เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 158: ของขวัญชิ้นใหญ่ 1 ชิ้น!

ตอนที่ 158: ของขวัญชิ้นใหญ่ 1 ชิ้น!

ตอนที่ 158: ของขวัญชิ้นใหญ่ 1 ชิ้น!


กายาปีศาจชูร่าเป็นหนึ่งในสิบร่างกายระดับเทพในโลกปีศาจ

ปิศาจที่มีนามว่า“ซูร่า”

ไม่เพียงมีร่างกายที่กล้าหาญเชี่ยวชาญในการต่อสู้ ข้ามผ่านชีวิตและความตาย.

ผู้ที่ครอบครองกายาชูร่านั้นก็เหมือนกับเทพเจ้าแห่งการสังหารทั้งปวง.

แสงและเงาสีม่วงของดอกไม้ เป็นสัญลักษณ์ของร่างอสูรชูร่า

ดังนั้น เมื่อปิศาจชูร่าปรากฏ ก็จะมีเพียงแค่ชีวิตและความตายเท่านั้นที่รออยู่.

“ตายต่อหน้าข้าซะ!” ตงหวงจื่อโหยว กระตุ้นแก่นแท้ในร่างกายของนางทันที.

กายาปิศาจชูร่าที่แผ่แรงกดดันพร้อมกับปะทุรัศมีแห่งการฆ่าฟันออกมา กระบี่เสวียนปิงของนางที่แทงออกไปราวกับสายฟ้า.

ปัง

แสงกระบี่ทะลุทะลวงผ่านสิบลี้!

หลุมโลหิตขนาดใหญ่ทะลวงร่างของตูกู่กัง

แม้แต่ภูเขาโลหิตด้านหลังของเขายังสั่นไปมาเล็กน้อย.

อย่างไรก็ตามที่น่าแปลกที่สุด อาการบาดเจ็บของเขาก็บฟื้นฟูและหายสนิทในพริบตา

“ฮ่าฮ่าฮ่า ตงหวงจื่อโย่ว นี่คือถิ่นของข้า เจ้าจะแข็งแกร่งได้อย่างไร?”

ตูกู่กัง  หัวเราะอย่างบ้าคลั่งและร่างกายของเขาเต็มไปด้วยโลหิต

“อยากสังหารข้ามันไม่ง่ายหรอก!”

“หมัดนรกเก้าขั้น!”

ปัง

หมัดของเขาทะลวงผ่านความว่างเปล่าพร้อมกับร่องรอยของพลังแห่งกฎที่ดูดซับวิญญาณทั้งหมดที่อยู่รอบตัวเขาเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง

ตงหวงจื่อโหยวเห็นเงาหมัดของเขากลายเป็นกะโหลกขนาดใหญ่ และระเบิดพลังพุ่งออกมา ดวงตาที่สวยงามของนางจ้องเขม็งพร้อมกับยกกระบี่เสวียนปิงขึ้นแล้วแทงออกไปทันที

ปัง

หมัดและกระบี่ปะทะกัน  อากาศภายในรัศมีสิบลี้ สั่นสะเทือนเป็นระลอกคลื่น

ตงหวงจื่อโหยวรู้สึกเจ็บที่ข้อมือเล็กน้อย ดูเหมือนว่าหมัดของตู่กู่กังนั้นไม่ธรรมดา

เมื่อมองดูภูเขาโลหิตที่อยู่ด้านหลังตูกู่กัง ความคิดของตงหวงจื่อโหยวก็ลอยขึ้นมาในใจของนาง

"ดูเหมือนว่าศพโลหิตหลายร้อยล้านศพในภูเขาโลหิตคือแก่นพลังความแข็งแกร่งที่ไม่มีสิ้นสุดของเขา"

“ถ้าต้องการสังหารเขา วิธีที่ดีที่สุดคือตัดการเชื่อมต่อของเขากับภูเขาโลหิต หรือก็คือทำลายภูเขาโลหิตไปซะ”

“แต่... ภูเขาโลหิตนั้นสูงถึงหนึ่งล้านจั้ง จะถูกทำลายทั้งหมดในเวลาอันสั้นได้อย่างไร?”

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตงหวงจื่อโหยวก็ตัดสินใจแยกตูกู่กังออกจากภูเขาโลหิตก่อน

ลดการเชื่อมต่อระหว่าง ตูกู่กัง  และภูเขาโลหิตซะก่อน แล้วมองหาจุดอ่อนของเขาเพื่อโจมตี.

ต่อมา.

ตงหวงจื่อโหยว ผู้คุ้นเคยกับกลยุทธทางทหาร ได้ใช้กลยุทธ์ในการดึงอสรพิษออกจากถ้ำ

หลังจากปะทะกันอีกหลายสิบกระบวนท่า

นางได้ล่อตูกู่กังออกห่างจากภูเขาโลหิตหลายร้อยลี้แล้ว.

นางค้นพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างตูกู่กังและภูเขาโลหิตอ่อนลงจริง ๆ.

ทว่าตู่กู่กังยังคงไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้ แม้แต่ก้าวเข้าไปในแผนการของตงหวงจื่อโหยวด้วยซ้ำ

-

ด้านหลังของภูเขาโลหิต มีแท่นบูชาที่มีรัศมีห้าลี้

แท่นบูชายกสูงที่อยู่ตรงกลางแท่นบูชานั้นสร้างจากศิลาโลหิตขนาดใหญ่

ในทุกครั้งของวันไหว้บรรพบุรุษ

สมาชิกทุกคนของนิกายวิญญาณโลหิต จะแช่ศิลาโลหิตนี้ด้วยโลหิตเพื่อสังเวยและสวดภาวนา

กึก ครืนนนน

ศิลาโลหิตหนักหมื่นกิโลกรัมเริ่มแตกร้าวโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า

ในไม่ช้า รอยแตกบนศิลาโลหิตก็มีแสงโลหิตที่น่าสะพรึงกลัวพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า

ภายในรัศมีหนึ่งร้อยลี้ของภูเขาโลหิตถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง

มีกะโหลกสีโลหิตจำนวนนับไม่ถ้วนลอยอยู่ในอากาศ กรีดร้องโหยหวน

เมื่อรู้สึกถึงลมหายใจอันน่าสยดสยอง สมาชิกทุกคนของนิกายวิญญาณต่างก็สั่นสะท้านอยู่ในใจ

“ด้วยแสงโลหิตอันมหึมาเช่นนี้ เป็นไปได้ไหม ที่บรรพบุรุษของเรานิกายวิญญาณโลหิตฟื้นคืนชีพแล้ว?”

“นี่! ลมหายใจนี้คุ้นเคยและทรงพลังมาก แข็งแกร่งกว่าผู้นำถึงสิบเท่า บรรพบุรุษฟื้นคืนชีพแล้วแน่นอน!”

“ดูสิ แสงโลหิตปรากฏขึ้นจากทิศทางของแท่นบูชาในภูเขาด้านหลัง จะเป็นใครได้อีก ถ้าไม่ใช่บรรพบุรุษ”

ในเวลานี้ทุกคนในนิกายวิญญาณโลหิต ต่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

ในเวลาเดียวกันตูกู่กังที่เสียเปรียบเมื่อปะทะกับจักรพรรดินิตงหวงจื่อโหยว ทำให้เขาเริ่มรู้สึกกังวล.

ทว่าเวลาต่อมากำลังใจของเขาเพิ่มพูนขึ้นทันที.

เมื่อบรรพบุรุษโลหิตออกมาจากภูเขา เขาจะสามารถกวาดล้างตงหวงจื่อโย่ว และเป่ยเสวียนเทียนได้อย่างแน่นอน!

และห่างออกไปหลายร้อยลี้

ตงหวงจื่อโหยวและตู้กู่กังก็สังเกตเห็นแสงในระยะไกลได้ในเวลาเดียวกัน

เวลานี้ตู่กังดีใจมาก: "ฮ่าฮ่า กะโหลกนี่เป็นสัญญาณของการกำเนิดของบรรพบุรุษ!"

“โดยไม่คาดคิด บรรพบุรุษยังมีชีวิตอยู่ ตงหวงจื่อโหย่ว วันนี้เป็นวันตายของเจ้า!”

ตงหวงจื่อโหยว อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเมื่อได้ยินสิ่งนี้

แม้ว่าตูกู่กัง  จะได้รับความช่วยเหลือจากภูเขาโลหิต แต่นางก็ยังคงมีความมั่นใจอย่างมากที่จะจัดการเขา.

หากตอนนี้มีบรรพบุรุษวิญญาณโลหิตเพิ่มขึ้นมาอีกคน ก็คงยากที่จะจัดการ.

เมื่อพิจารณาจากลมหายใจของอีกฝ่าย นางรู้สึกได้ว่า บรรพบุรุษวิญญาณโลหิตแข็งแกร่งกว่าตูกู่กัง  อย่างน้อยสิบเท่า

กล่าวอีกนัยหนึ่ง บรรพบุรุษวิญญาณโลหิตน่าจะเป็นมหาอำนาจในอาณาจักรมหาปราชญ์

ถ้าเขาและตู่กู่กังร่วมมือกัน...

ความมั่นใจในการชนะของตงหวงจื่อโหยว เกรงว่าคงจะหายไปหมด.

“ไม่อนุญาตให้พวกเขาเข้าร่วมพลังกัน!”

ตงหวงจื่อโหยวตัดสินใจอย่างเด็ดขาด กระตุ้นแก่นแท้ในร่างกายของนางอย่างบ้าคลั่ง และกระตุ้นศักยภาพของนางให้ถึงขีดจำกัด

ตอนนี้นางต้องใช้พลังทั้งหมดออกมา แล้วจบการต่อสู้อย่างรวดเร็ว.

จัดการตูกู่กังก่อน จากนั้นค่อยหาวิธีรับมือบรรพบุรุษโลหิต.

นางมีความมั่นใจอย่างเต็มที่ ตราบใดที่สร้างความเสียหายให้กับตูกู่กังให้มากกว่าความเร็วในการฟื้นตัวของเขาได้

นางที่วาดมือไปบนอากาศ

ปัง

พริบตานั้นคลื่นอากาศอันน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกมา แสงสีทองเจิดจ้าก็ส่องสว่างปกคลุมท้องฟ้าในรัศมีหลายร้อยลี้ทันที

ฟีนิกซ์สีทองขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากร่างของตงหวงจื่อโหยว และทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า

“ร่างฟีนิกซ์เก้าแปลง!” ตูกู่กังกลืนน้ำลายทันที “สตรีคนนี้ต้องการจัดการไม่ให้ข้าไปเข้าร่วมกับบรรพบุรุษของข้า!”

ตงหวงจื่อโหยว กระตุ้นกายาเทพและปิศาจ ให้แข็งแกร่งที่สุด ไม่ว่าตูกู่กังจะโง่แค่ไหน ก็รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการทำอะไร.

"หนี!"

ตูกู่กัง  หันหลังอย่างรวดเร็วและรีบไปพุ่งกลับไปที่ภูเขาโลหิต

เพียงไปถึงภูเขาโลหิต

ด้วยความช่วยเหลือจากพลังของภูเขาโลหิต เขาและบรรพบุรุษวิญญาณโลหิตย่อมสามารถทำให้ตงหวงจื่อโหยวตกตายได้

“อยากหนีเหรอ?” แววตาตงหวงจื่อโหยวแผ่ความเย็นชาออกมาทันที

ร่างของเทพและปิศาจที่ดูดซับพลังฟ้าดินอย่างบ้าคลั่ง กลายเป็นรัศมีเพลิงสองดวง หนึ่งเทพหนึ่งพิศาจพุ่งออกมาจากกระบี่เสวียนปิงของนาง.

ปัง!

กระบี่โจมตีหน้าอกขวาของ ตูกู่กัง

ตูกู่กัง  เจ็บปวดมากจนเหงื่อไหลออกมาที่หน้าผาก เขาตกใจเป็นอย่างมาก: "สตรีคนนี้ ช่างชั่วร้ายจริง ๆ!"

และในเวลาเดียวกัน

บนแท่นบูชาของภูเขาโลหิตด้านหลัง ก็มีร่าง ๆ หนึ่งทะลวงศิลาโลหิตออกมา.

เขาก็คือผู้ก่อตั้งนิกายวิญญาณโลหิต บรรพบุรุษโลหิต.

เพราะตำแหน่งศิลาโลหิตนั้นอยู่ในจุดที่สุดในภูเขาโลหิตทั้งหมด และทุก  ๆ ห้าปีจะมีการสังเวยโลหิตหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา

บรรพบุรุษวิญญาณโลหิตซ่อนตัวอยู่ในศิลาโลหิตเพื่อฝึกฝนปิดด่านยกระดับพลังบ่มเพาะ

เป็นเวลาผ่านไปนับหมื่นปีแล้วจากการหล่อเลี้ยงของโลหิตจากการสังเวยถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของเขา

แต่ตอนนี้ หลังจากที่เขาค้นพบว่าตูกู่กัง  กำลังเพลี้ยงพล้ำจากการเผชิญหน้ากับตงหวงจื่อโหยว เขาก็ไม่สามารถนั่งนิ่งได้

เพื่อที่จะรักษานิกายวิญญาณโลหิตของเขาเอาไว้ เขาจำเป็นต้องทะลวงออกมาจากศิลาโลหิตก่อนเวลา

“จักรพรรดิเสวียนปิง เจ้ากล้าสังหารผู้นำนิกายวิญญาณโลหิตของข้า บรรพบุรุษเช่นนั้น จะทำให้เจ้าตายไม่มีที่ฝั่ง!”

ม่านตาสีโลหิตของบรรพบุรุษวิญญาณโลหิตเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร

ในเวลาเดียวกัน แสงสีขาวก็กระพริบ

ร่างของหลินซวน ปรากฏขึ้นอย่างเงียบ  ๆ ต่อหน้าบรรพบุรุษโลหิต

“หืม?”

บรรพบุรุษโลหิตมองหลินซวนด้วยความประหลาดใจ ตอนนี้เขาไม่ได้สังเกตเห็นการปรากฏตัวของหลินซวนเลย

สิ่งนี้ทำให้บรรพบุรุษโลหิตเผยท่าทางระมัดระวังในทันที

เขามีลางสังหรณ์ที่แข็งแกร่งว่า บุรุษหนุ่มรูปงามในชุดขาวที่อยู่ตรงหน้าเขามีพลังมาก

ชวนให้นึกถึงจักรพรรดินิเสวียนปิงที่งดงามไม่ธรรมดาและหลินซวนที่หล่อเหลาหาได้ยากยิ่ง

บรรพบุรุษของวิญญาณโลหิตเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจว่า "เป็นไปได้ไหมว่าเจ้าเป็น บุรุษของจักรพรรดินีเสวียนปิง"

"ใช่." หลินซวน เผยยิ้มเล็กน้อย "ดังนั้นเจ้าต้องรับของขวัญชิ้นใหญ่ชิ้นต่อไป"

เขาปลดปล่อยจิตวิญญาณยักษาออกมาตลอดเวลาปกคลุมทั่วภูเขาโลหิตหลายพันลี้ จึงรู้เรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้น.

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต่อสู้ระหว่างตงหวงจื่อโหยว และตู่กู่กัง นั้นรุนแรงมาก.

ดังนั้นเขาจึงไม่พูดไม่กล่าวอีกต่อไป.

เขาวาดมือไปด้านหน้าสร้างผนึกสายฟ้าห้าองค์ประกอบที่มีขนาดใหญ่มาก.

ฟู ซูมมม~

สายฟ้าที่ร้องคำรามลั่น ส่องแสงสว่างเจิดจ้า.

กลุ่มเมฆฝนฟ้าคะนองหลากสีสันที่มีรัศมีอย่างน้อยหนึ่งพันลี้ปราบปรามแสงสีโลหิตที่สดใสปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของทุกคนในทันที

เมื่อเห็นเมฆสายฟ้านี้ บรรพบุรุษโลหิตและผู้คนนับแสนของนิกายวิญญาณโลหิตก็หัวใจหดเกร็ง

“สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ห้าองค์ประกอบ!”

“ช่างเป็นเมฆสายฟ้าขนาดใหญ่จริง ๆ นี่เขาคิดจะทำลายภูเขาโลหิตของพวกเราทั้งหมดหรือไม่?”

ทันใดนั้นหัวใจของทุกคนก็สั่นระรัวเต้นไปมาอย่างรวดเร็วเวลานี้พวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

จากระยะไกล ตงหวงจื่อโหยว และตู่กูกังก็อยู่ภายใต้เมฆฝนฟ้าคะนองด้วย

ทำให้พวกเขาเงยหน้าขึ้นและมองดูเมฆสายฟ้าที่ลอยอยู่เหนือท้องฟ้าทันที

ไม่เพียงแต่ตูกู่กังเท่านั้น แม้แต่ตงหวงจื่อโหยวเองก็เผยความหวาดกลัวออกมาเช่นกัน.

ผู้ที่สามารถขับเคลื่อนสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ห้าองค์ประกอบขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ คนที่อยู่เบื้องหลังการลงมือเรียกได้ว่าทรงพลังจนน่าตกใจ.

และตงหวงจื่อโหยวที่สะดุ้งนึกอะไรขึ้นมาได้และตกใจสงสัยมากขึ้นไปอีก นางที่คิดได้ว่า เมื่อหลายวันก่อน ทหารชั้นสูงจำนวนหนึ่งแสนนายของอาณาจักรอู๋เซิ่งถูกเมฆสายฟ้าทำลายกลายเป็นฝุ่นผง.

“นี่เป็นเพียงเรื่องบังเอิญหรือไม่?”

ตงหวงจื่อโหยวตื่นตะลึงอยู่พักหนึ่ง

เปรี้ยง! - -

ท่ามกลางความตื่นตระหนกตกใจของทุกคน

สายฟ้าหลายแสนเส้นก็ฟาดตกลงมาระรานตาหลากสีสัน มังกรเพลิงสายฟ้าขนาดยักษ์ที่พุ่งลงมาหาภูเขาโลหิต

เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว.

ภูเขาโลหิตที่สูงเสียดฟ้า เมื่อคลื่นพายุสายฟ้าพัดผ่าน เพลิงสายฟ้าที่ลุกโชน ส่องสว่างเจิดจ้าท่วมท้องฟ้า.

ภูเขาทั้งลูกกำลังสั้นลงอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

สายฟ้าที่มากมายที่ก่อให้เกิดเพลิงไหม้ ทำให้สาวกนิกายวิญญาณโลหิตเหมือนกับมดที่อยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง ถูกเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านอย่างรวดเร็ว.

จบบทที่ ตอนที่ 158: ของขวัญชิ้นใหญ่ 1 ชิ้น!

คัดลอกลิงก์แล้ว