เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 พวกพ้อง

ตอนที่ 35 พวกพ้อง

ตอนที่ 35 พวกพ้อง


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าแกเป็นใคร แกคิดว่าฉันโง่เหรอ วันนี้ฉันอารมณ์ดีฉันเลยไม่อยากเถียงกับแก แต่ถ้าแกยังกล้าโทรมาอีกครั้งฉันจะฆ่าแกเอง!” เจิ้งซินพูดอย่างเกรี้ยวกราด เขาไม่สนใจความจริงที่จ้าวเทียนห่าวคือคนที่ถือสายอย่างแท้จริงเลย

จ้าวเทียนห่าวตกตะลึงไปชั่วขณะกับถ้อยคำด่าและคำสบถของเจิ้งซิน เพราะเขาคิดว่าบุคลากรทุกคนของบริษัทเทียนหยากรุ๊ปนั้นมีความประณีตและมีมารยาทดีเป็นเลิศ เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าฝ่ายรักษาความปลอดภัยจะมีบุคลากรเช่นนี้อยู่ ถึงแม้ว่าตำแหน่งของแผนกรักษาความปลอดภัยนั้นจะไม่ได้ใหญ่โตอะไรในบริษัทก็ตาม แต่มันก็เป็นภาพลักษณ์ของบริษัทเทียนหยากรุ๊ปเช่นกัน เพราะไม่ว่าใครก็ตามที่พูดถึงเทียนหยากรุ๊ปสิ่งแรกที่พวกเขานึกถึงก็คือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ภาพลักษณ์เหล่านี้เป็นดั่งตัวแทนเทียนหยากรุ๊ป

จ้าวเทียนห่าวจ้องมองอย่างเฉยเมยและวางสายไปหลังจากนั้นเขาจึงโทรไปยังเบอร์ของเลขานุการของเขา

“ฉันจ้าวเทียนห่าว..ส่งข้อความนี้ให้เฉาต้าหัว..ผอ.ฝ่ายรักษาความปลอดภัย บอกเขาว่าให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคุณเย่เชียนลางานเป็นเวลาสามวัน..แล้วบอกไปด้วยว่าเป็นการอนุมัติพิเศษของฉันเอง..และนอกจากนี้หาชื่อของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เพิ่งจะรับสายของฉันที่เบอร์แผนกของเขาเมื่อครู่นี้ด้วย!!” จ้าวเทียนห่าวพูดด้วยความเกรี้ยวโกรธอย่างมาก

เลขานุการของเขาไม่เคยเห็นเขาโกรธเช่นนี้มาก่อน เขาคิดอย่างว่างเปล่าได้แต่เช็ดเหงื่อของเขาและคิดในใจว่าบุคลากรในองค์กรประเภทไหนที่กล้ากระตุ้นความเดือดดาลของเจ้านาย จากนั้นเขากำลังจะตอบรับทราบอย่างเคร่งครัดแต่จ้าวเทียนห่าวก็รีบวางสายไปเสียก่อน

เมื่อจ้าวเทียนห่าวเดินออกจากห้องมาเขาก็ยิ้มเจื่อนๆและพูดกับเย่เชียนว่า “ไม่ต้องห่วงหรอกฉันเพิ่งจะขออนุมัติให้นายไปน่ะ”

เย่เชียนจ้องมองอย่างว่างเปล่าและเขาก็พูดด้วยความประหลาดใจว่า “ลุงลางานให้ผมเหรอ?”

จ้าวเทียนห่าวพยักหน้าและตอบว่า “ใช่..ฉันสนิทกับประธานบริษัทของนายมาก แค่ทำให้นายหยุดสองสามวันมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร!”

จ้าวเทียนห่าวขมวดคิ้วแล้วพูดต่ออีกว่า “แต่สิ่งที่ฉันกังวลมากที่สุดในตอนนี้คือลูกสาวของฉันน่ะ ฉันเกรงว่าพวกนักฆ่ามันจะไม่มาหาฉันแต่ไปหาลูกสาวของฉันแทน เย่เชียนนายช่วยปกป้องลูกสาวของฉันได้ไหม ขอแค่เธอปลอดภัยฉันก็หมดห่วง..ฉันจะได้งัดกับไอพวกนั้นได้อย่างสบายใจน่ะ!”

เย่เชียนไตร่ตรองชั่วครู่และถามว่า “แล้วลุงล่ะ?”

จ้าวเทียนห่าวยิ้มอย่างมั่นใจและตอบว่า “ตราบใดที่ฉันถึงเซฟเฮ้าส์อย่างปลอดภัยแล้วล่ะก็..มันก็ไม่ง่ายเลยที่พวกมันจะมาฆ่าฉันได้!”

เย่เชียนเงียบไปครู่หนึ่งและไตร่ตรองว่า หากสมาชิกหน่วยเขี้ยวหมาป่าคนอื่นๆอยู่กับเขาตอนนี้มันก็จะไม่มีปัญหาอะไรใดๆเลยเขาจะได้รับความช่วยเหลืออย่างดี แต่เย่เชียนยังไม่ต้องการให้หนุ่มๆสาวๆเหล่านั้นรู้ว่าตนอยู่ที่ไหน ตอนนี้เขายังยุ่งอยู่กับการปกป้องพ่อและลูกสาวคู่นี้ ในเวลานี้เย่เชียนอยู่ในจุดที่เย่เชียนนั้นถึงจะไม่มีพ่อก็ตามแต่เขาก็สามารถรู้สึกได้ถึงความห่วงใยและความรักของครอบครัวที่ดี และสำหรับจ้าวเทียนห่าวแล้วถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับลูกสาวของเขาแล้วล่ะก็มันก็คงจะเป็นการระเบิดครั้งใหญ่สำหรับเขาหากเป็นเช่นนั้นเซี่ยงไฮ้ก็คงเป็นพื้นที่แห่งสงคราม..

“ลุงจ้าว!..ผมรู้จักคนอยู่สองคนถ้าพวกเขาตกลงที่จะช่วยล่ะก็..ผมก็สามารถออกไปปกป้องลูกสาวของลุงได้อย่างสบายใจ” เย่เชียนพูดหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง

“โอ้..เขาเป็นใคร?” จ้าวเทียนห่าวถาม

“พวกเขาก็เหมือนผม..พวกเขาก็เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทเทียนหยากรุ๊ปเช่นกันและความสามารถของพวกเขาก็ไม่เลวเช่นกัน” เย่เชียนตอบขณะที่คิดเกี่ยวกับฟูจุนเฉิงและจ้าวไท่จู้

เมื่อจ้าวเทียนห่าวได้ยินคำว่า ‘พวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทเทียนหยากรุ๊ปเช่นกัน’ จ้าวเทียนห่าวก็ว่างเปล่าวและต้องแปลกใจ เขาไม่ได้คาดหวังเลยจะมีผู้มากความสามารถมากมายซ่อนอยู่ตัวอยู่ภายในบริษัทของเขา จ้าวเทียนห่าวไม่เข้าใจว่าคนเหล่านี้เต็มใจที่จะเป็นยามรักษาความปลอดภัยทั่วไปได้อย่างไร ทำไมเขาไม่ใช้พรสวรรค์ของพวกเขาไปทำในสิ่งที่ตนต้องการ และพวกเขาก็กำลังจะมาเสี่ยงชีวิตเพื่อมาช่วยสหายของพวกเขาอย่างไม่ลังเล และมีวิธีเดียวเท่านั้นที่จ้าวเทียนห่าวจะสามารถหยุดพวกเขาได้ด้วยความรักและความห่วงใยก็คือจ้าวเทียนห่าวตนต้องเปิดเผยสถานะของตนในตอนนี้โดยใช้ชื่อของตนกดดันพวกเขาและในนามของประธานบริษัทให้พวกเขาถอนตัวแต่มันก็เลยเถิดมาขนาดนี้มีแต่ต้องเชื่อใจและเขาทำได้เพียงพูดกับเย่เชียนว่า “เอาล่ะตามนี่นายว่าเลย..แต่หากพวกเขาไม่ว่างก็ไม่เป็นไรฉันมีวิธีป้องกันตัวเองเยอะแยะ ตราบใดที่ลูกสาวของฉันไม่เป็นอะไรแล้วทุกอย่างมันจะราบรื่น” จ้าวเทียนห่าวพูดอย่างสิ้นหวังเพราะเขาไม่อยากให้คนเหล่านั้นมาเสี่ยงชีวิตเพราะตน

เย่เชียนพยักหน้าและกดเบอร์ของแผนกรักษาความปลอยภัยในเทียนหยากรุ๊ปหลังจากนั้นไม่นานหวันชุนหัวก็รับสาย เมื่อเขาได้ยินเสียงของเย่เชียนแล้วหวันชุนหัวก็รีบตอบทันทีว่า “น้องเย่นายเยี่ยมมาก..นายลางานวันที่สองของการทำงาน พี่ชายคนนี้ขอคารวะเจ้า!”

เย่เชียนรู้ว่าพี่ชายคนนี้ชอบคุยนอกลู่นอกทางและคงจะคุยไม่รู้เรื่องเขาจึงไม่อยากคุยกับหวันชุนหัวต่อ ดังนั้นเขาจึงบอกให้หวันชุนหัวส่งโทรศัพท์ให้กับฟูจุนเฉิงจากนั้นเย่เชียนก็พูดกับฟูจุนเฉิงเพียงไม่กี่คำและขอให้เขาช่วยตนฟูจุนเฉิงก็เงียบไปครู่หนึ่งและก็ตอบตกลง เย่เชียนแสดงความขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าแล้วขอให้เขาพาจ้าวไท่จู้มาด้วย ท้ายที่สุดแล้วฟูจุนเฉิงก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เขาก็ยังตอบตกลงและหลังจากบอกสถานที่นัดพบแล้วเย่เชียนก็วางสายไป

“พวกเขาตกลง!..ลุงจ้าวเราไปกันเถอะ!” เย่เชียนพูดอย่างกระตือรือร้น

จ้าวเทียนห่าวกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากนั้นก็ตามเย่เชียนไป

เมื่อพวกเขาออกมาจากบ้านแล้วพวกเขาก็เรียกแท็กซี่และไม่นานก่อนที่พวกเขาจะมาถึงจุดนัดพบที่ตกลงกับฟูจุนเฉิงพวกเขาก็มาถึงกันก่อนแล้วและกำลังยืนรอกันอยู่ทั้งฟูจุนเฉิงและจ้าวไท่จู้แถมหวันชุนหัวก็มาด้วย! เมื่อพวกเขาเห็นเย่เชียนมาถึงทั้งสามคนก็รีบไปทักทายเขา

ทันใดนั้นหวันชุนหัวก็พูดเยาะเย้ยเย่เชียนว่า “เย่เชียนเป็นเพราะนาย..พี่ๆทุกคนถึงต้องงัดกับไอ้หัวหน้าบ้าบอเจิ้งซินนั่น..ไม่รู้ล่ะหลังจากเรื่องนี้จบ..นายต้องเลี้ยงข้าวพวกเราตอบแทนฮ่าๆ!”

เมื่อเขาได้ยินสิ่งที่หวันชุนหัวพูดเย่เชียนก็ตระหนักว่าหัวหน้าเจิ้งซินต้องทำให้พวกพี่เขาลำบากอย่างแน่นอน แต่เนื่องจากตนเป็นรุ่นน้องที่อายุน้อยกว่าถ้าตนจะตอบว่าขอบคุณมันก็ไม่ควรเพราะเขาเป็นต้นเหตุให้พวกเขาบาดหมางกันจึงไม่ได้พูดคำนั้นและยิ้มเยาะและตอบว่า “แน่นอนเดี๋ยวผมจัดให้..แต่เรื่องนี้มันค่อนข้างเสี่ยงนะ..ถ้าพวกเราพลาดพวกเราอาจตายได้!”

หวันชุนหัวผงะเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คาดการณ์ไว้เลยว่าเรื่องนี้มันจะบานปลายถึงขนาดนี้ ในส่วนของจ้าวเทียนห่าวก็ยังคงมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสและไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

“บอกพวกเราสิว่ามันเป็นยังไง?” ฟูจุนเฉิงถามอย่างจริงจัง แม้ว่าเขาจะไม่ได้รู้จักเย่เชียนมานาน แต่ฟูจุนเฉิงก็เข้าใจว่าด้วยความสามารถของเย่เชียนแล้วหากมีปัญหามันก็คงจะไม่ได้เป็นปัญญาเล็กๆน้อยๆอย่างแน่นอนแล้วถ้ามันเป็นปัญหาเล็กๆน้อยๆเย่เชียนก็คงจะไม่มาขอให้พวกเขามาเป็นแน่ ท้ายที่สุดแล้วตอนนี้พวกเขาก็อยู่ที่นี่และเย่เชียนก็อธิบายว่าเรื่องนี้มันยากจริงๆ และเนื่องจากเย่เชียนที่เรียกพวกเขามานั่นก็หมายความว่าเย่เชียนไว้วางใจพวกเขาแล้วจะให้พวกเขาทรยศต่อความไว้วางใจนั้นได้อย่างไร!

เย่เชียนพยักหน้าให้ฟูจุนเฉิงและบางครั้งพี่น้องก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากแค่มองตาและสีหน้าก็เข้าใจได้ มันเหมือนกับว่าเย่เชียนและฟูจุนเฉิงรู้ว่ามันเป็นอย่างไรในยามสงคราม และแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้พูดอะไรเลยคนๆนั้นก็รู้ได้อย่างแน่นอนว่าทั้งหมดทั้งมวลล้วนแล้วเย่เชียนรู้สึกขอบคุณพวกเขา

“มา!..ให้ผมแนะนำพวกพี่ๆ..นี่คือลุงจ้าว..ลุงจ้าวทั้งสามคนเป็นเพื่อนร่วมของผมที่ผมบอกลุง..เขาคือฟูจุนเฉิง..เขาคือจ้าวไท่จู้..และเขาคือหวันชุนหัว” เย่เชียนแนะนำพวกเขาทีละคน

“ฉันทำให้พวกคุณทุกคนต้องดือดร้อน..ฉันต้องขอโทษจริงๆ!” จ้าวเทียนห่าวทักทายแต่ละคนและจับมือพวกเขา

“ไม่ต้องกังวลคุณจ้าว..แน่นอนว่าปัญหาของน้องเย่ก็เป็นปัญหาของเราเช่นกัน” หวันชุนหัวตบหน้าอกเบาๆตัวเองแล้วพูดอย่างกล้าหาญ

ทั้งสามคนทำงานในบริษัทเทียนหยากรุ๊ปมาเป็นเวลานาน แต่พวกเขาไม่เคยเห็นไม่เคยเจอตัวจริงของประธานบริษัทของตนเลย ตอนนี้ประธานของพวกเขาอยู่ข้างหน้าพวกเขาแล้วแต่ทว่าพวกเขาก็จำไม่ได้ หากใครบางคนบอกพวกเขาว่าคนที่อยู่ข้างหน้าพวกเขาตอนนี้เป็นถึงประธานของพวกเขาแล้วไม่อาจรู้ได้เลยว่าพวกเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร...

“เย่เชียน..ไหนบอกซิว่าเรากำลังเผชิญกับอะไร?” ฟูจุนเฉิงพูดอย่างดุดัน

.

.

.

.

.

.

.

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 35 พวกพ้อง

คัดลอกลิงก์แล้ว