- หน้าแรก
- พรสวรรค์ทั่วหล้า ข้าขอก็แล้วกัน!
- บทที่ 25: ศัตรูที่แข็งแกร่ง
บทที่ 25: ศัตรูที่แข็งแกร่ง
บทที่ 25: ศัตรูที่แข็งแกร่ง
บทที่ 25: ศัตรูที่แข็งแกร่ง
ในความคิดของเสิ่นฮุ่ย ตอนที่ต่อสู้ระยะประชิดแล้วเธอหมุนตัวอย่างกะทันหันนั้นเป็นการเผยช่องโหว่ที่เห็นได้ชัด คู่ต่อสู้จะต้องบุกเข้าโจมตีก่อนอย่างแน่นอน แต่ภายใต้การชี้นำของพลังที่แข็งแกร่งดุดันของกระบวนท่าอักษรเดียวทะลวงผ่าน ศอกนี้จะยิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ หากคู่ต่อสู้บุกเข้ามาโจมตีก่อนจะต้องโดนศอกเข้าไปเต็มๆ โชคดีอาจจะจบการแข่งขันได้โดยตรง
แต่เธอไม่คิดว่าอวี๋เฟยจะลอกเลียนแบบท่าทางของเธอ เขาคำนวณตำแหน่งของเด็กสาวหลังจากที่เธอฟันศอกเสร็จแล้ว ก้าวไปด้านข้างแล้วหมุนตัวอย่างแรงยกศอกขึ้นโจมตีไปยังตำแหน่งศีรษะของอีกฝ่ายที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า
กระบวนท่าอักษรเดียวทะลวงผ่านของอวี๋เฟยสำเร็จขั้นสูงแล้ว ดังนั้นความเร็วจึงเร็วกว่า เพียงแต่เขาเริ่มต้นช้าไปเล็กน้อย บวกกับระยะทางที่ยาวกว่าเล็กน้อย ดังนั้นจึงช้ากว่าเสิ่นฮุ่ยเพียงชั่วพริบตา แต่จังหวะกลับพอดีอย่างน่าประหลาด
เสิ่นฮุ่ยหมุนตัวฟันศอกออกไป แต่กลับไม่มีความรู้สึกของการปะทะกลับมา
"คนล่ะ? คู่ต่อสู้ถอยไปแล้วเหรอ?"
เธอเพิ่งจะคิด ยังไม่ทันจะได้ตอบสนอง ลมร้ายก็พัดผ่านข้างหู
"ตุ้บ~"
เสิ่นฮุ่ยหน้ามืดไปชั่วขณะ โซซัดโซเซไปหลายก้าวก่อนจะล้มลงกับพื้น สลบไป!
เธอแพ้แล้ว!
อวี๋เฟยสะบัดแขน ลูบข้อศอกของตัวเอง แล้วพึมพำกับตัวเองว่า
"หัวแข็งจริงๆ!"
เหยียนไห่ที่อยู่ข้างล่างอ้าปากค้าง เขารู้สึกว่าเด็กสมัยนี้ช่างกล้าหาญจริงๆ เล่นกันได้แพรวพราวมาก!
อาจารย์สอนวิถีนักสู้ของเสิ่นฮุ่ยที่อยู่ข้างล่างหน้าซีดเป็นสีเทา เขาโดนโชว์เหนือใส่ และก็โดนความโง่เขลาเล่นงาน หากนักเรียนของเขาสู้แบบมั่นคง เขาคิดว่าน่าจะชนะได้อย่างแน่นอน
"เฮ้อ! ไม่สุขุมพอจริงๆ!"
เสียงของกรรมการดังขึ้น
"ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 147 ชนะในรอบที่สอง!"
อวี๋เฟยกลับไปที่ห้องพักนักกีฬาอย่างมีความสุข คิดอยู่ครู่หนึ่งก็เลือกดื่มน้ำยาเพิ่มพลังงานรสมะม่วง ไม่กล้าดื่มมาก ไม่อย่างนั้นจะทนไม่ไหว!
เมื่อออกมาอีกครั้ง เหยียนไห่ก็มองเขาด้วยสายตาที่แปลกประหลาด
เจ้าหมอนี่โชคดีจริงๆ!
สองรอบติดต่อกัน คู่ต่อสู้ของอวี๋เฟยไม่แข็งแกร่ง และสมองก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่
ในสายตาของเหยียนไห่ ในเมื่อมีความได้เปรียบด้านพลังที่แท้จริง ก็ควรจะสู้แบบมั่นคง อย่าทำผิดพลาด ป้องกันไม่ให้คู่ต่อสู้พลิกเกมกลับมาชนะได้
การอยากจะโชว์สเต็ปนั้นง่ายที่จะพลาดท่ามาก อีกฝ่ายก็ไม่ใช่คนโง่ คุณให้โอกาสเขาแล้วเขาจะปล่อยไปได้อย่างไร?
ตอนเย็นเหยียนไห่และอาจารย์อีกสองท่าน พานักเรียนหกคนไปทานข้าวด้วยกัน จากนั้นก็กลับไปที่โรงแรมรวมตัวกันเพื่อสรุปผลการแข่งขันของวันนี้
ปัจจุบันในบรรดาหกคน อวี๋เฟยและเจี่ยงต้าหลงชนะสองรอบรวด วังเจียเล่อแพ้รวด ที่เหลือสามคนชนะหนึ่งแพ้หนึ่ง
เหยียนไห่พูดถึงปัญหาของวังเจียเล่อก่อน
เขาเคาะโต๊ะ
"เธอเป็นนักสู้ ต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้ด้วยความมุ่งมั่นที่จะชนะ ยิ่งกลัวแพ้ก็ยิ่งง่ายที่จะแพ้!
ปัญหาใหญ่ที่สุดของเธอคือจิตใจแห่งวิถีนักสู้ของเธอไม่เพียงพอ หากเธอไม่สามารถเอาชนะจุดนี้ได้ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยวิถีนักสู้ เดี๋ยวันไหนจะตายโหงเอา!"
เหยียนไห่ไม่ไว้หน้าเลยแม้แต่น้อย
วังเจียเล่อไม่ได้มองโลกในแง่ดีเหมือนเมื่อก่อน เขาลุกขึ้นยืนแล้วโค้งคำนับเหยียนไห่
"ขอบคุณครับอาจารย์เหยียน ผมเข้าใจแล้ว"
แพ้ติดต่อกันสองครั้ง วังเจียเล่อกลับปล่อยวางได้
จากนั้นก็เป็นคราวของอวี๋เฟย เหยียนไห่มองดูอวี๋เฟยที่ทำหน้าว่า "ผมเป็นนักเรียนดีเด่นรีบมาชมผมเร็ว" ก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที
ผลงานการต่อสู้ทั้งสองรอบของอวี๋เฟยเรียกได้ว่าน่าทึ่ง การจับจังหวะทำได้อย่างพอดิบพอดี ถือเป็นแบบอย่างของการใช้ความอ่อนแอเอาชนะความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง!
หากสลับตำแหน่งกัน เหยียนไห่รู้สึกว่าตัวเองทำไม่ได้
แต่การจะให้เขาชมอวี๋เฟยสักสองสามคำ ทำไมมันถึงได้รู้สึกขัดๆ แบบนี้?
คิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เน้นไปที่เรื่องที่อวี๋เฟยดื่มน้ำยาเพิ่มพลังงานไปสามขวดตอนเที่ยงวันนี้ ย้ำแล้วย้ำอีกว่าต้องทำตามคำสั่ง ห้ามทำอะไรตามใจชอบเด็ดขาด
แล้วก็จบลง
อาจารย์อีกสองท่านรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย พวกเขาชื่นชมอวี๋เฟยมาก ฝึกยุทธ์มาครึ่งปีต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มนักเรียน ม.6 ที่มีขอบเขตวิถีนักสู้แข็งแกร่งกว่าตัวเอง สามารถชนะได้ถึงสองรอบ ถือว่าไม่ง่ายเลย!
แต่เมื่อเห็นท่าทีของเหยียนไห่ก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก เหยียนไห่ในกลุ่มอาจารย์สอนวิถีนักสู้ของโรงเรียนมัธยมอันดับสองนั้นค่อนข้างจะพิเศษ
การต่อสู้ทั้งสองรอบของเจี่ยงต้าหลงล้วนชนะมาด้วยท่าทีที่บดขยี้ ได้รับคำชมอย่างเป็นเอกฉันท์จากอาจารย์ทั้งสองท่าน ยิ่งไปกว่านั้นยังกำชับให้เขาต่อไปต้องให้ความสำคัญกับการรักษาพละกำลังในการต่อสู้ อย่าแลกบาดแผลอย่างบุ่มบ่าม
แม้ว่าหลังจบการแข่งขันแต่ละรอบ ทีมแพทย์จะให้ยาพิเศษรักษาอาการบาดเจ็บของนักกีฬา แต่หากบาดเจ็บสาหัส ก็ไม่สามารถฟื้นฟูได้เร็วขนาดนั้น
บางคนในตอนนี้ก็ถอนตัวจากการแข่งขันไปแล้ว
พี่ชายผู้ดุดันอาศัยความได้เปรียบทางร่างกายของตัวเอง ตอนต่อสู้มักจะเลือกที่จะละทิ้งการป้องกันของตัวเอง คุณตีของคุณ ผมตีของผม เน้นสู้แบบแลกเลือด ดุเดือดเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับนักเรียนในระดับชั้นมัธยมปลายที่ขาดประสบการณ์การต่อสู้จริง จริงๆ แล้วค่อนข้างจะเสียเปรียบกับสไตล์การต่อสู้แบบนี้
พักผ่อนหนึ่งคืน การแข่งขันก็ดำเนินต่อไป
คู่ต่อสู้ในวันนี้ค่อนข้างจะพิเศษ อวี๋เฟยมองดูอัญมณีสีม่วงบนหัวของเด็กหนุ่มฝั่งตรงข้ามแล้วรู้สึกคันไม้คันมืออย่างทนไม่ไหว
ในมุมมองของลูกแก้วผกผันชะตา อีกฝ่ายภายใต้แสงสีม่วงดูสูงส่งและสง่างาม
อวี๋เฟยยกมือขึ้นทำเครื่องหมาย
เขาไม่รู้ว่าพรสวรรค์ของคู่ต่อสู้เป็นประเภทไหน แต่พรสวรรค์สีม่วงเป็นพรสวรรค์ที่มีคุณภาพสูงสุดที่เขาเคยเจอมา
อวี๋เฟยไม่แน่ใจว่าจะชนะได้หรือไม่ แต่เขาอยากจะลองสู้ดูสักตั้ง
จั่วชิวมิ๋งมองดูคู่ต่อสู้ของเขา มุมปากของอีกฝ่ายมีรอยยิ้ม ท่าทางดูสบายๆ แต่เขากลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของอันตราย
จั่วชิวมิ๋งคิดว่าตัวเองแตกต่างจากคนทั่วไป ตั้งแต่เด็กเขามีความสามารถในการรับรู้อันตรายที่น่าทึ่ง เขากระทั่งสามารถรับรู้ถึงเจตนาดีหรือเจตนาร้ายของคนอื่นได้ หลังจากเรียนวิถีนักสู้แล้ว ความสามารถนี้ก็ยิ่งเฉียบคมขึ้น
ทั้งสองคนสบตากันอยู่นาน ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ผลีผลาม
อวี๋เฟยไม่แน่ใจในความสามารถทางพรสวรรค์ของอีกฝ่าย ส่วนจั่วชิวมิ๋งกำลังประเมินที่มาของอันตราย
เขาไม่เข้าใจเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าวิถีนักสู้ของอวี๋เฟยเพิ่งจะผ่านไปเพียงด่านเดียว
จนถึงตอนนี้ทุกคนนอกจากการแข่งขันแล้วก็ให้ความสนใจกับพลังและสไตล์ของผู้เข้าแข่งขันที่ชนะรวด ในสถานการณ์เช่นนี้ อวี๋เฟยที่วิถีนักสู้เพียงด่านเดียวแต่ชนะรวดสองรอบจึงดูโดดเด่นเป็นพิเศษ
ทุกคนต่างก็คิดว่าทำไมกัน หรือว่าคู่ต่อสู้ของเขาอ่อนเกินไป?
ตอนนี้จั่วชิวมิ๋งไม่คิดเช่นนั้นแล้ว นักสู้ระดับหนึ่งด่านปกติเขาจะไม่รู้สึกถึงอันตราย อวี๋เฟยต้องมีไม้ตายอย่างแน่นอน
คิดมากไปก็ไร้ประโยชน์ วิถีนักสู้ยังคงต้องลองปะทะกันดู
ในชั่วพริบตา ทั้งสองคนก็เข้าต่อสู้กันในระยะประชิด แต่สถานการณ์กลับดูแปลกประหลาด
หมัดมาขาไปหนึ่งนาที ทั้งสองคนยังไม่สามารถโจมตีที่ได้ผลเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ไม่ว่าจะหลบหลีก หรือป้องกัน คุณมาฉันไป!
หมัดซ้ายของอวี๋เฟยเพิ่งจะกำ ยังไม่ทันได้โจมตี จั่วชิวมิ๋งก็ยกศอกขึ้นมาบังไว้กลางทางแล้ว อวี๋เฟยรีบเปลี่ยนกระบวนท่าทันที จั่วชิวมิ๋งก็เปลี่ยนตาม
หมัดและเท้าของทั้งสองคนบิดไปในอากาศในเส้นทางที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง แล้วก็ปะทะกัน!
สถานการณ์เดียวกัน เมื่อจั่วชิวมิ๋งโจมตี เขาก็เผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นเดียวกัน
พวกเขาราวกับมีโทรจิตถึงกัน
ครู่ต่อมาทั้งสองคนก็ถอยหลังโดยมิได้นัดหมาย พวกเขาต้องพักสักครู่เพื่อสงบพลังปราณโลหิตที่พลุ่งพล่าน
หากดูจากผลลัพธ์แล้ว อวี๋เฟยรู้สึกว่าเขาเจอกับตัวเองอีกคนหนึ่ง
เพียงแต่ที่แตกต่างคือ บ่อยครั้งที่หมัดของเขายังไม่ทันได้ชกออกไป อีกฝ่ายก็ป้องกันหรือหลบหลีกเสร็จแล้ว การเปลี่ยนแปลงกระบวนท่ายังไม่เสร็จสิ้น อีกฝ่ายราวกับรู้จุดประสงค์ของเขาแล้ว
การป้องกันของอีกฝ่ายล่วงหน้าเกินไป
ราวกับว่าอีกฝ่ายติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ในสมองของเขา สิ่งที่คิดสิ่งที่จินตนาการล้วนถูกอีกฝ่ายรู้หมด
"อืม~? หรือว่าเจ้าหมอนี่จะอ่านใจได้?"
อวี๋เฟยขมวดคิ้วครุ่นคิด
จากนั้นก็แอบคิดเรื่องตลกสุดฮาขึ้นมาเรื่องหนึ่ง แล้วก็ดูปฏิกิริยาของอีกฝ่าย
ไม่มีปฏิกิริยา!
"หรือว่ามันไม่ตลก?"
อวี๋เฟยคาดเดาในใจ
เขาลองด่าอีกฝ่ายในใจอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง
ก็ยังไม่มีปฏิกิริยา?
ฮาคิสังเกต?
โลกนี้ก็ไม่มีโจรสลัดนี่นา!
เขาไม่ค่อยแน่ใจ อวี๋เฟยประเมินเบื้องต้นว่าพรสวรรค์ของอีกฝ่ายน่าจะเกี่ยวข้องกับการหยั่งรู้ล่วงหน้า
เขาตัดสินใจที่จะใช้พลังทั้งหมดที่มีสู้ดูสักตั้ง พลังปราณโลหิตของเขาอ่อนแอกว่าอีกฝ่าย สู้ยืดเยื้อไม่ได้!
ในการหยั่งเชิงเมื่อสักครู่ เขาใช้เพียงหนึ่งกระบวนท่าหกพลิกแพลง ยังคงเก็บพลังไว้บางส่วน
เหยียนไห่ที่อยู่ข้างล่างแอบสะใจ!
เจ้าหนูน้อยอาศัยพรสวรรค์ด้านวิถีนักสู้ที่ดีก็เลยหยิ่งยโสจนไม่มีขอบเขต นี่ไงล่ะเจอคู่ต่อสู้เข้าแล้ว
เหนือฟ้ายังมีฟ้า! นอกภูเขายังมีภูเขา! นอกสวรรค์ยังมีสวรรค์!
ส่วนจั่วชิวมิ๋งนั้นมีประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป
ในการต่อสู้ ทุกการโจมตีที่อีกฝ่ายสามารถสร้างความเสียหายให้เขาได้ ในจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังจะออกกระบวนท่า เขามักจะสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าและหลบหลีกได้ก่อน
แต่เจ้าหมอนี่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีเร็วเกินไป เขาแทบจะรับมือไม่ทัน
การโจมตีของจั่วชิวมิ๋งเองก็ถูกอีกฝ่ายป้องกันทั้งหมด แม้ท่าทางจะดูแข็งๆ ไปบ้าง แต่ก็ได้ผลดี
นับตั้งแต่เริ่มสู้มา จั่วชิวมิ๋งพบว่าอีกฝ่ายไม่เคยทำผิดพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว เรื่องนี้น่ากลัวมาก
ในการต่อสู้ไม่มีใครสามารถตอบโต้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มากก็น้อยย่อมต้องมีข้อผิดพลาด
แต่อวี๋เฟยกลับล้มล้างความคิดนี้ของเขา อวี๋เฟยราวกับว่าทุกครั้งที่โจมตี ทุกครั้งที่ป้องกัน ล้วนทำได้อย่างพอดิบพอดี
"รอบนี้สู้ยากแล้ว!"
จั่วชิวมิ๋งคิด
"ตอนนี้มีวิธีที่จะชนะได้อย่างแน่นอนหนึ่งวิธี นั่นคือการยื้อเวลา อีกฝ่ายมีพลังปราณโลหิตที่อ่อนแอกว่าเรา ทำให้เขาหมดแรง!"
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จั่วชิวมิ๋งก็ตัดสินใจแน่วแน่
ทั้งสองคนหลังจากพิจารณากลยุทธ์เสร็จแล้ว ก็ได้ตัดสินใจเลือกทางที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง