เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 56 เรียกข้าว่ายวี่ก็ได้

ตอนที่ 56 เรียกข้าว่ายวี่ก็ได้

ตอนที่ 56 เรียกข้าว่ายวี่ก็ได้


*ยวี่ ในภาษาจีนแปลว่าเจิดจรัส สว่างไสว รุ่งเรือง รุ่งโรจน์   ส่วนหนานกงเป็นชื่อเมืองในปัจจุบันของจีน

*เกอซี แปลว่า สายนทีที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำ

“ปลายปิ่นปักผมนี่ถูกประทับอาคมไว้เช่นนั้นรึ ?”แม้จะเป็นเพียงคำถาม ทว่าน้ำเสียงกลับมั่นใจยิ่ง

หนานกงยวี่ใช้ฝ่ามือเดียวลากฝ่ามือจากด้านบนของปิ่นปักผมลงไปตลอดจนถึงปลายยามเมื่อกำลังตอบคำ“นี่คืออาคมประทับสะกดตามผู้ที่ใช้รอยประทับนี้จะแยกส่วนปฐมภูมิแห่งคลื่นพลังปราณบางส่วนของตนออกมาเชื่อมเข้ากับผู้ที่ตนต้องการสะกดรอย เช่นนั้นตราบเท่าที่เจ้ายังต้องอาคมแม้ตัวเจ้าจะแยกห่างออกไปไกลถึงพันลี้พวกมันย่อมสามารถติดตามหาตัวเจ้าได้โดยง่ายซีเยว่เจ้าช่างไม่รอบคอบเอาเสียเลย”

สีหน้าของเกอซีขุ่นมัวขึ้นได้ในทันใดริมฝีปากของนางย่นยู่เข้าหากันยามเมื่อกำลังใคร่ครวญคำกล่าวของชายหนุ่มโดยไม่เอ่ยวาจาใด

หนานกงยวี่ดูจะเข้าใจความงงงวยของเกอซีเขาจึงส่งสัญญาณมือให้ชิงหลงออกไปด้านนอกก่อนแล้วเอ่ยต่อ“เห็นชัดว่าเจ้ายังไม่เข้าใจว่าตนได้กระทำสิ่งใดลงไป”

นางทำอะไร ? ก็แค่ช่วยชีวิตคนกลางตลาดเพียงเท่านี้จำต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่โตถึงขนาดมีคนแยกแก่นพลังปราณออกมาเพื่อติดตามตัวนางเชียวล่ะหรือ ?เกอซีเงยหน้าจ้องมองชายหนุ่มด้วยนัยน์ตาค่อนข้างว่างเปล่าท่าทางของนางสุดที่จะบรรยายทั้งเซ่อซ่าทั้งน่ารักน่าเอ็นดู

แววตาของหนานกงยวี่ฉายรอยยิ้มน้อย ๆ  ออกมาวาบหนึ่ง ฉับพลันชายหนุ่มเหยียดยื่นฝ่ามือออกหยิกพวงแก้มเด็กสาว “เท่าที่ข้ารู้ตลอดทั่วทั้งดินแดนแถบทวีปหมีหลัวแห่งนี้มีเพียงหมอที่มีความสามารถในการรักษาถึงขั้นที่แปดเท่านั้นที่จะสามารถประสานกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่ฉีกขาดได้ซึ่งหมอผู้มีระดับการรักษาในขั้นที่แปดนั้นจำต้องบรรลุถึงพลังปราณในขั้นห้าย้ายเคลื่อนจิตวิญญาณเป็นอย่างต่ำ อีกทั้งทุกคนในอาณาจักรจินหลิงล้วนไม่มีผู้ใดคิดฝันมาก่อนว่ากล้ามเนื้อเส้นเอ็นที่ขาดสะบั้นจะสามารถผสานคืนใหม่ได้อาจกล่าวได้ว่ามนุษย์ธรรมดาเยี่ยงเจ้าที่ไม่มีแม้แต่พลังยุทธกลับสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยที่ไม่มีทางรักษาให้หายคืนได้ท่ามกลายสายตามากมายของทุกผู้คนเจ้ายังคิดว่าเรื่องนี้หาใช่เรื่องใหญ่อยู่อีกหรือไม่ ?”

เพียงได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของเกอซีพลันตื่นตระหนกแม้นางจะไม่รู้เรื่องระดับขั้นทักษะในการรักษาของหมอที่กล่าวมาเลยหากแต่นางรู้ว่าระดับวิชาพลังปราณขั้นย้ายเคลื่อนจิตวิญญาณนั้นถือว่าเป็นระดับยอดฝีมือของผู้ฝึกยุทธ

“ทว่ายังนับว่าเจ้าพอจะฉลาดเฉลียวอยู่บ้างจึงไม่แสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาต่อหน้าฝูงชน”สายตาที่แผดเผาร้อนแรงของหนานกงยวี่ตวัดมาที่นาง ใบหน้าหล่อเหลาคมสันเนียนขาวดั่งปุยหิมะเอ่ยขึ้น “ลองตอบข้ามาสิหากตระกูลน่าหลานล่วงรู้ถึงความสามารถของเจ้าแล้ว พวกเขาจะยังกล้าโยนเจ้าทิ้งไว้ในเรือนหลังนั้นอยู่อีกหรือไม่ ?”

ใบหน้าเกอซีแปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยียบขึ้นทันใด “องค์ชายราชันมัจจุราชท่านล้อเล่นแล้ว ข้าไม่มีความสัมพันธ์ใดกับสกุลน่าหลานแม้จะในอดีตหรือจะในอนาคตเบื้องหน้า”

นางกล่าวแทบจะยังไม่ทันจบประโยคฉับพลันเงาร่างดำทะมึนเบื้องหน้าปรากฏเด่นขึ้นมาอย่างไม่ทันรู้ตัว หนานกงยวี่โน้มกายเข้ามาหาอย่างที่หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวพลางปักปิ่นปักผมหยกกลับคืนลงไปในมวยผมอย่างอ่อนโยน

เกอซีสัมผัสได้ถึงกรุ่นอายลมหายใจอุ่น ๆ ที่ผ่านกระทบผิวหน้าจนทำให้ภายในใจร้อนรนวุ่นวายกระทั่งหญิงหสาวต้องกระถดถอยหนี

หากแต่ข้อมือบางกลับถูกฝ่ามือที่อบอุ่นกว้างใหญ่ยึดกุมไว้หนานกงยวี่รั้งร่างของหญิงสาวเข้ามาหาอย่างนุ่มนวลมุมปากของเขายกยิ้มแห่งปีศาจร้ายทรงเสน่ห์ขณะที่น้ำเสียงกดบังคับไม่อนุญาตให้นางดื้อรั้น“ข้าบอกว่าข้าชื่อหนานกงยวี่เจ้าจะเรียกข้าว่าอวี้ก็ได้ ครั้งหน้าหากเจ้ายังเรียกข้าว่าองค์ชายราชันมัจจุราชอีก........”

หนานกงยวี่ยังไม่ทันจะกล่าวจบฉับพลันใบหน้าที่จับจ้องเกอซีอยู่กลับยุ่งย่นชายหนุ่มคลายมือออกก่อนจะดึงแขนเสื้อของเกอซีขึ้นเผยให้เห็นรอยช้ำเลือดช้ำหนองสีม่วงที่ปกคลุมไปตลอดทั่วทั้งแขน

จิตแห่งอสูรร้ายที่นิทราอย่างสงบอยู่ภายในใจของชายหนุ่มพลันกระเพื่อมขึ้นมันคุกรุ่นผสมผสานไปกับความขุ่นเคืองคับแค้นใจอย่างเหนือคำพรรณนา

ความรู้สึกที่ไม่คุ้นชินเช่นนี้ทำให้ใบหน้าของหนานกงยวี่ขมวดมุ่นปลายนิ้วเรียวยาวเหยียดออกโค้งไล้สัมผัสไปตามรอยจ้ำสีม่วงอย่างอ่อนโยนแผ่วเบายามเมื่อเรียวนิ้วเลื่อนไล้ลงต้องสัมผัสชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่ทั้งอบอุ่นทั้งจั๊กจี้ประดุจถูกปลายขนนกอ่อนไล้ลูบไปมาตามซอกหัวใจ

เกอซีรู้สึกอึดอัดพิกลหญิงสาวรีบชักมือกลับพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ที่สุดแล้วท่านตามตัวข้ามาทำไม ?”

หนานกงยวี่ผู้กำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความรู้สึกที่รัญจวนนุ่มละมุนจากสัมผัสแห่งผิวกายของนางหรี่ดวงตาลงเล็กน้อย“หากไม่มีเรื่องสำคัญข้าจะพบเจ้าไม่ได้กระนั้นหรือ ?”

ใต้หล้านี้บรรดาสตรีนับไม่ถ้วนล้วนพากันต่อสู้แย่งชิงกันอย่างสุดความสามารถเพื่อหมายจะได้พบเจอเขาหากแต่มิคาดคิดเลยว่าสาวน้อยผู้นี้จะกล้าละเลยเพิกเฉยต่อความอาวรณ์ของเขาได้

เกอซีลุกขึ้นยกยิ้มที่ไร้อารมณ์ความรู้สึก“องค์ชายราชันมัจจุราชพระองค์คงจะมีราชภารกิจมากมายกระหม่อมผู้ต้อยต่ำมิอาจเอื้อมทำให้พระองค์ต้องสูญเวลาที่ทรงค่าเมื่อไม่มีอันใดแล้วกระหม่อมทูลลา”

***จบตอน เจ้าเรียกข้าว่ายวี่ก็ได้***

จบบทที่ ตอนที่ 56 เรียกข้าว่ายวี่ก็ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว