เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22: ธิดาน้อยต้องพึ่งข้า!

บทที่ 22: ธิดาน้อยต้องพึ่งข้า!

บทที่ 22: ธิดาน้อยต้องพึ่งข้า!


อาวุธเวทแท้จริงของหลินซวน ไม่ใช่กำไลเวทหรือกระบี่ใด ๆ.

แต่เป็นดินแดนต้องห้ามคงกระพันต่างหาก.

นี่คือทักษะป้องกันอัตโนมัติที่คงกระพัน ไม่มีสิ่งใดทำร้ายเขาได้ ไม่ต้องเอ่ยเลยว่าต้องการสังหารเขา.

นี่จึงเป็นกุญแจสู่ชัยชนะ

แน่นอนว่าหลินซวนจะไม่เปิดเผยความลับนี้ให้ใครพบเด็ดขาด.

ดังนั้น เหตุผลของเย่โหย่วในมุมมองของหลินซวน จึงเป็นได้แค่เพียง เรื่องไร้สาระ.

“ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือไม่? ก็ไม่เกี่ยวกับเจ้า!”

ร่างกายของเย่โหย่วเต็มไปด้วยพลังปีศาจ และพลังความชั่วร้ายแผ่พุ่งลอยพัดขึ้นสู่ท้องฟ้า

แสงสีแดงโลหิตหนาแน่นปกคลุมพื้นที่รอบ ๆ ทำให้จิตวิญญาณของผู้คนสั่นไหวและเดือดพล่าน

ดวงตาของหลินซวนที่เผยความเย็นชาเมื่อเห็นสิ่งนี้ เขาจำพลังของปีศาจโลหิตนี้ได้

เดิมทีเขาเพียงแค่ต้องการอยู่แค่ในวังหยกเลี้ยงดูบุตร แต่พลังปิศาจโลหิตที่น่ารังเกียจนี้ กับบุกรุกเข้ามา

"ดูเหมือนว่าคืนนั้นจะเป็นเจ้า"

เมื่อพบผู้กระทำผิดว่าเป็นเย่โหยว หลินซวนก็ตัดสินใจจัดการอีกฝ่ายทันที.

คนที่ต้องการทำร้ายธิดาของเขา จะต้องชดใช้!

ฟู่ ๆ ~

ปราณโลหิตระเบิดออกมา

เย่โหยวกระตุ้นพลัง "ทักษะอาคมไร้กำเนิด" ด้วยพละกำลังทั้งหมดของเขา พลังปราณโลหิตที่ชั่วร้ายถูกรวบรวมเอาไว้ รวมตัวกำเนิดเป็นกะโหลกศีรษะสีแดงขนาดใหญ่ขึ้น.

"ตาย!"

ความกดดันทางจิตอันทรงพลังที่เกิดจากกะโหลกสีแดงทำให้พื้นที่โดยรอบผันผวน

"แค่นี้เองรึ?"

หลินซวน ที่กระตุ้นพลังจิตวิญญาณยักษาทันที.

พลังจิตวิญาณยักษ์จากโบราณกาล กระแทกเข้ากับกะโหลกสีแดงทันที.

ปัง

ภายใต้การปะทะกัน กะโหลกสีแดงก็ถูกฉีกขาดเป็นชิ้น ๆ

เย่โหยวรู้สึกเพียงเสียงคำรามลั่นในหัวของเขา จนทำให้ดวงตาของเขาเหลือกค้างจนเปลี่ยนเป็นสีดำ

หากไม่เพราะเขามีรากฐานที่มั่นคง เกรงว่าผลกระทบนี้คงทำให้เขาหมดสติแน่.

ทว่าร่างกายของเขาก็ซวนเซยืนไม่อยู่เช่นกัน.

ร่างกายของเขาสั่นเทา และถอยหลังหนึ่งก้าว มีโลหิตไหลออกมาจากรูจมูกและมุมปาก

“เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้!”

“เขาเป็นเพียงฐานฝึกฝนอาณาจักรจักรพรรดิ พลังจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์จะอยู่ในขอบเขตมหาปราชญ์ได้อย่างไร?”

เย่โหยวที่พบกับความน่าพรั่นพรึง จากจิตวิญญาณยักษาเข้าแล้วนั่นเอง.

"ทักษะอาคมไร้กำเนิด" ของเขาอยู่ในระดับกึ่งปราชญ์แล้ว แต่ต่อหน้าจิตวิญญาณของเทพเจ้ายักษ์โบราณที่แท้จริง มันกับดูเปราะบางอย่างยิ่ง

สิ่งที่ทำให้เขาไม่น่าเชื่อก็คือสัมผัสศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่นี้จริง ๆ แล้วมาจาก หลินซวน ในอาณาจักรจักรพรรดิเท่านั้น

ด้วยจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของหลินซวนที่มีระดับจักรพรรดิ แทบเป็นไปไม่ได้เลย.

ต้องรู้ด้วยว่า จิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่ง ก็ต้องมีภาชนะที่แข็งแกร่งในการบรรจุมันด้วย.

ความเข้มข้นของจิตสำนึกอันศักดิ์สิทธิ์ โดยทั่วไปแล้วจึงมีพลังเทียบเท่ากับฐานการบ่มเพาะนั่นเอง

จิตสำนึกอันศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักรจักรพรรดินั้นสอดคล้องกับฐานบ่มเพาะของอาณาจักรจักรพรรดิ

แม้นว่าเย่โหยวที่มีพรสวรรค์ที่ผิดปรกติแม้นจะมีพลังบ่มเพาะขอบเขตจักรพรรดิ แต่กลับสามารถยกระดับจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ไปจนถึงขอบเขตกึ่งปราชญ์ได้.

ทว่านี่คือขีดจำกัดของเขาแล้วเช่นกัน!

พลังจิตวิญญาณขอบเขตมหาปราชญ์ไม่สามารถแบกรับด้วยคนที่มีพลังบ่มเพาะอาณาจักรจักรพรรดิได้.

แต่การปรากฏตัวของ หลินซวน ได้ทำลายสำนึกรู้และความเข้าใจของเย่โหยวไปโดยสิ้นเชิง

“คนผู้นี้ที่เกินจะคาดเดาได้จริง ๆ!”

ในที่สุดเย่โหยวก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

“เจ้ายังมีไม้ตายอีกหรือไม่?”หลินซวนเอ่ยเล็กน้อย“ถ้าไม่มี ข้าจะโจมตีออกไปแล้ว.”

“หลินซวน อย่ากำแหงนัก!” เย่โหยวกัดฟันด้วยความโกรธ

พลังปีศาจนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานและกลายเป็นกะโหลกสีดำนับพัน

อาคมเวทที่ลึกล้ำทำให้รอบ ๆ ร่างกายของเย่โหยวราวมีภูตผี ปรากฏขึ้นมากมายไร้สิ้นสุด.

พลังปิศาจที่น่าพรั่นพรึงพลุ่งพล่านมากมายไร้สิ้นสุดปกคลุมไปทั่วตำหนักอย่างรวดเร็ว.

“มาดูว่าเจ้าจะรับดาบของข้าได้ไหม!”

“ปิศาจฟาดฟัน!”

พลังปิศาจไร้สิ้นสุดรวมตัวกันเป็นดาบอาคมขนาดร้อยจั้ง.

ร่างของเย่โหยวที่กลายเป็นปิศาจผสานเข้ากับดาบอาคมด้านหน้าทันที.

"ตาย!"

แสงสีดำดับฟันฉับลงไป เปี่ยมด้วยแรงกดดันมหาศาล

ปัง

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ดาบวิเศษขนาดใหญ่ระเบิดพุ่งใส่หลินซวนทว่าเขากลับไม่ขยับเลย

รัศมีปีศาจที่น่าสะพรึงกลัว พร้อมรัศมีสังหารที่ทำให้โลกแตกเป็นชิ้น ๆ อย่างไรก็ตามกับไม่อาจแม้แต่ทำให้เส้นขนของหลินซวนหลุดล่วงด้วยซ้ำ.

“อ่า...นี่! เป็นไปได้ยังไง?”

คราวนี้เย่โหยวสิ้นหวังอย่างที่สุด.

การโจมตีด้วยพลังทั้งหมดของเขา กับไม่อาจทำอะไรหลินซวนที่มีขอบเขตจักรพรรดิได้เลย.

เรื่องเช่นนี้เป็นไปได้อย่างไร?

เย่โหย่วรู้สึกว่าเขามีชีวิตอยู่มาหมื่นปีแล้ว ประสบการณ์ทั้งหมดทั้งมวลของเขาราวกับว่า มันใช้ไม่ได้เลย สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ได้ล้มล้างโลกทัศน์ของเขาไปอย่างสิ้นเชิง

ทันใดนั้น กระบี่ของหลินซวนก็ทะลวงหัวใจของเย่โหยวทันที.

ใบหน้าที่หล่อเหลาแต่จิตสังหารกับรุนแรงมาก จนทำให้ปิศาจกระหายโลหิต รู้สึกหัวใจสั่นสะท้าน.

“เจ้าล่วงเกินคนผิดแล้ว รู้หรือไม่?”หลินซวนที่ดึงกระบี่ออกมา พร้อมกับเตะเย่โหยวลอยออกไป.

“สิ่งที่ข้าทนไม่ไหวที่สุดคือ มีคนวางแผนร้าย กับบุตรสาวของข้า!”

“น่าเสียดายที่เจ้าทำให้ข้าโกรธสำเร็จแล้ว!”

“ดังนั้นข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าตายอย่างมีความสุข!”

หลินซวนหยิบเก็บกระบี่ วาดมือไปบนอากาศ ผสานสร้างผนึกลึกลับสีทองขึ้นมา.

“เจ้า...เจ้าจะทำอะไร?” เย่โหยวตื่นตระหนกอย่างรุนแรง.

เขารู้สึกว่าผนึกทองคำในมือของหลินซวนกำลังฉีกวิญญาณของเขาออกจากกัน.

หลินซวน เผยยิ้มเล็กน้อย: "สิ่งนี่เรียกว่าค่ายกลปราบมาร สิ่งนี้เป็นศัตรูธรมชาติกับเต๋าปิศาจ”

“เมื่อเจ้าติดอยู่ในค่ายกลนี้ สามจิตเจ็ดวิญญาณของเจ้าจะถูกแยกออกทีละส่วน ๆ จนแหลกสลายหายไปทั้งหมด.”

“เจ้าจะได้รับ...รสชาติความเจ็บปวดจนสลายหายไปทีละน้อย ๆ!”

หลังจากเอ่ยจบ หลินซวนก็โดยนผนึกใส่เย่โหยว.

ฟู่ ๆ~

แสงสีทองก็ระเบิดออกมา

ค่ายกลทรงกระบอกที่สะกดเย่โหยวเอาไว้ข้างในทันที.

จากนั้นร่างกายของเขาก็ราวกับถูกกักขังเอาไว้ในผนึกดังกล่าว.

จากนั้นก็มีพลังที่คอยชะล้างร่างกายและวิญญาณของเย่โหยวราวกับกระแสน้ำที่พัดผ่าน.

เย่โหยวเจ็บปวดแสนสาหัสราวกับถูกไฟเผา ทำให้เขาร้องโหยหวนออกมา.

เพียงไม่นาน.

สามจิตเจ็ดวิญญาณของเขาที่ถูกแยกออกทีละส่วน ทำให้เขาเจ็บปวดทรมาน มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม.

หลินซวนมองดูอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หันหลังและจากไป.

เย่โหยวตายแล้ว และหลังจากที่เขาตาย อาณาจักรหมื่นปิศาจก็จะเสื่อมถอยลงในไม่ช้า.

แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ หลินซวน ต้องคิดอีกต่อไป.

สิ่งที่เขาต้องการทำคือสังหารเย่โหยว ชายผู้อยู่เบื้องหลังการลอบโจมตีธิดาของเขา.

“หลินซวน ถึงแม้นว่าข้าจะตาย เจ้าก็ไม่มีทางสบายแน่นอน! อาจารย์ของข้า จ้าวปิศาจอู๋ซือจะต้องล้างแค้นให้กับข้าอย่างแน่นอน!”

เย่โหยวที่ตะโกนออกมาเป็นครั้งสุดท้าย.

หลินซวนที่หยุดที่ประตูและเอ่ยโดยไม่หันกลับมา“ใครสนล่ะ”

เขาที่ดีดนิ้ว ค่ายกลกำราบมาร ก็ฉีกเย่โหยวออกมาเป็นชิ้น ๆทันที.

หลังจากนั้นเขาก็เดินทางกลับมายังตำหนักหยก.

“ตี้ฟู่ ท่านยังไม่นอนอีกรึ?”

ในเวลานั้น จู่ ๆ เฟิงจี้ฟ่านก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังหลินซวน.

หลินซวนที่หันหลังกลับไปและเอ่ยอย่างสุขุม“คืนนี้ข้ารู้สึกไม่ค่อยง่วงนัก จึงได้ออกมาสูดอากาศ”

"เข้าใจแล้ว" เฟิงจี้ฟ่านพยักหน้าและเอ่ยต่อ "ข้าได้ยินการเคลื่อนไหวและคิดว่ามีคนนอกบุกเข้ามา นั่นก็คือท่าน!"

หลินซวนเผยยิ้มเล็กน้อย: "ใช่"

ตราบใดที่เขาอยู่ที่นี่ จะไม่มีใครบุกเข้ามาที่นี่ได้ง่าย ๆ ในอนาคต

“เช่นนั้นผู้ใต้บังคับบัญชาขอลา ท่านโปรดพักผ่อนเถอะ!”  เฟิงจี้ฟ่านทำความเคารพและจากไป

หลินซวนส่ายหน้าและเผยยิ้ม กว่าจะมีคนรู้ว่าข้าได้วางค่ายกลเอาไว้ ข้าก็เก็บมันไปแล้ว โชคดีที่เขาอยู่กับลูก ๆ

เขาสลัดความคิดทั้งหมดทิ้งไป พร้อมก้าวเข้าไปในห้องนอน

บนเตียง เด็กหญิงทั้งสี่กำลังหลับสบาย

แต่พวกนางดูไม่ค่อยสงบอยู่เหมือนกัน.

หลินซวน ได้ยินปากของเสวียนซี เอ่ยพึมพำเรียกเสด็จพ่ออย่างคลุมเครือ

มือเล็ก ๆ สัมผัสบนเตียงราวกับกำลังควานหาใครบางคน

ดูเหมือนว่าแม้ว่าพวกนางจะหลับไปแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกได้ว่าเสด็จพ่อไม่อยู่

“เด็กน้อย ยังต้องพึ่งพาข้าอยู่จริง ๆ!”

เขาส่ายหน้าไปมา อดไม่ได้ที่จะเผยยิ้มและก้าวขึ้นเตียงพร้อมกับยกมือขึ้นลูบศีรษะของเสวียนซี.

ท้ายที่สุดเด็กหญิงตัวเล็กก็สงบลง จากนั้นก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นที่มุมปากของนาง.

เสวียนจู, เสวียนหาน และ เสวียนหยู ดูเหมือนจะรู้สึกว่า หลินซวน กลับมาแล้วเช่นกัน

พวกนางที่ขยับเข้าหาหลินซวน.

ขดตัวเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของ หลินซวน เหมือนแมวน้อยน่ารัก แล้วหลับไปอย่างสงบ

“ดูเหมือนว่าในอนาคตข้าจะทิ้งพวกนางเอาไว้ในเวลากลางคืนอย่างง่าย ๆ ไม่ได้จริงๆ” หลินซวนอดไม่ได้ที่จะเผยความรักและแววตาอ่อนโยน เมื่อเห็นสิ่งดังกล่าว

จบบทที่ บทที่ 22: ธิดาน้อยต้องพึ่งข้า!

คัดลอกลิงก์แล้ว