- หน้าแรก
- ราชันบรรพกาล
- บทที่ 195 เจ้าเด็กนี่ร้ายกาจนัก
บทที่ 195 เจ้าเด็กนี่ร้ายกาจนัก
บทที่ 195 เจ้าเด็กนี่ร้ายกาจนัก
ผู้อาวุโสเจ็ดแห่งตระกูลหวงและหวังเฟิง ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหวัง ต่างก็ถอยห่างออกมา สีหน้าประหนึ่งประสบเหตุอาเพศ ดวงตาทั้งคู่ฉายแววไม่อยากเชื่อ!
ผู้แข็งแกร่งแห่งสำนักต้าต้าวผู้นั้น มีพลังบรรลุถึงขอบเขตเหนือสามัญขั้นสูงสุด แถมยังเหนือกว่าผู้ที่อยู่ขั้นเดียวกันทั่วไป กลับถูกโม่หยางทำให้บาดเจ็บได้ ทั้งที่โม่หยางมิได้แม้แต่จะลงมือ เพียงตาซ้ายพุ่งรัศมีออกมาก็เพียงพอแล้ว!
“เจ้าเด็กนี่...ดวงตาซ้ายนั่นต้องมีอะไรบางอย่าง ไม่แน่ว่าอาจเป็นวิชาเนตร?” หวังเฟิงเพ่งมองดวงตาซ้ายของโม่หยาง สีหน้าประหลาดใจ แต่ในยามนี้ ดวงตาซ้ายของโม่หยางได้กลับคืนสู่สภาพปกติแล้ว หาได้พบสิ่งผิดแผกใด
ผู้อาวุโสเจ็ดแห่งตระกูลหวงจ้องเขม็งด้วยสีหน้างุนงง ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงขรึม “เจ้าเด็กนี่ร้ายกาจนัก! ไม่ว่าเขาจะใช้วิชาอันใด ทว่ารากฐานพลังย่อมขึ้นอยู่กับระดับพลังฝึกปรือของตนเอง ที่เมืองหลวงตระกูลมู่ครั้งก่อน เขาเพิ่งทะลวงไปถึงขั้นราชันยุทธ์ขั้นสองเองไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงระเบิดพลังออกได้ถึงเพียงนี้?”
นี่เป็นคำถามเดียวกันที่แว่วอยู่ในใจของทุกคน ผู้แข็งแกร่งแห่งสำนักต้าต้าวสีหน้าอึมครึม ขณะใช้พลังสกัดเลือดไม่ให้ไหลออก พลางจ้องมองโม่หยางด้วยแววตาเย็นยะเยือก
“ส่งมอบหมากแม่อีกเม็ดมา!” เขากล่าวเสียงเย็นเฉียบ ราวกับสั่งการ
“เจ้าจิ้งจอกเฒ่า! เจ้าไม่รู้หรือว่าโชควาสนาในดินแดนลับนั้นต้องแย่งกันด้วยโชคชะตา? อะไรนะ? หมากแม่เป็นของสำนักต้าต้าวพวกเจ้ารึไง? ข้าว่าไฉนไม่เห็นมีชื่อบรรพบุรุษเจ้าแกะสลักไว้บนหมากแม้แต่คำเดียว!” เจ้าหมาน้อยแยกเขี้ยว กัดฟันพูดด้วยท่าทางดุร้าย
“ไอ้สัตว์เดรัจฉาน! หากวันนี้ไม่ฆ่าเจ้าล่ะก็ ข้าขอไม่เป็นมนุษย์อีกต่อไป!” ผู้แข็งแกร่งแห่งสำนักต้าต้าวหน้าดำเป็นถ่าน เต็มไปด้วยโทสะที่ถูกหมาดูหมิ่น
“ฮึ! ไอ้เฒ่าไม่เจียมสังขาร กล้าก็มาลองกับปู่เจ้าดู!” เจ้าหมาน้อยทำท่าขู่คำราม ดูไปก็คล้ายสุนัขไม่มีผิด
ขณะนั้น เจียงเสวียนฮวานไม่กล่าวอันใด สีหน้าเขามืดมน มือกำด้ามทวนสีดำทมิฬแน่น ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทว่าแรงกดดันที่แผ่ออกกลับรุนแรงขึ้นทุกย่างก้าว แรงสั่นสะเทือนจากก้าวเดินแต่ละก้าวสะเทือนขึ้นไปถึงฟากฟ้า
ในห้วงอากาศนั้น ม้วนภาพลิขิตสวรรค์เริ่มหมุนอย่างเชื่องช้า แม้มันจะเสียหายจากศึกเมืองมู่หวัง แต่พลานุภาพยังน่าสะพรึงนัก เส้นแสงบนม้วนภาพส่องประกายราวหมู่ดาว
ภายใต้ฟากฟ้ายามราตรี แสงสว่างจากม้วนภาพไหลพรั่งพรูลงมายังโม่หยางและเจ้าหมาน้อย
โม่หยางรับรู้ถึงอานุภาพของม้วนภาพ จึงไม่ลังเล รีบใช้ม้วนอักษรแห่งการเคลื่อนไหวพาตนเองกับเจ้าหมาน้อยล่าถอย
“ฮึ่ม!” เจียงเสวียนฮวานแค่นเสียง ดึงทวนออกมาแทงใส่โม่หยาง
โม่หยางหน้าซีดเผือด แรงกดดันจากทวนราวกับบดบังสรรพสิ่ง เขาจึงเรียกขวานศึกออกมา ดึงพลังจากตันเถียนขึ้นมาอย่างมหาศาล ใช้เคล็ดเทพสังหารขับเคลื่อนพลัง ก่อนพุ่งทะยานขึ้นฟ้า เหวี่ยงขวานเข้าฟาดปะทะทวนตรงหน้า
แม้คัมภีร์เทพสังหารจะเป็นเคล็ดกระบี่ ทว่านับแต่ได้จากศิษย์พี่หญิงหกแห่งสำนักหยางสวรรค์ เขายังฝึกได้เพียงชั้นแรกเท่านั้น เนื่องด้วยเป็นเคล็ดวิชาที่ฝึกยากยิ่งนัก จุดเด่นมิใช่กระบวนท่า แต่เป็นเจตจำนงกระบี่ลึกล้ำ
“รนหาที่ตาย!” เจียงเสวียนฮวานเย้ยหยัน ขณะจ้องโม่หยางที่ลอยขึ้นมาในห้วงอากาศ
ในยามนั้น แสงสว่างวาบจากขวานฉายไปทั่วท้องฟ้า แสงกระบี่เจิดจ้าแผ่ซ่าน ยอดเขาโดยรอบถูกแสงส่องกระทบ เสี้ยวพลังแห่งกระบี่แผ่ไปทั่วทิศทางจนผู้ชมบางคนรู้สึกหนาวยะเยือก ราวกับตนถูกกระบี่ล่องหนจ่อแทงอยู่
โครมมมมม!
เสียงระเบิดกัมปนาทดังกึกก้อง ท่วงทำนองโลหะกระทบกันทำให้ผู้คนต้องยกมือปิดหู เลือดในกายคล้ายเดือดพล่าน
ร่างโม่หยางถูกแรงปะทะซัดปลิว ถอยร่นกว่าสิบวาอย่างทุลักทุเล แขนขวาที่ถือขวานสั่นระริก แขนเสื้อขาดกระจุยจนเห็นแขนเปลือยที่เต็มไปด้วยรอยแผล
ที่น่าตกใจกว่านั้น ขวานศึกของเขากลับมีรอยบิ่นขนาดใหญ่ นั่นคือศาสตราเทพระดับเซียนแท้ๆ!
เจียงเสวียนฮวานเองก็ถูกกระแทกจนต้องถอยหลายก้าว แม้ไม่บาดเจ็บ แต่มือที่ถือทวนก็สั่นเล็กน้อย
ใบหน้าเขามืดมนถึงขีดสุด ถึงภายนอกจะดูสงบ แต่ภายในกลับปั่นป่วน โม่หยางมีพลังร่างกายที่แข็งแกร่งผิดสามัญ ถ้าเขาไม่กระชับทวนไว้แน่น คงถูกสะบัดจนหลุดจากมือไปแล้ว
“กระบี่นี้ร้ายกาจนัก...เคล็ดวิชานี้มิใช่สามัญ สำนักหยางสวรรค์มีอะไรซ่อนอยู่กันแน่? ทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงมีแต่ของล้ำค่า?” ผู้อาวุโสเจ็ดแห่งตระกูลหวงขมวดคิ้ว
“พลังของเขายังเป็นเพียงขั้นราชันยุทธ์ ที่แสดงออกเมื่อครู่ควรเป็นวิชาต้องห้ามประเภทหนึ่ง ซึ่งคงใช้ได้เพียงครั้งเดียว มิฉะนั้นย่อมไม่สามารถระเบิดพลังได้ถึงเพียงนี้” เขาวิเคราะห์
แต่ขณะโม่หยางเพิ่งทรงตัวได้ ผู้แข็งแกร่งขั้นเหนือสามัญสูงสุดของสำนักต้าต้าวกลับโผล่มาตรงหน้าอย่างกะทันหัน พร้อมซัดหมัดอัดตรงเข้าใบหน้าของเขา!
“ไอ้เฒ่าไร้ยางอาย! ไม่กล้าสู้กันซึ่งหน้ารึไง!” เจ้าหมาน้อยด่ากราด
การโจมตีฉับพลันทำให้โม่หยางไม่อาจหลบได้ แม้จะมีม้วนอักษรแห่งการเคลื่อนไหว ก็ไม่อาจช่วยทันเวลา
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายรอโอกาสนี้มานานแล้ว และตั้งใจเด็ดหัวโม่หยางให้ได้
ในพริบตาเดียว ขณะที่หมัดนั้นกระแทกใส่อกโม่หยาง ใบหน้าเขากลับเผยรอยยิ้มประหลาด ก่อนจะตะโกนต่ำๆ ว่า “เก็บ!”
แล้วฉากประหลาดก็บังเกิด ทั้งโม่หยางและอีกฝ่ายหายวับจากกลางอากาศ ราวกับไม่เคยปรากฏมาก่อน
ผู้ชมถึงกับยืนอึ้ง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
จนกระทั่งผู้อาวุโสหวังเอ่ยด้วยความคลางแคลง “อาจเป็นเพราะหอคอยศิลา...มันสามารถซ่อนร่างได้!”
ทุกคนถึงกับเย็นวาบไปทั้งร่าง เนื่องด้วยข่าวลือเกี่ยวกับหอคอยนั้นน่าหวาดหวั่น มันเป็นหอของจักรพรรดิ! สิ่งที่เหลือทิ้งไว้จากยอดฝีมือในอดีต หากถูกดูดเข้าไป คงมิใช่โชคดีแน่นอน
เจียงเสวียนฮวานกับศิษย์สำนักต้าต้าวคนอื่นๆ สีหน้าก็แปรเปลี่ยนทันที หอคอยนั้นอยู่ในตัวโม่หยาง ไม่มีทางค้นหาได้เลย เจียงเสวียนฮวานจึงใช้จิตสัมผัสปูพรมสำรวจไปทั่ว แต่ไม่พบอะไรเลย
ถึงอย่างไรก็ต้องฆ่า เขากวาดตามองไปรอบๆ ก่อนจะเพ่งไปที่เจ้าหมาน้อยที่เหลืออยู่ลำพัง
ในขณะเดียวกัน ภายในชั้นแรกของหอจักรพรรดิดารา ผู้แข็งแกร่งแห่งสำนักต้าต้าวเบิกตากว้างด้วยความตระหนก ที่นั่นคล้ายแดนนรก พลังลี้ลับหมุนวนอยู่โดยรอบ แค่ไหวสะเทือนเพียงนิดเดียวก็ดูเหมือนจะบดขยี้เขาเป็นผุยผงได้ทันที!