- หน้าแรก
- เริ่มชีวิตใหม่ในคุก ระบบเทพสงครามไร้ความปราณี
- ตอนที่ 26 – เวทย์อัญเชิญของนักบุญลัทธิชั่วร้าย
ตอนที่ 26 – เวทย์อัญเชิญของนักบุญลัทธิชั่วร้าย
ตอนที่ 26 – เวทย์อัญเชิญของนักบุญลัทธิชั่วร้าย
ตอนที่ 26 – เวทย์อัญเชิญของนักบุญลัทธิชั่วร้าย
หลินเฟยเริ่มหันไปมอง “เพื่อนร่วมทีม” อีกสองคน
คนแรก – เด็กสาวผมขาวที่ใส่ชุดนักบวชสีแดง ตอนนี้ที่ด้านหลังของเธอมีปีกสีดำ 12 ปีก ส่วนเหนือหัวมีวงแหวนแสงสีเหลือง
“ผู้ศรัทธาในข้า จักเป็นอมตะ”
เธอพึมพำ ร่างค่อยๆส่องสว่างก่อนจะลอยขึ้นฟ้า
หลินเฟยมองเธอแล้วนึกถึงข่าวเมื่อหลายปีก่อน “หัวหน้าลัทธิโรคจิต” ที่ประกาศว่าตนเป็น “เทวทูต”
ชื่อ – อันเฟยฮวา
คนที่สอง – ชายประหลาดถือกรรไกรยักษ์
ร่างเขาค่อยๆ ยืดสูง ส่วนกรรไกรในมือลับจนแวววาว แล้วเดินหายเข้าไปในซากตึกเงียบๆ
ส่วน ชายชราเคราขาว
ตอนนี้…เขานอนอยู่ใน โลงคริสตัลใสขนาดใหญ่
“นี่คือโลงคริสตัลเสริมพลังในจิตใต้สำนึกของฉัน ไม่มีสิ่งใดทำลายมันได้
และต้องเปิดจากข้างในเท่านั้น ครั้งก่อนที่ฉันรอดหน่วยล่าพิฆานฝันของจักรวรรดิร้อยอสูรได้ก็เพราะโลงนี่
คราวนี้…ถ้าพวกนายฆ่าศัตรูได้หมด เราก็จะได้เจอกันในโลกจริง แต่ถ้าไม่… ฉันก็จะนอนตายอยู่ในนี้แหละ…โชคดี”
พูดจบ
โลงคริสตัลก็ปิดสนิท
หลินเฟยมองรอบๆเมืองที่กลานเป็นซากปรักหักพังแล้วเดินออกมา
เขาลองพยายาม
“อยากบิน…”
…บินไม่ขึ้น
“อยากตัวใหญ่…”
…ร่างยังคงเดิม
“ระบบ ช่วยอธิบายที ทำไมสองคนนั้นเปลี่ยนร่างได้ แต่ฉันทำอะไรไม่ได้เลยล่ะ”
ครั้งนี้ ระบบตอบกลับมา
“ที่นี่คือพื้นที่จิตใต้สำนึกชั้นลึกและมีกฎพื้นฐานอยู่สองข้อ
หนึ่ง – สิ่งที่ท่านมั่นใจว่ามีอยู่จริง เหมือนกับที่เวลาเดินต้องมีเท้า ท่านก็จะสร้างมันขึ้นมาได้
สอง – ถ้าท่านเข้าใจโครงสร้างภายในของมันอย่างถ่องแท้ ท่านก็จะสร้างมันขึ้นมาได้ เช่น หากจะสร้างหุ่นรบ ท่านต้องมั่นใจว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตท่าน หรือไม่ก็ต้องรู้จักมันทุกชิ้นส่วน ทุกระบบขับเคลื่อน”
หลินเฟยถอนหายใจ
“ที่แท้ ฉันมันยัง… เป็นมนุษย์ปกติอยู่สินะ…”
เขามองเด็กสาวจ้าวลัทธิ คงเพราะเธอ เชื่อสุดหัวใจ ว่าตัวเองคือเทวทูต ปีกจึงงอกออกมาได้จริงๆ
เมืองร้างเงียบสงัด
แต่หลินเฟยรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างจับตาดูเขาอยู่
เขาลองจินตนาการ
“อาวุธ…”
ผลคือ – ในมือหลินเฟยปรากฏมีดผ่าศพยาวหนึ่งฟุตที่คมกริบวาววับ
เขายิ้มแห้งๆ
“ได้แค่นี้ก็ยังดี…”
แต่ทันใดนั้น
อันเฟยฮวา ก็บินตรงมาทางเขา
ชายกรรไกรยักษ์เองก็กลับมาจากเงามืด
เดินมาสมทบ
“อะไรฟะ คิดจะร่วมทีมกันเหรอ”
เขาคิดในใจ
แต่แล้ว…ด้านหลังสองคนนั้นกลับมีฝูงสัตว์ประหลาดทะลักออกมาเป็นฝูง
ฝูงสัตว์ประหลาดนับพันที่รูปร่างผิดธรรมชาติ สูงสามถึงสี่เมตรและไล่ล่ามาทางพวกเขา
“วิ่งสิวะ! ฉันเป็นถึงแชมป์วิ่งระยะไกลเลยนะ!”
หลินเฟยเร้าอารมณ์ตัวเองแล้วออกตัววิ่งสุดแรง
แต่ถนนในเมืองร้างกลับบิดเปลี่ยนไปมา
บังคับให้ทั้งสามมารวมกันกลางลานกว้าง
หลินเฟยหยุด
ด้านหลังเขาเป็น น้ำพุแห้งขอด
รอบตัวเป็นทะเลสัตว์ประหลาด
อันเฟยฮวาบินลงมา
จากปีกทั้งสิบสอง…ตอนนี้เหลือสิบเอ็ด
เพราะอีกปีกถูกฉีกหายไป
“เราต้องร่วมมือกัน พวกมันแข็งแกร่งระดับเดียวกับหุ่นรบสงครามเลย…”
เสียงเธอนุ่ม แต่เห็นได้ชัดว่าทำอะไรไม่ถูกกับสถานการณ์เช่นนี้
“เธอไม่ใช่จ้าวลัทธิที่มีพลังแค่โบกมือก็ตายเป็นแถบไม่ใช่รึไง”
หลินเฟยถามและมองเธอด้วยสายตาสมเพช
“ถ้าเป็นมนุษย์ ฉันคงชักจูงเข้าลัทธิได้
แต่พวกมันเป็นสัตว์ประหลาดที่ไร้สติปัญญาและมีแต่สัญชาตญาณนักล่า
เอาล่ะ…ต่อไปฉันจะใช้ท่าสุดท้ายแล้ว
ส่วนพวกนาย…จะยืนบื้อรอให้ตายกันหมดเลยหรือไง รีบลงมือด้วยสิ!”
หลินเฟยมองมีดผ่าศพในมือ
เขาพยายามบีบคั้นสมองจนสุดกำลัง และในที่สุด มันก็เปลี่ยนเป็นมีดยาวสองฟุต
ชายกรรไกรยักษ์ ไม่พูดอะไรและพุ่งเข้าใส่ฝูงสัตว์ประหลาด
ในไม่กี่วินาที เขาก็เชือดพวกมันได้หลายสิบตัวแล้ว
แต่ไม่ถึงนาที
เขาก็ถูกฝูงสัตว์ประหลาดกลืนร่าง
เสียงกรีดร้องสุดท้าย…ดับสิ้น
อันเฟยฮวา เริ่มร่ายวิชา…
“ลัทธิศักดิ์สิทธิ์มิอาจล่มสลาย ศรัทธาอันศักสิทธิ์มิเคยสูญสิ้น ข้าในนามนักบุญลัทธิ…ขออัญเชิญสาวก
จงเผาผลาญความมืดมิดเบื้องหน้า!”
ทันใดนั้น
ด้านหลังเธอก็ปรากฏร่างคนในชุดคลุมดำนับพันร่าง สีหน้าไร้ชีวิตและแต่ละคนต่างก็ถือถังน้ำมันคนละถัง
อันเฟยฮวายกมือ
เหล่าสาวกเทน้ำมันราดตัวแล้วกระโจนเข้าใส่ฝูงสัตว์ประหลาด จากนั้นก็จุดไฟเผาตัวเอง
กลิ่นเนื้อคนไหม้ผสมเนื้อสัตว์ประหลาดลอยคลุ้งไปทั่วลานกว้าง
เธออัญเชิญ “กำแพงมนุษย์เพลิง” มาสกัดฝูงสัตว์ประหลาดไว้
เมื่อ 1ใน 3 ของฝูงถูกเผา หลินเฟยก็คิดว่าใกล้ชนะแล้ว
แต่พอเผาทัพอีกฝ่ายไปได้ครึ่งหนึ่ง อันเฟยฮวาก็เริ่มหน้าซีด สาวกจากพันคนเหลือเพียงร้อยคน
ถังน้ำมันใหญ่กลายเป็นแค่ขวดโมโลตอฟเล็กๆ