- หน้าแรก
- เริ่มชีวิตใหม่ในคุก ระบบเทพสงครามไร้ความปราณี
- ตอนที่ 1 ห้องเรียนสีเลือด
ตอนที่ 1 ห้องเรียนสีเลือด
ตอนที่ 1 ห้องเรียนสีเลือด
บทที่ 1 ห้องเรียนสีเลือด
หลินเฟย – “หลิน” จากไม้สองต้น และ “เฟย” จากการบิน
นี่คือชื่อของเด็กหนุ่มรูปร่างผอมบางที่กำพร้าตั้งแต่เล็ก
คนมากมายพูดว่าเขาเป็นคนแปลก
แม้จะมีอารมณ์สุข ทุกข์ โกรธ เศร้า เหมือนคนทั่วไป แต่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นเพียงในใจเขาเท่านั้น
ใบหน้าของเขาเย็นชาไร้ความรู้สึกต่อทุกสิ่ง
แต่หากตัดสินใจแล้ว เขาจะทำให้สำเร็จ
ไม่ว่ามันจะยากหรือต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
บางทีอาจเพราะเติบโตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เขาจึงไม่เคยมีความตื่นเต้นกับสิ่งใด
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงได้…
นั่นคือ เลือด
ทุกครั้งที่เห็นเลือดและความรุนแรง
ความรู้สึกของความ “เป็นมนุษย์” ของเขาก็จะกลับมา
และนี่อาจจะเหตุผลหนึ่งที่เขาสมัครเข้าเรียนโรงเรียนทหาร
อีกเหตุผลคือ โรงเรียนทหารสำหรับประชาชนจักรวรรดิ เรียนฟรี กินฟรี อยู่ฟรี แม้เบี้ยเลี้ยงจะน้อยจนแทบไม่พอใช้ก็ตาม
ตอนกลางวัน หลินเฟยเรียนที่โรงเรียนทหาร
ส่วนกลางคืน เขาจะไปทำงานพิเศษเป็นผู้ช่วยนักชันสูตรศพ
แท้จริงแล้วหมอชันสูตรตัวจริงไม่ค่อยโผล่มา
เข้างงาน งานส่วนใหญ่จึงตกอยู่กับเหล่าผู้ช่วยอย่างเขา ทั้งผ่าอวัยวะ แยกส่วน ชั่งน้ำหนัก ใส่ถุงแช่แข็งแล้วนำไปแช่เย็น
วันนี้ หลินเฟยในวัย 19 ปี นั่งอยู่ในห้องเรียนวิชา “ศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่า”
พร้อมเพื่อนร่วมชั้นอีก 29 คน
ครูฝึกกำลังสอนเทคนิคผ่านวิดีโอ
สายตาของหลินเฟยเหม่อมองท้องฟ้าด้านนอก
เมฆขาวลอยช้า ๆ บนฟ้าโปร่ง
ขณะในหัวคิดถึงงานอดิเรกยามเย็น...นั่นคือการไปดูการแข่ง “ศึกหุ่นรบแห่งความตาย”
การแข่งขันนี้กำลังเป็นที่นิยม
นักสู้ที่เข้าแข่งขันล้วนแต่เป็นนักโทษประหารของสหพันธ์เทียนหลง
หรือไม่ก็ทหารหุ่นรบจากจักรวรรดิศัตรู
การต่อสู้นี้มีเพียงชีวิตเป็นเดิมพัน ชนะก็รอด
แต่หากแพ้…ก็ตายคาห้องบังคับ
สำหรับหลินเฟย
ทุกครั้งที่เห็นเลือดสาดกระเซ็นในสนาม
หัวใจเขาจะเต้นแรงอยู่เสมอ เพราะนั่นทำให้เขารู้สึกว่า อย่างน้อยเขาก็ยังเป็น “มนุษย์” คนหนึ่ง
หลินเฟยเป็นนักเรียนแผนกหุ่นจักรกลในโรงเรียนทหารชั้นสาม อีกปีเดียวเขาก็จะจบแล้ว
บางทีเขาอาจเข้ากองทัพเป็นทหารราบหุ่นจักรกลธรรมดา หรือไม่ก็สอบเป็นนักชันสูตรศพแล้วใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาในเมือง
ชีวิตของเขาดูจืดชืด และเขาก็คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป
แต่แล้ว เหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตของเขาก็เกิดขึ้น
หลินเฟยเห็นขนนกสีขาวซีดลอยเข้ามาทางหน้าต่าง มันค่อยๆตกลงบนมือของเขา ก่อนจะหายไปในพริบตา
เขาขยี้ตาเพื่อดูว่าตาฝาดหรือไม่
ทันใดนั้นเอง…
“กำลังยืนยันโฮสต์…เริ่มต้นกระบวนการหลอมรวม…”
เสียงเย็นเยียบแบบอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นในหัว
จากนั้น ร่างกายของหลินเฟยก็ถูกความเจ็บปวดแสนสาหัสพุ่งเข้าใส่
แม้จะเพียงวินาทีเดียว แต่ความเจ็บนั้นราวกัยถูกมีดแทงลึกถึงกระดูก
เขาลุกพรวดขึ้นกลางห้องเรียน
“อ๊าาาา!!” แล้วกรีดร้องสียงดัง
ทุกคนหันมามองด้วยความตกใจ
“นักเศึกษา! เป็นอะไร! นั่งลงเดี๋ยวนี้!”
ครูฝึกตะโกนลั่น
เมื่อหลินเฟยไม่ตอบสนอง
ครูฝึกเจึงดินเข้ามาพร้อมไม้เรียวในมือ
ในโรงเรียนทหารชั้นสาม การตีเพื่อลงโทษถือเป็นเรื่องปกติ
หลินเฟยเหงื่อแตกพลั่กไปทั้งตัวและพยายามจะนั่งลง
แต่แล้ว…
เขากลับขยับไม่ได้ แขนขยับไม่ได้
แม้แต่จะหลับตา หนังตาก็ยังไม่ขยับ
เขาได้แต่เบิกตากว้าง มองไม้เรียวฟาดลงมา
“ทำการตรวจสอบ สภาพจิตเข้ากันได้ ระบบเทพสงครามกำลังหลอมรวม…เริ่มการสแกนอัตโนมัติ ก่อนหลอมรวมต้องกำจัดสิ่งมีชีวิตอันตรายใกล้เคียง…อันตรายระดับ 32 ตรวจพบ
เป้าหมาย: ครูฝึก…เริ่มกาากำจัด…”
เสียงอิเล็กทรอนิกส์เอ่ยอย่างเย็นชา
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน…นี่มันเสียงใคร…แล้วทำไมฉันถึงขยับไม่ได้…”
หลินเฟยรู้สึกเหมือนเป็นเพียงผู้ชมในร่างตัวเอง
ทันใดนั้น
ร่างกายของเขาขยับ แต่มันไม่ได้มาจากตัวเขาที่เป็นเจ้าของร่างกาย แต่มาจากสิ่งประหลาดที่เข้าควบคุม้ขาต่างหาก
หลินเฟยเอี้ยวตัวหลบไม้เรียวอย่างว่องไว
มือซ้ายพุ่งออกไปไวราวสายฟ้าแล้วคว้าคอครูฝึกเอาไว้ ก่อนจะ…
“กร๊อบ!!”
เพียงพริบตาเดียว คอของครูฝึกก็ถูกบีบหักอย่างง่ายดาย
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตาก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว
ทั้งห้องเรียนเงียบงัน
นักเรียนทั้ง 29 คนมองเขาด้วยแววตาสยดสยอง หลินเฟยอยากอธิบาย แต่ขนาดร่างกายตนเองควบคุมไม่ได้เลย เรื่องอื่นก็ไม่ต้องพูดถึง
เขาฆ่าครูฝึก…ทั้งที่ไม่ได้อยากทำ
แต่ลึกๆ เมื่อเห็นครูฝึกผู้อำมหิตตายต่อหน้า
หัวใจของเขากลับ…เต้นแรงด้วยความตื่นเต้น
“กำจัดเป้าหมายเสร็จสิ้น เริ่มสแกนใหม่อีกครั้ง อันตรายรอบข้างระดับ 14 ดำเนินการกำจัดต่อ…”
เสียงอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นอีกครั้ง
จากนั้น…ร่างกายของหลินเฟยก็เริ่มเคลื่อนไหวราวกับยมทูต
เขาพุ่งเข้าหาเพื่อนร่วมชั้นและสังหารทุกคนในการโจมตีเดียว
ภายในหนึ่งนาที นักเรียนทั้ง 29 คนในห้องเรียนถํกสังหารจนสิ้น
“เริ่มสแกนอีกครั้ง อันตรายรอบข้าง: 0 สามารถเริ่มหลอมรวมเชิงลึกได้…”
“ไม่!!”
หลินเฟยกรีดร้องในใจ แต่ร่างกายยังคงนิ่งงัน
ผ่านไปยี่สิบนาที
“การหลอมรวมเสร็จสิ้น”
หลังได้สติกลับมา
เขามองดูร่างไร้วิญญาณทั้ง 30 ร่างในห้องเรียนรวมถึงครูฝึก
เลือดนองพื้น กลิ่นคาวลอยคลุ้ง
เมื่อไม่กี่นาทีก่อน ห้องนี้ยังเต็มไปด้วยเพื่อนร่วมชั้น แต่ตอนนี้ทุกคนกลับกลายเป็นศพที่มีห้องนี้เป็นห้องเก็บศพ
แม้หลินเฟยจะชื่นชอบเลือด แต่ครั้งนี้เขาได้แต่ภาวนาว่ามันจะเป็นเพียง…ฝันร้าย
เขาบีบแขนตัวเองอย่างแรง แต่ความเจ็บลับบอกเขาว่า นี่คือความจริง
เสียงกริ่งเลิกคังดังขึ้น
แต่สำหรับหลินเฟยแล้วชีวิตอันเรียบง่ายของเขา…ไม่มีอีกต่อไป
ใครจะเชื่อ หากเขาบอกว่าเขาถูก สิ่งมีชีวิตประหลาดเข้าสิง และมันคือผู้ที่บังคับให้เขาฆ่าทุกคนในห้องในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที
หลินเฟยนั่งนิ่งบนเก้าอี้ สายตาเหม่อมองท้องฟ้าสีครามที่มีกมู่เมฆขาวลอยผ่านไปอย่างเชื่องช้า
ในดวงตาของเขา ว่างเปล่า…จนไร้ความหมาย