เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 76 ผู้ที่มิอาจแตะต้องได้

บทที่ 76 ผู้ที่มิอาจแตะต้องได้

บทที่ 76 ผู้ที่มิอาจแตะต้องได้ 


ถ้อยคำของผู้อาวุโสสูงสุดไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้าน ผู้อาวุโสทุกคนต่างพยักหน้ารับโดยพร้อมเพรียง

ไม่นาน ผู้อาวุโสเก้าก็รีบย้อนกลับมา เมื่อเห็นผู้อาวุโสสูงสุด เขาเองก็ถึงกับตกตะลึง รีบเดินเข้าไปคำนับด้วยความเคารพ

เขากล่าวว่า

“ข้าสั่งการไปแล้ว ไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้เผยแพร่เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้!”

ผู้อาวุโสสูงสุดส่ายหน้าเล็กน้อย ตอบว่า

“เรื่องเช่นนี้ปิดไม่มิดหรอก ในดินแดนตอนกลาง เกรงว่าผู้ที่อยู่เหนือขั้นเซียนยุทธ์คงสัมผัสได้หมดแล้ว”

ผู้อาวุโสเก้าขมวดคิ้ว กล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า

“หากเป็นเช่นนั้น เกรงว่าจะมีผู้แข็งแกร่งไม่น้อยมาเยือนที่นี่ในไม่ช้า!”

“ไม่เป็นไร” ผู้อาวุโสสูงสุดตอบอย่างสงบ

“หากมีคนมาถาม ก็บอกไปว่า ต้นไม้จักรพรรดิฟื้นคืนด้วยตนเอง ใครอยากดูก็ให้ดู ไม่ใช่ของต้องห้ามอะไร”

หลังทิ้งประโยคนี้ไว้ เขาก็หมุนตัวก้าวออกจากลานไป และเพียงไม่กี่ก้าว ร่างของเขาก็หายวับไปในอากาศ ราวกับกลายเป็นหมอกควัน!

โม่หยางตะลึงสุดขีด เขาจับจ้องการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายมาตลอด แต่ก็ยังมองไม่ออกว่าเขาหายไปอย่างไร ราวกับละลายหายไปในอากาศ

แต่ในสายตาของโม่หยาง ผู้อาวุโสสูงสุดดูไม่ใช่คนเลว อย่างน้อยก็ไม่ได้แสดงเจตนาร้ายใดๆ และถ้อยคำสุดท้ายที่ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากตนเองก็เหมือนเป็นการคุ้มครองทางอ้อมให้เขา

หลังต้นไม้จักรพรรดิฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ โม่หยางจึงไม่อยู่ต่อบนยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์อีก เขาขอให้อวี้เหยาพาเขากลับไปยังเรือนพักของตน

ทันทีที่กลับถึงเรือน โม่หยางก็เข้าสู่หอจักรพรรดิดาราอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้มีพลังชีวิตมหาศาลไหลออกมา เขาคิดว่าต้นไม้โบราณในชั้นที่สามของหอจักรพรรดิดาราน่าจะได้รับผลกระทบหนัก

แต่เมื่อเขาไปถึง ก็พบว่าตนคิดมากเกินไป ที่นั่นยังคงสงบดี พลังจิตวิญญาณหนาแน่นเช่นเดิม ต้นไม้ยังคงเขียวชอุ่ม ใบไม้ไม่แห้งไม่เหี่ยว

แต่เมื่อเข้าไปใกล้ โม่หยางก็พบว่า…

ต้นไม้ต้นนั้นมีผลเกิดขึ้นแล้ว!

ผลสีเขียวหยกส่องแสงอ่อนๆ คล้ายหยกหยาดน้ำ บนผิวมีประกายล่องลอยอยู่ตลอดเวลา

“นี่มันออกผลตั้งแต่เมื่อไรกัน!? ข้าเคยมองดูหลายรอบก็ไม่เห็น…” โม่หยางขมวดคิ้วสงสัย ‘หรือว่าเกี่ยวข้องกับต้นไม้จักรพรรดิที่ยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์?’

“ไม่รู้กินได้หรือเปล่า…แต่ถ้าต้นไม้นี้เคยถูกจักรพรรดิเลือกใช้ ผลที่ออกมาต้องไม่ธรรมดาแน่นอน”

เขาเดินวนตรวจดูอย่างละเอียด นับได้ทั้งหมดเก้าผล มีขนาดเท่าไข่ไก่ แต่ดูจากลักษณะแล้ว คงต้องใช้เวลาอีกมากกว่าจะสุก

เหมือนกับผลวิญญาณอื่นๆ ที่ใช้เวลาหลายปีหรือหลายสิบปีกว่าจะสุกสมบูรณ์

“ช่วงนี้ข้าควรขังตัวเองฝึกฝนอยู่ในหอจักรพรรดิดารานี้ให้ดี พอฝึกเสร็จแล้วก็ควรรีบหนีจากที่นี่ซะ!” โม่หยางนั่งลงบนเบาะฝึก หรี่ตาคิดอย่างจริงจัง

เพราะพลังของเขาในตอนนี้… ยังอ่อนแอเกินไป!

อวี้เหยาได้เข้าสู่ขั้นเหนือสามัญแล้ว อีกเพียงก้าวเดียวจากระดับสูงสุดของขั้นนี้ก็จะไปถึงขั้นเซียนยุทธ์ได้

แต่เขาเพิ่งทะลวงเข้าสู่ขั้นจ้าวยุทธ์เท่านั้น…

แค่ดูจากอวี้เหยา เขาก็พอเดาได้ว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับอัจฉริยะของแผ่นดินใหญ่นั้นแข็งแกร่งเพียงใด

“ตาแก่บ้าจากสำนักหยางสวรรค์นั่น รับข้าเป็นศิษย์แต่ไม่แม้แต่จะให้ข้าอาวุธสักชิ้น…”

“เมื่อไรข้าจะได้เจอศิษย์พี่หญิงหกอีก ข้าโม่หยางก็ถือเป็นทายาทของจักรพรรดิแล้วนะ ทำไมพวกศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่นไม่รู้จักมาให้ของอะไรข้าบ้างเลย…สักชิ้นที่ช่วยชีวิตก็ยังดี…”

ไม่กี่วันต่อมา ที่ยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์

ต้นไม้จักรพรรดิทอดเงาร่มครึ้มปกคลุมลานทั้งลาน

อวี้เหยานั่งฝึกเงียบๆ แต่แล้ว เสียงหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท

“มาพบข้า”

นางลืมตาขึ้นทันที สีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย นั่นคือเสียงของผู้อาวุโสสูงสุด!

นางรีบคำนับไปยังทิศเบื้องบน แล้วรีบบินออกจากยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ลังเล

เป้าหมายของนางคือ หนึ่งในสถานที่ต้องห้ามของแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน บริเวณที่มีเกาะลอยฟ้าลอยนิ่งกลางอากาศ

ไม่มีใครกล้าเข้าไปโดยพลการ เพราะแต่ละเกาะลอยฟ้า มีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงสุดซ่อนตัวอยู่

อวี้เหยาบินลงบนหนึ่งในเกาะลอยฟ้านั้น ก็เห็นผู้อาวุโสสูงสุดนั่งอยู่หน้าโต๊ะหิน

แต่นอกจากเขา ยังมีอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วย

ชายผู้นั้น อวี้เหยาไม่รู้จัก แต่ชุดของเขาไม่ได้เป็นของผู้ฝึกยุทธ์ในแดนศักดิ์สิทธิ์

ชายผู้นั้นกำลังจิบชาร่วมกับผู้อาวุโสสูงสุดอย่างเท่าเทียม!

อวี้เหยาคำนับอย่างนอบน้อม ไม่กล้าเอ่ยอะไร

ชายที่กล้านั่งโต๊ะเดียวกับผู้อาวุโสสูงสุด…จะธรรมดาได้อย่างไร?

แล้วผู้อาวุโสสูงสุดก็เอ่ยถามว่า

“เด็กหนุ่มคนนั้น…มีภูมิหลังอย่างไร?”

อวี้เหยาแม้ลังเลเล็กน้อย แต่ก็ไม่กล้าปิดบัง นางเล่าให้ฟังถึงตอนที่รู้จักกับโม่หยาง ไปจนถึงเหตุการณ์ต่างๆ ตั้งแต่โม่หยางเข้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน

ผู้อาวุโสสูงสุดพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้แสดงความเห็นใด แต่หันไปถามชายตรงข้ามแทนว่า

“เจ้าว่าอย่างไร?”

เขาโบกมือเบาๆ กลางอากาศปรากฏภาพลอยตัว เห็นโม่หยางกำลังเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ไม้ หยิบโอสถใส่ปากทีละเม็ด พลางดื่มชาด้วยท่าทางสบายอารมณ์

ชายผู้นั้นจ้องภาพนิ่งนาน ก่อนจะหลับตาลงอย่างเงียบๆ

อวี้เหยายืนอยู่ข้างๆ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

เวลาผ่านไปพักใหญ่ ชายผู้นั้นจึงลืมตาและส่ายหน้าเบาๆ

ผู้อาวุโสสูงสุดขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ดูไม่ออกรึ?”

ชายผู้นั้นกล่าวเสียงหนัก

“หมอกทับซ้อนหนาแน่น โชควาสนาไม่ปรากฏ บุรุษผู้นี้…ไม่ธรรมดา!”

“อาจมียอดฝีมือบางคนจัดวางเขาไว้เป็นหมากตัวหนึ่ง แล้วใช้พลังบางอย่างซ่อนชะตาไว้หมดสิ้น บุรุษผู้นี้…เรามิอาจแตะต้องได้!”

คำพูดนี้…เงียบสงบ แต่กลับราวกับฟ้าฟาด!

ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวอย่างตื่นตระหนกว่า

“เจ้าคือเทพพยากรณ์ ยังดูไม่ออกเลยหรือ!?”

อวี้เหยาถึงกับเบิกตากว้าง เขาคือเทพพยากรณ์!?

ไม่แปลกใจเลยที่ได้นั่งเสวนากับผู้อาวุโสสูงสุด…

ชายผู้นี้คือตำนานในโลกผู้ฝึกยุทธ์ สามารถทำนายอดีต ปัจจุบัน และอนาคต จนผู้คนกล่าวว่าเขาสามารถมองเห็นเส้นทางชะตาได้

ถึงแม้จะฟังดูเกินจริง แต่ชื่อเสียงของเขามากมายจนน่าเชื่อถือ

ชายผู้นั้นขมวดคิ้วอีกครั้ง จากนั้นจึงหลับตาอีกครั้งเพื่อพยากรณ์…

ทันใดนั้น ร่างเขาสั่นสะท้านอย่างแรง ลืมตาขึ้นมาพลางกระอักเลือด!

ผู้อาวุโสสูงสุดตกใจ

“เกิดอะไรขึ้น!?”

เทพพยากรณ์ตัวสั่น สีหน้าเปลี่ยนไปเป็นซีดเผือด พูดเสียงสั่นว่า

“…ไม่อาจพยากรณ์ได้! ชะตาของเขาถูกปกคลุมด้วยหมอกหนา เป็นไปได้สูงว่าเขาคือหมากที่ถูกยอดฝีมือปิดผนึกโชคชะตาไว้…”

“…บนตัวเขา…มีผู้ยิ่งใหญ่ฝากฝังไว้แล้ว!”

จบบทที่ บทที่ 76 ผู้ที่มิอาจแตะต้องได้

คัดลอกลิงก์แล้ว