เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23: คำขู่ของเสด็จพ่อ!

บทที่ 23: คำขู่ของเสด็จพ่อ!

บทที่ 23: คำขู่ของเสด็จพ่อ!


พระราชวังเสวียนปิง ห้องโถงใหญ่

ตงหวงจื่อโหยว นั่งบนบัลลังก์เทพฟีนิกซ์น้ำแข็ง มองลงไปที่กลุ่มข้าราชบริพารที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยความสุข

“เป็นเรื่องน่ายินดีจริงๆ ข้าไม่คาดหวังว่ากษัตริย์แห่งอาณาจักรหมื่นปีศาจ เจิ้งซ่ง จะเสียชีวิตไปเมื่อคืนนี้!”

“ถูกต้อง และปีศาจกระหายโลหิตที่หนุนหลังเขาเอง ก็หายไป ดูเหมือนว่าจะพบกับเรื่องเลวร้ายด้วยเช่นกัน”

"สิ่งนี้ช่วยพวกเรา เป่ยเสวียนเทียนได้มากจริง ๆ และข้าไม่รู้ว่าพลังใดที่กำจัดพวกเขาไป!"

-

เมื่อเห็นกลุ่มข้าราชบริพารยิ้มแย้มแจ่มใส ปากของตงหวงจื่อโหยวก็เผยยิ้มเล็กน้อยเช่นกัน

การตายของเจิ้งซ่งและการหายตัวไปของจอมปีศาจกระหายโลหิต ถือเป็นความเสียหายอย่างหนักของอาณาจักรหมื่นปิศาจ

สำหรับเป่ยเสวียนเทียน ถือเป็นข่าวดี

อย่างไรก็ตาม ตงหวงจื่อโหยวมองเห็นมากกว่านั้น

นางละรอยยิ้มของนางเอาไว้ จากนั้นก็เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง:

“แม้ว่าเจิ้งซ่งจะตายไปแล้ว แต่ก็มีความขัดแย้งระหว่างเป่ยเสวียนเทียนกับอาณาจักรปีศาจสวรรค์ ยังถือว่ายังห่างไกลจากจุดจบ”

“ข้าได้ตัดสินใจส่งทหารออกไปอีกครั้ง จนกว่าจะยึดอาณาจักรหมื่นปีศาจได้!”

ซ่งหยานและเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ กลายเป็นงงงวย

“ฝ่าบาท ในเมื่ออาณาจักรหมื่นปีศาจไม่มีผู้นำและไม่เป็นภัยคุกคามต่อเป่ยเสวียนเทียนของเราอีกแล้ว ทำไมเราจึงต้องส่งกองกำลังออกไปอีก?”

“ฝ่าบาท หากว่าเป่ยเสวียนเทียนของพวกเรายังคงส่งกองกำลังออกไปอีก เฉินเกรงว่าคนทั่วโลกจะคิดว่าพวกเราบ้าสงคราม!”

แม้แต่มีแม่ทัพผ่านศึก สองสามคนยังเผยท่าทางไม่พอใจตงหวงจื่อโหยวที่ชอบทำสงคราม.

ตงหวงจื่อโหยว เผชิญกับความสงสัยและเอ่ยด้วยสีหน้าสงบ:

“มีสองเหตุผลที่ข้าตัดสินใจส่งทหารออกไปอีกครั้ง”

“ประการแรก ดินแดนปีศาจสวรรค์พร้อมที่จะเคลื่อนไหว หากเราไม่ส่งกองกำลังไปพิชิตอาณาจักรหมื่นปีศาจในเวลานี้ มันจะทำให้พวกปีศาจรู้สึกว่าพวกเราอ่อนแออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

“ประการที่สอง ข้าต้องการที่จะเอาชนะอาณาจักรหมื่นปิศาจ ไม่ใช่ฆ่าผู้บริสุทธิ์ตามอำเภอใจ และหากผู้คนในดินแดนปีศาจสวรรค์เข้ามายึดอาณาจักรหมื่นปิศาจไป ข้าเกรงว่าอาณาจักรหมื่นปิศาจทั้งหมดจะอยู่ในการปกครองของพวกเขา ซึ่งจะไม่มีความสงบอีกต่อไป”

เอ่ยจบนางก็ลุกขึ้นยืน มือของนางที่ขัดหลังพร้อมกับมองลงไปยังข้างล่าง.

“เป่ยเสวียนเทียนจะถูกรังแกไม่ได้!”

“การชนะอาณาจักรหมื่นปีศาจ คือการแสดงให้ผู้คนทั้งโลกเห็นพลังของพวกเรา!”

“เจ้ายังมีข้อโต้แย้งอยู่อีกหรือไม่?”

ข้าราชบริพารทุกคนต่างพูดไม่ออกกับคำเอ่ยที่สมเหตุสมผลของนาง

ทุกคนคุกเข่าลงและทำความเคารพ: "ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน!"

ตงหวงจื่อโหยว พยักหน้าเล็กน้อย

เมื่อกำลังจะก่อสงคราม นางจึงวางแผนที่จะจัดการราชกิจให้เสร็จเร็วที่สุด เพื่อจะได้ไปพบกับบุตรสาวทั้งสี่ของนาง.

"แม้ว่าจะเป็นแม่ที่ไม่เหมาะสม แต่ข้าก็จะทำงานหนักเพื่อให้ทุกอย่างดีขึ้นกว่าเดิม!"

เมื่อนึกถึงเด็ก ๆ ตงหวงจื่อโย่วก็เผยความอ่อนโยนออกมาที่แทบจะไม่ค่อยปรากฏขึ้นบ่อยนัก

...

หนานเสวียนเทียน สวนด้านหลังพระราชวัง

ชายสองคนในชุดสีทองนั่งเผชิญหน้ากันที่โต๊ะกระจกคริสตัล

คนหนึ่งมีผมสีแดง ดวงตาสีเขียว ซึ่งก็คือจักรพรรดิของหนานเสวียนเทียน ฉินซ่างนั่นเอง.

ส่วนบุรุษที่อยู่ตรงข้ามนั้นสวมตุ้มหูหยก.

นี่คือพันธมิตรของเขา ไท่จื่อกงชิงหยู จากตงหยวนเทียน.

ทั้งสองที่ยกแก้วหยกที่ใสพร้อมกับดื่มสุราอย่างสบายใจ.

กงชิงหยูที่วางแก้วลง และเอ่ยออกมาว่า“พี่ฉิน ท่านเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับอาณาจักรหมื่นปิศาจหรือไม่?”

"แน่นอน" ฉินซ่างพยักหน้าโดยไม่ลังเล "ข้าไม่รู้ว่าตงหวงจื่อโหยวโชคดีขนาดไหน ถึงพบเจอแต่เรื่องดี ๆ เช่นนี้”

"ใช่." ใบหน้าหล่อเหลาของกงชิงหยูที่เผยใบหน้ามืดครึ้ม“ข้าคิดว่าปีศาจกระหายโลหิตจะสามารถจัดการแมลงเม่าได้สักสองสามตัว แต่ไม่คาดหวังว่า จู่ ๆ ก็หายไปในอากาศ!”

“แล้วเจ้ารู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับอาณาจักรหมื่นปีศาจเมื่อคืนนี้?” ฉินซ่างได้ส่งเจ้าหน้าที่ข่าวกรองไปยังอาณาจักรหมื่นปีศาจแล้ว

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ข่าวกรองกับไม่พบเบาะแสใด ๆ

ยกเว้นศพเจิ้งซ่งที่ถูกฟันขาดสองท่อน ก็ไม่มีเบาะแสใด ๆ ของบุคคลต้องสงสัยเลย

กงชิงหยูส่ายหน้าไปมา: "ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้!"

ฉินซ่างสูดหายใจเข้าลึก ๆ และถอนหายใจ: "ไม่สำคัญ เราต้องพึ่งพาตนเอง หากต้องการจัดการกับตงหวงจื่อโหยว"

กงชิงหยูที่เอ่ยแสดงความเห็น "ใช่ ครั้งสุดท้ายที่พวกเราได้ปล่อยนางกลับมาได้สำเร็จ พวกเราควรที่จะเตรียมการให้พร้อมยิ่งกว่านั้น"

“หากไม่มั่นใจ ก็ไม่ควรลงมือ หากลงมือ เจ้าต้องมั่นใจว่าสังหารตงหวงจื่อโหยวได้!”

ฉินซ่างที่พยักหน้ารับ เขาเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน.

สี่ปีที่แล้ว เขาและกงชิงหยูได้ส่งยอดฝีมือในขอบเขตกึ่งจักรพรรดิออกไปเพื่อสังหารตงหวงจื่อโหยว.

โดยไม่คาดคิด สตรีผู้นั้น กับโชคดีรอดกลับมาได้.

โดยไม่ต้องเอ่ยถึงเลยว่า เวลาต่อมาทักษะความสามารถของนางที่เพิ่มขึ้นชั่วข้ามคืน แม้แต่สามารถคว้าบัลลังก์ของเป่ยเสวียนเทียนได้.

ด้วยเหตุนี้เหตุการณ์ในครั้งนั้น มันเป็นเหมือนกับตะปูที่ปักอยู่ในใจของฉินซ่าง ทำให้เขาต้องกัดฟันอดทนด้วยความเกลียดชัง.

หากจะเอ่ยถึงความแค้นและเกลียดชังของเขากับตงหวงจื่อโหยว คงต้องย้อนกลับไปเมื่อครั้งพบกันเมื่อหกปีที่แล้ว.

ในเวลานั้นฉินซ่างที่ชื่นชมในความงามของตงหวงจื่อโหยวเป็นอย่างมาก แม้แต่พยายามที่จะให้บิดาของเขาสู่ขอตงหวงจื่อโหยวมาเป็นภรรยา.

อย่างไรก็ตามตงหวงจื่อโหยวที่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขา และปฏิเสธเขาอย่างไม่ใส่ใจเลยสักนิดเดียว.

ฉินซ่างที่ไม่อาจปลูกต้นรักได้ เขาจึงได้ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชังเอาไว้ในใจแทน.

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงเรื่องหนึ่งเท่านั้น.

เหตุผลที่เขาต้องการแต่งงานกับตงหวงจื่อโหยว เพราะหนานเสวียนเทียนและเป่ยเสวียนเทียนนั้นมีสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกัน ทั้งคู่จึงเหมือนกับน้ำแข็งและหิมะ.

หลังจากที่ฉินซ่างสืบทอดบัลลังก์ เขาก็คิดที่จะทำการขยายดินแดนอยู่เสมอ.

ซึ่งความทะเยอทะยานแรกของเขาก็คือเป่ยเสวียนเทียนที่มีสภาพแวดล้อมคล้ายกันหนานเสวียนเทียน.

แต่ทั้งหมดกลายเป็นว่า.

ตงหวงจื่อโหยวไร้ความรู้สึก ปล่อยให้ฉินซ่างเสียโอกาสที่จะได้รับเป่ยเสวียนเทียน ด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำที่สุดไป.

ดังนั้นเขาจึงต้องการรวมตัวกับราชวงศ์ตงหยวนเทียนเพื่อจัดการกับตงหวงจื่อโหยว เพราะละอายใจ.

เพื่อไม่ต้องการให้ใครรู้แผนสมรู้ร่วมคิดดังกล่าวนี้ แผนการทั้งหมดจึงต้องดำเนินการเป็นความลับ.

“เมื่อไม่นานมานี้ ข้าได้ติดต่อกับเทพสงครามเห่ยหยิง เผ่าพันธุ์อสูรอย่างลับ ๆ รอให้ตงหวงจื่อโหยวเข้าโจมตีอาณาจักรหมื่นปิศาจสำเร็จ เขาก็จะทำการซุ่มโจมตีนางระหว่างกลับกลางทาง.”

คงชิงหยูเผยยิ้มอย่างเย็นชา: "ตราบใดที่เราสังหารตงหวงจื่อโหยว กองทัพของพวกเราก็สามารถเคลื่อนย้ายตรงเข้าไปและยึดครองพระราชวังเสวียนปิงได้!"

ฉินซ่างเผยยิ้มอย่างเย็นชา“ตราบเท่าที่สังหารตงหวงจื่อโหยวได้ กองทัพของพวกเราก็จะทำการเคลื่อนเข้ายึดวังเสวียนปิงทันที!”

คงชิงหยูที่เผยอย่างมีชัย“ดี!”

...

ดวงจันทร์ที่กำลังเคลื่อนไปทางทิศตะวันตก

หลังจากทานอาหารเย็นกับบุตรสาวของเขาเสร็จ หลินซวนก็พาเด็กหญิงทั้งสี่คนไปอาบน้ำ

ด้วยอ่างอาบน้ำที่ทำด้วยหยกอุ่น โดยมีเสวียนจู่และน้องสาวแช่อยู่ในน้ำเคียงข้างกัน.

ขณะที่หลินซวนกำลังสระผมและขัดร่างให้เด็กตัวน้อยที่กำลังขยับยุกยิก.

เสวียนจู่มักจะกวักน้ำและยกขึ้นตบหน้าตัวเองเป็นระยะ ๆ.

ละอองน้ำที่มีกลิ่นของกลีบดอกไม้และเครื่องหอมหายากนานาชนิด

เสวียนซี และ เสวียนหาน แกว่งน่องไปมาอย่างต่อเนื่อง เตะน้ำในอ่างอาบน้ำให้กระเซ็นขึ้นไปบนอากาศ

แน่นอนว่าคนที่ซนที่สุดคือเสวียนหยู

เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้ว่ายอยู่ในอ่างน้ำเหมือนกบเก้าปีกถูกสาดน้ำ

หลินซวน ต้องการอาบน้ำให้พวกนาง แน่นอนว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงการกระเซ็นของน้ำได้

และเมื่อเห็นว่าหลินซวนเปียก เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ต่างก็เผยท่าทางตื่นเต้นกันมาก

“ฮ่าฮ่า เสด็จพ่อเปียกแล้ว!”

“ข้าเพิ่งรดน้ำแขนเสื้อเสด็จพ่อล่ะ!”

"มันสนุก มันสนุกมาก!"

“ดูสิเสด็จพ่อ ข้ากลายเป็นกบเก้าปีกแล้ว!”

เมื่อเห็นบุตรสาวของเขาเล่นกันมาก หลินซวนก็ตกตะลึงจริงๆ

“หากไม่ยอมหยุดสาดน้ำใส่พ่ออีก พ่อจะตีก้นของเจ้า!”

หลินซวนต้องขู่สักหน่อย

แต่สิ่งนี้ไม่มีประโยชน์อะไร

เสวียนจู่และน้องสาวรู้ดีว่าเสด็จพ่อไม่ใจร้ายที่จะตีก้นตัวเองแน่นอน ก็เพียงแค่ขู่ให้กลัวเท่านั้น.

“สาวน้อย พวกเจ้าอยู่ไม่สุขกันเลย!”หลินซวนที่เผยยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ หากต้องการกับเหล่าจอมซน ไม่อาจใช้วิธีการง่าย ๆ ได้.

“เด็ก ๆ ทำให้เจ้าลำบากแล้ว ขอบคุณมาก”

ขณะที่หลินซวนกำลังคิดหาวิธีจัดการสาวน้อย เสียงของตงหวงจื่อโหยวก็ดังขึ้นที่ด้านหลัง.

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่หลินซวนจะหันกลับมาเอ่ยอะไร เสวียนซีก็ตะโกนดังไปหาตงหวงจื่อโหยวแล้ว.

“เสด็จแม่ เสด็จพ่ออาบน้ำให้พวกเรา สนุกมาก ลงมาให้เสด็จพ่ออาบน้ำให้เร็ว!”

จบบทที่ บทที่ 23: คำขู่ของเสด็จพ่อ!

คัดลอกลิงก์แล้ว