- หน้าแรก
- วันสิ้นโลก : เริ่มกักตุนเนื้อสดๆนับล้านเพื่อกลายเป็นราชันย์ซอมบี้!
- บทที่ 35: เหยื่อล่อ
บทที่ 35: เหยื่อล่อ
บทที่ 35: เหยื่อล่อ
บทที่ 35: เหยื่อล่อ
แต่ในวินาทีต่อมา อีกาสีแดงก็พุ่งเข้าใส่เขา ชายคนนั้นหมดสติไปโดยสิ้นเชิง
จะงอยปากอันแหลมคมของอีกาแทงทะลุหัวใจของเขา จากนั้นมันก็เริ่มกัดกินอย่างเอร็ดอร่อยต่อไป
หลังจากกินชายคนนี้หมดแล้ว ดูเหมือนอีกาจะอิ่มแล้ว มันกระพือปีก แล้วบินออกจากหน้าต่างไปอีกครั้ง
“ลาก่อน ลาก่อน ฉันจะตอบแทนคุณ....”
เสียงนกอันเป็นเอกลักษณ์ลอยแว่วมาในอากาศ แล้วค่อยๆ จางหายไป...
......
“เจ้ากานั่น....น่าสนใจดีเหมือนกัน”
หลินตงรู้สึกสนุก
เขาได้แกนผลึกมาหนึ่งเม็ด การเดินทางครั้งนี้ก็ถือว่าได้ผลตอบแทนอยู่บ้าง
ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่า ในห้องตรงข้ามยังมีผู้รอดชีวิตอยู่อีกสองคน
ตอนนี้ทั้งสองคนยังคงตัวสั่นเทา ขวัญยังไม่กลับคืนมา แม้ว่าจะรอดพ้นจากหายนะเมื่อครู่มาได้ แต่สุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นชะตากรรมที่จะต้องกลายเป็นอาหารของซอมบี้
กระบวนการรอความตาย ทำให้พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส
ถึงขั้นที่ว่าตายไปเลยทันทีอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ
ทันใดนั้น ก็มีเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาที่ห้อง
“ทำไมเขามาอีกแล้ว?”
“หรือว่าซอมบี้ยังกินไม่อิ่ม?”
หัวใจของทั้งสองคนเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้ง
แต่เมื่อประตูห้องเปิดออก กลับไม่ใช่ชายปากหนาคนนั้น แต่เป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลา
“เอ๊ะ?”
ทั้งสองคนมีสีหน้าตกตะลึง จากนั้นก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ใบหน้าฉายแววดีใจ หรือว่า...หน่วยกู้ภัยจากศูนย์พักพิงมาช่วยพวกเขางั้นเหรอ?
หลินตงมองสำรวจพวกเขา ในใจคิดว่าจะจัดการยังไงดี
ถ้าฆ่าทิ้งไปเลย ดูเหมือนจะไม่มีความหมายอะไร
คนธรรมดาสองคน ประโยชน์เพียงอย่างเดียวคือใช้เป็นเหยื่อล่อ....
เพราะหลินตงรู้สึกอยู่ตลอดว่า
บริเวณใกล้เคียงตึกสูงนี้มีซอมบี้น้อยเกินไป มีแต่ขนหนูกับมูลหนูเกลื่อนกลาดไปหมด ในเงามืดต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่แน่นอน
สามารถใช้คนสองคนนี้เป็นเหยื่อล่อมันออกมาได้
“พวกนายรีบหนีไปเถอะ...”
หลินตงชักมีดสั้นออกมา ตัดเชือกที่มัดตัวพวกเขาออก
ทั้งสองคนดีใจจนเนื้อเต้น เดิมทีรอความตายอยู่แล้ว ไม่คิดว่าจะมีคนมาช่วยจริงๆ ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นแล้ว!
“ขอบคุณครับ ขอบคุณจริงๆ ครับ! ฮือๆๆ~~~”
ชายคนหนึ่งตื่นเต้นจนร้องไห้ออกมา
อีกคนมองสำรวจแล้วถาม
“คุณเป็นหน่วยกู้ภัยใช่ไหมครับ? พาพวกเราไปศูนย์พักพิงได้ไหม?”
“ไม่ได้...”
หลินตงส่ายหน้า “ฉันยังมีธุระ พวกนายไปก่อนเถอะ”
“หา? นี่....”
ทั้งสองคนมีสีหน้าลังเล เพราะข้างนอกอันตรายมาก ถ้าไม่มีผู้ปลุกพลังคอยคุ้มกัน ก็ไม่มีทางรอดชีวิตไปได้
แต่หลังจากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง พวกเขาก็ตัดสินใจที่จะออกจากที่นี่ไปก่อน
เพราะที่บ้าๆ นี่อยู่ต่อไปไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว!
และก่อนที่จะไป ทั้งสองคนยังเข้าไปในครัวหยิบอาหาร มีดทำครัว และมีดแล่กระดูกติดตัวไปด้วย ถือว่าเตรียมตัวมาค่อนข้างพร้อม
แต่หลินตงรู้ดีว่า โอกาสที่พวกเขาจะรอดชีวิตในบริเวณนี้มีไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์
สุดท้ายจะรอดออกไปได้หรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับโชคชะตาของทั้งสองคนแล้ว
จริงๆ แล้วบริเวณใกล้เคียงนี้ สำหรับคนธรรมดาก็ยังไม่ถือว่าอันตรายเกินไปนัก ถ้าเป็นในอาณาเขตของเขา สองคนนี้ตายแน่นอน
หลังจากเก็บของเสร็จ พวกเขาก็ค่อยๆ เปิดประตู ย่องเท้าเบาๆ ลงไปชั้นล่าง
เพราะแค่ในทางเดินนี้ ก็ได้ยินเสียงคำรามของซอมบี้แว่วๆ มาแล้ว
ถ้าไปรบกวนพวกมันเข้า
ก็จะถูกซอมบี้รุมทึ้งกินทันที
ตอนนี้ หลินตงยืนอยู่บนระเบียงชั้นบน มองดูสถานการณ์ด้านล่าง ในใจก็ครุ่นคิด
“เหยื่อล่อที่ตัวเองปล่อยไป จะตายตั้งแต่ยังไม่ทันออกจากทางเดินเลยรึเปล่านะ? แบบนั้นมันน่าเบื่อเกินไปหน่อย...”
แต่โชคดี ประมาณสิบนาทีต่อมา ร่างสองร่างก็เดินออกมาจากประตูทางเข้าตึก มาถึงถนนใหญ่
ทั้งสองคนเดินย่องเบาๆ ชิดกำแพงตึกไปข้างหน้า
กลัวว่าจะไปรบกวนอะไรเข้า
ระมัดระวังตัวถึงขีดสุด
หลินตงมองดูอย่างสนใจ อยากรู้ว่าพวกเขาจะรอดชีวิตไปได้หรือไม่ หรือสุดท้ายจะตายยังไง...
ริมถนน ชายคนหนึ่งบ่นขึ้นมา
“พี่หยาง เจ้าหน้าที่กู้ภัยคนเมื่อกี้นี่ไม่รับผิดชอบเลยนะ? ปล่อยให้พวกเราหนีกันเอง ถ้าไปถึงศูนย์พักพิงได้ ผมจะแจ้งเรื่องเขาแน่”
“นายคิดอะไรอยู่? เขาปล่อยให้พวกเราออกมาได้ก็ดีแค่ไหนแล้ว แล้วนายเคยคิดไหม....ว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยจริงๆ รึเปล่า? อย่าลืมสิว่าพวกเราโดนจับมาได้ยังไง”
ชายวัยกลางคนกล่าว
“ซี๊ด....”
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเย็นเยียบ นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้
ชายปากหนาคนนั้น โพสต์ข้อมูลในเว็บไซต์ทางการของศูนย์พักพิง อ้างว่าตัวเองเป็นหน่วยกู้ภัย ใครต้องการความช่วยเหลือให้ติดต่อมา
ผลคือ พวกเขาทั้งหมดติดต่อเขาไปด้วยความดีใจ แต่สุดท้ายกลับถูกมัดมาไว้ในห้องนั้น เตรียมเอาไปเลี้ยงซอมบี้!
“งั้น....ถ้าเขาไม่ใช่หน่วยกู้ภัย ทำไมถึงปล่อยพวกเราไปล่ะ?”
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง เอาเป็นว่า....พยายามมีชีวิตรอดต่อไปเถอะ!”
พี่หยางกล่าวด้วยแววตาแน่วแน่
เขาสังเกตการณ์รอบๆ อย่างระมัดระวัง พบว่าที่นี่มีซอมบี้น้อยจริงๆ แค่ระวังตัวหน่อย เดินอ้อมๆ ไป ก็จะไม่ไปรบกวนพวกมัน
ถ้าสามารถเดินออกจากตัวเมือง ไปยังชานเมืองที่ประชากรเบาบางได้ ก็มีโอกาสสูงที่จะไปถึงศูนย์พักพิง
“ถ้ามีรถบรรทุกหนักสักคันก็คงจะดี...”
พี่หยางพึมพำ
แต่ทันใดนั้น เท้าของเขาก็เหยียบ ‘แผละ’ เข้ากับก้อนมูลหนู
“อี๋~~~ อึหนูก้อนใหญ่ขนาดนี้ โคตรน่าขยะแขยงเลย!”
แต่ในขณะนั้นเอง บนถนนที่รกร้าง ก็มีหมอกสีดำกลุ่มหนึ่งเริ่มแผ่ขยาย ปกคลุมทุกสิ่งรอบตัว
ดูเหมือนจะเป็นสนามพลังจิตชนิดหนึ่ง
“ปรากฏตัวแล้ว...”
หลินตงที่อยู่ชั้นบนคิดในใจ
เขาสัมผัสได้ถึงพลังนั้นแล้ว สามารถควบคุมจิตใจคนได้ ถ้าพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ก็มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นอาณาเขตได้เช่นกัน
บริเวณนี้มีบางอย่างอยู่จริงๆ
และฝีมือก็ไม่ธรรมดาด้วย
หลินตงอดสงสัยไม่ได้ อยากรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่...
พี่หยางกับชายหนุ่มอีกคนบนถนน ไม่ได้สังเกตเห็นอะไรเลย ยังคงเดินอยู่บนถนน ร่างกายของพวกเขาถูกหมอกสีดำปกคลุมไปแล้ว
“เฮ้อ~~ ฉันหิวจังเลย พวกเราหาอะไรกินกันหน่อยไหม?”
ชายหนุ่มพูดขึ้นมาทันที
พี่หยางขมวดคิ้ว
“นายคิดอะไรอยู่? กินข้าวกลางถนน อยากตายรึไง?”
“ที่นี่....ไม่ใช่ว่าเป็ฯร้านอาหารหรอกเหรอ?”
ชายหนุ่มพูดขึ้นมาทันที
“นี่นายบ้าไปแล้วเหรอ?”
พี่หยางหันไปตวาด ชายหนุ่มกลับมองถนนที่เต็มไปด้วยซอมบี้และมูลหนูเป็นร้านอาหารไปเสียได้
แต่ ไม่นานเขาก็สังเกตเห็นว่าชายหนุ่มดูผิดปกติไป ดวงตาทั้งคู่ของชายหนุ่มมีแววเหม่อลอย จากนั้นมุมปากก็ยกขึ้น เผยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม
“เสี่ยวเลี่ยง นายเป็นอะไรไป? ตื่นสิ!”
“เฮะๆ~~ เฮะๆๆ~~~ ของอร่อยเต็มไปหมดเลย....”
เสี่ยวเลี่ยงกลับหัวเราะออกมาอย่างเหม่อลอย
“แย่แล้ว!”
พี่หยางใจหายวาบ รู้สึกว่าเขาต้องโดนอะไรบางอย่างเข้าแล้วแน่ๆ ในวันสิ้นโลกมีสัตว์ประหลาดมากมายที่มีพลังประหลาด
หรือว่าจะเจอซอมบี้ประหลาดเข้าแล้ว?
พอคิดถึงตรงนี้ เขาก็พลันเห็นหญิงชราคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นข้างหน้า ใบหน้าคุ้นเคยอย่างยิ่ง กำลังถือเกี๊ยวนึ่งร้อนๆ เรียกเขาอยู่
“ลูกรัก มากินข้าวเร็ว”
“แม่เหรอ?”
ดวงตาทั้งคู่ของพี่หยางก็เริ่มเหม่อลอยเช่นกัน มองใบหน้าที่ใจดีนั้น ความคิดถึงอย่างรุนแรงก็ถาโถมเข้ามาในใจ
แม้ว่าแม่จะเสียชีวิตไปสิบกว่าปีแล้ว แต่เขาก็ยังคงไม่อาจหลุดพ้นได้
จมดิ่งอยู่ในความอบอุ่นที่ห่างหายไปนาน
“กินเกี๊ยว...เกี๊ยวอร่อย”
พี่หยางยิ้มอย่างมีความสุข รับจานเกี๊ยวนั้นมา ความหิวโหยอย่างรุนแรงทำให้เขาสูญเสียสติ กลืนกินอย่างตะกละตะกลาม
ส่วนเสี่ยวเลี่ยงที่อยู่ข้างๆ กลับเห็นร้านอาหารร้านหนึ่ง ข้างในเต็มไปด้วยอาหารเลิศรส
เขากำลังถือขาหมูอันหนึ่ง กัดกินอย่างเอร็ดอร่อย
แต่ สิ่งที่หลินตงเห็นจากชั้นบน กลับแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง ในสายตาของเขา ทั้งสองคนเพียงแค่ยืนอยู่กลางถนน กอดกัน แล้วกัดทึ้งกันเอง!