- หน้าแรก
- ราชันบรรพกาล
- บทที่ 138 ขโมยไก่ไม่สำเร็จ (ยาว)
บทที่ 138 ขโมยไก่ไม่สำเร็จ (ยาว)
บทที่ 138 ขโมยไก่ไม่สำเร็จ (ยาว)
ก่อนหน้านั้นในตัวเมือง โม่หยางก็กำลังครุ่นคิดหาวิธีรับมืออยู่แล้ว เพราะอีกฝ่ายคือผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเหนือสามัญระดับสอง ด้วยพลังของเขาในยามนี้ ต่อให้ปะทะกันซึ่งหน้า ก็มิอาจต้านรับได้โดยตรง จำต้องหาวิธีอื่น และต้องลงมืออย่างเหนือความคาดหมาย
โม่หยางจงใจให้ฝ่ายตรงข้ามแย่งชิงแหวนมิตินั้นไป เพราะเขาพกตราประทับเทพหนึ่งชิ้นซึ่งสามารถปกปิดกลิ่นอายพลังได้ อีกฝ่ายจึงมิอาจตรวจจับระดับพลังของเขาได้ อีกทั้งเห็นเขาในสภาพหนีตายเช่นนั้น ก็ยิ่งวางใจ ไม่ได้ระแวดระวังอันใด
เมื่อได้แหวนมิตินั้นมา สีหน้าของชายชราผู้สวมชุดสีเทาก็ฉายแววปีติทันที เพียงแค่เถาวัลย์เก้ามังกรในนั้นก็ถือเป็นของล้ำค่าที่ถูกประมูลไปในราคาสูงถึงห้าแสนตำลึงเงินแล้ว ไหนจะยังมีหนวดยมราชกับหญ้าวิญญาณจิตเทพอีกเล่า
สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปแล้ว ของเหล่านี้นับเป็นทรัพย์มหาศาล
เมื่อครู่เขาเห็นกับตาว่าโม่หยางกำแหวนมิตินั้นไว้แน่นอย่างหวงแหน เขาเชื่อมั่นว่าโอสถและสมุนไพรที่ประมูลมาในงานทั้งหมดต้องอยู่ในนั้นอย่างแน่นอน
ทว่าเมื่อเขารีบเปิดแหวนมิติขึ้น ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นฉับพลัน
ทันทีที่แหวนถูกเปิด กลุ่มหมอกจางๆ ก็ลอยฟุ้งออกมา
แรกเริ่มชายชรายังไม่รู้สึกผิดปกติ แต่แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไปโดยพลัน ความคิดแรกที่ผุดขึ้นในหัวก็คือ ‘บางอย่างผิดปกติ!’ เขารีบขว้างแหวนมิติทิ้งทันที
แต่มันก็สายไปแล้ว กลิ่นหอมบางเบาได้แผ่ซ่านไปทั่วในชั่วพริบตา
สีหน้าเขากลับกลายอีกครั้ง พลันหันขวับมองโม่หยาง ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นเยียบเย็น จากนั้นพลันพุ่งตัวจู่โจมใส่โม่หยาง
“ไอ้ลูกหมาสารเลว! กล้าลอบทำร้ายข้าเรอะ!”
ชายชราระเบิดความโกรธออกมาเต็มที่ เพราะเขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า หลังจากกลิ่นหอมนั้นแผ่กระจายไปทั่ว เพียงชั่วพริบตาเดียว เขาก็เริ่มรู้สึกมึนงง ศีรษะหนักอึ้ง ดั่งถูกคลื่นความง่วงกลืนกิน
แน่นอนว่ามันต้องมิใช่ของธรรมดา อาจเป็นพิษชนิดหนึ่ง และโม่หยางจงใจให้เขาเอาแหวนไป!
“เจ้าใส่ร้ายข้าเรอะ? เจ้าต่างหากที่เอาไปเอง อย่างนี้จะถือว่าข้าลอบทำร้ายเจ้าได้อย่างไรเล่า?” โม่หยางยิ้มเยาะ
โอสถนี้มิใช่โอสถพิษ หากแต่เป็นโอสถลวงจิตชนิดหนึ่ง เขาเคยใช้มันมาก่อนตอนอยู่ในแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน สมัยปล้นมู่เสี่ยวเซวียนและผู้ติดตามหลายคนก็ใช้อันนี้แหละ
ก่อนออกจากเมือง โม่หยางบดโอสถลวงจิตกว่าสิบเม็ดใส่ไว้ในแหวนโดยเฉพาะ ปริมาณนั้นมากจนมหาศาล เพราะเขาเองก็ไม่กล้าประมาทคนที่มีพลังสูงลิ่วเช่นนี้
“เจ้าหาเรื่องตาย!”
ชายชราระเบิดโทสะ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นดูเหมือนเป็นการวางแผนล่วงหน้าของโม่หยางทั้งหมด ก่อนหน้านี้เขายังสงสัยอยู่บ้างว่าโม่หยางรู้ตัวหรือไม่ว่าเขาแอบสะกดรอย แต่พอมองดูแล้ว โม่หยางจงใจเดินวกไปวนมาอยู่ในเมือง แล้วเลือกออกนอกเมืองไปยังที่เปลี่ยวร้าง
ทุกอย่างล้วนวางแผนไว้ล่วงหน้า!
โม่หยางรีบใช้ม้วนอักษรแห่งการเคลื่อนไหว หลบถอยฉับไว ทิ้งเงาพร่าไว้หลายสาย เพียงพริบตาก็ถอยไปไกลกว่าสิบจั้ง
ชายชราเริ่มหวั่นใจ เพราะฤทธิ์โอสถนั้นรุนแรงเกินคาด เขารู้สึกว่าจิตใจพร่าเลือน ไม่อาจรวมรวมพลังปราณได้ ร่างกายรู้สึกอ่อนแรง ราวกับเพิ่งผ่านศึกหนักจนพลังถูกผลาญออกหมดสิ้น
“เด็กน้อย ส่งยาถอนพิษมาเดี๋ยวนี้ ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า ไม่เช่นนั้นข้าจะหั่นเจ้าเป็นพันชิ้น!”
ชายชรากัดฟันขู่ฟ่อ พยายามเร่งรวมปราณกดฤทธิ์โอสถในร่าง
ทว่าไม่เพียงไม่มีผล กลับยิ่งรู้สึกอ่อนล้าหนักเข้าไปอีก ราวกับร่างถูกสูบพลังจนเกือบสิ้น
“เฮ้อๆ ตาแก่ เจ้ายังไม่รู้สถานการณ์ของตัวเองหรืออย่างไร ตอนนี้ชีวิตเจ้ารอดหรือไม่ยังไม่แน่เลย ยังจะกล้าอวดดีอีกหรือ?”
“เฮ้ย..เฮ้ย! ใครให้ความกล้าเจ้ากัน?”
เสียงหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่เจ้าหมาน้อยจะกระโดดลงจากบ่าโม่หยาง ลงมายืนสองขาบนพื้นอย่างมั่นคง เอาสองอุ้งเท้าประสานไว้ด้านหลัง แล้วยิ้มหน้าระรื่นอย่างเจ้าเล่ห์
“ส่งสมบัติของเจ้ามาซะ แล้วข้าจะไม่กินเจ้า!” เจ้าหมาน้อยพูดเสียงเรียบ พลางยื่นอุ้งเท้าไปจิ้มตามจุดสำคัญในร่างชายชราอย่างรวดเร็ว ปิดผนึกจุดชีพจรทั่วทั้งร่าง
แม้จะยังไม่หมดสติ แต่ชายชราก็ยังพอมีสติอยู่บ้าง เมื่อเห็นสุนัขสีดำตัวนี้พูดภาษาคนได้ สีหน้าก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
เขาเคยพบสัตว์วิญญาณมานับไม่ถ้วน แต่ที่สามารถพูดได้ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิต ชัดเจนว่าสัตว์ตัวนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน
เขาพยายามยันกายขึ้น แต่ร่างกลับอ่อนยวบ สุดท้ายก็ล้มฟุบลงกับพื้น
“เจ้าคือใครกันแน่?” ชายชราจ้องมองโม่หยาง ถามเสียงเครียด
เขารู้สึกเสียใจจนแทบอยากตาย วันนี้ช่างอัปมงคลนัก แต่ก่อนเคยทำเรื่องพรรค์นี้มานักต่อนักแล้ว ครั้งนี้เห็นโม่หยางมาคนเดียวเลยลงมือ คิดไม่ถึงว่าจะกลับถูกลวงจนหมดท่า
เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมาถูกวางแผนโดยคนหนุ่ม แถมอีกฝ่ายยังมีสัตว์เลี้ยงที่มีปัญญาสูงส่งเช่นนี้ แสดงว่าโม่หยางต้องมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา ไหนจะเรื่องที่เขาประมูลของล้ำค่าได้มากมาย แสดงว่าเบื้องหลังก็ต้องมั่งคั่งมหาศาล
“ไม่จำเป็นที่เจ้าต้องรู้ว่าข้าเป็นใคร แต่ของที่เจ้าหมายปอง วันนี้เห็นทีจะไม่มีทางได้ไปแล้วละ!”
โม่หยางกล่าวเสียงเย็นเยียบ จ้องมองชายชรา
เจ้าหมาน้อยลงมือไวมาก ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบค้นตัวชายชราทันที มันล้วงได้แหวนมิติสองวงจากอกเสื้อ แล้วควานในแขนเสื้ออีกข้างได้อีกหนึ่งวง สุดท้ายยังไม่ลืมกระชากแผ่นหยกเขียวมรกตที่ห้อยอยู่ตรงเอวอีก
เพียงไม่กี่ลมหายใจ มันก็ล้วงค้นเรียบร้อย จากนั้นยังไม่วายเตะชายชราเข้าอย่างแรง เตะจนลอยกระเด็นไปหลายจั้ง
ชายชราจวนเจียนจะกระอักเลือด เขามองเจ้าหมาน้อยยึดทรัพย์ไปต่อหน้าต่อตา แต่กลับไร้เรี่ยวแรงขัดขืน
“ฮึ่ม เจ้าแก่นี่ช่างน่าสมเพชสิ้นดี! จนขนาดนี้แล้ว ยังกล้ามาเข้าร่วมการประมูลอีกเรอะ?”
เจ้าหมาน้อยพลางค้นทรัพย์ พลางเหลือบตามองชายชรา สีหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจ
ชายชราเลือดแทบทะลักปาก แม้แต่สายตายังเริ่มพร่ามัว เขามองเจ้าหมาน้อยตาเขม็ง แทบอยากจะฟาดมันให้ตายคามือ
ใครจะคาดคิดว่า วันหนึ่งเขาจะถูกปล้นโดยสุนัขตัวหนึ่ง แถมยังถูกสุนัขดูแคลนอีกต่างหาก!
เจ้าหมาน้อยเปิดหนึ่งในแหวนมิติออกมา หยิบกล่องไม้เกือบสิบกล่องออกมา กล่องเหล่านี้ล้วนเป็นภาชนะบรรจุสมุนไพร จากนั้นยังหยิบตั๋วเงินออกมาปึกหนึ่ง นับรวมแล้วมากกว่าสองแสนตำลึง
จากแหวนอีกวง มันควานออกมาได้โอสถหลายขนาน แต่ส่วนใหญ่เป็นเพียงโอสถทั่วไป บ้างเพิ่มพลังวิญญาณ บ้างใช้รักษาบาดแผล เจ้าหมาน้อยไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย กลับยัดทั้งหมดเข้าปาก เคี้ยวดังกร๊อบแกร๊บ
“เวรกรรม! อะไรห่วยแตกขนาดนี้ เคี้ยวแล้วยังเจ็บฟันอีก รสชาติแย่เป็นบ้า โอสถบัดซบอะไรของใครกัน ห่วยสิ้นดี!” เจ้าหมาน้อยทำหน้ารังเกียจ
โอสถที่โม่หยางหลอมจากเตาหลอมแห่งโชคลาภล้วนเป็นของชั้นยอด ส่วนโอสถทั่วไปพวกนี้ สำหรับเจ้าหมาน้อยแล้ว มันเอาไว้กินเล่นเท่านั้น
ชายชรามองภาพเบื้องหน้าตาแทบถลน ใบหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ โอสถเหล่านั้นนับรวมแล้วมีหลายสิบเม็ด ถูกหมาตัวหนึ่งกลืนเข้าไปทั้งหมด แถมยังสบถด่าไปด้วย ทั้งที่มันเป็นโอสถที่เขาอุตส่าห์สะสมมานานเกือบปี แม้ไม่ใช่โอสถชั้นสูง แต่หากขายก็ได้เงินไม่น้อย
เขาโกรธจนตัวสั่น ความรู้สึกเหมือนหัวใจจะถูกควักออกมา
โม่หยางเดินเข้ามาอย่างใจเย็น พลางเปิดกล่องไม้แต่ละใบตรวจสอบ เมื่อดูเสร็จแล้วก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แม้ชายชราจะดูยากจน แต่สมุนไพรในกล่องก็ถือว่าใช้ได้ แม้จะอายุไม่มาก แต่เพียงพอสำหรับหลอมโอสถ
โม่หยางโบกมือเบาๆ รวบรวมกล่องไม้ทั้งหมดเก็บเข้าแหวนมิติของตน
เจ้าหมาน้อยเปิดแหวนมิติอีกวง ควานเอาอาวุธออกมาหลายชิ้น มีทั้งกระบี่ยาวสองเล่ม กระบี่กว้างหนึ่งเล่ม และคัมภีร์วิชาหลายชุด
แม้สิ่งของเหล่านี้ไม่มีค่าอะไรสำหรับโม่หยาง เพราะเขาฝึกฝนวิชาระดับจักรพรรดิ อีกทั้งมีหอจักรพรรดิดาราคอยสนับสนุน เมื่อพลังถึงระดับที่เหมาะสม จิตแห่งหินศักดิ์สิทธิ์ในหอก็จะเปิดเผยเคล็ดวิชาให้เอง
แต่เขาก็ยังเปิดดูอยู่ดี และในนั้นก็พบแผนที่เก่าขาดสองผืน
“แผนที่อะไรกัน?” โม่หยางขมวดคิ้ว มองพินิจ มันคือแผนที่สมบัติที่แทบอ่านไม่ออกแล้ว ลวดลายและอักษรบนแผ่นนั้นเลือนลางเกือบสิ้น
“เจ้าหนู แผนที่นี่ดูเหมือนเก่ามากนะ อาจจะเป็นแผนที่ขุมทรัพย์ก็ได้!” เจ้าหมาน้อยเบียดเข้ามาดู ก่อนจะใช้กงเล็บคว้าแผนที่ไปหน้าตาเฉย
โม่หยางถึงกับพูดไม่ออก รู้จักนิสัยเจ้าหมาน้อยดี เลยไม่คิดมาก รีบเก็บแผนที่ไว้
จากนั้นเจ้าหมาน้อยก็ลากชายชรามาตรวจซ้ำอีกรอบ แล้วเตะอีกหนึ่งที
“ไอ้แก่บ้า นอกจากจะจนแล้ว ของดีสักชิ้นก็ไม่มี!”
มันหันมาถามโม่หยาง “เจ้าหนู แล้วจะเอายังไงกับเจ้านี่ดี ขืนปล่อยไว้ก็เป็นภัย วันนี้เจอพวกเรายังดี ถ้าเป็นคนอื่น ป่านนี้โดนมันหลอกอีกแน่!”
โม่หยางนิ่งคิดเล็กน้อย แล้วหันไปพูดกับชายชรา “ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า แต่ก็ไม่ปล่อยไปเฉยๆ เจ้าก็มีพลังไม่น้อย แต่กลับเอาไปใช้ปล้นฆ่า ข้าจะทำให้เจ้ากลายเป็นคนธรรมดา ใช้ชีวิตบั้นปลายให้สงบเสียเถอะ”
พูดจบ โม่หยางก็ฟาดฝ่ามือลงที่ท้องชายชราอย่างหนัก
ชายชราหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ความสิ้นหวังแล่นวาบในแววตา เขารู้ทันทีว่าเส้นลมปราณของเขาถูกทำลาย พลังปราณในร่างไหลหายไปเหมือนน้ำที่รั่วออกจากถัง
ความเจ็บนั้นยังพอทนได้ แต่สิ่งที่ตามมาคือความสิ้นหวังอย่างแท้จริง
“เฮอะ ตาแก่ อย่าเพิ่งสิ้นหวังไป พวกข้ายังไว้ชีวิตให้เจ้านะ นี่ ข้าทิ้งเงินไว้ให้เจ้าหนึ่งพันตำลึง เอาไปซื้อที่ดิน ทำไร่ไถนา แล้วรอความตายอย่างสงบเถอะ!”
เจ้าหมาน้อยยืนสองขา พูดอย่างคนมีเมตตา แล้วใช้กงเล็บตบหน้าชายชราเบาๆ
จากนั้นมันกดจุดคลายชีพจรให้
ขณะที่โม่หยางกับเจ้าหมาน้อยเดินจากไปอย่างสบายใจ ชายชราก็หมดสติลง ความเจ็บจากการสูญเสียเส้นลมปราณยังคงไม่เท่ากับฤทธิ์โอสถที่ยังหลงเหลือ
หลังกลับเข้ามาในเมือง โม่หยางตัดสินใจจะพักอีกสองสามวัน เพราะสมุนไพรที่นี่มีหลากหลายมาก อาจได้พบของหายากอีกก็ได้
คืนนั้นพวกเขาเข้าพักในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมือง และโม่หยางเข้าสู่หอจักรพรรดิดาราอีกครั้ง
เขายังต้องหลอมโอสถไว้แลกเงินอยู่ เพราะสมุนไพรในงานประมูลนั้นแพงเหลือเกิน
ตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา โม่หยางกับเจ้าหมาน้อยตระเวนทั่วเมือง หากพบสมุนไพรที่ต้องการก็เข้าไปร่วมประมูล ตกค่ำ โม่หยางก็เข้าหอจักรพรรดิดาราหลอมโอสถ
ในเวลาอันรวดเร็วก็ผ่านไปครึ่งเดือน ระหว่างนั้นโม่หยางได้สมุนไพรไม่น้อย ส่วนหนึ่งก็ถูกเจ้าหมาน้อยกินและกลั่นพลังแล้ว จนระดับพลังฟื้นฟูถึงขั้นจ้าวยุทธ์
“โธ่โว้ย ที่นี่มันสวรรค์ของข้าจริงๆ เจ้าหนู เราอยู่นี่ต่อเถอะ เจ้ารีบไปกว้านซื้อสมุนไพรมาให้มากๆ หน่อย เจ้าเป็นนักปรุงโอสถ สมุนไพรยิ่งมากยิ่งดี โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีกันบ่อยๆ นะ!”
โม่หยางถอนใจ เหลือบตามองเจ้าหมาน้อยอย่างจนคำพูด เพียงครึ่งเดือน สมุนไพรที่อีกฝ่ายกินเข้าไปก็เกินสิบต้นแล้ว
“พรุ่งนี้เราจะออกเดินทาง คืนนี้ข้าจะหลอมโอสถลองดูว่าจะทะลวงไปยังขั้นราชันยุทธ์ได้หรือไม่” โม่หยางกล่าว
แม้ว่าเขาจะเปิดตำหนักวิญญาณถึงสองจุดแล้ว และพลังในร่างก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ระดับพลังกลับไม่ขยับเลย
ตลอดเวลานี้เขาหลอมโอสถนับไม่ถ้วน พลังจิตก็เพิ่มขึ้นเร็ว ทว่าเส้นทางการบ่มเพาะกลับไม่เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย
ที่สำคัญคือ พวกเขาอยู่ในเมืองทองทอแสงมาแล้วครึ่งเดือน การที่เขาเข้าร่วมประมูลหลายแห่ง และกว้านซื้อสมุนไพรจำนวนมาก ย่อมเป็นที่จับตามอง
หากอยู่นานไป ย่อมก่อเรื่องให้ยุ่งยากแน่นอน
อีกทั้งช่วงนี้ เจ้าหมาน้อยฟื้นฟูพลังอย่างรวดเร็ว กลางวันเอาแต่นอน พอตกดึกก็หายตัวไป
หลายวันก่อนมีข่าวลือว่า ร้านโอสถบางแห่งถูกโจรกรรม ข้าวของที่เตรียมไว้ประมูลหายไปจำนวนมาก
โม่หยางแทบไม่ต้องเดา รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือเจ้าหมาน้อยแน่นอน
“ข่าวในเมืองตอนนี้ เจ้าคงได้ยินแล้วใช่ไหม เจ้าเป็นคนทำใช่หรือไม่?” โม่หยางถามเสียงเรียบ
“เจ้าหนู นั่นสายตาแบบไหนกัน ข้าน่ะหรือจะทำเรื่องต่ำช้าเช่นนั้น? ข้าเป็นสัตว์เทพแห่งความโกลาหล โอสถกับสมุนไพรกระจอกๆ แบบนั้น ยังไม่คู่ควรกับข้าหรอก!” มันพูดพร้อมกับควักโสมวิญญาณต้นหนึ่งออกมาแทะ
“ข้าไม่ได้ขโมยนะ ข้าแค่ไปเอามาเฉยๆ!”
“ถึงจะเป็นสมุนไพรธรรมดา แต่ก็ยังคงเป็นสมุนไพร สมุนไพรต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ถูกข้ายัดเข้าปาก ถือว่าเป็นบุญของพวกมันแล้ว!”
โม่หยาง “……”
สีหน้าโม่หยางมืดดำไปหมด เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าสัตว์แบบนี้เอาชีวิตรอดมาจนถึงวันนี้ได้ยังไง หากวันใดถูกจับไปต้มคงไม่ใช่เรื่องแปลก
“เจ้าหนู เจ้ามองอะไร ข้าทำเพื่อเจ้าแท้ๆ ข้าฟื้นพลังมาได้ขนาดนี้ จะเฒ่าประจำสกุลมู่หรือสำนักเสียงเซียน ข้าแค่ฟาดมือเดียวก็เรียบร้อยแล้ว!”
โม่หยางถึงกับพูดไม่ออก อยากจะตบเจ้าหมานี้ให้พังเสียเดี๋ยวนั้น
“ว่าแต่ เจ้าหนู ไม่ลองไปดูตลาดสัตว์วิญญาณหน่อยหรือ? เจ้าตอนนี้ยังไม่มีพาหนะ บุกบั่นเดินทางลำบากมากนะ ไปหานกสักตัวมาขี่เป็นไง?” เจ้าหมาน้อยช่างพูดเปลี่ยนหัวข้ออย่างรวดเร็ว