เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 พี่หญิงหก

บทที่ 28 พี่หญิงหก

บทที่ 28 พี่หญิงหก


โม่หยางมองไปรอบด้านตลอดทาง แต่กลับไม่พบเงาร่างของหญิงสาวลึกลับแม้แต่น้อย

กระทั่งเมื่อเดินพ้นประตูเมืองเสวียนเทียน เขาจึงเห็นนางยืนอยู่เงียบๆ ที่ไกลลิบ

ในใจของโม่หยางเริ่มรู้สึกหวั่นไหวอยู่บ้าง คนผู้นี้ไม่ธรรมดา พลังลึกล้ำจนยากหยั่งถึง

ตลอดทาง เขาได้เตรียมใจไว้แล้ว หากอีกฝ่ายคิดฆ่าชิงทรัพย์ เขาก็จะไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะเปิดเผยความลับและหลบหนีเข้าสู่หอคอยจักรพรรดิดาราในทันที

เพราะนอกจากเช่นนั้นแล้ว เขาไม่อาจคิดหาวิธีใดที่สามารถรักษาชีวิตไว้ต่อหน้าผู้แข็งแกร่งผู้นี้

เขาก้าวเดินอย่างระมัดระวังเข้าไปใกล้ หัวใจเต้นระส่ำ เตรียมพร้อมหลบหนีอยู่ทุกขณะ

หญิงสาวลึกลับรับรู้ได้ถึงการเข้ามาของโม่หยาง จึงค่อยๆ หันกลับมามองเขา ดวงตาจับจ้องเขาเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้วเอ่ยว่า

“เจ้าฝึกวิชาปิดบังระดับพลังไว้หรือ?”

โม่หยางขมวดคิ้ว ไม่ตอบนาง แต่ย้อนถามกลับ “พี่สาว เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ท่านมาหาข้าด้วยเรื่องอันใด?”

“ไม่เคยรู้จัก? นั่นก็แค่ในมุมมองของเจ้าเท่านั้น!”

หญิงสาวลึกลับเอ่ยขึ้นเช่นนั้น ก่อนจะพูดต่ออย่างราบเรียบ “แต่ข้ารู้จักเจ้า”

ยังไม่ทันให้โม่หยางตอบอะไร นางก็ยกมือโยนคัมภีร์ม้วนหนึ่งให้เขา

โม่หยางขมวดคิ้ว กลืนคำที่กำลังจะพูดกลับลงไป ยื่นมือรับม้วนคัมภีร์มาอย่างลังเล ก่อนจะค่อยๆ คลี่มันออกด้วยสีหน้างุนงง

และเมื่อม้วนคัมภีร์นั้นคลี่ออก ดวงตาโม่หยางพลันเบิกโพลง

มันคือภาพวาด

และคนในภาพวาดก็คือตัวเขาเอง!

สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ หมึกบนภาพดูจางเก่าไปมาก เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เพิ่งวาดเมื่อไม่นานมานี้

เขายืนตะลึงอยู่กับที่ ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น เพราะวันนี้เขาเพิ่งมาถึงเมืองเสวียนเทียน และก่อนหน้านี้ไม่เคยเจอกับนางมาก่อนเลยแม้แต่น้อย

“เจ้าชื่อโม่หยาง” หญิงสาวลึกลับเอ่ย น้ำเสียงเรียบเฉย สายตาสงบ ทว่าสังเกตทุกอารมณ์บนใบหน้าเขาอย่างถี่ถ้วน

โม่หยางรู้สึกสับสนเต็มที่ อีกฝ่ายเหมือนกำลังสืบค้นประวัติของเขา

‘นางต้องการอะไรกันแน่?’

‘ดูไม่เหมือนมาขโมยโอสถ...’

“เจ้าเป็นใครกันแน่?” โม่หยางถามกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ทว่าสิ่งที่หญิงสาวเอ่ยตอบกลับมาทำให้เขาชะงักไปโดยสิ้นเชิง

“เจ้าคือศิษย์ที่ท่านอาจารย์เลือกไว้ ข้าได้รับมอบหมายมาแจ้งเจ้าเรื่องนี้โดยเฉพาะ!”

“หา?”

โม่หยางถึงกับนิ่งงันในทันที

‘อะไรของนาง?’

‘เราไม่เคยเจออาจารย์คนนั้น ไม่เคยตกลง ไม่เคยคารวะ ไม่เคยอะไรทั้งสิ้นอยู่ดีๆ จะให้เราเป็นศิษย์?’

‘บ้าไปแล้วหรือไง!?’

หญิงสาวกล่าวต่อด้วยสีหน้าสงบ “เจ้าคือศิษย์ลำดับที่เก้าของท่านอาจารย์ และเป็นคนสุดท้าย ข้าคือศิษย์พี่หญิงลำดับหกของเจ้า”

นางเดินเข้ามาใกล้พลางสำรวจโม่หยางด้วยสายตา

โม่หยางถอยหลังเล็กน้อยอย่างระแวดระวัง ทุกอย่างช่างน่าสงสัยเกินไป

หญิงสาวกล่าวต่อ “ยกเว้นศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์ทุกคนต่างได้รับเลือกจากท่านอาจารย์โดยไม่ได้พบตัวมาก่อน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าเจ้าจะเคยอยู่สำนักใด เจ้าก็คือศิษย์ลำดับเก้าของท่านอาจารย์”

“ถ้าข้าไม่ตกลงล่ะ?” โม่หยางถามอย่างขมวดคิ้ว

เรื่องการเข้าสังกัดอาจารย์นั้นสำคัญนัก ไหนจะพิธีการ ไหนจะกล่าวคำสัตย์ จู่ๆ จะมาแต่งตั้งเอาดื้อๆ ได้อย่างไร?

แม้หญิงสาวตรงหน้าจะงดงามและทรงพลัง แต่เรื่องนี้มันเกินไปจริงๆ

หญิงสาวกล่าวอย่างมั่นคง “เรื่องนี้เจ้าปฏิเสธไม่ได้ ท่านอาจารย์เลือกศิษย์จากการพยากรณ์ฟ้าดิน เมื่อท่านอาจารย์ตัดสินใจแล้ว เจ้าย่อมหลีกหนีไม่ได้!”

โม่หยางถึงกับพูดไม่ออก

‘อะไรนะ!...นี่มันเป็นการรับศิษย์ภาคบังคับเรอะ?’

แม้เขาจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องตลก แต่ก็อดตกตะลึงไม่ได้ มีคนที่สามารถใช้วิธีพยากรณ์หาศิษย์ได้จริงหรือ?

แถมศิษย์พี่หญิงลำดับหกคนนี้ยังเก่งขนาดนี้ แล้วศิษย์พี่ใหญ่นั่นจะขนาดไหนกัน!?

โม่หยางขมวดคิ้วครุ่นคิด ถามว่า “ท่านอาจารย์ของข้าเป็นชายหรือหญิง? พลังระดับไหน? มาจากสำนักใด?”

“ข้าเองก็ไม่เคยพบอาจารย์ ท่านอาจารย์อยู่เหนือกว่าสิ่งทั้งปวง เรื่องพลัง เจ้ารอไปถามเองเถอะ” หญิงสาวส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อ

“เราสังกัดสำนักหยางสวรรค์”

โม่หยางแทบไม่อยากเชื่อหู

‘แม้แต่ศิษย์ลำดับหกยังไม่เคยเจออาจารย์?’

‘สำนักอะไรกัน มีจริงหรือเปล่า หรือพวกต้มตุ๋น?’

เขาถามต่อ “แล้วศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่นเล่า?”

“กระจัดกระจายอยู่ทั่วยุทธภพ ข้าเองก็ยังไม่เคยเจอศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์พี่รองเลย”

โม่หยางแทบสำลักเลือด

‘นี่มันสำนักกับผีสิ!?’

หญิงสาวดูออกว่าโม่หยางกำลังคิดอะไร จึงกล่าวอย่างราบเรียบ “สำนักของเราเป็นแดนสงบอันหลบเร้น รอจนถึงเวลาที่เหมาะสม เจ้าจะได้เห็นเอง ท่านอาจารย์ให้ศิษย์ทุกคนออกมาฝึกฝนด้วยตนเอง หาหนทางของตนเองให้พบ”

‘งั้นข้าจะมีอาจารย์ไว้ทำมะเขืออะไรเล่า?’ โม่หยางคิดอย่างมึนงง

‘ไม่มีที่ให้ไป ไม่มีใครสั่งสอน ไม่มีวิชาให้เรียน แล้วจะเข้าร่วมไปเพื่ออะไรกัน?’

หญิงสาวเอื้อมมือส่งคัมภีร์โบราณให้เขาอีกเล่ม “นี่คือสิ่งที่ท่านอาจารย์ฝากมาให้”

“เป็นวิชาทรงพลัง แต่ฝึกยากมาก เจ้าจะเข้าใจได้แค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับวาสนาและสติปัญญาของเจ้า”

โม่หยางก้มดูคัมภีร์ มันคือคัมภีร์เพลงกระบี่ที่ชื่อว่า “คัมภีร์เทพสังหาร”

‘ชื่อฟังดูยิ่งใหญ่มาก คงมิใช่เขียนมาหลอกข้าจากตำราสามอีแปะตามแผงลอยข้างทางกระมัง?’

แต่เมื่อเปิดดู กลับพบว่าเนื้อหาภายในเลอะเทอะเหมือนพวกคัมภีร์หลอกขายตามตลาด…

(=_=)

‘นั่นไง…ชัดเลย’

เขาเงยหน้าถาม “มีแค่นี้?”

หญิงสาวขมวดคิ้ว “เจ้าต้องการอะไรอีก?”

“ไหนๆ ก็เป็นลูกศิษย์แล้ว อย่างน้อยต้องมีอาวุธสักเล่มไว้ป้องกันตัว หรือเคล็ดวิชาตัวเบาลับเฉพาะสำนักอะไรทำนองนั้นใช่ไหม? ของวิเศษอะไรสักอย่างก็ได้…”

หญิงสาวมองเขาเงียบๆ จนจบ ก่อนจะเอ่ยเรียบๆ ว่า “ไม่มี!”

โม่หยางเก็บคัมภีร์ใส่แหวน แสร้งกล่าวต่อ “พี่หญิงหกใช่ไหม? ไหนๆ เราก็เป็นพวกเดียวกันแล้ว การเจอกันครั้งแรก เจ้าจะไม่ให้ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เลยหรือ?”

คราวนี้หญิงสาวแย้มยิ้มจางๆ เป็นครั้งแรก ความงามอันเยือกเย็นแฝงด้วยเสน่ห์น่าหลงใหล ทำเอาโม่หยางถึงกับตะลึง

“ของขวัญแรกพบ ข้าให้เจ้าไปแล้วในโรงเตี๊ยม” นางเอ่ย

โม่หยาง “……”

ยังไม่ทันเขาจะตอบอะไร หญิงสาวก็ยกมือขึ้นทันใด วงแหวนมิติในอกโม่หยางพลันลอยออกจากตัวไป

จากนั้นโม่หยางก็เบิกตากว้าง มองนางหยิบเงินสองปึกใหญ่ออกมาจากวงแหวนของเขา ก่อนจะโยนวงแหวนคืนให้

“การเดินทางมาเจอเจ้าครั้งนี้ ข้าใช้เงินจนหมดแล้ว นี่ถือเป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ แก่ศิษย์พี่ก็แล้วกัน” หญิงสาวกล่าวอย่างหน้าตาเฉย

จบคำ ร่างนางพลันหายวับไปจากสายตา

เหลือเพียงเสียงหัวเราะเบาๆ ลอยมากับสายลมยามราตรีว่า

“ศิษย์น้อง ข้าขอให้เจ้าฝึกฝนให้ดี ไม่นานนัก เราคงได้พบกันอีกครั้ง…ฮิฮิ~”

จบบทที่ บทที่ 28 พี่หญิงหก

คัดลอกลิงก์แล้ว