู้ฝึกยุทธ์บางคนถึงขั้นนั่งสมาธินอกลานเพื่อหวังจับสัมผัสกับพลังเต๋าที่ฝังอยู่ในต้นไม้จักรพรรดิ

แม้ยอดเขาจะเปิดต้อนรับผู้มาเยือน แต่ลานสวนกลับปิดสนิท มีศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนยืนเฝ้าอยู่ ไม่อนุญาตให้ใครเข้า

โม่หยางไม่ได้เข้าใกล้ลาน เขาแค่กระจายสัมผัสออกเงียบๆ

เขาสัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งถึงสี่สายแผ่ปกคลุมรอบลาน พร้อมกับสัมผัสถึงหญิงสาวชื่ออวี้เหยาที่เขาเฝ้าถวิลหา

ภายในลานยังมีศิษย์หญิงของแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนอยู่ร่วมด้วยอีกหลายคน

ไม่มีข้อสงสัยเลย พวกผู้แข็งแกร่งเหล่านี้มาเพื่อจับตาอวี้เหยาไม่ต่างจากถูกกักตัว

โม่หยางไม่คิดจะฝืนเข้าไป เพราะถ้าเป็นศัตรูกับแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน ณ ตอนนี้ เท่ากับหายนะมาเยือน

สำนักที่สืบทอดมาหลายพันปีแบบนี้ ใครจะรู้ว่ามียอดฝีมือยุคโบราณแฝงตัวอยู่มากน้อยเพียงใด แค่ลุกขึ้นมาคนเดียวก็พอจะทำให้เขาตายโดยไร้โอกาสโต้กลับแล้ว

ในขณะนั้น…

ภายในลาน ชุดเจ้าสาวถูกวางเรียบร้อยบนโต๊ะ แต่หญิงสาวผู้นั้นกลับยืนอยู่ใต้ต้นไม้จักรพรรดิ มองดูยอดใบไม้สีเขียวโดยไม่ไหวติง

“ธิดาศักดิ์สิทธิ์ ถึงเวลาเปลี่ยนชุดแล้ว!” ศิษย์หญิงเอ่ยเตือนเป็นครั้งที่สาม

แต่อวี้เหยาก็ไม่ตอบ กลับยืนจ้องต้นไม้ราวกับตกอยู่ในภวังค์ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

“ธิดาศักดิ์สิทธิ์ ขบวนรับตัวเจ้าสาวกำลังจะมาถึงแล้ว!” อีกคนเอ่ยเตือน

ผ่านไปชั่วครู่…

อวี้เหยาพลันถอนหายใจเบาๆ สายตาค่อยๆ ละจากยอดไม้

ใบหน้านางปรากฏความสับสน คล้ายตกอยู่ในห้วงแห่งความสิ้นหวัง สายตามองไปรอบลาน ก่อนพึมพำเบาๆ “บางที…แบบนี้อาจจะดีที่สุดแล้วก็ได้”

เที่ยงวันเสียงร้องเรียกกึกก้องดังขึ้นทั่วทั้งยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์

“ขบวนรับเจ้าสาวของตระกูลมู่…มาถึงแล้ว!”

ยอดเขาทั้งลูกพลันคึกคัก ผู้คนเบิกตามองลงไปยังตีนเขา

และในขณะเดียวกัน…

ต้นไม้จักรพรรดิบนยอดเขาก็สั่นไหว แผ่ประกายเขียวมรกตออกมาทันใด!

จบบทที่ บทที่ 225 ยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์มีต้นไม้จักรพรรดิ

คัดลอกลิงก์แล้ว