- หน้าแรก
- พรสวรรค์ทั่วหล้า ข้าขอก็แล้วกัน!
- บทที่ 24: คัดลอกนักสู้
บทที่ 24: คัดลอกนักสู้
บทที่ 24: คัดลอกนักสู้
บทที่ 24: คัดลอกนักสู้
ในช่วงเช้าทั้งหกคนมีการแข่งขัน วังเจียเล่อพ่ายแพ้ในที่สุด ส่วนอีกด้านหนึ่งเจี่ยงต้าหลงและนักเรียนหญิงสองคนได้รับชัยชนะ สถิติโดยรวมคือชนะสี่ แพ้สอง
ดังนั้นวังเจียเล่อจึงกลายเป็นหนึ่งในสองคนที่พ่ายแพ้ในรอบแรก เหยียนไห่ดุด่าอยู่ข้างๆ ด้วยความรู้สึกเจ็บใจที่เหล็กไม่ยอมเป็นเหล็กกล้า เขาคิดว่าวังเจียเล่อสภาพจิตใจเสียสมดุล คู่ต่อสู้ของเขาไม่ได้ห่างชั้นกันมากนัก ในการแข่งขันมีโอกาสที่จะชนะ แต่ก็พลาดไป
ตอนเที่ยงอวี๋เหมี่ยวเอาข้าวมาให้อวี๋เฟย เขานอนหลับไปจนถึงบ่ายโมงครึ่งถึงจะตื่น แต่ร่างกายก็ยังคงอ่อนเพลียอยู่บ้าง
การแข่งขันเริ่มตอนบ่ายสองโมง คณะของเหยียนไห่ยังคงรออยู่ที่โซนพักผ่อน เมื่อมองดูอวี๋เฟยที่ดูอ่อนระโหยโรยแรง เหยียนไห่ก็พูดเยาะเย้ยว่า
"สมควรแล้ว! นายมันหยิ่งยโสทะนงตน ไม่เห็นหัวใคร ไม่เคยใส่ใจคำเตือนของคนอื่นเลย สภาพแบบนี้ยังคิดจะเข้ารอบจริงอีกเหรอ? ฝันไปเถอะ!"
อวี๋เฟยเอนกายลงบนเก้าอี้ พูดอย่างไม่ใส่ใจว่า
"แล้วจะทำไมล่ะครับ? ผมเพิ่งจะอยู่ ม.5 เอง เข้าไม่ได้รอบจริงก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอครับ!"
เหยียนไห่โกรธขึ้นมาทันที เขาเสียใจจริงๆ ที่ให้อวี๋เฟยมาเข้าร่วมการแข่งขัน ไม่ว่าจะในความหมายใดก็ตาม
สภาพของอวี๋เฟยจริงๆ แล้วไม่ได้แย่ขนาดนั้น ผู้เข้าแข่งขันทุกคนในสนามนี้มีพลังที่แท้จริงแข็งแกร่งกว่าเขา หากต้องการชนะมีเพียงหนทางเดียว
นั่นคือการรอสวน และต้องชนะอย่างรวดเร็ว!
พูดอีกอย่างคือ หลอดเลือดและค่าพลังกายของเขาต่ำ โดนทีเดียวก็จบเห่ แต่ อัตราคริติคอลของเขาสูงมาก หากฉวยโอกาสได้เขาก็สามารถจบการแข่งขันได้ แน่นอนว่าก็อาจจะโดนอีกฝ่ายจบเกมได้เช่นกัน
ในสถานการณ์เช่นนี้ สภาพของเขาที่แย่ลงเล็กน้อยก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรมากนัก
การแข่งขันในช่วงบ่ายมาถึงคิวของวังเจียเล่อก่อน
พี่ชายคนนี้จริงๆ แล้วพลังไม่ด้อย แต่ดูเหมือนจะมีปัญหาทางด้านจิตใจ ตอนสู้จะกล้าๆ กลัวๆ เอาแต่ป้องกันหลบหลีก คู่ต่อสู้จับจุดนี้ของเขาได้ ก็ไล่ตามตีอย่างดุเดือด แลกบาดแผลกันไปมา ไม่นานก็เอาชนะเขาได้
เหยียนไห่ที่อยู่ข้างล่างโกรธจนกระทืบเท้า พอวังเจียเล่อกลับมาก็แทบอยากจะซัดเขาสักที
วังเจียเล่อตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ตัวสั่นงันงก
เหยียนไห่ไม่พูดอะไร เพียงแค่จ้องเขม็งไปที่เขา
พลังกดดันที่นักสู้ระดับสามขอบเขตปล่อยออกมาโดยไม่ตั้งใจ ไหนเลยจะเป็นสิ่งที่มือใหม่ระดับหนึ่งขอบเขตจะต้านทานได้
วังเจียเล่อแทบจะร้องไห้ออกมา!
อวี๋เฟยเดินเข้าไป วางมือข้างหนึ่งลงบนไหล่ของเหยียนไห่ แล้วพูดกับเหยียนไห่อย่างไม่แยแสว่า "อย่าไปขู่เด็กมันสิครับ ถ้าฉี่ราดขึ้นมาจะเสียหน้ากันหมด"
เหยียนไห่หันไปจ้องอวี๋เฟยอย่างดุเดือด
เดี๋ยวนะ แกช่วยดูสถานะของตัวเองหน่อยได้ไหม แกเป็นนักเรียนนะ พฤติกรรมและน้ำเสียงการพูดของแกมันอะไรกัน? คนที่ไม่รู้คงคิดว่าเราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน
เหยียนไห่ขยับพลังปราณโลหิตเล็กน้อย เขาจะให้บทเรียนเล็กๆ น้อยๆ แก่อวี๋เฟย
เมื่อเห็นพลังปราณโลหิตบนหัวของเหยียนไห่เริ่มแผ่ซ่านออกมา อวี๋เฟยก็ข้ามผ่านเหยียนไห่ไปอยู่ตรงหน้าวังเจียเล่อโดยตรง แล้วพูดทีละคำว่า
"นายตกรอบแล้ว"
"หา...?" วังเจียเล่อยังงงๆ กับสถานการณ์
"ฉันหมายถึง การแข่งขันแลกเปลี่ยนวิถีนักสู้ครั้งนี้ จริงๆ แล้วนายตกรอบไปแล้ว
ฉันคำนวณดูแล้ว ผู้เข้าแข่งขันสามร้อยกว่าคนต้องคัดเลือก 27 อันดับแรก ขอเพียงแพ้หนึ่งครั้ง โอกาสที่จะเข้ารอบชิงก็ริบหรี่มากแล้ว นายแพ้ไปสองครั้ง พูดอีกอย่างคือ ต่อให้สามรอบที่เหลือ นายจะชนะทั้งหมด การแข่งขันวิถีนักสู้ครั้งนี้ก็จบลงแค่นี้แล้ว"
ใบหน้าของวังเจียเล่อซีดเผือดในทันที เขาก้มหน้าลงอย่างเงียบๆ เขาไม่เคยตระหนักถึงปัญหานี้มาก่อนจริงๆ เมื่อนึกถึงความพยายามมาโดยตลอด นึกถึงยาเสริมพลังปราณที่หลุดลอยไป เขาก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่ง
"ดังนั้น นายจะกลัวอะไรอีก? ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดมันเกิดขึ้นแล้ว!"
ใช่แล้ว ฉันจะกลัวอะไรอีกล่ะ? ฉันก็แค่อยากจะชนะ กลัวบาดเจ็บจะส่งผลกระทบต่อรอบต่อไป แต่เมื่อการแข่งขันในปัจจุบันแพ้ไปแล้ว รอบต่อไปจะยังมีความหมายอะไรอีก?
วังเจียเล่อคิดอย่างเงียบๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งสีหน้าก็ดูเคร่งขรึมและแน่วแน่ ราวกับได้ตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้ว
เหยียนไห่ที่อยู่ข้างหลังเก็บพลังปราณโลหิตกลับไป เขาเห็นการเปลี่ยนแปลงในบุคลิกของวังเจียเล่อแล้ว คำพูดเสียดสีของอวี๋เฟยได้ผล
เมื่อมองดูวังเจียเล่อที่สภาพจิตใจตื่นขึ้นมา อวี๋เฟยก็กอดอกแล้วเบียดเหยียนไห่พลางพูดว่า
"เห็นไหมครับ คนหนุ่มสาวต้องการแรงกระตุ้น แค่ขู่เฉยๆ มันไม่ได้ผลหรอก"
เหยียนไห่รำคาญจนทนไม่ไหว คนๆ นี้ทำไมถึงเป็นแบบนี้ หน้าหนาจริงๆ เหรอ?
เขาหันกลับมาใช้พลังของนักสู้ระดับสามขอบเขต เขกหัวอวี๋เฟยไปหนึ่งทีด้วยความเร็วที่เหนือเสียง
"คนหนุ่มสาวต้องการแรงกระตุ้น กระตุ้นพอไหม? ยังกระตุ้นได้อีกนะ!"
เขารู้ว่าเจ้าหมอนี่ตอบสนองเร็วมาก แต่ความแตกต่างมหาศาลระหว่างขอบเขตของวิถีนักสู้ ไหนเลยจะเป็นสิ่งที่พรสวรรค์เพียงเล็กน้อยจะลบล้างได้?
อวี๋เฟยกุมหัววิ่งหนี เหยียนไห่ไล่ตามไปเคาะอีกสองที
เมื่อมองดูอวี๋เฟยที่นั่งยองๆ กุมหัวอยู่ อารมณ์ของเขาก็ดีขึ้นมากทันที
อวี๋เหมี่ยวที่อยู่ข้างๆ นั่งดื่มชานมอย่างเงียบๆ พลางคิดในใจว่าวันนี้ชานมอร่อยจริงๆ ตอนเย็นต้องไปซื้ออีกแก้ว
"ขอเชิญผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 147 ไปเตรียมตัวที่ห้องพักนักกีฬา..."
การแข่งขันในช่วงบ่ายของอวี๋เฟยถูกจัดไว้ตอน 4 โมง 20 นาที ในตอนนี้ผู้คนในสนามเริ่มเบาบางลงแล้ว
เขาไปนอนเล่นบนเก้าอี้นวดสักพัก ก็ถูกจัดให้ไปแข่งขันที่เวทีหมายเลข 8
คู่ต่อสู้ในช่วงบ่ายเป็นเด็กสาวผมสั้น พรสวรรค์สีเขียว
บนเส้นทางนักสู้ ก่อนถึงสามขอบเขต เด็กผู้หญิงจะมีสมรรถภาพทางกายที่ด้อยกว่าเด็กผู้ชาย แต่ความยืดหยุ่นและการตอบสนองจะดีกว่า
โดยรวมแล้วในการต่อสู้ด้วยมือเปล่า อัตราการชนะของเด็กผู้ชายจะสูงกว่า
ทั้งสองคนไม่ได้พูดคุยกันมากนัก หลังจากที่กรรมการให้สัญญาณเริ่มแล้ว เด็กสาวผมสั้นก็ค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ย่อตัวลงเหมือนเสือดาวตัวเมีย
เมื่อเห็นอวี๋เฟยยืนนิ่งๆ ไม่มีปฏิกิริยาอะไร เธอก็บินเข้าใส่ด้วยลูกเตะข้างหมายจะเตะไปที่ไตของเขา
อวี๋เฟยถอยหลังไปด้านข้างแล้วยกขาขึ้นป้องกัน
แต่ท่าทางนี้กลับเผยจุดอ่อนออกมา เด็กสาวผมสั้นพบในทันทีว่าสมรรถภาพทางกายของอวี๋เฟยด้อยกว่าเธอ คาดว่าน่าจะยังไม่ผ่านด่านฝึกเนื้อ
การค้นพบนี้ทำให้เธอตื่นเต้นขึ้นมา ผู้เข้าแข่งขันในครั้งนี้สองในสามเป็นผู้ชาย ในสนามแข่งขันเธอมักจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ รอบที่แล้วก็สู้ได้อย่างยากลำบาก ไม่คิดว่าครั้งนี้จะเจอกับหมูในอวย
เดิมทีได้ยินมาว่าในบรรดาผู้เข้าแข่งขันครั้งนี้มีรุ่นน้องคนหนึ่งที่เพิ่งจะผ่านด่านฝึกหนัง ไม่คิดว่าจะโชคดีขนาดนี้ที่เธอได้เจอ
คนเราพอตื่นเต้น ก็ง่ายที่จะบ้าคลั่ง แล้วก็อาจจะเสียสติไป
ในตอนนี้เด็กสาวผมสั้นกับอวี๋เฟยอยู่ใกล้กัน ทั้งสองเข้าสู่ช่วงของการต่อสู้ระยะประชิด ไม่รู้ทำไม จู่ๆ เธอก็นึกถึงฉากเด็ดฉากหนึ่งในการแข่งขันที่เคยดูในวิดีโอ
นั่นคือการต่อสู้ท้าดวลกันระหว่างสองสำนักยุทธ์บนอินเทอร์เน็ต ตอนที่ศิษย์ของทั้งสองฝ่ายต่อสู้กัน มีเด็กหนุ่มผมยาวหน้าตาเย็นชาคนหนึ่ง หลังจากเข้าใกล้แล้วก็หมุนตัวฟันศอก ใช้พลังปราณโลหิตของกระบวนท่าอักษรเดียวทะลวงผ่านจนถึงขีดสุด
ดังนั้นศอกนั้นจึงมีพลังมหาศาล น็อกคู่ต่อสู้ได้ในครั้งเดียว
ในสถานการณ์เช่นนี้ เด็กสาวผมสั้นรู้สึกว่าเธอสามารถลอกเลียนแบบได้
อย่างมากก็แค่ตีไม่โดน โดนไปสองสามทีก็ไม่เสียหายอะไร นักสู้ระดับหนึ่งด่านตัวเล็กๆ จะไปทำอะไรได้? แต่ถ้าทำสำเร็จล่ะก็เท่ระเบิดไปเลย!
คิดแล้วก็ทำเลย
เด็กสาวผมสั้นหยุดชะงักเล็กน้อย แอบรวบรวมพลังปราณโลหิตเตรียมจะระเบิดออกมา ยกศอกขึ้นมาเตรียมจะโชว์สเต็ป
อวี๋เฟยคอยสังเกตการณ์อีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา ทันทีที่เด็กสาวผมสั้นหยุดชะงักเขาก็รู้ว่าเจ้าหล่อนต้องมีแผนไม่ดีแน่
ภายใต้ความเร็วในการตอบสนองเจ็ดเท่า อวี๋เฟยครุ่นคิดเล็กน้อยก็เข้าใจแผนของอีกฝ่าย!
ทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้าของอวี๋เฟยเข้าสู่ภาพสโลว์โมชัน มุมปากของเด็กสาวมีรอยยิ้มเล็กน้อย ปลายเท้าขวายกขึ้น ขาซ้ายออกแรง ศอกขวายกขึ้นเล็กน้อย
คิดจะฟันศอกฉันเหรอ?
อวี๋เฟยจำลองภาพในใจ เอาสิ! เธอหมุน ฉันก็จะหมุนด้วย!