- หน้าแรก
- คนอื่นเพิ่มระดับ ส่วนข้าบำเพ็ญเซียน
- คนอื่นเพิ่มระดับ ส่วนข้าบำเพ็ญเซียน ตอนที่ 005 วิชาวสันต์ยืนยาว
คนอื่นเพิ่มระดับ ส่วนข้าบำเพ็ญเซียน ตอนที่ 005 วิชาวสันต์ยืนยาว
คนอื่นเพิ่มระดับ ส่วนข้าบำเพ็ญเซียน ตอนที่ 005 วิชาวสันต์ยืนยาว
คนอื่นเพิ่มระดับ ส่วนข้าบำเพ็ญเซียน ตอนที่ 005 วิชาวสันต์ยืนยาว
[ตายตาไม่หลับ]: หลังจากเสียชีวิต เจ้าสามารถทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าได้อีกหนึ่งวัน (บัดซบ! ให้ข้าดูหน่อยว่าใครกันที่สังหารข้า!)
หลังจากที่ซูซิงเห็นพรสวรรค์นี้ เขาก็ขมวดคิ้ว แต่ไม่นานนักก็คลายออก
พรสวรรค์นี้ ในการจำลอง อาจจะสามารถแสดงผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่ได้
เช่นเดียวกับหลังจากที่เขาเสียชีวิต เขาสามารถเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้ได้!
[โทรศัพท์ของเจ้าดังขึ้น ที่แท้ก็เป็นรุ่นน้องผู้หญิงที่ต้องการให้เจ้าพาพวกนางลงดันเจี้ยนเพื่อเพิ่มระดับ]
[เจ้าลุกขึ้นจากเตียง ออกไปรับงาน]
[เพราะพลังอำนาจที่เพิ่มขึ้น การที่เจ้าลงดันเจี้ยนระดับทองสัมฤทธิ์จึงเป็นเรื่องง่ายดาย เพียงแค่หนึ่งวันก็สามารถหาเงินได้ห้าหมื่นเหรียญ]
[หนึ่งปีผ่านไป เจ้าผ่านการลงดันเจี้ยนระดับทองสัมฤทธิ์ และพาสาว ๆ เพิ่มระดับอย่างต่อเนื่อง หาเงินได้มากถึงยี่สิบล้านเหรียญ]
[เพราะเจ้าชอบลงดันเจี้ยนเนินสิบลี้มากที่สุด และสามารถสังหารสัตว์ประหลาดระดับทองสัมฤทธิ์ได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว จึงถูกผู้คนเรียกว่า เทพกระบี่แห่งเนินสิบลี้!]
[ตลอดหนึ่งปีมานี้ เจ้ายังคงไม่ลืมรุ่นน้องผู้หญิงที่เคยพบเจอ หวังชิงเสวียน]
[ในขณะที่รับงาน เจ้ายังคงพานางไปเพิ่มระดับ และยังคงให้กำลังใจนาง]
[หวังชิงเสวียนเริ่มมีใจให้เจ้า]
เมื่อเห็นเช่นนี้ ซูซิงยิ้มออกมา ในการจำลองครั้งก่อน เขารู้ว่าหวังชิงเสวียนมิใช่คนเลวร้าย
กระทั่งในภายหลัง นางยังคงสละชีวิตเพื่อช่วยเหลือตนเอง ดังนั้น ในการจำลองครั้งนี้ การที่เขาต้องการเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของนางจึงเป็นเรื่องปกติ
ซูซิงทำการจำลองต่อไป
[วันหนึ่ง หวังชิงเสวียนมาหาเจ้า นางดูเหมือนจะกังวลเล็กน้อย]
[นางบอกความลับบางอย่างให้เจ้าฟัง องค์กรลึกลับแห่งหนึ่งได้มาหานาง]
[เจ้ารีบบอกนางว่าอย่าได้เข้าร่วมองค์กรลึกลับนี้]
[สีหน้าของหวังชิงเสวียนดูลังเล แต่ก็ยังคงพยักหน้า]
[ในคืนนั้น พวกเจ้าได้ร่วมสุขกัน]
[วันรุ่งขึ้น เจ้าได้รับข่าวสารว่าหวังชิงเสวียนลาออกจากมหาวิทยาลัย และหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย]
ซูซิงเห็นเช่นนี้ ภายในใจก็ตกใจอย่างยิ่ง
หวังชิงเสวียนเข้าร่วมองค์กรลึกลับนั้นหรือ? หรือว่าเพราะนางไม่ยอมเข้าร่วม จึงถูกองค์กรลึกลับนั้นกำจัด?
ซูซิงทำการจำลองต่อไปพร้อมกับความสงสัย
[เจ้ากังวลเกี่ยวกับหวังชิงเสวียน ต้องการสืบหาตำแหน่งของนาง แต่ก็ไม่พบสิ่งใด]
[ในปีนั้น เพราะพลังอำนาจที่ต่ำต้อยของเจ้า ทำให้เจ้าไม่สามารถสำเร็จการศึกษาได้]
[แต่เจ้าก็มิได้ท้อแท้ ยังคงรับงานในมหาวิทยาลัย]
[สองปีผ่านไป เจ้าค่อย ๆ สะสมทรัพย์สมบัติเริ่มต้นได้]
[เจ้าเปิดร้านขายอุปกรณ์แห่งหนึ่งในจิงตู ขายอุปกรณ์ระดับต่ำ]
[อีกสี่ปีผ่านไป เพราะสูญเสียวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ การค้าของเจ้าจึงมีทั้งช่วงเวลาที่ดีและไม่ดี แต่โดยรวมแล้ว เจ้ามีทรัพย์สินหลายร้อยล้าน]
[ในปีนั้น เจ้าถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย]
[แต่เจ้านั้นได้คาดการณ์เอาไว้แล้ว จึงเริ่มต้นทุ่มเทให้กับการค้าอย่างเต็มที่ ก่อตั้ง “หอการค้าไพ่ทาโรต์” ขึ้นมา การค้าค่อย ๆ เติบโตขึ้น]
[วันหนึ่ง หวังชิงเสวียนมาหาเจ้า นางดูเหมือนจะมีเรื่องไม่สบายใจ]
[แต่เจ้ากลับรู้สึกดีใจยิ่งนัก จึงถามนางว่าตลอดหลายปีมานี้นางหายไปที่ใด]
[นางไม่เอ่ยวาจาใด ๆ เจ้าคาดเดาว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับองค์กรลึกลับ จึงไม่ถามอีก]
[หลังจากที่ร่วมสุขกันหนึ่งคืน นางก็จากไปอย่างเงียบ ๆ และทิ้งบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ข้างเตียงของเจ้า]
[มันคือตำราโบราณเล่มหนึ่ง เจ้าเปิดดู พบว่ามันคือวิชาเวทบำเพ็ญเซียนที่มีชื่อว่า “วิชาวสันต์ยืนยาว”]
[เจ้ามีความรู้สึกบางอย่าง นี่อาจจะเป็นวิชาเวทบำเพ็ญเซียนที่แท้จริง! แต่น่าเสียดายที่มีเพียงครึ่งเล่ม]
ซูซิงเห็นเช่นนี้ ภายในใจก็ดีใจยิ่งนัก ที่แท้ก็มีวิชาเวทบำเพ็ญเซียนอยู่จริง ๆ!
เช่นนั้นการฝึกฝนของเขาก็มีความหวังแล้ว!
ดังนั้น ซูซิงจึงทำการจำลองต่อไปพร้อมกับความตื่นเต้น
[แต่เจ้าก็ยังคงดีใจอย่างยิ่ง เริ่มต้นฝึกฝนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย]
[หนึ่งเดือนผ่านไป ตบะของเจ้ายังคงเป็นระดับหลอมปราณขั้นหนึ่ง]
[เจ้ารู้สึกสงสัย เพราะเจ้ามั่นใจว่านี่คือวิชาเวทบำเพ็ญเซียนอย่างแน่นอน และเจ้าก็เป็นผู้ครอบครองรากวิญญาณ แต่เหตุใดจึงไม่สามารถฝึกฝนได้!]
[เจ้าไม่ยอมแพ้ นอกจากการค้าที่จำเป็น เจ้าทุ่มเทให้กับวิชาเวทเล่มนี้ทั้งหมด]
[สองปีให้หลัง เจ้าค่อย ๆ ค้นพบสาเหตุที่เจ้าไม่สามารถฝึกฝนได้ เพราะโลกใบนี้ขาดแคลนปราณวิญญาณที่ใช้ในการฝึกฝน]
[เจ้าไม่มีทางเลือกอื่นใด จึงต้องยอมแพ้ เพราะเจ้ารู้ว่าในปีนี้น้องสาวของเจ้าจะต้องเสียชีวิตในดันเจี้ยนด่านปราบอสูร]
[เจ้าตัดสินใจที่จะช่วยเหลือน้องสาวของเจ้า จึงได้กลับไปยังบ้านเกิดที่ชนบท และพบเจอกับน้องสาว ซูเหนียนอัน]
[เจ้ามอบหมายการค้าให้กับ “หอการค้าไพ่ทาโรต์” ดูแลอย่างเต็มที่ และอยู่บ้านเพื่อดูแลน้องสาว]
[น้องสาวดีใจที่เจ้ามาหานาง ทุกวันนางจะอ้อนให้เจ้าพานางไปเล่น]
[เมื่อเวลาผ่านไปนานขึ้น ท่าทางของน้องสาวที่มีต่อเจ้าก็เริ่มแย่ลง บ่อยครั้งที่นางจะแย่งมันฝรั่งทอดกรอบและขนมขบเคี้ยวของเจ้า]
ซูซิงเห็นเช่นนี้ จึงถอนหายใจออกมา น้องสาวของเขาก็เป็นเช่นนี้ เมื่อเริ่มต้นอยู่ด้วยกันก็จะดูน่ารัก
แต่เมื่ออยู่ด้วยกันนานขึ้น ก็เริ่มที่จะแสดงนิสัยที่แท้จริงออกมา นี่เป็นเรื่องปกติกระมัง?
แต่สิ่งที่ทำให้ซูซิงประหลาดใจยิ่งนักก็คือ เขารู้สาเหตุที่ตนเองไม่สามารถฝึกฝนได้!
รากวิญญาณ วิชาเวท และปราณวิญญาณ ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้!
ตอนนี้ สองอย่างแรก เขามีความคืบหน้าแล้ว เหลือเพียงอย่างสุดท้าย ปราณวิญญาณ
ซูซิงจึงทำการจำลองต่อไป
[วันหนึ่ง มีคนหนึ่งที่อ้างว่ามาจากหน่วยงานของรัฐบาลมาที่บ้านของเจ้า นางมาหาน้องสาวของเจ้า ซูเหนียนอัน และเชิญนางไปยังดันเจี้ยนด่านปราบอสูร]
[เจ้าปฏิเสธอย่างเด็ดขาด และบอกว่านางไม่สามารถไปยังด่านปราบอสูรได้]
[แต่น้องสาวของเจ้ากลับตกลง]
[เจ้าประหลาดใจที่พบว่าน้องสาวของเจ้าภายในสี่ปี ได้กลายเป็นยอดฝีมือระดับมหาปราชญ์!]
[น้องสาวแอบบอกเจ้าว่านางเป็นหนึ่งในอัจฉริยะฟ้าประทานที่รัฐบาลคัดเลือกมา และขอให้เจ้าอย่าบอกเรื่องนี้กับผู้อื่น]
[เจ้ารู้สึกตกใจ แต่ก็ยังคงไม่ต้องการให้นางไปยังด่านปราบอสูร]
[นางไม่มีทางเลือก จึงบอกเจ้าว่า ด่านปราบอสูรเป็นดันเจี้ยนที่ผู้ครอบครองอาชีพระดับมหาปราชญ์ทุกคนต้องไป และทุกปีต้องไปอย่างน้อยหนึ่งเดือน]
[นางกล่าวว่า นางจะต้องพยายามมีชีวิตรอดกลับมา]
[แม้ว่าเจ้าจะรู้สึกไม่เต็มใจ แต่มันก็ทำได้เพียงเตือนนางให้ระวังตัว]
[หนึ่งเดือนให้หลัง ข่าวการเสียชีวิตของน้องสาวก็มาถึง]
ซูซิงเห็นเช่นนี้ ภายในใจก็รู้สึกสิ้นหวัง
ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการเสียชีวิตของน้องสาวในอีกเจ็ดปีข้างหน้าได้กระนั้นหรือ?
ไม่!
ขอเพียงเขาสามารถทำการจำลองต่อไป พลังอำนาจแข็งแกร่งขึ้น เขาก็อาจจะสามารถช่วยชีวิตซูเหนียนอันได้!
ซูซิงจึงทำการจำลองต่อไป
[เจ้าได้คาดการณ์เรื่องการเสียชีวิตของน้องสาวเอาไว้แล้ว เจ้าปลอบใจบิดามารดา และกลับไปยังจิงตูเพียงลำพัง]
[เจ้าจัดการการค้าไปด้วย และสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับปราณวิญญาณไปด้วย]
[การค้าของเจ้าเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น แต่เจ้าก็ยังคงไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับปราณวิญญาณ]
[สามปีให้หลัง เจ้าพบเจอกับหยูอ้วน เจ้ารู้ว่าไม่นานนักเขาจะต้องเสียชีวิต]
[เจ้าเกลี้ยกล่อมหยูอ้วนไม่ให้ไปยังดันเจี้ยนด่านปราบอสูร]
[เขารู้สึกประหลาดใจที่เจ้ารู้จักดันเจี้ยนนี้ แต่ก็ยังคงส่ายหน้า บอกว่าเขาต้องไป]
[เจ้าไม่มีทางเลือกอื่น จึงต้องยอมแพ้ ก่อนจากไปได้ขอยืมเงินจำนวนมากจากหยูอ้วน]
[ในปีนั้น เจ้าขายอุปกรณ์มากมาย และในขณะเดียวกันก็รับซื้อยาฟื้นฟู]
[อีกหนึ่งปีผ่านไป ตลาดผันผวน เจ้าขายยาฟื้นฟูในราคาสูง หาเงินได้มากกว่าหนึ่งหมื่นล้านเหรียญต้าเซี่ย]
[เจ้ารู้ว่าเวลาที่เหลืออยู่มีเพียงสี่ปี จึงได้ขายทรัพย์สมบัติทั้งหมด และทุ่มเทเงินและพลังงานทั้งหมดเพื่อค้นหาปราณวิญญาณ]
[เจ้าใช้เวลาหนึ่งปี แต่ก็ยังคงไม่พบสิ่งใด]
[วันหนึ่ง มีบุคคลลึกลับคนหนึ่งมาหาเจ้า]
[เจ้าถามว่าเขาเป็นใคร เขากลับหัวเราะเยาะ และบอกว่าเจ้าเป็นเพียงมดปลวก]
[เขาหักคอของเจ้า เจ้าเสียชีวิต และเบิกตากว้าง!]
[เจ้าใช้วิชาพรสวรรค์ ตายตาไม่หลับ!]