เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 157: จักรพรรดินีเสวียนปิงสมควรกับชื่อเสียงของนางจริง ๆ!

ตอนที่ 157: จักรพรรดินีเสวียนปิงสมควรกับชื่อเสียงของนางจริง ๆ!

ตอนที่ 157: จักรพรรดินีเสวียนปิงสมควรกับชื่อเสียงของนางจริง ๆ!


ตี้ฟู่(สามีจักรพรรดิ)เป่ยเสวียนเทียน!

เมื่อได้ยินนามนี้สาวกนิกายวิญญาณโลหิต  ที่เหลือก็แสดงท่าทีระมัดระวังทันที

จักรพรรดินีเสวียนปิงเป็นมหาอำนาจที่มีชื่อเสียง และบุรุษของนางก็จะต้องทรงพลังมากเช่นกัน

หลินซวนมองดูพวกเขาเล็กน้อย : "ข้าเอง ไม่ต้องคิดอะไรมาก ตายไปที่นี่ซะ"

เมื่อได้ยินคำพูดที่ก้าวร้าวอหังการของหลินซวน เจตนาสังหารของจิงอู๋ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว:

“ช่างเป็นจักรพรรดิเป่ยเสวียนเทียนที่หยิ่งผยองจริง ๆ สมเป็นคู่รักที่ลงตัวกัน เหมาะกับจักรพรรดินิเสวียนปิงนัก”

“จักรพรรดินิเสวียนปิงบุกเข้าไปในนิกายวิญญาณโลหิต  ของเราเพียงลำพัง และเจ้าเองก็ต้องการรับมือพวกเราคนเดียวเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าบุกเข้าไป ช่างบ้าคลั่งเหมือนกันยิ่งนัก!”

หลินซวน เผยยิ้มอย่างสนุกสนานเมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าว

ปรากฎว่าตงหวงจื่อโหยวได้บุกไปยังนิกายวิญญาณโลหิตแล้ว.

นี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย

ตงหวงจื่อโหยว มีความรู้มากและต้องได้ข้อมูลเกี่ยวกับความวุ่นวายของนิกายภูตผีเมื่อ 30,000 ปีก่อนจากประวัติศาสตร์โบราณอยู่แล้ว

นอกจากนี้เป่ยเสวียนเทียนเองก็เพิ่งประสบกับความวุ่นวายของการจลาจลภูตผีในหลายประเทศ

เป็นธรรมดาที่นางจะค้นพบนิกายวิญญาณโลหิตได้

“ดูเหมือนว่าวันนี้ถูกกำหนดให้เป็นจุดสิ้นสุดของนิกายวิญญาณโลหิตของเจ้าแล้ว”

แก่นแท้ที่แท้จริงในร่างกายของหลินซวน ไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง และแผ่รัศมีอันน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ระเบิดออกมาในทันที

แม้นว่าจะอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาล จิงอู๋และคนอื่น  ๆ ก็ยังคงมั่นใจอยู่เล็กน้อย

จิงอู๋ เหลือบมองศพห้าธาตุและสั่งการออกไปทันที: "สังหารจักรพรรดิเป่ยเสวียนเทียนซะ!"

เขาได้ยินจากตงกู่กังว่า ศพห้าธาตุนั้นมีขอบเขตเสมือนจักรพรรดิ

นอกจากนี้พวกมันยังมีพลังของธาตุทั้งห้าที่ทรงพลังมากกล่าวได้ว่ามันมีระดับไม่ห่างจากระดับของราชาศพในตำนานแล้ว.

ห้าต่อหนึ่งในเวลานี้ แม้ว่าเขาจะไม่สามารถสังหารหลินซวนได้ แต่อย่างน้อยก็ควรทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บหนักได้.

นอกจากนี้ยังมีศพเกราะทองสัมฤทธิ์และศพเกราะเงินเกือบร้อยศพอีกด้วย.

จิงอู๋มีความมั่นใจในตนเองมากพอ สามารถที่จะล้อมสังหารหลินซวนได้แน่.

ซูมมม! ซูมมม!

ก่อนที่ศพห้าธาตุจะได้ขยับด้วยซ้ำ ทันใดนั้นแสงสีทองก็ส่องสว่างสองดวงปรากฏขึ้นส่องประกายระยิบระยับ ส่องสว่างปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้ายามค่ำคืน

จิงอู๋และคนอื่น  ๆ ตกใจขาอ่อนยวบไปในทันที.

แสงสีทองจากภายในดวงตาของหลินซวน สว่างไสว จากนั้นมันก็กลายเป็นเปลวเพลิงที่น่าสะพรึงกลัวสองดวงราวกับดวงตะวันพุ่งออกมา

เปลวเพลิงทั้งสองกลายเป็นมังกรเพลิงขนาดใหญ่

ทันใดนั้นมันก็ตกลงบนศพห้าธาตุทั้งห้าและเผาพวกมันจนกลายเป็นเถ้าถ่านอย่างรวดเร็ว

“อ๊าก นี่มัน...เพลิงทองคำศักดิ์สิทธิ์หลี่ฮั่ว!”

"โอ้วสวรรค์ จักรพรรดิเป่ยเสวียนเทียนมีพลังที่ท้าทายสวรรค์เช่นนี้!"

“ผู้อาวุโส รีบสั่งการให้ศพเกราะเงินและศพเกราะทองสัมฤทธิ์ลงมือเร็วเข้า!”

ผู้คนในนิกายวิญญาณโลหิต ตกอยู่ในความตื่นตระหนกทันที พวกเขาถอยร่นด้วยความหวาดกลัวหนีตายออกไปอย่างน้อยครึ่งลี้ ทิ้งห่างออกมาจากเปลวเพลิงสีทองจากเพลิงศักดิ์สิทธิ์ของหลินซวน.

ด้วยความกลัวที่จะถูกหลินซวนไล่ล่าจิงอู๋จึงรีบสั่งศพเกราะเงินและศพเกราะทองสัมฤทธิ์ทั้งหมดเพื่อเข้าปิดล้อมหลินซวนทันที

“ฝูงปลาและกุ้งกระจ้อยร่อยต้องการหยุดข้า” หลินซวน กล่าวด้วยความดูถูก

ขณะเขาหยุดเพลิงทองคำหลี่ฮั่ว พร้อมกับนำกระบี่กึ่งเซียนของบุตรสาวออกมา.

ศพเกราะทองสัมฤทธิ์และศพเกราะเงิน หลอมกลั่นขึ้นมาจากโลหะ ไม่เหมือนกับศพห้าธาตุที่เผาไหม้ทันทีที่ถูกเพลิงศักดิ์สิทธิ์เผาไหม้

ดังนั้นเขาจึงใช้กระบี่กึ่งอมตะของบุตรสาว เพื่อทดสอบพลังของมันด้วย.

"ตาย!"

เมื่อเผชิญหน้ากับผีดิบที่รุมเร้า

หลินซวนผนึกพลังสายฟ้าห้าองค์ประกอบลงไปด้วย

พลังเพลิงสายฟ้าที่หมุนวนอยู่รอบ ๆกระบี่กึ่งอมตะทั้งสี่.

ซูมมมมมม! - -

มังกรสายฟ้าทั้งสี่คำรามออกมาพร้อม ๆ กัน และถูกยิงออกไปภายใต้การเหนี่ยวนำของกระบี่กึ่งอมตะ

สายฟ้าที่ฉีกท้องฟ้ายามค่ำคืน เห็นเป็นเหมือนกับสายรุ้งที่เคลื่อนที่ออกไปด้วยความเร็ว.

ปัง ปัง ปังปัง ปัง~

จากนั้นก็ได้ยินเพียงเสียงระเบิดดังสนั่นติดต่อกัน

กลิ่นอายกระบี่ที่น่าพรั่นพรึงสยดสยอง สร้างสายฟ้า กำเนิดเพลิงเผาไหม้ที่รุนแรงกวาดม้วนเหล่าผีดินทั้งหมดให้หายไปอย่างรวดเร็ว.

เมื่อเห็นภาพการทำลายล้างที่อลังการ จิงอู๋และคนอื่น  ๆ ต่างก็ดวงตาเบิกกว้างกลมโต.

พวกเขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาอย่างรุนแรง เกรงว่านิกายวิญญาณโลหิตคงถูกทำลายในคืนนี้เป็นแน่.

เพราะความแข็งแกร่งของ หลินซวน เกินความเข้าใจของพวกเขาไปมาก.

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จิงอู๋ก็ตัดสินใจหลีกเลี่ยงหนีออกไปจากสายตาของหลินซวน

กลับไปที่นิกายวิญญาณโลหิตทันที และปล่อยให้ผู้นำตงกู่กัง ตัดสินใจใหม่ว่าพวกเขาต้องรับมือกับหลินซวนและตงหวงจื่อโหยวอย่างไร.

“ทุกคน ใช้ทักษะภูตหลบหนี!”

หลังจากนั้น

จิงอู๋ที่หมุนเวียนแก่นแท้ของเขา สร้างหลุมดำขึ้นในอากาศ

เวทมนตร์ประเภทนี้เป็นทักษะการหลบหนีที่ดีที่สุดของวิถีภูตผี เป็นทักษะที่มีชื่อว่า ภูตหลบหนี.

ซึ่งหมายความว่าไปมาไร้ร่องรอย รวดเร็วราวกับภูตผี.

“อยากหนีเหรอ?” หลินซวนอดไม่ได้ที่จะเผยยิ้มเยาะเมื่อเห็นการกระทำของพวกเขา และยกมือขวาขึ้นพร้อมกับดีดนิ้ว

ปัง!

แสงสีทองถูกปล่อยแผ่ออกมาทันทีกลืนกินภายในรัศมีสิบลี้ และก่อตัวเป็นโดมทรงกลมในเสี้ยวพริบตาเดียว

ร่างของจิงอู๋และสาวกของคนอื่น ๆ ที่รู้สึกราวกับว่าพวกเขากระแทกเข้ากับกำแพงเหล็กจนทำให้เจ็บปวดไปทั่วร่าง.

ก่อนที่ร่างของพวกเขาจะค่อย ๆ ปรากฏออกมา.

พวกเขาก็พบว่าตัวเองติดอยู่ในค่ายกลสีทอง ราวกับเป็นคุกกำแพงทองแดง.

“โอ้วสวรรค์! เพียงดีดนิ้วก็สร้างค่ายกลขึ้นมาได้ จักรพรรดิเป่ยเสวียนเทียนจะร้ายกาจเกินไปแล้ว!”

จิงอู๋และสาวกอดไม่ได้ที่จะร้องไห้คร่ำครวญในใจ

ภายใต้การจ้องมองที่หวาดผวาของทุกคน พวกเขาก็พบว่าหลินซวนวาดมือปลดปล่อยตราประทับสายฟ้าแล้วโยนออกมา.

ในชั่วพริบตา กลุ่มเมฆฝนหลากสีสันก็ปกคลุมรัศมีสิบลี้เหนือศีรษะของจิงอู๋ และสาวกคนอื่น ๆ

เปรี้ยง! กรี๊ด.

ทันใดนั้นเทพเจ้าสายฟ้าก็ปล่อยสายฟ้านับพันสายฟาดลงมา

เพียงพริบตาเดียว จิงอู๋และสาวกก็สลายกลายเป็นผุยผง.

หลินซวน มองดูจิงอู๋ และคนอื่น ๆ อย่างสงบ

หลังจากยืนยันว่าพวกเขาไม่มีใครรอด เขาก็เดินทางต่อไปยังทิศทางของนิกายวิญญาณโลหิตทันที.

ในเวลาเดียวกันนั้น.

หลังจากการต่อสู้หลายสิบกระบวนท่า ตูกู่กังก็ได้รับบาดเจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ.

เขาเงยหน้าขึ้นและมองไปที่ตงหวงจื่อโหยว สาวงามในชุดกระโปรงสีม่วงที่อยู่ไม่ไกลนัก ด้วยแววตาตื่นตะลึง!:

“สตรีคนนี้แข็งแกร่งมากจริง ๆ”

“การได้เป็นบุรุษของนาง เพียงแค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว!”

ตู่กู่กัง หายใจเข้าลึก  ๆ เอ่ยด้วยสายตาเย็นชา: "จักรพรรดินีเสวียนปิงสมควรกับชื่อเสียงของเจ้าจริง ๆ!"

มุมปากของตงหวงจื่อโหยว โค้งงอเล็กน้อย: "เจ้ากำลังพยายามจะเอ่ยอะไร ว่าแต่เจ้าสามารถจัดการกับข้าได้แล้วรึ?"

“เจ้าเป็นคนฉลาดจริง ๆ” ตูกู่กังบิดคอบริหารร่างกายของเขาเล็กน้อย

“เนื่องจากข้าเคยต่อสู้กับคนของเป่ยเสวียนเทียนหลายครั้ง ข้าจึงได้พิจารณาถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้แล้ว”

“กล่าวอีกนัยหนึ่ง ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของข้า เรื่องที่บรรพบุรุษของเราทำไม่สำเร็จนั้น ถูกกำหนดให้สำเร็จในมือของข้า!”

"หึ หึ."

ตงหวงจื่อโหยว เยาะเย้ยสองครั้ง

“สามหมื่นปีก่อน บรรพบุรุษนิกายวิญญาณโลหิตของเจ้าล้มเหลวครั้งหนึ่งไปแล้ว”

“ข้าคิดว่านิกายวิญญาณโลหิตของเจ้าจะได้รับบทเรียนไปแล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเจ้าก็ยังโง่อยู่!”

ตู่กู่กังเผยความเย็นชา: "ถ้าอย่างนั้น ข้าจะให้เจ้าได้เห็นว่า ทำไมข้าถึงควบคุมทุกอย่างไว้แล้ว!"

ทันใดนั้นเขาได้วาดผนึกโลหิตด้วยมือทั้งสองข้าง.

เมื่อผนึกปรากฏขึ้น ท้องฟ้าในรัศมีหลายพันลี้ก็เปลี่ยนสี

พระจันทร์ที่สว่างสดใส เปื้อนไปด้วยโลหิตทันที ราวกับพระจันทร์สีโลหิตได้ปรากฏขึ้นแล้ว.

“จ้าวหมื่นผี!”

บูม! เสียงดังกึกก้อง ภูเขาโลหิตทั้งหมดเริ่มสั่นสะเทือน

กระแสโลหิตมากมายไหลลงมาจากบนยอดเขา

ในชั่วพริบตา มันก็รวมตัวเป็นผีดิบที่ชุ่มไปด้วยโลหิต.

ไม่ถึงห้าลมหายใจต่อมา ตูกู่กังก็ดูดผีดิบเปื้อนโลหิตตนนั้นเข้ามาในร่างกายของเขา.

ในเวลานี้ พระจันทร์สีโลหิตที่อยู่เหนือศีรษะ ส่องแสงสะท้อนร่างกายที่ชุ่มไปด้วยโลหิตของเขา จิตสังหารที่มากมายก็ปะทุออกมาทันที.

หลังจากสัมผัสถึงลมหายใจของตูกู่กังแล้ว คิ้วใบหลิวของตงหวงจื่อโหยว ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดเล็กน้อย:

“ความแข็งแกร่งของเขา ตอนนี้เข้าใกล้อาณาจักรมหาปราชญ์แล้ว”

กล่าวได้ว่าความแข็งแกร่งของตูกู่กังเทียบเท่ากับตงหวงจื่อโหยวแล้ว.

สิ่งนี้ทำให้ตงหวงจือโหยว เผยความระมัดระวังออกมา.

นางบอกได้ว่าด้วยพรของศพโลหิตจากภูเขาโลหิตนั้นสามารถทำให้ตูกู่กังมีพลังมากขึ้น.

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ มือหยกของนางก็กำหมัดแน่น

นางวาดมือไปบนอากาศ.

ในสเวลานั้นแสงสีม่วงส่องสว่างแพรวพราว เจิดจ้าบน ท้องฟ้ายามราตรีปกคลุมพื้นที่รัศมีสิบลี้

ปรากฏแสงและเงาของดอกไม้ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกำลังโคจรวนเวียนอยู่รอบ ๆ ร่างของนาง

แม้ว่านางจะงดงามมาก แต่นางก็ระเบิดพลังทำลายล้างที่น่าขนลุกออกมาด้วย.

ตูกู่กังจ้องมองนางครู่หนึ่ง และอดไม่ได้ที่ดวงตาของเขาจะสั่นไหว “นี่มัน....ร่างปิศาจชูร่า”

จบบทที่ ตอนที่ 157: จักรพรรดินีเสวียนปิงสมควรกับชื่อเสียงของนางจริง ๆ!

คัดลอกลิงก์แล้ว