เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1: โลกถึงจุดจบ?

ตอนที่ 1: โลกถึงจุดจบ?

ตอนที่ 1: โลกถึงจุดจบ?


ตอนที่ 1: โลกถึงจุดจบ?

เรากำลังมองดูโลกใบหนึ่งที่คล้ายกับโลกของเรามาก

ในปี ค.ศ. 21XX มวลมนุษยชาติได้ตระหนักว่าพวกตนคงถึงกาลอวสานแล้ว พวกเขาพลาดโอกาสแก้ไขและกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ ภัยธรรมชาติยิ่งนานวันก็ยิ่งถาโถมเข้าใส่เหล่ามนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ พายุโหมกระหน่ำ เมืองต่างๆ จมอยู่ใต้น้ำ และผู้คนก็เริ่มสิ้นหวัง โครงการต่างๆ ถูกเร่งรัด มีการค้นหาวิธีแก้ไขอย่างร้อนรน และมหันตภัยก็ได้เผยสิ่งที่สมควรอยู่แต่ในเงามืดให้ปรากฏสู่แสงสว่าง

แต่นี่ไม่ใช่ภาพยนตร์หรือนิยาย ไม่มีหนทางใดที่พวกเขาจะหยุดยั้งมันได้เลย ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงหมุนวนจนเกินควบคุม และทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงจุดแตกหัก

รรี้~ รรี้~ รรี้~

แปะ!

เซธงัวเงียยกศีรษะขึ้นหลังจากตบนาฬิกาปลุกจนกระเด็นไปอยู่อีกฟากของห้อง... แต่มันก็ยังคงส่งเสียงร้องไม่หยุด

“โธ่เว้ย...”

เขาหรี่ตามองนาฬิกาก่อนจะกลิ้งตัวลงจากเตียงแล้วคลานไปปิดมัน เมื่อคืนเซธโต้รุ่งเล่นเกมจนลืมปิดนาฬิกาปลุก

แสงสว่างจ้าลอดผ่านมู่ลี่ที่ปิดไม่สนิทส่องกระทบผิวขาวซีดของเขา

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่แสงในเมืองนี้มันสว่างขนาดนี้?

เซธอาศัยอยู่ในเมืองบี เมืองขนาดกลางแถบมุมตะวันออกเฉียงใต้ของทวีป ตามปกติในทุกๆ วัน แสงควรจะเป็นสีเทาอมเหลืองนวลตา อันต้องขอบคุณหมอกควันอันแสนสดชื่นจากอารยธรรม แล้วลำแสงอาทิตย์ที่สว่างจนน่ารังเกียจพวกนี้มันคืออะไรกัน?

เด็กหนุ่มใช้มือป้องดวงตาสีเทาอมฟ้าของตนพลางพยุงตัวลุกขึ้นแล้วเดินไปยังหน้าต่าง เขาปัดผมสีเข้มที่ปรกตาออก แล้วกะพริบตา จากนั้นก็กะพริบตาอีกครั้ง

“เอ่อ... แปลกแฮะ”

เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู ใช่แล้ว... เขาเพิ่งนอนไปไม่กี่ชั่วโมง... แล้วทำไมเมืองทั้งเมืองถึงได้รกทึบเหมือนป่าดงดิบไปได้วะ?!

ทัศนียภาพของเมืองที่เขาเห็นและคุ้นเคยมาเกือบทั้งชีวิตถูกย้อมไปด้วยสีเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา ถนนหนทางปกคลุมไปด้วยหญ้าสูงราวกับทุ่งหญ้าสะวันนา ต้นไม้ชอนไชทะลุข้อจำกัดของคอนกรีตและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ บ้านเรือนและตึกรามบ้านช่องถูกทะลวงจนเป็นรู บางแห่งถึงกับพังถล่มลงมาเพราะถูกต้นไม้เสียบทะลุ และพื้นผิวแนวตั้งเกือบทุกแห่งก็ดูเหมือนจะถูกปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์

โทรศัพท์ของเขาไม่มีสัญญาณและอินเทอร์เน็ตก็ถูกตัดขาด เซธเม้มปาก ต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ

แหงล่ะ คนไม่ตาบอดก็มองเห็นกันทั้งนั้น ในขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของเขา พร้อมกับภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่ฉายขึ้นตรงหน้าราวกับตัวอย่างภาพยนตร์

<ติ๊ง! ยินดีต้อนรับสู่ยุค (หลัง) โลกาพิบัติ ท่านผู้เล่น! โลกที่ท่านเคยรู้จักได้ถึงจุดจบแล้ว

โศกนาฏกรรมและมหันตภัยได้จู่โจมดาวเอิร์ธและเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของดวงดาวไปตลอดกาล!

บัดนี้ท่านต้องรับผิดชอบต่อการเอาชีวิตรอดของตนเอง ท่านคือผู้กุมชะตาของท่าน!

ไม่ว่าจะตายในโลกที่ไม่คุ้นเคยใบนี้ หรือจะกลายเป็นนายแห่งโชคชะตาของตน... ทั้งหมดขึ้นอยู่กับ 'ท่าน' แต่เพียงผู้เดียว!>

อันที่จริง เขารู้จักหลายๆ ภาพที่ปรากฏขึ้นมาจากข่าว ภัยธรรมชาติที่ถล่มทวีปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ก็มีบางภาพที่เขาไม่รู้จัก ภาพของห้องปฏิบัติการที่ถูกทำลาย แถบรหัสประหลาดๆ ที่ทำให้เขานึกถึงภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ชื่อดัง หลุมมืดลุกเป็นไฟที่เปิดออกกลางอากาศ และภาพแวบๆ ของถ้ำกับความมืดมิดที่แผ่ขยายไม่สิ้นสุด

<ท่านต้องการจะเริ่มบทช่วยสอนหรือไม่!? ใช่/ไม่ใช่>

ประโยคนี้ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าเขาอย่างมีชีวิตชีวาเหมือนตัวอักษรแอนิเมชันยุคแรกๆ ตัวอักษรพวกนั้นมีสีทองหนาเตอะและหมุนวนเรียงกันไปเรื่อยๆ เซธนึกไปถึงเกมแนวย้อนยุคที่มีแสงสีฉูดฉาด พวกมันยังคงหมุนวนอยู่กลางสายตาของเขาไม่ว่าเขาจะมองไปทางไหนก็ตาม

“อืม... ก็เอาสิ” เขากับพูดกับตัวเองแล้วกด ‘ใช่’ เซธไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่บทช่วยสอนก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการค้นหาความจริง

<เป็นการตัดสินใจที่ดี! มีผู้เล่นเพียง 12% เท่านั้นที่เลือกเช่นเดียวกับท่าน!>

พลันสายตาของเขาก็พร่ามัว และสภาพแวดล้อมโดยรอบก็แปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าอันมืดมิด

ราวกับคัดลอกมาจากบทช่วยสอนของเกม ระบบเริ่มอธิบายวิธีใช้สิ่งต่างๆ เช่น หน้าต่างภารกิจ, หน้าต่างสถานะ, หน้าต่างทักษะ และหน้าต่างช่องเก็บของ ซึ่งสามารถเปิดได้โดยการคิดในใจหรือเอ่ยชื่อของมันออกมา นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่า ทักษะส่วนใหญ่ที่เขาจะได้รับนั้นสามารถเข้าใจได้ในตัวเองเมื่อตั้งสมาธิไปที่มัน

สถานะของเขาปรากฏขึ้นมาดังนี้:

ชื่อ: เซธ สมิธ

ระดับ: 1

ค่าประสบการณ์: 0%

เผ่าพันธุ์: โอริ ฮูม่า

เพศ: ชาย

อายุ: 23

อาชีพ: ไม่มี

สังกัด: ไม่มี

พลังชีวิต: 1000

มานา: 100

พละกำลัง: 9

ความคล่องแคล่ว: 12

ความว่องไว: 12

สติปัญญา: 10

พลังใจ: 10

ความอดทน: 11

บุคลิก: 7

โชค: 14

แต้มคุณสมบัติคงเหลือ: 10

เขายังไม่มีทักษะหรือภารกิจใดๆ ดังนั้นหน้าต่างทักษะจึงว่างเปล่า เช่นเดียวกัน หน้าต่างช่องเก็บของก็แสดงเพียงสิ่งที่เขาสวมใส่อยู่ในปัจจุบันกับช่องสี่เหลี่ยมขนาด 3x3 รวมเป็น 9 ช่องสำหรับเก็บสิ่งของ

ดังที่เซธคาดไว้ เขาสามารถสะสมค่าประสบการณ์เพื่อเพิ่มระดับได้ การเพิ่มระดับแต่ละครั้งจะมอบแต้มคุณสมบัติคงเหลือให้ 5-10 แต้ม

และเกี่ยวกับการรวบรวมค่าประสบการณ์นั้น:

<มีหนทางมากมายในการรวบรวมค่าประสบการณ์บนเส้นทางของท่าน! ไม่ว่าจะเป็นภารกิจหรือความสำเร็จ และแน่นอน... ด้วยการสังหาร> ระบบกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นลางร้าย พร้อมกับดาบเล่มหนึ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

มันเป็นดาบอาร์มมิ่งซอร์ดธรรมดาๆ ที่มีสนิมเกาะและใบดาบที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน

<จงจับอาวุธนี้และก้าวแรกของท่านไปในโลกใหม่ใบนี้

จงกุมชีวิตของท่านไว้ในมือ... หรือไม่ก็ตายเสีย>

สิ้นคำนั้น สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ตัวเล็กน่าเกลียดตนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในความว่างเปล่าตรงหน้าเขา

“นั่นมันก็อบลินนี่? จริงดิ? โคตรซ้ำซาก...”

เซธคว้าดาบเล่มนั้นและสังเกตด้วยความประหลาดใจว่า แม้มันจะดูเก่าและธรรมดา แต่ดาบกลับมีความสมดุลอย่างน่าทึ่งและให้ความรู้สึกดีเมื่ออยู่ในมือ

ทันทีที่ดาบเข้าที่ในมือของเขา สิ่งมีชีวิตสีเขียวตนนั้นก็พุ่งเข้าใส่พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่น่าขนลุก เสียงนั้นดังก้องอยู่ในหัวที่ยังอ่อนล้าของเขาและสร้างความรำคาญเป็นอย่างยิ่ง

ร่างกายของเขาเคลื่อนไหว ใช้ดาบราวกับไม้กระบอง พยายามหันด้านคมเข้าหาเจ้าสิ่งมีชีวิตนั่นแล้วฟันลงไปที่หัวไหล่ของมัน คมดาบฉีกผ่านซี่โครงของมันไปกว่าครึ่งตัว เกือบจะผ่าร่างนั้นออกเป็นสองซีก

<ติ๊ง! ท่านได้เรียนรู้ทักษะ: เพลงดาบพื้นฐาน (เริ่มต้น) ระดับ 1>

<ติ๊ง! ได้รับฉายา: "เร็วกว่าความคิด" -> "ร่างกายของท่านเคลื่อนไหวก่อนที่สมองจะทันได้ตอบสนอง">

<ติ๊ง! ได้รับทักษะติดตัว: ปฏิกิริยาเยือกเย็น ระดับ 1 จากผลของฉายา "เร็วกว่าความคิด">

เซธรู้สึกถึงทุกสัมผัสที่ส่งผ่านขึ้นมาจากด้ามดาบ การตัดผ่านร่างเล็กเกร็งและเนื้อเหนียวๆ ของมัน คมดาบที่บดขยี้และแยกกระดูกของมันออกจากกันภายใต้มือของเขา

ทั้งหมดนี่คือของจริง! เขามองดูอย่างตกตะลึงขณะที่เลือดสีคล้ำกลิ่นเหม็นของมันสาดกระเซ็นไปทุกหนทุกแห่ง และเจ้าก็อบลินก็ล้มฟุบลงแทบเท้าของเขา จนถึงเมื่อครู่นี้ เขายังเชื่อไปกว่าครึ่งว่ามันเป็นแค่ความฝันที่ประหลาดแต่ก็เจ๋งดี

เขาเกาเคราที่ขึ้นหร็อมแหร็มของตน พยายามคิดว่าจะทำอะไรต่อไป... แต่ความคิดของเขาก็ถูกขัดจังหวะโดยระบบ

<ติ๊ง! ท่านได้สังหาร -ก็อบลิน ระดับ 1- ท่านได้รับค่าประสบการณ์>

<ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับการสังหารครั้งแรก! ท่านได้ฟาดฟันสิ่งมีชีวิตน่าเกลียดนั่นลงอย่างเลือดเย็นในดาบเดียว! มีผู้เล่นเพียง 0.5% เท่านั้นที่เลือกเช่นนี้! รางวัลพิเศษ: วงล้อระดับเงิน>

จบบทที่ ตอนที่ 1: โลกถึงจุดจบ?

คัดลอกลิงก์แล้ว