เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 57 จุดตันเถียนปั่นป่วน

ตอนที่ 57 จุดตันเถียนปั่นป่วน

ตอนที่ 57 จุดตันเถียนปั่นป่วน


ทันทีที่กล่าวจบเกอซีหมุนร่างกลับอย่างไม่มีอาการลังเล ฝีเท้าที่ก้าวลงไปเป็นจังหวะไม่มีอาการชะงักหยุดแม้เพียงน้อย

ทว่า ! เมื่อนางใกล้ถึงปากประตูหญิงสาวพลันรับรู้ได้ถึงคลื่นพลังกดดันอย่างหนักหน่วงที่กดทับลงมาตลอดทั่วทั้งร่าง

เมื่อรู้สึกตัวอีกทีหญิงสาวกลับพบว่าร่างของตนถูกพลังอัดดันให้เข้ามาอยู่ในมุมหนึ่งของห้องเสียแล้ว ร่างที่สูงใหญ่ประสมกลิ่นหอมกำจายจากบุรุษผู้นั้นโอบล้อมตลอดทั่วเรือนกายกดดันให้นางไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือล่าถอยได้เลย

สายตาที่ร้อนแรงแผดเผาของหนานกงยวี่เพ่งรวมลงที่นาง ริ้วรอยแห่งน้ำแข็งที่เย็นชาเอิบอาบทั่วนัยน์ตา “ดูเหมือนข้าเพิ่งเตือนเจ้าว่า เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้เรียกข้าว่าองค์ชายราชันมัจจุราช จงเอ่ยขานด้วยนามแห่งข้า !”

เกอซีโพล่งออกไปด้วยความกริ้วโกรธ “เจ้าเป็นอะไรกับข้า อาศัยอะไรมาบังคับทำให้ข้าต้องเชื่อฟังเจ้า ?”

หนานกงยวี่ตอบกลับอย่างไม่เร่งร้อน “เจ้าไม่อยากรู้วิธีเปิดผนึกจุดตันเถียนของตนแล้วกระนั้นรึ ?”

เกอซีผู้กำลังหมายจะโจมตีชายหนุ่มพลันชะงักทันที ใบหน้านั้นแสดงให้เห็นถึงความตื่นตกใจติดตามมาด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า

นางเพิ่งจะมาในดินแดนแถบทวีปหมีหลัวนี้เพียงไม่กี่วัน ทว่าในแต่ละวันนางพยายามคิดค้นหาวิธีพัฒนาพลังฝีมือของตนมาโดยตลอด หาไม่แล้ว ไม่ช้าก็เร็วนางจะต้องถูกผู้ที่มีพลังฝีมือสูงกว่ากระทืบจมดินเป็นแน่

บุรุษผู้อยู่เบื้องหน้าสายตาของนางคือคนแรกที่เห็นว่าจุดตันเถียนของนางมีปัญหา บางทีเขาอาจสามารถค้นหาวิธีช่วยให้นางหลุดพ้นได้จริง ?

ในใจของเกอซีวกวนซับซ้อน ความขุ่นเคืองบนใบหน้าพลันสูญสลายกลายเป็นท่าทีที่เต็มไปด้วยความมุ่งหวังอย่างรุนแรง “เจ้ามีหนทางกระนั้นหรือ ?”

แววตาของหนานกงยวี่ฉายรอยแย้มยิ้มเมื่อได้เห็นสีหน้าท่าทางที่คาดหวังของหญิงสาว ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่าภายในใจของตนเริ่มจะชอบสาวน้อยคนนี้ขึ้นมาแล้ว.......ความรู้สึกเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความรู้สึกใคร่ปรารถนาอยากเก็บรักษาสาวน้อยผู้นี้ไว้ภายใต้วงปีกของตนเอง ดูแลนาง ปกป้องนาง เอาอกเอาใจนาง กักกั้นนางไว้ให้อยู่ข้างกายเขาแต่เพียงผู้เดียว สิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดนั้นคือความรู้สึกเช่นนี้ช่างวิเศษอย่างยิ่ง

หนานกงยวี่ยกมุมปากขึ้นพลางโน้มใบหน้าลงมาจ้องมองสาวน้อยผู้แสร้งทำเป็นไม่ทุกข์ร้อน ชายหนุ่มยังคงไม่ยอมเอ่ยวาจา

เกอซีกัดฟันแน่นแม้จะรู้สึกราวกับอวัยวะภายในถูกบีบคั้นให้เจ็บปวดทว่าหญิงสาวยังเคยเผยอริมฝีปากปล่อยเสียงอู้อี้ราวกับเสียงยุง “หนานกงยวี่ ที่เจ้ากล่าวว่าจุดตันเถียนที่ถูกผนึกไว้ของข้าสามารถปลดออกได้นั้นหมายความเช่นไร ?”

ทรราชย์ !.......เฮ้อ ......บุรุษผู้ทรงอานุภาพกดขี่ครอบงำผู้ที่บรรดาสตรีทั้งผองล้วนต้องยอมสิโรราบก้มคำนับ หากว่านางสามารถกลายเป็นผู้มีพลังยุทธขึ้นมาได้ การต้องยอมโอนอ่อนผ่อนตามในครานี้ย่อมไม่นับเป็นอย่างไรได้

น้ำเสียงเอ่ยเรียกนามของเขาแผ่วเบายิ่งนัก หากทว่ากลับสามารถทำให้ประกายตาของหนานกงยวี่เปล่งวาบออกมาพร้อมรอยแย้มยิ้มที่ชื่นบาน

มุมปากของเขายกโค้งขึ้นกระทั่งทำให้ใบหูพลอยขยับตามไปด้วยอย่างไม่รู้ตัว ใบหน้าที่หล่อเหลางดงามสง่าผ่าเผยประดุจแสงเงินยวงที่ทอประกายอย่างเจิดจรัสแห่งดวงจันทรานั้นฉุดดึงสายตาของผู้คนอย่างที่ไม่อาจมีผู้ใดสามารถย้ายการจับจ้องของตนออกไปจากภาพเบื้องหน้าได้

เกอซีอยู่ในอาการตกตะลึง ภายในใจของหญิงสาวผุดความคิดซึ่งเหนือคำพรรณนาทั้งปวงขึ้น  แค่เพียงเอ่ยชื่อเขาออกมากลับสามารถทำให้เขามีความสุขได้ถึงปานนี้เทียว ?

หนานกงยวี่ผู้ยังคงแย้มยิ้มรีบเอ่ยขึ้นทันควัน “เจ้าเคยได้ยินเรื่องจุดตันเถียนปั่นป่วนหรือไม่ ?”

เกอซีส่ายศีรษะไปมาด้วยความงุนงง

“สำหรับผู้ฝึกยุทธที่จุดตันเถียนปั่นป่วนนั้น จะส่งผลให้พลังปราณของคนผู้นั้นไม่อาจแตกแยกธาตุทั้งห้าออกจากกันได้ เมื่อเป็นดังนั้น ผู้ฝึกยุทธจึงสามารถใช้ธาตุได้สลับกันเพียงแค่หนึ่งเท่านั้น อีกทั้งยังไม่อาจกักเก็บกระแสพลังปราณไว้ที่จุดตันเถียนได้มากเท่าผู้ที่มีจุดตันเถียนปกติ  เช่นนั้นแล้วผู้ฝึกยุทธที่มีจุดตันเถียนปั่นป่วนไม่ว่าจะเป็นกำลังแห่งกระแสพลังปราณหรือกระทั่งความก้าวหน้าในพลังยุทธล้วนไม่อาจสามารถพัฒนาได้เทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธโดยปกติทั่วไป”

เกอซีเปิดดวงตากว้าง “เจ้าหมายความว่า จุดตันเถียนของข้าปั่นป่วนกระนั้นหรือ ?”

หนานกงยวี่ผงกศีรษะเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้ม ในแววตาแฝงไว้ด้วยอาการแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยนที่กระทั่งตัวเขาเองยังไม่ทันสังเกตรู้

“ข้าจดจำได้ว่าครั้งสมัยวัยเยาว์ ตอนที่ข้าเข้ารับการทดสอบพลังปราณ ศิลาดำไม่ตอบสนองอะไรเลย และนั่นเป็นเหตุให้น่าหลานเจิ้งสือละเลยต่อข้าและทิ้งข้าให้มาอยู่ที่นี่ หากข้าเพียงมีจุดตันเถียนปั่นป่วนเช่นนั้นจริง ๆ  เหตุใดท่านหมอขั้นสี่เยี่ยงน่าหลานเจิ้งสือจะมิรู้เล่า ?”

ศิลาดำคือสิ่งที่ใช้ในการทดสอบความสามารถในการฝึกยุทธ พรสวรรค์ และคุณลักษณะแห่งพลังปราณในกาย ศิลาดำจะแปรเปลี่ยนเฉดสีไปตามคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปของคุณลักษณะที่กระทบสัมผัส และเมื่อใดที่สีนั้น ๆ ถูกขับออกมาให้โดดเด่นชัดเจนย่อมหมายถึงพรสวรรค์ในการฝึกฝนของคนผู้นั้น

แต่หากศิลาดำไม่ตอบสนองใดก็ย่อมหมายถึงคนผู้นั้นไม่มีพลังปราณหรือพรสวรรค์ใด ๆ  และในตอนนั้นผลการทดสอบของเกอซีก็ออกมาดังเช่นที่กล่าวมาแล้ว

***จบตอน จุดตันเถียนปั่นป่วน***

จบบทที่ ตอนที่ 57 จุดตันเถียนปั่นป่วน

คัดลอกลิงก์แล้ว