เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TGDS ตอนที่ 17 : ห้องสมุด

TGDS ตอนที่ 17 : ห้องสมุด

TGDS ตอนที่ 17 : ห้องสมุด


อเล็กซ์ถอนหายใจยาว ๆ ออกมาก่อนที่จะเริ่มอะไรก็ตามที่เขาต้องการจะพูด

"ครอบครัวของฉันและเธอมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเสมอ พ่อแม่ของเราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ก่อนฉันเกิดด้วยซ้ำ ตอนที่ฉันยังเด็กฉันมักจะถูกบังคับให้ใช้เวลากับเธอทุกครั้งที่พ่อแม่ของเราไปมาหาสู่กัน ซึ่งฉันบอกได้เลยว่ามันค่อนข้างจะบ่อยเลยหล่ะ"

"ในตอนแรกความสัมพันธ์ของเราก็ค่อนข้างดี เราเป็นเพื่อนที่ดีจริง ๆ เธอมีนิสัยที่ใจดีและเอาใจใส่ซึ่งแสดงถึงความเห็นอกเห็นใจต่อทุกคน อย่างน้อยที่สุดก็เป็นอย่างที่ฉันเคยคิด"

อเล็กซ์หยุดอยู่นานเพื่อสงบสติอารมณ์และรวบรวมความคิดของเขาก่อนจะถอนหายใจยาว ๆ ออกมาอีกครั้ง

"วันหนึ่งเมื่อเราไปที่สวนสาธารณะเพื่อเล่นกันในสนามเด็กเล่น เด็กชายคนหนึ่งบังเอิญเดินมาชนเธอ เธอตกลงไปบนโคลนซึ่งทำให้ชุดโปรดของเธอเสียหาย เธอเกือบจะฆ่าเด็กคนนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะฉันรั้งเธอเอาไว้ เด็กคนนั้นคงตายไปแล้วแน่ ๆ”

"นั่นคือตอนที่ฉันเข้าใจถึงวิธีการที่เธอปฏิบัติต่อฉัน มันไม่เหมือนกับวิธีที่เธอปฏิบัติต่อคนอื่น เธอมองว่าทุกคนที่อ่อนแอกว่าหรือด้อยกว่าเธอนั้น เป็นอะไรที่ไม่มากไปกว่า ‘ของเล่น’ ของเธอ”

“ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ฉันก็พยายามหลีกเลี่ยงเธอเหมือนเธอคือโรคระบาด ฉันไม่อยากผูกสัมพันธ์กับคนแบบนี้ แต่เมื่อใดก็ตามที่พ่อแม่ของเรามาเจอกัน เธอก็มักจะพยายามเข้าหาฉันและทำตัวดีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอนั้นเป็นคนโรคจิตของจริงเลยแหละ”

"โมบี้ นายไม่ได้เป็นมากกว่าตุ๊กตาที่ใช้แล้วทิ้งในสายตาของเธอ เมื่อเธอเบื่อนายแล้ว เธอจะโยนนายทิ้งไปในถังขยะ ฉันขอเตือนให้นายหลีกเลี่ยงเธอไม่ว่าจะยังไงก็ตาม"

โมบี้แสร้งทำเป็นตกใจกับทุกสิ่งที่อเล็กซ์เพิ่งจะบอกกับเขา จากการกระทำและท่าทางของเธอ เขาก็ก็พอเดาได้มากพอสมควรแล้ว แต่เมื่อเขายอมรับข้อเสนอของเจย์เดน เขาก็รู้ตัวดีว่าตัวเองนั้นกำลังทำอะไรอยู่

"ไม่ต้องห่วงฉันน่า ฉันรู้ว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่" โมบี้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

"นายแน่ใจเหรอ ถ้านายต้องการฉันสามารถไปคุยกับเธอให้ได้นะ บางทีฉันอาจจะโน้มน้าวให้เธอเลิกยุ่งกับนาย" อเล็กซ์กล่าวด้วยสีหน้ากังวล

โมบี้แสร้งทำเป็นคิดถึงข้อเสนอของอเล็กซ์ก่อนตอบกลับไปว่า

"นั่นคงจะไม่ได้ผลหรอก แม้ว่าเธอจะยินยอมก็ตาม แต่ฉันได้สร้างศัตรูกับนักเรียนชายเกือบทุกคนในโรงเรียนแล้ว หากไม่มีเธอปกป้องฉันก็จะคงไม่รอดเหมือนกัน" โมบี้ตอบด้วยสีหน้าเศร้าหมอง

“งั้นฉันจะปกป้องนายแทน!” อเล็กซ์กล่าวด้วยความแน่วแน่

โมบี้ไม่คาดคิดว่าอเล็กซ์จะเสนอตัวเป็นบอดี้การ์ดให้กับเขา ถ้าเรื่องนี้ไม่ใช่แผนของโมบี้ เขาก็คงจะยอมรับข้อเสนอของอเล็กซ์แน่นอน เพราะอเล็กซ์คงจะเป็นหุ่นเชิดที่สมบูรณ์แบบอย่างมาก

"นั่นมันไม่ได้ผลหรอก แม้ว่านายจะอยู่ในระดับสูง นายก็คงไม่สามารถตรวจสอบฉันได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน มันคงจะมีช่วงเวลาที่ฉันเสี่ยงต่อการถูกโจมตีอยู่เสมอ นอกจากนี้การที่คนระดับสูงจะมาคอยปกป้องคนในระดับต่ำก็ยังไม่เคยมีมาก่อน นายอาจจะถูกเหยียดหยามอย่างแน่นอน และอาจดึงดูดปัญหาที่บางทีนายก็ไม่สามารถจะรับมือได้มาใส่ตัวนายเองนะ" โมบี้ตอบขณะแสร้งรู้สึกหดหู่ใจ

อเล็กซ์ใช้เวลานานในการคิดเกี่ยวกับประเด็นของโมบี้ ก่อนที่จะยอมแพ้ในที่สุด

"ประเด็นที่นายพูดก็ถูกและเข้าใจได้ ฉันไม่มีข้อโต้แย้งในเรื่องนี้ แต่ถ้านายรู้สึกว่าจนมุมหรืออยากจะเปลี่ยนใจ ก็บอกให้พวกเรารู้ล่ะ หากนายต้องการความช่วยเหลือเพียงแค่บอกฉัน" อเล็กซ์กล่าวด้วยใบหน้าที่จริงจัง

'ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายอย่างอเล็กซ์คนนี้ เขาถึงสนใจคนที่มีระดับพลังต่ำอย่างฉันได้ เขาต้องมีเหตุจูงใจที่ซ่อนอยู่แน่ ฉันต้องจับตาดูเขาให้มากขึ้น' โมบี้คิด

“ฉันยอมรับข้อเสนอนั้นของนาย” โมบี้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

ทันใดนั้นเสียงระฆังก็ส่งสัญญาณ ว่าสิ้นสุดเวลาการทานอาหารกลางวันแล้ว

ทั้งสามคนบอกลากันและแยกย้ายกันไป

ตอนนี้เป็นคาบว่าง

โมบี้ต้องการไปยังห้องสมุดของโรงเรียนเพื่อดูว่ามีประวัติเกี่ยวกับปีศาจถูกกล่าวถึงเอาไว้หรือไม่ เมื่อเขาเริ่มค้นหา เขาไม่แปลกใจที่พบว่าส่วนใหญ่มีการกล่าวถึงปีศาจในส่วนของนิยาย เขาใช้เวลาว่างทั้งหมดนี้ในการอ่านสิ่งต่าง ๆ ที่พบในหนังสือ

"เฮ้ เอวิเลีย ที่บอกว่าปีศาจอ่อนแอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์จริงหรือเปล่า ?"

"ใช่ นั่นเป็นจุดอ่อนเดียวของพวกปีศาจอย่างเรามี นายต้องอยู่ห่าง ๆ จากโบสถ์ มัสยิดหรือวัดวาอาราม ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้า เราไม่ควรไปใกล้พวกนั้น"

โมบี้จดจำไว้ว่าให้อยู่ห่างจากสิ่งที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้า โชคดีที่ศาสนานั้นได้ลดน้อยลงไปอย่างมากนับตั้งแต่มีการค้นพบความสามารถต่าง ๆ จู่ ๆ ผู้คนก็ได้รับพลังและความสามารถเหมือนพระเจ้า นั่นทำให้หลายคนหมดศรัทธาในพระเจ้า นี่เป็นข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่สำหรับเขา

โมบี้ยังคงอ่านหนังสือต่อไป เขาก็พบกับสิ่งที่รบกวนจิตใจอีกครั้ง

“ฉันต้องอาบเลือดของทารกแรกเกิดเพื่อเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแกร่งหรือเปล่า ?” โมบี้ถามด้วยความรู้สึกขยะแขยง

โมบี้พร้อมที่จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งพลัง แต่นี่มันมากเกินไป เขาไม่โกรธเด็กทารก ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างแท้จริง และเขาไม่ได้วางแผนที่จะเป็นนักฆ่าทารกในเร็ว ๆ นี้แน่

"ไม่! มนุษย์เหล่านี้และจินตนาการป่วย ๆ ของพวกเขามันเพ้อเจ้อและไร้สาระ!" เธอตอบด้วยน้ำเสียงดูถูกอย่างมาก

"มีอีกอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกไม่ค่อยจะสบายใจ คือฉันต้องมีความสัมพันธ์แบบนาย – บ่าว กับสาว ๆ ในฮาเร็มเพื่อให้ได้มาซึ่งพลังหรือเปล่า" โมบี้ถาม ท่าทางของเขาดูเหมือนจะกังวลมากกว่าเรื่องการฆ่าทารกแรกเกิดเสียอีก

"นายคิดว่าฉันเป็นแบบนั้นหรือไง ? นังร่านเหรอ ? ฉันคือจ้าวปีศาจตนแรก ฉันไม่เคยทำเรื่องแบบนั้นมาตลอดทั้งชีวิตของฉัน"

เมื่อเธอบอกแบบนั้น เขารู้สึกราวกับได้ยกภูเขาออกจากอก

"สุดท้าย นี่เป็นคำถามสำคัญที่อยู่ในใจของฉันมาระยะหนึ่งแล้ว เป็นไปได้ไหมที่ฉันจะเปลี่ยนคนอื่นให้กลายเป็น ปีศาจรับใช้ของฉัน"

"แน่นอน แต่ด้วยพลังของนายในตอนนี้ คงเป็นไปได้แค่ตนเดียวเท่านั้น"

โมบี้เผยรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าของเขา

"นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากได้ยินที่สุด"

ทันใดนั้นระฆังก็ดังขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณว่าหมดเวลาสำหรับช่วงพักของเขาแล้ว

โมบี้ยังคงมีเรียนอีกหนึ่งวิชาที่ต้องเข้าเรียนก่อนจบการเรียนการสอนในวันนี้ นี่เป็นวิชาอื่นแต่คนบรรยายก็ยังคงเป็นอาจารย์ลีโอ ซึ่งเขานั้นกำลังอธิบายพื้นฐานของศิลปะการต่อสู้และความสำคัญในชั้นเรียน

โมบี้นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้อยู่แล้วจากการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เด็ก ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะไม่ใส่ใจ เขาตัดสินใจที่จะใช้เวลาในการฝึกฝนเพื่อเพิ่มเลเวลของทักษะ "Eyes of Sin" ของเขาแทน

ลีโอสังเกตเห็นโมบี้ที่กำลังหลับอยู่ แต่เขาตัดสินใจที่จะไม่วุ่นวายกับโมบี้ เพราะเขารู้จากบันทึกของนักเรียน ว่าตัวโมบี้นั้นนั้นรู้ข้อมูลทั้งหมดที่เขาพูดถึงอยู่อย่างแน่นอน

หลังจากผ่าน 2 ชั่วโมงอันแสนยาวนานและน่าเบื่อ เสียงระฆังก็ดังขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณว่าโรงเรียนเลิกแล้ว แม้ว่าจะผ่านการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องแต่เลเวล “Eyes of Sin” ของเขาก็ยังคงไม่เพิ่มขึ้น

ทว่าสิ่งนี้ไม่ได้ทำให้โมบี้ท้อใจ เพราะเขารู้ว่าผลลัพธ์สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยเวลาและการพยายามอย่างหนักเท่านั้น

ขณะนี้โมบี้กำลังเดินออกจากโรงเรียน เขาไม่สนใจการจ้องมองที่น่ากลัวราวกับการวางแผนฆาตกรรมทั้งหมดที่ตรงมายังเขา เขาสังเกตเห็นเจย์เดนยืนรอเขาอยู่ที่ประตูหน้า ด้านหลังเธอคือรถลีมูซีนสีขาวที่กำลังลอยขึ้นจากพื้น

เมื่อโมบี้เข้ามาใกล้เจย์เดน เธอก็วิ่งไปหาเขาทันทีโดยกระโดดขึ้นลงราวกับว่าเธอไม่สนใจโลก

"ดูเหมือนว่าในที่สุดสัตว์เลี้ยงตัวน้อยน่ารักของฉันก็มาถึงแล้ว!" เธอกล่าวด้วยรอยยิ้มกวน ๆ

จบบทที่ TGDS ตอนที่ 17 : ห้องสมุด

คัดลอกลิงก์แล้ว