- หน้าแรก
- ราชันบรรพกาล
- บทที่ 132 หนึ่งคำสะเทือนวิหาร
บทที่ 132 หนึ่งคำสะเทือนวิหาร
บทที่ 132 หนึ่งคำสะเทือนวิหาร
คำพูดเพียงประโยคเดียวของโม่หยาง ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งโถงวิหารตกตะลึงงัน
“นี่มันปีศาจที่ไหนกัน?” หลายคนคิดในใจ
สถานการณ์ตอนนี้ชัดเจนว่าเป็นทางตันแห่งความตาย แม้ลู่ซีเยว่และหลัวชวนจะมีพลังอยู่ในขั้นเหนือสามัญ มิใช่เพียงแค่ระดับต้นเท่านั้น ทว่าอีกฝ่ายกลับมีผู้แข็งแกร่งร่วมมือกันถึงหกเจ็ดคน ทั้งจากตระกูลมู่และสำนักเสียงเซียน รวมกำลังกันแล้วไม่ใช่สิ่งที่ฝ่ายของโม่หยางจะรับมือได้เลย
แม้เหล่าหนุ่มสาวจะมีพรสวรรค์เหนือใคร แต่เมื่อเทียบกับผู้อาวุโสทั้งในแง่ประสบการณ์และวิชายุทธ์ ยังห่างไกลนัก
แต่พวกเขากลับยังคงหยิ่งผยองเช่นนี้ โดยเฉพาะโม่หยาง คนที่ยังมิได้ก้าวเข้าสู่ขั้นราชันยุทธ์ กลับกล้าพูดออกมาเช่นนี้ต่อหน้าผู้แข็งแกร่งจากหลายฝ่าย ไม่เหลือทางหนีให้ตนแม้แต่น้อย!
เมิ่งเซียนอินยืนอยู่เบื้องหลัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความอับอายและโกรธเคือง นางจ้องโม่หยางตาไม่กะพริบ แต่ก็อดรู้สึกสิ้นหนทางไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่ปะทะกับเขา นางไม่เคยได้เปรียบเลยสักครั้ง
เหล่ายอดคนแห่งยุคต่างแสดงสีหน้าแปลกประหลาด ขนาดไป๋ฝานกับเนี่ยอวิ๋นยังเหลือบมองโม่หยางอยู่ครู่หนึ่ง แม้โม่หยางจะยังไม่ถึงขั้นราชันยุทธ์ แต่พลังต่อสู้ของเขากลับไม่ด้อยไปกว่าคนในระดับนั้นเลย
...แต่ก็อดรู้สึกว่าเขาช่างบ้าบิ่นเกินไปไม่ได้
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
เสียงหัวเราะของหลัวชวนดังขึ้นกลางความเงียบ ดังกังวานและแฝงด้วยความเหยียดหยาม
ทว่าผู้คนที่ได้ยินเสียงหัวเราะนั้น กลับรู้สึกขนลุกโดยไม่รู้ตัว
เขาหันไปมองโต๊ะรับรองตรงกลางโถงวิหาร สบตากับบุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง ผู้ที่เพิ่งได้รับตำแหน่งราชาโอสถคนใหม่
“ข้าอยากรู้ว่า...พวกเจ้าหมายความว่าอย่างไร?” หลัวชวนเอ่ยเรียบๆ แต่เต็มไปด้วยความคุกคาม
“เมื่อพวกเจ้าปล่อยให้คนของตระกูลมู่และสำนักเสียงเซียนลงมือในงานพิธี เช่นนั้นหากข้าตอบโต้ พวกเจ้าคงไม่มีปัญหาอะไรใช่รึไม่?”
คำพูดของเขา ไร้ความเคารพโดยสิ้นเชิง
แม้แต่หุบเขาราชาโอสถที่ลึกลับดั่งหมอก เหมือนกับนิกายพุทธที่ลึกจนมิอาจหยั่งถึง หลัวชวนก็ยังไม่คิดเกรงใจอีกต่อไป
ผู้อาวุโสคนหนึ่งจากโต๊ะกลางถามกลับทันที “เจ้าเป็นใคร?”
เป็นการถามหาเบื้องหลังของหลัวชวนโดยตรง ต้องการรู้ว่าคนผู้นี้มาจากสำนักใดกันแน่
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า...ข้า มาจากสำนักหยางสวรรค์!!”
ทันทีที่คำตอบหลุดออกมา ความเงียบปกคลุมทั่วโถงวิหาร
ไม่ต่างจากเสียงฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ
แล้วเสียงฮือฮาก็ดังตามมาไม่ขาดสาย
แม้ตระกูลมู่จะเคยสงสัยมาก่อนจึงไม่ตกใจมากนัก แต่คนของสำนักเสียงเซียนกลับสีหน้าเคร่งเครียด พวกเขาเคยได้ยินชื่อของสำนักหยางสวรรค์อยู่บ้าง ทว่าไม่เคยรู้เรื่องรายละเอียด
สำนักนี้มีแต่ข่าวลือ และนี่คือครั้งแรก ที่มีผู้ใดประกาศตัวต่อหน้าผู้คนอย่างเปิดเผย
“สำนักหยางสวรรค์? หรือว่าจะเป็น...สำนักในตำนานนั้นจริงๆ?”
เสียงจากผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งดังขึ้น ทุกคำเต็มไปด้วยความตกใจ
เพราะเรื่องเล่าต่างๆ เกี่ยวกับสำนักนี้ล้วนชวนให้รู้สึกเหมือนหลอกลวง ไม่มีใครรู้ว่ามันตั้งอยู่ที่ใด ไม่มีใครรู้ว่าสมาชิกเป็นใครบ้าง ไม่มีแม้แต่หลักฐานว่าสำนักนี้มีอยู่จริง
แต่วันนี้กลับมีศิษย์ของสำนักนั้น ปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน!
ไป๋ฝาน เนี่ยอวิ๋น และเจียงเสวียนฮวาน ต่างสบตากันเล็กน้อย พวกเขาเคยเห็นป้ายประกาศิตสำนักหยางสวรรค์ในมือโม่หยางมาก่อน จึงพอมีลางอยู่แล้ว แต่ไม่นึกเลยว่าทุกอย่างจะเป็นความจริง
“หยางสวรรค์! สำนักนี้มีอยู่จริง!”
“ข้าเคยนึกว่าเป็นแค่ตำนานเลื่อนลอย!”
“ถ้าศิษย์รุ่นเยาว์ของพวกเขาเก่งขนาดนี้ สำนักหยางสวรรค์ต้องไม่ด้อยไปกว่ามหาอำนาจใดเลย!”
“ตระกูลมู่กับสำนักเสียงเซียนคงเจอกับของแข็งเข้าให้แล้ว!”
เสียงสนทนาเริ่มอื้ออึงขึ้น ทุกสายตาที่เคยมองโม่หยางด้วยความดูแคลน บัดนี้กลับกลายเป็นตื่นตะลึงและระวังตัว
หากสำนักหยางสวรรค์นั้น แข็งแกร่งอย่างที่ข่าวลือว่ากันจริงๆ การลงมือกับศิษย์ของพวกเขาในวันนี้ อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะที่คาดไม่ถึง
หลัวชวนไม่แม้แต่จะเหลียวมองใครอีก เขาพุ่งตัวออกจากโถงวิหารด้วยคำพูดเรียบง่าย
“ออกมาสู้! อย่าทำให้ผู้อื่นต้องเดือดร้อน!”
ร่างของเขาไปถึงกลางลานพิธีในพริบตา
คนของตระกูลมู่และสำนักเสียงเซียนพากันจ้องหน้า แล้วตามออกไปทันที ทว่าใบหน้ายังคงเคร่งเครียด
ลู่ซีเยว่ก็ออกจากวิหารไปเช่นกัน โม่หยางจึงตามไปโดยไม่ลังเล
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ในงานเริ่มลุกขึ้นจากโต๊ะทยอยกันตามออกไปด้านนอก ลานกว้างหน้ามหาวิหารพลันเต็มไปด้วยผู้คน
โม่หยางมาถึง เห็นหลัวชวนยืนรอพร้อมต่อสู้ คนของตระกูลมู่รีบพุ่งเข้าใส่ พวกเขายังมีแค้นที่หลัวชวนเคยขัดขวางไม่ให้จับโม่หยางในดินแดนลับมหาพิภพ
ส่วนคนของสำนักเสียงเซียนก็มองไปยังลู่ซีเยว่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พวกเขาลังเล เพราะไม่รู้แน่ชัดว่าสำนักหยางสวรรค์นั้นแข็งแกร่งเพียงใด
ถ้าสู้ ก็อาจต้องเสี่ยงเอาชีวิตไปวางไว้บนเส้นด้าย
หากไม่สู้ ก็กลายเป็นขี้ขลาดไร้ศักดิ์ศรี
และหากพวกเขาฆ่าศิษย์ของสำนักหยางสวรรค์จริง ผลลัพธ์อาจรุนแรงยิ่งกว่าเสียหน้า เพราะตามตำนานว่าไว้ “ศิษย์สำนักหยางสวรรค์มีน้อย แต่ล้วนเป็นยอดคน ไร้ผู้ใดอ่อนแอ!”
และคนตรงหน้า…ดูเหมือนจะเป็นหลักฐานยืนยันเรื่องเล่านั้นอย่างชัดเจน
“ศิษย์น้องเล็ก เจ้าดูอยู่เฉยๆ ก็พอ ไม่ต้องลงมือ!”
หลัวชวนยืนลอยเหนือพื้น เอ่ยกับโม่หยาง ก่อนจะโบกมือล้อพวกตระกูลมู่
“มาเลย!”