เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบปรับแต่งกาลเวลาสะท้านภพ ตอนที่ 29 กำลังรบโผทะยาน

ระบบปรับแต่งกาลเวลาสะท้านภพ ตอนที่ 29 กำลังรบโผทะยาน

ระบบปรับแต่งกาลเวลาสะท้านภพ ตอนที่ 29 กำลังรบโผทะยาน


ระบบปรับแต่งกาลเวลาสะท้านภพ ตอนที่ 29 กำลังรบโผทะยาน

เขาเห็นว่าเสื้อผ้าของกู่หยางปลิวไสวโดยไม่ต้องใช้ลม

ต่อจากนั้น เขาก็เห็นว่าพลังในร่างกายของกู่หยางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขอบเขตรวมปราณระดับ 4

ขอบเขตรวมปราณระดับ 5...

พลังพุ่งพรวดราวกับติดจรวด

ฉากนี้ยังตกอยู่ในสายตาของศิษย์สำนักตะวันพิสุทธิ์ทุกคน

พวกเขาตะลึงงัน

"เกิดอะไรขึ้น?"

"มันเกิดอะไรขึ้น?"

"เด็กคนนี้...ซ่อนพลังไว้หรือ?"

"พูดว่าซ่อนก็ไม่ถูก ดูเหมือนว่า...เขากำลังพัฒนา?"

"มีวิธีพัฒนาแบบนี้ด้วยรึ?"

"นี่... ตอนนี้เขาทะลวงถึงขอบเขตรวมปราณระดับ 8 แล้ว!"

"เขาใช้โอสถรึ!?"

ศิษย์สำนักตะวันพิสุทธิ์ทุกคนต่างก็เบิกตากว้าง

ชัดเจนว่าเมื่อครู่นี้กู่หยางยังอยู่แค่ขอบเขตรวมปราณระดับ 3

แต่ไม่ถึงนาทีเดียว กู่หยางก็พัฒนาขึ้นไปถึงขอบเขตรวมปราณระดับ 8 และยังไม่มีท่าทีจะหยุด!

สุดท้าย ในสายตามี่ตกตะลึงของศิษย์สำนักตะวันพิสุทธิ์ทุกคน

พลังของกู่หยางก็หยุดเพิ่มในที่สุด

ขอบเขตรวมปราณระดับ 9 ขั้นสูงสุด!

ทัดเทียมกับพลังของอวิ๋นซาน

เห็นสิ่งนี้ ศิษย์สำนักตะวันพิสุทธิ์ทุกคนก็ตะลึง

แม้แต่อวิ๋นซานก็กำหมัดแน่น

เขาไม่อาจเชื่อสิ่งที่เห็น

มันเกิดอะไรขึ้น?

เด็กคนนี้...ทำไมถึงทำให้พลังพุ่งพรวดขึ้นมาได้?

และ...

มันชัดเจนว่าไม่ใช่พลังที่ได้มาจากโอสุ ปราณแท้นั้นหนาแน่นและมั่นคงมาก!

การใช้โอสถไม่มีทางได้พลังอำนาจที่มั่นคงขนาดนี้

และเขาก็ไม่เห็นกู่หยางกินโอสถเลย

เขามีคำถามมากมายในหัว

ในขณะเดียวกัน

เมื่อกู่หยางรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของตน

เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

"แค่ขอบเขตรวมปราณระดับ 9 ขั้นสูงสุดเท่านั้นหรือ?"

กู่หยางรู้สึกเหนื่อยหน่าย

นี่คือผลลัพธ์ของการฝึกฝนมาหนึ่งร้อยปี

กล่าวคือหลังจากหนึ่งร้อยปี เขาเพิ่งจะฝึกฝนได้ถึงขอบเขตรวมปราณระดับ 9 ขั้นสูงสุด?

"นี่มันเกินไปหน่อยกระมัง"

กู่หยางรู้สึกหงุดหงิดกับรากฐานตนเองอย่างยิ่ง

หนึ่งร้อยปีบรรลุเพียงขอบเขตรวมปราณระดับ 9 ขั้นสูงสุด

หากไม่มีความสามารถในการปรับแต่งกาลเวลา...

ก็เกรงว่าตนจะถูกจำกัดอยู่ที่ขอบเขตรวมปราณเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เขายังพบว่าหลังจากเพิ่มพลัง ปราณแท้ของเขาก็หนาแน่นและบริสุทธิ์มาก ขอบเขตก็ค่อนข้างมั่นคง ไม่มีความรู้สึกว่างเปล่าเลย

ชัดเจนว่าการเพิ่มพลังเช่นนี้ไม่ได้ดูดซับหินวิญญาณหรือโอสถ

เป็นการเพิ่มพลังที่พื้นฐานที่สุด

กล่าวคือ ทั้งหมดอาศัยการดูดซับปราณวิญญาณจากธรรมชาติ ค่อย ๆ สะสมขึ้นมาเท่านั้น

ดังนั้นจึงมีรากฐานที่มั่นคงขนาดนี้

"ดูเหมือนว่าการเพิ่มฐานพลังบำเพ็ญเพียรหลังจากการปรับแต่งจะคำนวณตามอัตราการบำเพ็ญเพียรพื้นฐานที่สุด ไม่รวมหินวิญญาณและโอกาสที่จะได้รับเข้ามา"

คิดถึงสิ่งนี้ กู่หยางก็เบิกตากว้าง

ดังนั้น...

การเพิ่มคุณสมบัติพื้นฐานของตัวเองจึงเป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ

ไม่อย่างนั้นทุกครั้งที่ปรับแต่งฐานพลังบำเพ็ยเพียร เขาจะเสียเปรียบ!

ยิ่งคุณสมบัติสูง ผลประโยชน์ที่ได้จากการปรับแต่งก็ยิ่งมาก!

ต้องทำให้ได้รับผลประโยชน์สูงสุด

ขณะที่กำลังคิดอยู่

งอวิ๋นซานก็กัดฟัน

เมื่อสักครู่เขายังเยาะเย้ยว่ากู่หยางไม่มีพลังอำนาจเท่าตน

ใครจะคิดว่ากู่หยางจะพัฒนาขึ้นในรวดเดียว

และไม่เห็นกู่หยางกระตุ้นวิชาเลยด้วยซ้ำ

จู่ ๆ พลังก็พุ่งพรวดขึ้นมา

ตรงไปยังระดับเดียวกับเขา!

ตอนนี้เริ่มยุ่งยากแล้ว!

แต่เขาก็มั่นใจในวิธีการของตัวเอง

ถ้าหาก...

ใช้ไพ่ตายของตัวเองอีกครั้ง!

ถึงแม้ว่าการใช้สองครั้งในหนึ่งวันจะทำให้ร่างกายรับภาระมหาศาล แต่ตอนนี้เขาไม่ได้สนใจอะไรแล้ว

คิดเช่นนี้ อวิ๋นซานก็ไม่ลังเล ลงมือทันที!

ฟรึบ!

ร่างของอวิ๋นซานพุ่งไปที่กู่หยางอีกครั้ง

ดวงตาเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร

เขายกมือขึ้นอีกครั้ง ต้องการเข้าใกล้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กู่หยางยังไม่ได้ตอบสนองทัน และจะใช้หมัดเดียวสังหารอีกฝ่าย!

และกู่หยางก็เหมือนไม่ได้สังเกตเห็นการกระทำของเขาเช่นกัน

เขาจึงรู้สึกยินดีในใจ

จากนั้นร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวตรงหน้ากู่หยางอย่างรวดเร็ว

เขาคิดในใจ ใช้ทุกไพ่ตายที่มีอยู่ทั้งหมด

ทุกอย่างรวมอยู่ในหมัดนี้!

"อำนาจภูผา!"

เขาเบิกตากว้าง ในใจเต้นแรงด้วยความโกรธ

หมัดที่เต็มไปด้วยพลังร้ายแรงกระหน่ำใส่กู่หยาง

ด้วยระยะใกล้ชิดในตอนนี้

แม้ว่ากู่หยางจะตอบสนองทัน ก็ต้องไม่สามารถรับมือกับหมัดนี้ได้!

หมัดนี้ของเขา...สามารถฆ่าสัตว์อสูรระดับ 2 อย่างหมีวัชระได้!

ดวงตาของอวิ๋นซานเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

เพียงแค่ฆ่ากู่หยาง กระบี่วิญญาณระดับต่ำนั้นก็จะเป็นของเขา!

และอาจจะ...

ยังได้ความลับของกู่หยางที่ทำให้พลังเพิ่มพูนอย่างรวดเร็วอีกด้วย!

ชั่วขณะหนึ่ง เขาราวกับเห็นอนาคตที่สดใสของตัวเองแล้ว!

เพียงแค่ฆ่ากู่หยาง...

เขาก็จะมีอนาคตที่ไม่สิ้นสุด!

แต่กู่หยางกลับสังเกตเห็นการกระทำของอวิ๋นซาน

หมัดของอีกฝ่ายแน่นอนว่ามีพลังอำนาจมากมาย

แต่ตอนนี้เขามีกำลังรบเพิ่มขึ้นแล้ว

หมัดนี้ในสายตาของเขา...

ก็เป็นเพียงหมัดเด็กน้อยเท่านั้น

กู่หยางมีสีหน้าเรียบเฉย

จากนั้นก็ประเคนหมัดออกไปช้า ๆ

ปัง!

หมัดทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ

เห็นฉากนี้ ดวงตาของอวิ๋นซานไม่ใช่ตกใจแต่กลับดีใจ

"ตายเสีย!"

อำนาจภูผาเป็นวิชาหมัดที่พิเศษ

ภายนอกอาจจะไม่ยิ่งใหญ่ แต่กลับมีพลังลับแอบแฝงอยู่

หากพลังลับระเบิดออกมา มันจะมีอำนาจร้ายแรงอย่างมาก!

สิ่งสำคัญที่สุดคือยากต่อการป้องกัน

เมื่อถูกโจมตี แทบจะไม่มีทางหนี!

ดังนั้นเมื่อเห็นกู่หยางโต้หมัดตอบ เขาจึงยินดี

เพราะสิ่งที่เขากลัวที่สุดคือ กลัวพลาดเป้า

ตอนนี้หมัดกลับเข้าเป้าอย่างจัง เขาคิดว่า...กู่หยางต้องตายอย่างแน่นอน!

เมื่อคิดได้ เขาก็เตรียมจะปล่อยพลังลับในหมัด

แต่ในขณะนั้น เขาก็เบิกตาโตขึ้น

เพราะพลังที่ส่งมาจากหมัดขวาของอีกฝ่าย...

น่าสะพรึงกลัวจนถึงขีดสุด!

ถึงขนาดที่ห้อมล้อมหมัดของเขาเพียงไม่กี่วินาทีก็ระเบิดออก!

ตามมา...

พลังดุร้ายนั้นตกลงบนหมัดขวาของเขา!

แกร๊ก!

เสียงกระดูกแตกดังขึ้นทันที

มือของเขาเบี้ยวงอในบัดดล

พลังหมัดร้ายแรงยิ่งกว่าพุ่งตรงไปที่หน้าผากของเขา!

ปัง!

ก่อนที่จะรู้สึกเจ็บปวด

พลังหมัดนั้นก็ทำให้หัวของอวิ๋นซานระเบิด!

สมองและเลือดเนื้อผสมกันกระจายไปทั่วพื้น

และศพของอวิ๋นซานก็ล้มลง

เมื่อฉากนี้เกิดขึ้น ทั่วบริเวณจึงเงียบกริบ

แต่ความเงียบนี้มีเพียงไม่กี่วินาที

เสียงกรีดร้องตกใจก็ดังขึ้น

"อวิ๋น...อวิ๋นซานถูกฆ่า!"

"วิ่งเร็ว!"

"แยกย้าย รีบถอย!"

ศิษย์สำนักตะวันพิสุทธิ์ที่ยังคงเฝ้าดูตอนนี้ไม่กล้าหยุด ทำการรีบหนีไป

กู่หยางไม่คิดจะปล่อยใครไว้

ไพ่ตายของเขาถูกเปิดเผยต่อสายตาอีกฝ่าย หากปล่อยไว้ นี่จะกลายเป็นการปล่อยเสือกลับป่า

และพลังของคนเหล่านี้ก็ไม่ถือว่าแข็งแกร่งนัก

ในสายตาของกู่หยาง มันก็เหมือนกับบีบมดเท่านั้น ไม่มีอะไรยาก

กู่หยางหยิบกระบี่วิญญาณระดับต่ำขึ้นมา

ศพของศิษย์สำนักตะวันพิสุทธิ์กว่าสิบคนก็นอนกองอยู่บนพื้น

ศพกระจัดกระจายเต็มพื้น โลหิตเปื้อนดินหลั่งไหลเป็นสายน้ำ

กลิ่นเลือดก็เข้มข้นมาก

แต่กู่หยางชินกับฉากนี้แล้ว

เมื่อหมดสิ่งขัดขวาง เขาลงมือเก็บบุปผาหลอมกระดูกที่อยู่ไม่ไกลทันที

“เป็นการดีที่สามารถเพิ่มคุณสมบัติรากกระดูกได้”

กู่หยางมีแววตายินดีและเสียดายเล็กน้อย

หากเขาได้บุปผาหลอมกระดูกนี้มาก่อนที่จะปรับปรุงพลังอำนาจของตัวเอง...

คงได้พลังอำนาจมากขึ้นกว่านี้อีก

แต่ก็ไม่มีทางเช่นกัน

หากไม่ปรับแต่ง ก็คงจะไม่ได้รับบุปผาหลอมกระดูกมา

ได้มาก็ต้องเสียไป ถือว่ายุติธรรม

จบบทที่ ระบบปรับแต่งกาลเวลาสะท้านภพ ตอนที่ 29 กำลังรบโผทะยาน

คัดลอกลิงก์แล้ว