เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TGDS ตอนที่ 16 : ผมเป็นอะไรของคุณ!?

TGDS ตอนที่ 16 : ผมเป็นอะไรของคุณ!?

TGDS ตอนที่ 16 : ผมเป็นอะไรของคุณ!?


โมบี้ยืนนิ่ง เขาพูดอะไรไม่ออกและพยายามอย่างเต็มที่ปกปิดความตกใจของเขา

โมบี้มองไปยังนาฬิกาข้อมือของเธออย่างรวดเร็ว เพื่อตรวจสอบระดับพลังของเธอ เพื่อดูว่าเขานั้นกำลังเจอกับใครอยู่

<3420>

เขาสบถอยู่ในใจ เธอมีพลังมากเกินไปสำหรับเขาที่จะจัดการด้วยระดับพลังในปัจจุบันของเขา

โอกาสเดียวของเขาที่เขาอาจจะจัดการเธอได้ คือเมื่อตอนที่เธอนั้นไม่ทันระวังตัวเหมือนที่เขาเคยทำกับเอริค

สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ของโมบี้คือการพยายามตามน้ำไปกับเธอจนกว่าเขาจะสบโอกาสที่จะพาเธอออกไปจัดการ ดังนั้นเขาต้องพยายามสุภาพให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

"อืมม ขอโทษนะครับ ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าคุณต้องการสื่ออะไร” โมบี้พูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้สุภาพที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

เธอเริ่มที่จะหัวเราะคิกคักออกมา ซึ่งนั่นทำให้โมบี้รู้สึกกังวลมากขึ้น

“ฉันหมายความว่า นายเป็นคนที่มีเสน่ห์จริง ๆ และฉันต้องการให้นายมาเป็น ‘คนรับใช้’ ส่วนตัวของฉัน” เธอมองเขาพลางขยิบตาให้

เด็กผู้ชายทุกคนที่ก่อนหน้านี้เคยมองเขาด้วยสายตาอิจฉา ตอนนี้สายตาที่มองมาของเขานั้นเหมือนพวกเขาพร้อมที่จะพุ่งเข้ามาสังหารเขา

โมบี้กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอและตอบกลับไปด้วยคำตอบเดียวที่จะสามารถตอบได้

“เป็นเกียรติมากครับ ที่ได้เป็นคนรับใช้ของหญิงสาวที่สวยงามเช่นคุณ” โมบี้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่านยาก ในขณะที่พยายามซ่อนสายตารังเกียจไว้ใต้สีหน้าปกติของเขา

เขาต้องยอมทำตามความต้องการของเธอแม้ว่าเขาจะไม่ต้องการก็ตาม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าเขาปฏิเสธเขาจะต้องตายแน่ ตอนนี้ไม่มีอะไรที่สามารถจะทำได้นอกจากทนไปก่อน

ใบหน้าของหญิงสาวกลายเป็นสีแดงระเรื่อทั้งใบหน้า

"โอ้! ว้าว! นายนี่พูดจาดีเหมือนกันนะเนี่ย" เธอพูดขณะหัวเราะคิกคัก

"เธอชื่ออะไรนะสุดหล่อ ฉันชื่อเจย์เดน กริฟฟิธ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล

“ผมชื่อโมบี้ เคนครับ” เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

หลังจากสังเกตเห็นสายตาที่น่ารำคาญของผู้ชายที่อยู่รอบ ๆ พวกเขา สีหน้าของเจย์เดนก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที มันเหมือนกับความแตกต่างระหว่างสรวงสวรรค์และขุมนรก

"ไอ้พวกขี้แพ้ฟังนะ! ถ้าใครในพวกแกกล้าเอามือมาแตะต้องสัตว์เลี้ยงของฉัน ฉันจะทำให้เหมือนพวกมันไม่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้เลย ส่งต่อข้อความนี้ให้ทุกคนที่แกพวกแกรู้จักด้วย! จะไม่มีใครสามารถมาแตะของของฉันโดยที่ฉันไม่ยินยอมได้ทั้งนั้น จำไว้!" เธอกรีดร้องด้วยน้ำเสียงที่โกรธเกรี้ยวเหมือนเด็กที่กำลังโมโห

โมบี้นั้นประจบประแจงเธอราวกับเขายอมรับที่จะเป็น "สัตว์เลี้ยง" และเป็น "สิ่งของของเธอ" แต่เขานั้นต้องอดทนเก็บความรู้สึกของเขาในตอนนี้เอาไว้ก่อน เขารู้ดีว่าเหตุผลเดียวที่เธอทำเช่นนี้เป็นเพราะระดับพลังที่ต่ำของ โมบี้บวกกับรูปลักษณ์ที่ดูดีของเขา สิ่งนี้ทำให้เธอคิดว่าเธอสามารถทำให้ "เชื่องและเชื่อฟัง" ได้เพราะเขาไม่แข็งแกร่งพอที่จะปฏิเสธ

อย่างไรก็ตามการเป็นคนรับใช้ของเธอก็ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง อย่างแรกคือไม่มีใครกล้ารังแกเขา เนื่องจากอิทธิพลของเธอ เขาสันนิษฐานว่าครอบครัวกริฟฟิธ คงจะเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยและมีความสำคัญอย่างมาก เพราะทันทีที่เจย์เดนพูดจบ จิตสังหารจากเด็กชายคนอื่น ๆ ก็จางหายไปในทันที ประโยชน์อย่างที่สองก็คือ เขาสามารถใช้เงินของเธอเพื่อทำตามเป้าหมายของเขาเอง หากเธออาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่ร่ำรวย เขาอาจจะแอบขโมยสิ่งของบางอย่างแล้วใส่ในคลังของเขาโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

หลังจากพิจารณาผลประโยชน์ทั้งหมดของการเป็นคนรับใช้ของเธอแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่านี่เป็นสถานการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างได้ผลประโยชน์ ตราบใดที่เธอไม่บังคับให้เขามีเซ็กส์กับเธอ เขาจะอดทนและรอเวลา

หลังจากที่เธอพูดเรื่องบ้า ๆ ของเธอเสร็จ เธอก็กลับกลายมาเป็นคนอ่อนหวานเหมือนก่อนหน้านี้ทันที และหันกลับมามองโมบี้ด้วยท่าทางที่คลั่งไคล้มากยิ่งขึ้น

“เจอฉันที่ประตูหน้า หลังเลิกเรียนฉันมีเรื่องที่อยากจะทำกับนาย” เธอพูดด้วยรอยยิ้มแบบซาดิสต์แล้วหัวเราะคิกคักออกมา

จากนั้นเธอก็เดินจากไปอย่างสง่างามเหมือนเมื่อตอนที่เธอมาหาเขา

'ถ้าเธอกล้าทำอะไรแปลก ๆ กับฉัน ฉันจะทำให้เธอเสียใจที่เธอได้เกิดมาบนโลกนี้เลย' โมบี้คิดในใจ

หลังจากความเครียดจากการเผชิญหน้าของเขาจางหายไป โมบี้ก็ตรวจสอบเวลาบนนาฬิกาเพื่อดูว่าใกล้จะถึงเวลาเข้าเรียนมากแค่ไหนแล้ว

<7:50>

เขายังมีเวลาอีก 10 นาทีในการไปห้องเรียน ซึ่งหมายความว่าไม่จำเป็นต้องรีบร้อนมากมายนัก เมื่อโมบี้เดินผ่านฝูงชนที่อยู่รอบ ๆ ตัวเขา แต่ละคนก็แหวกทางให้เขาเดินผ่านไปโดยไม่มีข้อยกเว้น นี่มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลยในชีวิต

เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาดัง ๆ กับอำนาจใหม่ของเขา นั่นทำให้เด็กผู้ชายบางคนในฝูงชนหน้าแดงด้วยความโกรธ

โมบี้เดินไปตามโถงทางเดินอย่างภาคภูมิใจโดยไม่สนใจใครในโลก แม้ว่าหลายคนจะมองเขาด้วยสายตาอาฆาตแค้น แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขา

'ดูเหมือนว่าข้อความนั่นจะแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วแล้ว ครอบครัวของยายเจย์เดนคนนี้ต้องมีความสำคัญมากแน่ ๆ' เขาคิดพลางหัวเราะเบา ๆ

ระหว่างทางไปห้องเรียนเขาสังเกตเห็นว่าพวกคนที่มีระดับพลังต่ำจำนวนมากนั้นต่างก็ถูกรังแกโดยคนที่มีระดับที่สูงกว่า ในขณะที่ครูนั้นต่างยืนมองอยู่เฉย ๆ

โมบี้ไม่สนใจเรื่องการรักษาความยุติธรรมและช่วยเหลือผู้อ่อนแอ เพราะในความคิดของเขานั่นเป็นเพียงธุระของคนโง่เง่าเท่านั้น

ในหัวของเขาตราบใดที่พวกนั้นไม่เข้ามาวุ่นวายกับชีวิตเขา เขาก็จะไม่ยุ่งกับคนพวกนั้น โลกเป็นสถานที่ที่โหดร้ายซึ่งบุคคลเดียวที่คุณสามารถไว้วางใจได้คือตัวของคุณเอง เขาเรียนรู้ที่จะไม่เสียเวลาชีวิตไปเพื่อช่วยเหลือผู้คน เหมือนกับที่คนอื่น ๆ ก็ไม่เคยเสียสละเวลาชีวิตมาเพื่อช่วยเหลือเขา นั่นคือสิ่งที่เขาเรียนรู้มาอย่างยากลำบากและเจ็บปวด

โมบี้ไปถึงห้องเรียนในเวลา 07:58 น. ก่อนเวลาเริ่มเรียน 2 นาที เมื่อเห็นที่นั่งว่างข้าง ๆ ตัว เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบา ๆ

เขารีบนั่งและรอให้ชั้นเรียนเริ่ม

ด้วยความสามารถในการได้ยินที่ดีขึ้น เขาสามารถได้ยินเสียงบทสนทนาของนักเรียนคนอื่น ๆ ได้แม้ว่าพวกเขาจะกระซิบกันก็ตาม

ครึ่งหนึ่งกำลังพูดถึงเหตุการณ์เมื่อเช้านี้ของเขาและเจย์เดน และอีกครึ่งหนึ่งกำลังพูดถึงเรื่องการตายของเอริค

ทันใดนั้นอาจารย์ลีโอก็เข้ามาในห้อง เขาใช้มือของเขากระแทกกับโต๊ะเสียงดัง นั่นจึงทำให้ทั้งห้องเรียนเงียบสนิท

"สวัสดีตอนเช้าทุกคน ฉันมีข่าวร้ายจะแจ้งให้พวกเธอทราบ เมื่อวานตอนกลางคืนเพื่อนร่วมชั้นเรียนของพวกเธอถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม ขณะนี้ทางโรงเรียนกำลังดำเนินการสืบสวนในเรื่องนี้อยู่ เรายังไม่มีผู้ต้องสงสัยหรือพยาน ถ้าพวกเธอเห็นอะไรบางอย่างฉันขอแนะนำให้พวกเธอไปที่ห้องทำงานของนายพลอย่างเร่งด่วน” ลีโอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ทั้งชั้นเรียนเงียบ ไม่มีใครกล้าแม้แต่ขยับนิ้ว

“เอาล่ะ ตอนนี้เรื่องที่เป็นทางการก็หมดแล้ว ฉันจะเริ่มบทเรียนของวันนี้เลยแล้วกัน”

"วันนี้ฉันจะอธิบายให้พวกเธอเข้าใจถึงความสำคัญของอุปกรณ์เวทย์"

"อุปกรณ์เวทย์สร้างขึ้นจากชิ้นส่วนร่างกายของสัตว์วิเศษเช่นเกล็ดและฟันที่สามารถพบได้บนดาวเคราะห์ต่าง ๆ รวมถึงแร่และวัสดุที่หายากเช่นกัน พวกมันล้วนเป็นส่วนสำคัญของคลังสรรพาวุธของเหล่าทหาร เมื่อมนุษย์สามารถเดินทางข้ามกาแลคซีทางช้างเผือกได้ ในที่สุดเราก็ค้นพบว่าในกาแลคซีอื่น ๆ นั้นมีสิ่งมีชีวิตที่มีพลังแข็งแกร่งราวกับสัตว์อสูร ซึ่งพวกมันเป็นแหล่งวัตถุดิบสำหรับสร้างอาวุธและชุดเกราะ ปัจจุบันสิ่งมีชีวิตเหล่านี้รู้จักกันในชื่อว่าสัตว์เวทย์มนตร์"

อาจารย์ลีโอยังคงพูดเกี่ยวกับสัตว์เวทย์มนตร์ประเภทต่าง ๆ และการนำพวกมันมาใช้งานควบคู่ไปกับระดับความหายากทั้งหมดของพวกมันที่มีระดับตั้งแต่ F ไปจนถึง X

โมบี้ไม่ได้สนใจบทเรียนอย่างจริงจังนัก แต่เขาใช้เวลานี้เพื่อเพิ่มเลเวลทักษะของเขา ทักษะเดียวที่เขาสามารถเพิ่มเลเวลได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็นคือ " Eyes of Sin " ด้วยการเปิดใช้งานขณะหลับตาเขาสามารถฝึกมันได้สำเร็จในขณะที่ไม่มีใครสังเกตเห็นภายใต้การฟุบหลับในชั้นเรียน เขาใช้เวลาในชั้นเรียนนั้นเพิ่มเลเวลสลับกันระหว่างการใช้ "Nature's Stimulation" เพื่อเติมเต็มพลังปีศาจของเขาและ "Eyes of Sin" เพื่อฝึกฝนมัน

ต่อมาเมื่อเสียงสัญญาณเวลาพักทานอาหารกลางวันดังขึ้น โมบี้เลือกที่จะนั่งคนเดียวในพื้นที่ของพวกระดับพลังต่ำในโรงอาหาร ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขา เพราะสถานะของเขานั้นที่เป็นเหมือนสัตว์เลี้ยงของเจย์เดน ดังนั้นเขาจึงมีโต๊ะว่างทั้งหมดสำหรับตัวเอง

โมบี้แค่นั่งชิลล์และกินอาหารของเขาอย่างไม่สนใจโลก ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกได้ว่ามีคน 2 คนมานั่งลงข้าง ๆ เขา โมบี้เกือบจะกระโดดออกจากที่นั่งด้วยความประหลาดใจ เพราะเขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครมีความกล้าที่จะเข้าใกล้เขาหลังจากที่เจย์เดนขู่เอาไว้ทั้งหมด

จากนั้นเขาก็สังเกตว่า พวกเขานั้นคือเพื่อนร่วมห้องของเขาอเล็กซ์และเรย์

"เฮ้ โมบี้เป็นยังไงบ้าง" อเล็กซ์ถามด้วยรอยยิ้ม

โดยปกติแล้วเขาจะต้องคัดค้านที่พวกเขามานั่งลงข้าง ๆ เขา เพราะทั้ง 2 คนนั้นอยู่ในระดับพลังที่สูงและเขาอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งมันอาจจะก่อให้เกิดปัญหาและความสนใจโดยใช่เหตุ แต่ตอนนี้เขาไม่มีความกังวลเช่นนั้นเพราะเขามั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นกับเขา

โมบี้สังเกตเห็นสายตาโกรธแค้นจากคน 2-3 คนจ้องมองมาที่เขาและเพื่อนร่วมห้องของเขา แต่เขาก็ไม่สนใจพวกนั้น

ทั้ง 3 พูดคุยกันสัพเพเหระ เช่นพวกเขาชอบโรงเรียนมากแค่ไหน และสถานที่น่าสนใจในเมือง ส่วนใหญ่เป็นอเล็กซ์และเรย์คุยกัน ในขณะที่โมบี้พูดสองสามคำและแสร้งทำเป็นว่าเขาสนใจ

ทันใดนั้นบรรยากาศในวงสนทนาก็เปลี่ยนเป็นขุ่นมัวและจริงจัง

"โมบี้ ฉันได้ยินมาว่านายกลายเป็นสัตว์เลี้ยงของยายเจย์เดนนั้นเหรอ" อเล็กซ์พูดพร้อมกับถอนหายใจ

“ทำไมล่ะ ? นายรู้จักเธอเหรอ ?” โมบี้ตอบด้วยความประหลาดใจ

“แน่นอน ว่าฉันรู้จัก” อเล็กซ์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังผิดธรรมชาติ

จบบทที่ TGDS ตอนที่ 16 : ผมเป็นอะไรของคุณ!?

คัดลอกลิงก์แล้ว