เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 34 เขี้ยวหมาป่า VS เซเว่นคิล

ตอนที่ 34 เขี้ยวหมาป่า VS เซเว่นคิล

ตอนที่ 34 เขี้ยวหมาป่า VS เซเว่นคิล


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

ถึงแม้ว่าชายผู้สวมหน้ากากเขาจะไม่รู้ว่าเย่เชียนเป็นผู้นำของกองกำลังทหารรับจ้างที่ถูกขนามนามว่าราชาหมาป่าเย่เชียนก็ตาม แต่เขารู้ว่าสมาชิกของเขี้ยวหมาป่านั้นไม่ง่ายเลยที่จะต่อกรด้วย ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่ากองกำลังทหารรับจ้างหน่วยเขี้ยวหมาป่านั้นเป็นดั่งราชาแห่งโลกของหทารรับจ้างทั้งหมดทั้งมวล

“ได้..ฉันสัญญา!” ชายผู้สวมหน้ากากตอบอย่างเคร่งขรึม

เย่เชียนพยักหน้าและพูดว่า “ตกลง!”

ชายผู้สวมหน้ากากมองเย่เชียนอีกครั้งแล้วหันหลังกลับ..

“ระ..รอ” จ้าวเทียนห่าวกำลังจะอ้าปากเพื่อเรียกชายผู้สวมหน้ากากคนนั้นแต่เย่เชียนห้ามเขาด้วยการส่งสัญญาณมือพร้อมพูดเบาๆว่า “เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับหลัวหยา!..” นั่นเป็นเพราะเขารู้ว่ากฎขององค์กรเซเว่นคิลนั้นเป็นอย่างไร ชายสวมผู้หน้ากากถามเขาแค่เพียงเพราะต้องการยืนยันว่าจ้าวเทียนห่าวเป็นคนที่ทรยศหักหลังจริงหรือไม่ ทว่าจ้าวเทียนห่าวกลับคิดว่าเขาเป็นลูกหลานของหลัวหยาโดยไม่คาดคิดและเต็มใจที่จะตาย

จ้าวเทียนห่าวผงะไปชั่วครู่และต้องการถามเย่เชียนว่าเขารู้ได้อย่างไรแต่ท้ายที่สุดตนก็ตัดสินใจไม่ถาม ขณะนั้นเย่เชียนก็หันหน้ามองจ้าวเทียนห่าวและพูดว่า “มันดึกแล้ว..ถ้าคุณไม่รังเกียจไปที่บ้านของผมก่อนไหม?”

เมื่อจ้าวเทียนห่าวเห็นสัญลักษณ์บนเครื่องแบบบนเสื้อของเย่เชียนแล้วจ้าวเทียนห่าวก็แต่จ้องมองอย่างว่างเปล่า เขาไม่คิดว่าชายหนุ่มคนนี้จะเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทเทียนหยากรุ๊ปของเขาเองมันจึงทำให้เขาตกตะลึงเล็กน้อยและตอบกลับไปว่า “ได้ฉันขอรบกวนคุณด้วย” จ้าวเทียนห่าวไม่มีท่าทีที่อวดดี เขาได้ยินการสนทนาระหว่างเย่เชียนกับชายผู้สวมหน้ากากแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะไม่กลัวความตาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ต้องการมีชีวิตอยู่ นอกจากนี้เขายังอยากที่จะรู้จักกับชายหนุ่มผู้นี้ที่สามารถสงบสติอารมณ์ได้เมื่อเผชิญหน้ากับนักฆ่าและยังสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ของเขาได้ เหตุใดเขาจึงเต็มใจทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยชั้นผู้น้อยในบริษัทเทียนหยากรุ๊ป

“ฉันยังไม่ทราบชื่อของคุณเลย..ฉันชื่อจ้าวเทียนห่าว” จ้าวเทียนห่าวพูดอย่างเป็นกันเอง

“เย่เชียน!” เย่เชียนตอบอย่างห้วนๆและยิ้มเบาๆจากนั้นก็พูดต่อว่า “ที่พักของผมอยู่ข้างหน้านี้เอง..ไปกันเถอะ”

“คุณดูเหมือนว่าคุณรู้จักกับนักฆ่าคนนั้นหรือ?” จ้าวเทียนห่าวพูดด้วยความสงสัย

เย่เชียนยิ้มเจื่อนๆและตอบว่า “คุณคิดว่าผมเป็นพวกเดียวกับเขาหรือ? คุณคิดว่าเราเพิ่งจะเล่นละครเพื่อตบตาคุณหรอกหรือ?”

“ไม่ๆๆไม่แน่นอน” จ้าวเทียนห่าวตอบอย่างเร่งรีบ

“หากคุณต้องการที่จะฆ่าฉันจริงๆแล้วล่ะก็ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องลำบากเล่นละครพวกนี้เลย..แล้วฉันก็หนีไปไหนไม่พ้นอยู่ดี..ฉันแค่เห็นทั้งคู่ดูเหมือนว่าจะรู้จักกันเฉยๆน่ะ”

เย่เชียนไม่ได้พูดชี้แจงอะไร และเข้าใจอย่างดีว่าความรู้สึกของจ้าวเทียนห่าวนั้นถูกต้อง เขาก็แค่ยิ้มเบาๆและพูดว่า “เราไม่เคยเจอกันมาก่อนเราไม่รู้จักกัน..แต่เราเคยได้ยินเรื่องราวของกันและกัน”

จ้าวเทียนห่าวมองอย่างหมดหนทางและค่อนข้างสับสนกับคำตอบของเย่เชียน และเมื่อครู่นี้ระหว่างที่เย่เชียนสนทนากับชายผู้สวมหน้ากากนั้นทั้งสองคนก็ไม่มีใครเปิดเผยชื่อของตนเลย พวกเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นใคร แต่ทว่าเย่เชียนไม่ต้องการที่จะอธิบายและมันก็ไม่ใช่สถานะที่ดีสำหรับเขาในตอนนี้ที่จะถามเช่นนั้น

“คุณเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในเทียนหยากรุ๊ปหรือ?” จ้าวเทียนห่าวเปลี่ยนหัวข้อสนทนาและถาม

“ใช่..และวันนี้ก็เป็นวันแรกของการทำงาน” เย่เชียนตอบกลับ

“เป็นยังไงบ้าง?..คุณคุ้นเคยกับมันบ้างหรือยัง?” จ้าวเทียนห่าวถามแล้วหัวเราะ

“มันค่อนข้างดีเลย..เงินเดือนก็ดี..อาหารไม่เลวแม้แต่เสื้อผ้า..ผมจะไปหาสิ่งดีๆเหล่านี้ได้ที่ไหนอีก” เย่เชียนตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูจริงใจ

“ด้วยทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมและความใจเย็นของคุณแล้วคุณไม่รู้สึกเสียใจที่คุณได้เป็นเพียงพนักงานรักษาความปลอดภัยชั้นผู้น้อยหรือ?” จ้าวเทียนห่าวถามด้วยความกังวลเล็กน้อย

“ไม่เลย..ยังพอมีโอกาสที่จะเติบโตอยู่มันยอดเยี่ยมมากและนอกจากนี้ผมก็ไม่มีภูมิหลังการศึกษาที่ดีหรือประสบการณ์ด้านอื่นๆเลย..ถ้าผมไม่ทำงานด้านรักษาความปลอดภัยผมจะไปทำอะไรได้อีกล่ะ” เย่เชียนตอบอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน

ผู้ที่มีพรสวรรค์ที่แท้จริงมักถูกซ่อนอยู่ในหลืบและบางทีชายหนุ่มผู้นี้ที่อยู่ต่อหน้าเขาอาจจจะเป็นพรสวรรค์ที่ถูกซ่อนอยู่ในเมืองนี้ก็เป็นได้ จ้าวเทียนห่าวคิดกับตัวเองเพราะเขาได้เห็นคนที่มีพรสวรรค์มามากมาย แต่ไม่มีคนไหนที่ทัศนคติดีเหมือนเย่เชียนมาก่อน จ้าวเทียนห่าวคิดกับตัวเองอยู่ในใจว่าถ้าเขาให้เย่เชียนมาเป็นผู้ติดตามของเขาล่ะก็เย่เชียนจะต้องช่วยตนได้มากมายหลายโขอย่างแน่นอน

“ผมพักอยู่ที่นี่คุณจ้าว” เย่เชียนเปิดประตูและทำท่าทางต้อนรับ “บ้านของผมโล่งๆเรียบง่ายน่ะถ้าคุณจ้าวไม่รังเกียจเชิญเลยครับ!”

จ้าวเทียนห่าวหัวเราะและพูดว่า “ตอนที่ฉันเป็นเด็กฐานะที่บ้านฉันก็ไม่ได้ดีฉันก็อยู่แบบนี้เหมือนกันฉันชอบใช้ชีวิตที่เรียบง่ายน่ะบ้านฉันสร้างด้วยคอนกรีตธรรมดาๆและฉันก็ย้ายมาที่เซี่ยงไฮ้นี้และฉันก็นอนใต้สะพานน่ะ..เย่เชียนอย่าเรียกฉันว่าคุณจ้าวเลยถ้าคุณไม่รังเกียจก็เรียกฉันลุงจ้าวเถิดและฉันขอเรียกเย่เชียนว่านายก็แล้วกันนะ!”

เย่เชียนหัวเราะเจื่อนๆและไม่ได้พูดอะไรอีกและก็ไม่ได้ปฏิเสธ ส่วนจ้าวเทียนห่าวก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเช่นกัน ท้ายที่สุดแล้วมันเป็นเพียงการพบกันครั้งแรกของพวกเขาและมันไม่ง่ายเลยที่จะทำให้คนอื่นคุ้นเคยอย่างสนิทสนมกับตัวเองเช่นนี้ “พ่อของผมยังอยู่ที่โรงพยาบาลน่ะ..คืนนี้ลุงนอนในห้องของพ่อนะ” เย่เชียนพาจ้าวเทียนห่าวไปที่ห้องของพ่อแล้วเปิดประตู

“ขอบใจ!” จ้าวเทียนห่าวตอบอย่างเกรงใจเล็กน้อย

เย่เชียนยิ้มเล็กยิ้มน้อยและพูดว่า “พักผ่อนเถอะ” เมื่อพูดเสร็จจ้าวเทียนห่าวก็เข้าไปในห้อง

ในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นเย่เชียนลุกออกจากเตียงแต่เช้า เขาตัดสินใจไม่ไปทำงานในวันนี้เพราะเขาไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่นักฆ่าจากองค์กรเซเว่นคิลจะปรากฏอีกตัวเขาจึงไม่สามารถออกไปทำงานได้ หลังจากนั้นไม่นานจ้าวเทียนห่าวก็ลุกขึ้นจากเตียง และหลังจากที่รอให้จ้าวเทียนห่าวยืดเส้นยืดสายได้สติแล้ว เย่เชียนก็พูดว่า “รอสักครู่นะผมขอโทรไปหาที่ทำงานหน่อย”

“ตามนั้น!” จ้าวเทียนห่าวพูดด้วยรอยยิ้มอย่างสะลึมสะลือที่เพิ่งตื่นจากการนอน

เย่เชียนหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาออกมาและกดหมายเลขของแผนกรักษาความปลอดภัยของบริษัทเทียนหยากรุ๊ป “สวัสดีครับหัวหน้าเจิ้งผมเย่เชียนนะ..มีปัญหาเกิดขึ้นที่บ้านของผม!..ผมขอลาสามสามวันได้ไหม” เย่เชียนพูดเมื่อโทรศัพท์ถูกรับสาย

“อะไรนะ?..ลา?..เย่เชียนนายทำงานได้แค่วันเดียวแต่จะขอลาแล้วเหรอ! จรรยาบรรณในการทำงานของนายแย่มาก! นายคิดว่าที่นี่คือที่ไหนบริษัทเทียนหยากรุ๊ปคืออะไร? นายคิดว่ามันเป็นสวนผักสวนปลาหลังบ้านของนายเหรอ? เอาล่ะถ้าวันนี้นายมาสายไม่ตรงเวลานายก็ไม่ต้องโผล่หน้ามาอีก!” เสียงโกรธของเจิ้งซินทะลุผ่านทางโทรศัพท์

เมื่อวานนี้ช่วงที่เกือบจวนจะถึงเวลาเลิกงานเจิ้งซินได้ยินมาว่าเย่เชียนรังแกเลขาลี่ และเขาก็วางแผนไว้ว่าจะสั่งสอนเย่เชียนในวันนี้ แต่ไม่คิดว่าน้องชายคนนี้จะขอลาในทันที เขาไม่สามารถพูดอะไรได้อีกได้แต่ปล่อยให้เขาไป

เยเชี่ยนขมวดคิ้วของเขาและหงุดหงิดเล็กน้อยในขณะที่เขาวางสายโทรศัพท์ เย่เชียนไม่ได้สนใจที่จะทำงานนักและเขาไปทำงานก็เพื่อให้พ่อรู้สึกโล่งใจไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำก็คือการปกป้องชีวิตของจ้าวเทียนห่าวเป็นเวลาสามวัน ในตอนแรกเขาช่วยจ้าวเทียนห่าวเพียงเพราะว่าเขารู้สึกว่าชายคนนี้เป็นคนที่กล้าหาญและเด็ดเดี่ยว ทว่าในตอนนี้ก็มีอีกเหตุผลหนึ่งเพราะนี่เป็นศักดิ์ศรีการเดิมพันระหว่างเขี้ยวหมาป่าและเซเว่นคิล หากเย่เชียนพ่ายแพ้นั่นก็หมายความว่าเขี้ยวหมาป่าพ่ายแพ้เช่นกัน

เมื่อเขาเห็นสีหน้าของเย่เชียนแล้วจ้าวเทียนห่าวก็เดาได้ไม่ยากว่าเกิดอะไรขึ้น “ให้ฉันยืมโทรศัพท์โทรออกหน่อยสิ” จ้าวเทียนห่าวพูดพร้อมกับยิ้มเล็กยิ้มน้อย

เขาหยิบโทรศัพท์จากเย่เชียนจากนั้นจ้าวเทียนห่าวก็พยักหน้าให้และหันกลับไปแล้วเดินเข้าไปในห้องพร้อมปิดประตูจากนั้นเขาก็โทรไปที่แผนกรักษาความปลอดภัยของบริษัทเทียนหยากรุ๊ปและพูดอย่างสุขุมว่า “ฉันคือจ้าวเทียนห่าว..ต่อสายให้เฉาต้าหัวรับที”

ผู้ที่รับสายคือเจิ้งซินเมื่อเขาได้ยินคำพูดของจ้าวเทียนห่าวเขาก็งงงุนและเขาก็ดูที่หน้าจอโทรศัพท์และเห็นว่ามันเป็นเบอร์ของเย่เชียนที่เพิ่งจะโทรมาก่อนหน้านี้ไม่นาน ทันใดนั้นเขาก็ตะโกนใส่โทรศัพท์อย่างเดือดดาลว่า “ไอ้เวรเอ้ย ถ้าแกเป็นจ้าวเทียนห่าวฉันก็เป็นพ่อของจ้าวเทียนห่าว”

.

.

.

.

.

.

.

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 34 เขี้ยวหมาป่า VS เซเว่นคิล

คัดลอกลิงก์แล้ว