- หน้าแรก
- ราชันบรรพกาล
- บทที่ 218 สาวน้อยผู้ห้าวหาญ
บทที่ 218 สาวน้อยผู้ห้าวหาญ
บทที่ 218 สาวน้อยผู้ห้าวหาญ
โม่หยางมิได้ใช้ม้วนอักษรแปรเพื่อเปลี่ยนโฉมหน้า เพราะผู้ที่มารวมตัวอยู่ที่นี่ล้วนแต่เป็นโอรสสวรรค์จากตระกูลและสำนักใหญ่ มีบางคนครอบครองเคล็ดวิชาพิสดาร แม้จะแปลงโฉมก็อาจถูกมองทะลุ ดังเช่นหญิงสาวลึกลับผู้นั้น ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเลือกที่จะเก็บไพ่ไว้ในมือดีกว่า
บรรดาผู้ฝึกยุทธ์ที่ยืนแน่นอยู่ตามโถงทางเดิน เมื่อเห็นโม่หยางก็เริ่มซุบซิบกันเบาๆ หัวข้อที่พูดถึงก็มักเกี่ยวข้องกับธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน
แต่โม่หยางไม่ใส่ใจ เดินเข้าชั้นเจ็ดของหอคอยพร้อมกับหญิงสาว
ทว่าในชั่วพริบตาที่เขาก้าวเท้าเข้าไป... สายตานับสิบคู่ก็พุ่งมาทางเขา บรรยากาศภายในหอคอยพลันเงียบงันลงทันที
แม้โม่หยางจะมิใช่โอรสสวรรค์ในสายตาของโลก แต่ชื่อของเขากลับดังกระหึ่มยิ่งกว่าโอรสสวรรค์หลายคนเสียอีก
หลายเดือนมานี้ เหตุการณ์ใหญ่ที่เกี่ยวกับโม่หยางเกิดขึ้นต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง แม้พลังฝึกปรือเขาไม่ถึงกับแข็งแกร่งล้นฟ้า แต่สิ่งที่เขาก่อไว้ในดินแดนตอนกลาง ก็ทำให้ชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่ว และที่เขาไปพัวพันก็ล้วนเป็นขุมพลังใหญ่ที่ไม่มีใครกล้ายุ่ง
ในห้องชั้นเจ็ดนี้ มีอยู่สิบกว่าคนซึ่งล้วนเป็นบุตรแห่งสวรรค์ โม่หยางรู้จักอยู่เพียงไม่กี่ราย เช่น เนี่ยอวิ๋นแห่งเขากระบี่ ไป๋ฝานแห่งนิกายพุทธ เจียงเสวียนฮวานแห่งสำนักต้าต้าว รวมถึงสองพี่น้องฝาแฝดที่เคยเจอกันมาก่อน และสาวงามที่นั่งอยู่กลางห้อง เมิ่งเซียนอิน
สำหรับคนอื่น แม้เคยได้ยินชื่อโม่หยางและรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเขาอยู่บ้าง แต่ไม่เคยพบตัวจริง จึงไม่รู้จะรู้สึกอย่างไร ทว่าผู้ที่เคยพบหน้า กลับมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีที่เขาเข้ามา
เจียงเสวียนฮวานแววตาเย็นเฉียบ มองโม่หยางแวบหนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองหญิงสาวข้างกาย สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย
เมิ่งเซียนอินหน้านิ่งค้างในทันทีที่เห็นโม่หยาง สายตาปรากฏประกายสังหาร เสียงพิณขาดสะบั้นทันใด
ไป๋ฝานแห่งนิกายพุทธสีหน้าเรียบเฉย มองโม่หยางเงียบๆ แล้วเหลือบมองหญิงสาวไม่พูดอันใด
เนี่ยอวิ๋นผู้คุ้นเคยกับโม่หยางมากกว่าคนอื่น ผงะเล็กน้อยก่อนจะยิ้มแย้มลุกขึ้นทักทาย “พี่โม่ ไม่พบกันนาน!”
“พี่เนี่ย ไม่พบกันนานจริงๆ!” โม่หยางยิ้มตอบ
จากนั้นเขาหันไปมองเมิ่งเซียนอิน แล้วกล่าว “เทพธิดาเมิ่ง ไม่พบกันนาน พบกันครานี้เจ้ายิ่งงดงามขึ้นกว่าเดิมนัก”
เมิ่งเซียนอินขมวดคิ้วก่อนจะกล่าวเย็นชา “เกรงว่าข้าคงต้องขอบคุณที่พี่โม่ยังไม่ลืมข้า!”
“ฮ่าๆ เทพธิดาไยกล่าวเช่นนั้น ข้าฟังแล้วรู้สึกห่างเหินนัก เหมือนเราไม่สนิทกันเลย!” โม่หยางยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ คล้ายว่าความแค้นระหว่างเขากับนางไม่เคยมีอยู่
หนุ่มคนหนึ่งที่นั่งข้างเนี่ยอวิ๋น อดไม่ได้ถามเบาๆ “ผู้นี้เป็นใครกัน?”
เนี่ยอวิ๋นหัวเราะ “เจ้าต้องเคยได้ยินชื่อเขาแน่”
หนุ่มผู้นั้นขมวดคิ้ว จ้องมองโม่หยางจากหัวจรดเท้า แล้วถามแบบไม่มั่นใจ “โม่… หรือว่าจะเป็นโม่หยาง?”
โม่หยางพยักหน้า “ใช่ ข้านี่แหละคือโม่หยาง!”
เมื่อได้ยินคำยืนยัน ทุกคนในห้องก็เงียบลงอีกครั้ง ผู้ที่เพิ่งเห็นหน้าโม่หยางเป็นครั้งแรกต่างก็สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ไม่มีใครคาดคิดว่าโม่หยางจะโผล่มาที่นี่ ในเมืองเสวียนเทียน... ณ ช่วงเวลาใกล้วันแต่งงานของธิดาศักดิ์สิทธิ์ เหตุใดเขาจึงปรากฏตัวขึ้น? มาดูงานมงคล หรือมีเป้าหมายอื่น?
หลายคนเริ่มหันไปพิจารณาหญิงสาวข้างกายเขาแทน นางเป็นใครกันแน่? ไม่ใช่ว่าโม่หยางมีใจต่อธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนเสวียนเทียนหรือ แล้วทำไมถึงมากับหญิงอื่นอีก?
“พี่โม่ ผู้นี้คือ?” เนี่ยอวิ๋นถามขึ้นอย่างอดใจไม่ไหว ดูออกว่าเขาเองก็ไม่รู้จักหญิงสาว
คำถามนี้ทำให้โม่หยางสะอึก เขามากับนางก็เพื่อดูว่ามีใครในหมู่โอรสสวรรค์เหล่านี้รู้จักนางหรือไม่
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไร หญิงสาวก็กล่าวเสียงใสว่า “ข้าเป็นพี่สาวเขาเอง!”
โม่หยางชะงักกึก ส่วนเนี่ยอวิ๋นถึงกับตะลึงไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มแหยๆ แล้วพูดว่า “พี่สาวหรือ…อ้า..ข้าเข้าใจแล้ว ไม่แปลกเลยที่เจ้าทั้งสองจะมีกลิ่นอายเหนือธรรมดาเช่นนี้ สมกับเป็นพี่น้องร่วมท้องแม่นัก!”
หญิงสาวยิ้มหวาน พยักหน้าเบาๆ แล้วไปหาที่นั่งด้วยท่าทางเป็นกันเอง
เมิ่งเซียนอินและเจียงเสวียนฮวานต่างขมวดคิ้ว เรื่องที่โม่หยางมีพี่สาว ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน และหญิงสาวผู้นี้ก็ดูจะไม่ธรรมดา รัศมีที่แผ่ออกมาลี้ลับเกินกว่าจะดูแคลนได้
สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ นางไม่มีส่วนไหนที่ดูเหมือนโม่หยางเลยแม้แต่น้อย!
โม่หยางรู้สึกงุนงง หรือว่าในหมู่โอรสสวรรค์สิบกว่าคนนี้ ไม่มีใครรู้จักหญิงสาวผู้นี้เลยหรือ? เขาเหลือบมองนางอย่างครุ่นคิด
จากนั้นเมื่อเห็นทุกสายตาหันมาจ้องเขาอีกครั้ง โม่หยางเลยหันไปทางเมิ่งเซียนอิน แล้วยิ้ม “เทพธิดาเมิ่ง เหตุใดถึงหยุดเล่นเล่า บรรเลงต่อเถิด!”
น้ำเสียงราวกับสั่งสาวใช้เช่นนี้ ทำให้เมิ่งเซียนอินรู้สึกขุ่นเคืองในใจ กระทั่งขมับยังปรากฎเส้นเลือดปูดขึ้นเล็กน้อย
นางกลั้นอารมณ์ไว้ไม่ระเบิดกลางงาน แต่ยังมิทันที่นางจะตอบกลับ หนุ่มอีกคนก็พูดแทรกขึ้นว่า
“ท่านเจียง คืนนี้งานเลี้ยงเชื้อเชิญเฉพาะโอรสสวรรค์มิใช่หรือ? เหตุใดแมวหมาข้างทางจึงเข้ามาเดินวุ่นในที่เช่นนี้ แล้วยังไร้มารยาทนัก!”
แม้เขาไม่เอ่ยชื่อ แต่ทุกคนรู้ว่าเขาหมายถึงโม่หยาง
บรรยากาศเงียบงันขึ้นในบัดดล เจียงเสวียนฮวานเพียงหันไปมองโม่หยางแวบหนึ่ง แต่เพียงสายตานั้นก็สื่อความหมายได้แล้ว
เนี่ยอวิ๋นรีบหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วเชื้อเชิญ “พี่โม่ เชิญนั่ง”
“ทุกท่านล้วนมาด้วยใจรักเสียงดนตรี ได้ยินเทพธิดาเมิ่งบรรเลง ถือเป็นวาสนาของพวกเรา!”
ทว่า ชายผู้นั้นกล่าวต่อ “ถูกแล้ว แต่ใช่ว่าใครๆ จะมีวาสนาฟังได้ พวกไม่รู้ที่ต่ำที่สูง หากยังไม่รู้จักกฎ ก็อย่าได้เหิมเกริม!”
คำพูดเริ่มส่อแววรุนแรง แม้แต่เนี่ยอวิ๋นยังรู้สึกอึดอัด
โม่หยางยังคงยิ้มแย้ม มองชายผู้นั้นแล้วถาม “เจ้าหมายถึงพวกเรารึ?”
เขาชี้ไปที่ตนและหญิงสาว ต้องการลองหยั่งเชิงหญิงสาวด้วยเช่นกัน เพราะยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นมิตรหรือศัตรู
ชายผู้นั้นยิ้มเยาะ “ที่นี่มีใครไม่เหนือกว่าเจ้าสองคน? แล้วใครให้เจ้ามาทำตัวกร่างเช่นนี้!”
“ข้าเอง!”
คำตอบกลับมิใช่โม่หยาง หากแต่เป็นหญิงสาวนั่นเอง
พร้อมกับคำตอบ พลันได้ยินเสียง “เพียะ!”
มือขาวดั่งหยกตบลงบนหน้าชายผู้นั้นอย่างไม่ลังเล ส่งร่างเขาลอยละลิ่วออกไปทะลุกระจกหน้าต่าง ตกลงไปนอกห้องในทันที!
“เอาล่ะ เงียบลงแล้วใช่ไหม?” หญิงสาวปัดฝ่ามือเบาๆ รอยยิ้มยังคงแต่งแต้มบนใบหน้า ราวกับว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
เสียงร้องด้วยความตกใจดังขึ้นจากนอกหอคอย แต่ภายในห้องกลับเงียบกริบ...
แม้แต่โม่หยางก็อึ้งตะลึง เขาเพียงต้องการหยั่งเชิงหญิงสาว ไม่คิดเลยว่านางจะลงมือจริง... แถมยังลงมืออย่างเด็ดขาดถึงเพียงนี้!