เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 186 สัตว์เทพไร้ยางอาย

บทที่ 186 สัตว์เทพไร้ยางอาย

บทที่ 186 สัตว์เทพไร้ยางอาย


เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่เพิ่งหลุดพ้นจากภาพลวงตาต่างก็ลืมตาตื่นขึ้น ณ เบื้องหน้า ภูเขายาวเหยียดนับร้อยลี้สั่นไหวคล้ายกำลังสะท้านสะเทือน ประตูหินบานมหึมากลางหุบเขากำลังปรากฏรอยแยกขึ้น ดูเหมือนว่ากำลังจะเปิดออกจริงๆ

บรรยากาศเงียบสงัดไร้แม้แต่เสียงแมลง นับประสาอะไรกับเสียงผู้คน เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ถอยห่างกันไปไกลด้วยหวาดหวั่นสายตาจับจ้องอยู่แต่ที่ประตูนั่น

ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเมื่อประตูหินนั้นเปิดออกจะเกิดเรื่องอันใดขึ้นบ้าง ขณะนี้มีผู้มาจากตระกูลและสำนักใหญ่มากมาย นอกจากแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนและสำนักต้าต้าวซึ่งเป็นพลังอำนาจอันดับต้นๆ แล้ว ยังมีอีกหลายขุมพลังที่โม่หยางไม่รู้จักปรากฏตัวในที่แห่งนี้

โดยรอบประตูหิน เต็มไปด้วยคลื่นมนุษย์จากทั้งสี่ทิศ ดั่งทิวเมฆดำหม่นที่ปกคลุมยอดเขาท่ามกลางแสงจันทร์สลัว

เจ้าหมาน้อยพึมพำพลางสบถ “ไอ้แดนลับนี่มันของตาแก่นรกคนไหนกันแน่ ยิ่งมองยิ่งสยอง!”

มันยังคงติดใจกับภาพลวงตาที่เพิ่งเกิดขึ้น แม้จิตวิญญาณของมันจะแข็งแกร่ง แต่ก็ยังถูกกระทบกระเทือนจิตใจไม่น้อย ทำให้อารมณ์ขุ่นเคือง มันรู้สึกว่าแดนลับแห่งนี้น่าจะอันตรายกว่าที่คาดไว้มากนัก

โม่หยางเย้ยหยัน “เมื่อครู่ยังตะโกนอยากเข้าไปอยู่เลย ตอนนี้ทำไมกลัวแล้วรึ?”

“ได้เด็กบ้า ข้ากลัวบิดาเจ้าสิ! ในบัญญัติของสัตว์เทพเช่นข้า ไร้ซึ่งคำว่ากลัว!” เจ้าหมาน้อยเหลือบตามองโม่หยางแล้วแค่นเสียงใส่

“ข้าเห็นสาวงามนางหนึ่งกำลังอาบน้ำอยู่ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! ข้าบริสุทธิ์ผุดผ่องตั้งแต่กำเนิดเว้ย! ทุกครั้งที่เห็นภาพแบบนี้ข้าก็แค่ชื่นชมอย่างบริสุทธิ์ใจ แล้วไอ้ตาแก่นี่มันทิ้งสมบัติอะไรไว้กันแน่... เจ้าหนู เมื่อเจ้าเข้าไปแล้วอย่าเผลอเกิดจิตอกุศลต่อสัตว์เทพเช่นข้าเด็ดขาด!” มันพึมพำด้วยความเคลือบแคลงใจ เห็นชัดว่าตกใจกับภาพลวงตามาก

โม่หยางเกือบกระอักเลือดตาย เจ้าหมานี่คิดว่าเขาไม่มีปัญญาหาคู่งั้นรึ!

ขณะนั้น รอบประตูหินเริ่มปรากฏภาพเลือนลางขึ้นอีกครั้ง ภาพเหล่านั้นดูราวกับเป็นซากปรักหักพังของสถานที่แห่งหนึ่ง มีโครงกระดูกวางเกลื่อนทั่วผืนดินสีแดงคล้ำ คล้ายถูกโลหิตชโลมอย่างยาวนาน

สีหน้าของเหล่าผู้ฝึกยุทธ์แปรเปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัด ภาพที่เผยให้เห็นผ่านประตูยังไม่ทันเปิดก็ชวนให้หวาดหวั่น หากเปิดออกจริงแล้วข้างในจะเป็นเช่นไร?

แม้แต่เหล่าผู้แข็งแกร่งก็ยังเงียบงัน ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ทั่วบริเวณยังอบอวลด้วยกลิ่นคาวเลือดอันรุนแรง ประตูหินยังไม่เปิดออกจริงๆ ทุกคนล้วนหวั่นเกรงว่าภัยพิบัติอาจจะบังเกิด

เจ้าหมาน้อยกระซิบว่า “เจ้าหนู หากเข้าไปแล้วเกิดอะไรผิดแผก รีบเก็บข้าเข้าไปในหอจักรพรรดิดาราทันทีเลยนะ!”

ครืน!!!

ภาพเลือนหายวับไปพร้อมกับแสงเรืองรองที่ประทุจากประตูหินราวกับคลื่นทะเลสาดกระเซ็นถอยกลับ สุดท้ายเส้นลายอาคมบนประตูค่อยๆ มืดลง พร้อมเสียงสะเทือนดั่งฟ้าร้อง ประตูหินบานยักษ์จึงเริ่มเปิดออกทีละน้อย

ฉากเบื้องหน้าช่างลี้ลับนัก ประตูหินราวกับฝังอยู่ในสุญญตา และเบื้องหลังประตูนั้นกลับเป็นอีกโลกหนึ่ง

“เป็นแดนลับจริงๆ ด้วย!” เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ต่างตื่นเต้นกระตือรือร้นทันที

แต่ถึงอย่างนั้น หลายคนยังคงชำเลืองไปยังยอดเขารอบด้าน เหล่าผู้แข็งแกร่งจากตระกูลใหญ่กลับยังมิได้ขยับ เห็นชัดว่าพวกเขาเองก็ระแวดระวัง ไม่กล้าเสี่ยงเข้าไปในสถานที่ที่ไร้ข้อมูลเช่นนี้

บรรยากาศเริ่มปั่นป่วน ผู้ฝึกยุทธ์ที่มาคนเดียวหรือมาจากกลุ่มเล็กๆ อดใจไม่ไหว รีบกระโจนผ่านประตูหินเข้าไปก่อน

เมื่อมีคนเริ่มเปิดทาง คนอื่นก็เริ่มกรูกันตามไป

แต่กลับไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น เหล่าผู้ที่เข้าไปก่อนล้วนปลอดภัยดี

เจียงเสวียนฮวานที่ยืนอยู่บนยอดเขาเงาร่างพลันวูบไหว รีบพุ่งเข้าไปก่อน จากนั้นผู้คนจากสำนักต้าต้าวก็ตามเข้าไปอย่างพร้อมเพรียง

“ไป!” เสียงชายวัยกลางคนของแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนตะโกนขึ้น ก่อนที่กลุ่มของเขาจะเคลื่อนไหวเข้าไปในแดนลับ

อวี้เหยาโดดพุ่งขึ้นดั่งนกน้อยโผบิน ภายใต้แสงจันทร์นวล นางราวกับเหยียบย่างลงบนแสงจันทร์ แต่ก่อนจะเข้าไปในประตูหิน นางกลับหันมามองยังทิศที่โม่หยางและเจ้าหมาน้อยแอบซ่อนอยู่ ราวกับรู้ตำแหน่งของพวกเขา!

“โว้วๆ ยัยน้องเหยานี่ไม่ธรรมดาเลย แกร่งกว่าที่ข้าคิดไว้อีกนิดหน่อยนะเนี่ย!” เจ้าหมาน้อยอุทาน

“เจ้าหนู ภรรยาเช่นนี้ควบคุมยากแน่ๆ เห็นทีเจ้าต้องรีบฝึกหนักแล้ว!”

เมื่อสองมหาสำนักเคลื่อนไหวแล้ว ตระกูลใหญ่และขุมพลังต่างๆ ที่เหลือก็เริ่มเคลื่อนไหวตามอย่างไม่รีรอ รีบเร่งเข้าสู่ประตูหิน

“เจ้าหนู เราก็รีบเข้าไปเถอะ ไม่งั้นไอ้พวกสัตว์สองเท้านั่นจะซดเกลี้ยงจนไม่มีแม้แต่หยดน้ำแกงเหลือให้เรา!”

โม่หยางไม่ลังเลอีก เขาเก็บเจ้าหมาน้อยเข้าไปในหอจักรพรรดิดารา แล้วพุ่งทะยานสู่ประตูหิน

ทันทีที่ผ่านเข้าไป กลิ่นอายเก่าแก่ห่มคลุมทั่วร่าง แต่ภาพตรงหน้า... ทำเอาโม่หยางตะลึง

สิ่งที่เขาเห็น คือกลุ่มอาคารพระราชวังมากมายแทรกตัวอยู่ในม่านหมอกศักดิ์สิทธิ์ เหมือนกับภาพที่ปรากฏก่อนหน้านี้ไม่มีผิดเพี้ยน

‘หรือว่าสมรภูมิพังพินาศนั่นจะมีอยู่จริง...’ หัวใจโม่หยางกระตุกวูบ ในหมอกแสงเมื่อครู่ เขาเห็นสมรภูมิที่ไม่ธรรมดา เป็นสนามรบในตำนานอย่างแท้จริง

เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ต่างกรูกันไปยังกลุ่มอาคาร โม่หยางลังเลชั่วครู่ก่อนจะพุ่งตามไป

แต่แล้วความผิดปกติก็เกิดขึ้น แม้เขาจะใช้ม้วนอักษรแห่งการเคลื่อนไหวทะยานไปอย่างเต็มกำลัง ทว่าอาคารเบื้องหน้าแทบไม่เข้าใกล้แม้แต่น้อย ราวกับว่าเป็นแดนสวรรค์ที่เอื้อมไม่ถึง

‘นี่ก็เป็นภาพลวงตาอีกแล้วรึ!’ ใจโม่หยางหวาดผวา เหตุการณ์คล้ายคลึงกับที่เขาพบในดินแดนลับมหาพิภพอย่างยิ่ง

เขารีบหยุดฝีเท้า กระตุ้นดวงตาซ้ายแห่งเทพเจ้า เพ่งมองไปเบื้องหน้า

ทิวทัศน์เปลี่ยนไปทันตา! แท้จริงเขากำลังยืนอยู่บนซากปรักหักพัง ซากศพเกลื่อนกลาดอยู่ทั่ว ผืนดินย้อมด้วยเลือดเป็นสีแดงคล้ำ

กลิ่นอายของสงครามยังหลงเหลืออยู่ ใบมีดที่มองไม่เห็นลอยปะปนในอากาศ แผ่กลิ่นอายสังหารออกมาจนทำให้ขนลุก

และบนเวิ้งหินที่ว่างเปล่า ณ เบื้องหน้า ปรากฏแท่งศิลาสูงใหญ่สลักคำเพียงสองคำ สิบสอง!

โม่หยางยืนนิ่งงัน ในดินแดนลับมหาพิภพ ก็มีแท่งศิลาลักษณะนี้ตั้งอยู่เดียวดาย ทว่าคราวนี้ ตัวอักษรที่สลักไว้กลับเปลี่ยนไป!

จบบทที่ บทที่ 186 สัตว์เทพไร้ยางอาย

คัดลอกลิงก์แล้ว