- หน้าแรก
- ยิ่งถูกฆ่า...ข้ายิ่งแข็งแกร่ง
- KMM019(ฟรี)
KMM019(ฟรี)
KMM019(ฟรี)
บทที่ 17: บุกเดี่ยวฝ่าทัพ ( 3 )
“นี่...”
“ขุนพลฉู่ต้องการสู้กับพวกโจรภูเขาตรงนี้จริงๆ รึ? แบบนี้พวกเราก็จะถูกขนาบกลางไม่ใช่หรือ!” สีหน้าของเหล่าทหารเปลี่ยนไปในทันที
เสียงตะโกนของขุนพลฉู่ดังก้องไปทั่วหุบเขา เฉียวมู่ที่ยืนอยู่ด้านหน้ารู้สึกสะท้านในใจ เขาหันกลับไป
สายตาของเขาทอดยาวไปไกลหลายร้อยเมตร มองตรงไปยังขุนพลฉู่
ใบหน้าของขุนพลฉู่ยังคงเรียบเฉยเช่นเคย ดวงตาเย็นชาและห่างเหินราวกับมองไม่เห็นเฉียวมู่ หรือราวกับว่าอีกฝ่ายได้ตายไปแล้วตั้งแต่แรก ปราศจากแม้แต่ความรู้สึกใดๆ
ทันใดนั้นเอง เฉียวมู่ก็เข้าใจทุกอย่าง
ขุนพลฉู่ ได้เตรียมการสำหรับความตายของเขาไว้เรียบร้อยแล้ว
เพื่อรับประกันว่าเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน ขุนพลฉู่ได้ปิดเส้นทางหลบหนีของเขาอย่างสิ้นเชิง แถมยังใช้ทหารหนึ่งร้อยคนของเขาเป็นกับดัก
ทหารพันนายที่ตามมาเบื้องหลัง ไม่ได้มาหยุดดูเพียงอย่างเดียว แต่กำลังทยอยเข้าสู่สนามรบอย่างช้าๆ เตรียมพร้อมสำหรับศึกตัดสินกับพวกโจรภูเขาในหุบเขานี้ ทว่าทางเข้าที่แคบทำให้ไม่สามารถส่งทหารเข้ามาพร้อมกันได้ จึงทำให้เฉียวมู่และคนของเขาถูกตัดขาดจากกองหลัก และไม่สามารถถอยหลังได้
ชัดเจนว่าหากการต่อสู้เริ่มขึ้น ทหารหนึ่งร้อยคนที่ติดอยู่กลางสมรภูมิย่อมไม่อาจมีใครรอดได้
“ถ้าข้าไม่ตาย...แปลว่าพวกเขาหนึ่งร้อยชีวิตต้องตายแทนงั้นหรือ?” เฉียวมู่เข้าใจเจตนาของขุนพลฉู่ในทันที
ในเวลานั้นเอง เสียงคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“ท่านหัวหน้า พวกเราควรทำยังไงต่อดี?” เสียงของลุงหวงสั่นเทาเพราะความกลัว
ชายชราผู้นี้ถึงจะเจ้าเล่ห์ แต่เมื่อถึงเวลาวิ่งหนี เขากลับวิ่งอ้อมไปอยู่ด้านหลังเฉียวมู่อีกแล้ว
ดูเหมือนเขาจะนึกถึงคำสัญญาที่เฉียวมู่เคยให้ไว้ขึ้นมาได้
“ครั้งนี้เจ้าไม่ต้องตามข้ามา ไม่ต้องบุกพร้อมกับข้า” เฉียวมู่จับหอกแน่นแล้วก้าวเท้าออกไปข้างหน้า
“ท่านหัวหน้าพูดอะไรน่ะ?” ลุงหวงและคนอื่นๆ ที่เคยร่วมต่อสู้กับเฉียวมู่พอเดาได้ลางๆ ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร
ถึงจะหวาดกลัว แต่ทีละคนสองคนก็เริ่มขยับเท้าตามไปห่างๆ
ตอนแรกมีเพียงไม่กี่คน ทว่าต่อมากลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมีประมาณสิบคน รวมถึงลุงหวงที่ยังคงตัวสั่นอยู่
“อย่าตามข้ามา” เฉียวมู่หันกลับไปมองลุงหวงกับคนอื่นๆ ที่ยังคงสั่นเทิ้ม เขากลับยิ้มออกมา
“ลุงหวง เจ้าอยากให้เมียต้องเป็นหม้ายหรือไง? อยากให้ลูกๆ ของเจ้าลำบากในอนาคตงั้นหรือ?”
“หา? ข้าไม่อยากแบบนั้นหรอก” ลุงหวงถึงกับงงกับคำถามแปลกๆ นั้น
“ไม่อยากงั้นรึ? แล้วจะมาทำตัวเป็นวีรบุรุษทำไม?”
เฉียวมู่สูดลมหายใจลึกแล้วเร่งฝีเท้าไปข้างหน้า ทิ้งเหล่าทหารไว้เบื้องหลัง จากมุมมองของพวกเขา เขาราวกับกำลังวิ่งหนีอย่างหมดหนทาง
ทว่าในความเป็นจริง เฉียวมู่ที่เกิดมาเป็นอมตะ ได้ตัดสินใจใช้ชีวิตนี้อย่างอิสระและเต็มเปี่ยม
“สิ่งที่เจ้าทำไม่ได้ ข้าจะทำให้ดู”
“สิ่งที่เจ้าหวาดกลัวจนไม่กล้าเอ่ย ข้าจะพูดให้ฟัง”
“หากเจ้าตายไม่ได้ เช่นนั้น...ให้ข้าตายแทนเถอะ!”
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทหารที่อยู่ด้านหลัง และกองทัพพันนายที่ยืนเฝ้าปากหุบเขา คือภาพที่ไม่มีวันลืมเลือน
ชายหนุ่มผู้หนึ่ง สวมชุดเปื้อนเลือดและพันแผลเต็มตัว กำลังถือหอกแน่นด้วยสองมือ วิ่งตรงเข้าสู่กองโจรภูเขานับไม่ถ้วน
หากก่อนหน้านั้นเฉียวมู่เปรียบได้กับโขดหินเดี่ยวที่ขวางคลื่นยักษ์
แต่ตอนนี้…
โขดหินนั้นกลับวิ่งสวนขึ้นไปชนคลื่นยักษ์!
“บุก!”
เสียงคำรามของพวกโจรกึกก้องทั่วหุบเขา เหล่าทหารแทบจะแยกไม่ออกว่าใครตะโกนอะไร แต่ภาพตรงหน้ากลับฝังลึกลงในใจของพวกเขา
และในชั่วขณะนั้นเอง…
เมื่อทั้งสองฝ่ายปะทะกัน…
โขดหินเพียงหนึ่ง…ก็ถูกกลืนหายไปใต้คลื่นอันเกรี้ยวกราดในพริบตา.