เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 มังกรในห้องขัง

ตอนที่ 13 มังกรในห้องขัง

ตอนที่ 13 มังกรในห้องขัง


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

ตอนที่ 13 มังกรที่ถูกกักขัง

แต่เดิมแล้ว หยางเหว่ยที่เห็นว่าเย่เชียนดูมีท่าทีหยิ่งยโสโอหัง เขาคิดว่าเย่เชียนนั้นมีผู้ที่มีอํานาจหนุนหลังให้จึงลองสืบค้นดู ถึงข้อมูลจะไม่มากนักแต่เขาก็ได้รู้ว่าเย่เชียนเป็นเพียงเด็กกําพร้าที่คนเก็บขยะเก็บมาเลี้ยง คนประเภทนี้น่ะเหรอที่จะมีใครมาหนุนหลังให้ หยางเหว่ยนึกสมเพชเย่เชียน หลังจากนั้นเขาก็คิดขึ้นมาว่า ‘ไอ้นี่มันบัดซบจริง ๆ เดี๋ยวฉันคนนี้จะสั่งสอนแกเอง คอยดูเถอะว่าฉันจะทําอะไรกับแกบ้าง’

 

เมื่อหยางเหว่ยได้ข้อมูลจากในอินเทอร์เน็ตตามที่ต้องการแล้ว เขาก็เรียกเจ้าหน้าที่ตํารวจร่างผอมเข้ามาพูดอะไรบางอย่างกับเขา หลังจากเจ้าหน้าที่ร่างผอมออกไป หยางเหว่ยก็อดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย

 

ตํารวจร่างผอมเดินเข้ามายังห้องสอบสวนแล้วพาเย่เชียนไปยังห้องคุมขัง

 

เข้าไป!

 

เขาตะโกนขณะที่ยืนอยู่หน้าประตู เย่เชียนเหลือบมองเขาด้วยสายตาน่ากลัวทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวั่นเกรงและตัวสั่นขึ้นมา เมื่อเย่เชียนเข้าไปแล้ว เขาก็รีบล็อกห้องขังอย่างแน่นหนา จากนั้นก็ตะโกนบอกนักโทษคนอื่น ๆ อย่างรื่นรมย์ว่า

 

“มีเด็กใหม่มาดูแลเขาด้วย!” พูดจบเขาก็เดินออกไปด้วยความสะใจ

 

ห้องขังนี้ล้วนมีแต่ผู้กระทําผิดโทษสถานหนักร้ายแรงที่ถูกกักตัวไว้ที่นี่เพื่อรอขึ้นศาล และแน่นอนว่าหยางเหว่ยต้องการให้นักโทษที่นี่สั่งสอนบทเรียนให้แก่เย่เชียน เพราะนักโทษมักชอบก่อความรุนแรงชกต่อยกันเป็นเรื่องปกติ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาที่คนเป็นตำรวจอย่างเขาต้องเข้าไปแทรกแซง

 

เย่เชียนกวาดสายตาไปยังเหล่าอสูรร้ายร่วมห้องขัง และเขาก็เข้าใจได้ในทันทีว่ามีใครบางคนต้องการที่จะแก้แค้นเขาโดยใช้ไอ้พวกเศษเดนพวกนี้เป็นเครื่องมือ

 

ในกรมตํารวจนี้ก็น่าจะมีเพียงสองคนเท่านั้นที่มีเรื่องกับเขา ไม่หวังยู่ก็ต้องเป็นหยางเหว่ย ซึ่งหวังยู่เธอเป็นพวกโง่แบบใสซื่อ ไม่น่าจะทําเรื่องอะไรแบบนี้ได้ ถ้าเช่นนั้นมันก็ต้องเป็นหยางเหว่ยอย่างแน่นอน

 

“มานี่ซิ!” หนึ่งในนักโทษที่ดูเหมือนจะเป็นขาใหญ่ของที่นี่มองหน้ายังเย่เซียนและพูดขึ้น

 

เย่เชียนแสร้งทำเป็นกลัวเขาและพูดจาประจบประแจง

 

“พี่ชาย... มีอะไรให้ผมรับใช้เหรอครับ ?”

 

หัวหน้านักโทษเห็นเช่นนี้ก็ช่วยไม่ได้ที่เขาจะออกอาการงุนงง เพราะเขาคิดว่าเย่เชียนเป็นคนที่ไม่ยอมคน เขาจึงไม่ได้คาดว่าเย่เชียนจะเป็นพวกขี้ขลาดตาขาว  เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาจึงต้องการแสดงความยิ่งใหญ่ในศักดิ์ศรีของนักเลงขาใหญ่และตะโกนออกมาเสียงดังว่า

 

“คุกเข่า!

 

สําหรับลูกผู้ชายอกสามศอกแล้ว การคุกเข่านั้นก็มีค่าดั่งทองคําในโลกใบนี้ มีเพียงพ่อแม่บังเกิดเกล้าเท่านั้นที่จะยอมคุกเข่าให้ อย่างไรก็ตาม เย่เชียนค่อย ๆ ย่อเข่าลงเล็กน้อยต่อหน้าพวกเขา

 

ในขณะที่พวกเขากําลังเยาะเย้ยในการกระทำอันขี้ขลาดตาขาวของเย่เชียน เย่เชียนก็ใช้จังหวะนี้เตะเสยอย่างรุนแรงเข้าไปที่หน้าของหัวหน้านักโทษอย่างจังจนเขาสำรอกอาหารที่เพิ่งกินเข้าไปออกมา นักโทษคนอื่นถึงกับยืนขึ้นด้วยความตกใจและปิดปากเงียบ ไม่กล้าตอบสนองต่อสถานการณ์ตรงหน้า

 

หลังจากนั้นเย่เชียนก็เหยียบหัวของไอ้หัวหน้านักโทษและมองไปยังคนอื่น ๆ ที่เหลือ นักโทษคนอื่น ๆ ไม่รอช้ารีบวิ่งไปเขย่ากรงขังและตะโกนเสียงดังอย่างร้อนรน “ช่วยด้วย... ช่วยด้วย... พวกเราถูกทําร้าย!!!” เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าอยู่ด้านนอกได้รับคําสั่งมาจากหยางเหว่ยว่าวันนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็จงทําเป็นไม่รู้ไม่เห็นเสีย ถึงเขาจะได้ยินเสียงต่าง ๆ แต่ก็ยังทําเป็นหูทวนลมนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ต่อไปอย่างใจเย็น

 

เมื่อเย่เชียนเห็นว่าเป็นเช่นนี้ เขาจึงยิ้มดุจดั่งปีศาจร้าย

 

ตอนนี้นักโทษคนอื่น ๆ ในห้องขังก็เข้าใจกันหมดแล้วว่าเด็กใหม่คนนี้ไม่ใช่พวกไก่อ่อน เขาเพียงเสแสร้งแกล้งทำเท่านั้น แม้ว่าในนี้จะไม่มีอาชญากรระดับประเทศก็ตาม แต่ก็เป็นถึงพวกมาเฟียระดับสูงที่มีน้อยคนนักจะกล้าขัดใจพวกเขา แต่เย่เชียนเองก็เป็นถึงหัวหน้ากลุ่มเขี้ยวหมาป่า มีหรือจะไร้ซึ่งพลังความสามารถ

 

เย่เชียนจัดการพวกมันได้อย่างง่ายดาย ในเวลานี้พวกมาเฟียระดับสูงทั้งหมดนอนโอดครวญด้วยความเจ็บปวดอยู่ที่พื้น เหล่านักโทษล้วนสิ้นหวังและได้แต่ก่นด่าสาปแช่งหยางเหว่ยไป 18 ชั่วโคตรว่าทำไมถึงส่งอสูรร้ายเช่นนี้มาอยู่ร่วมห้องกับพวกเขา

 

เย่เชียนเดินไปหาหัวหน้านักโทษแล้วจงใจเหยียบหน้าเขากดลงกับพื้นพร้อมกับถามเรียบ ๆ

 

“แกมีบุหรี่มั้ย ?”

 

“มี... เอ่อ... มีครับ!” หัวหน้านักโทษกล้ำกลืนความเจ็บปวดและลุกไปหยิบบุหรี่มาใส่ปากเย่เชียนอย่างสุภาพ จากนั้นก็พูดอย่างนอบน้อม “บอสมีอะไรให้ผมรับใช้อีกไหมครับ ?”

 

เย่เชียนสูบบุหรี่อย่างสบายใจก่อนจะพูดว่า

 

“วันนี้ฉันเหนื่อยละ อยากพักผ่อน บ้าจริง ๆ! ไม่ได้ออกแรงมาตั้งนาน ออกกําลังแค่นี้ร่างกายก็ปวดไปหมด”

นักโทษทั้งหลายมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความอัปยศอดสู ท่าทางที่ดูเหมือนผู้หญิงนี้มันอะไรกัน! แต่ก็ไม่มีใครกล้าทำอะไร

“บอสเราจะพักผ่อน พวกเอ็งมัวทําอะไรกันอยู่ รีบมาจัดที่นอนให้บอสเร็ว!” หัวหน้านักโทษตะโกนสั่งการก่อนจะหันมาพูดกับเย่เชียนอย่างนอบน้อมอีกครั้งว่า “บอสนอนตรงนี้เลยครับ มันห่างจากห้องน้ำ... อากาศตรงนี้ดีที่สุดครับ”

 

เมื่อเห็นนักโทษที่พลุกพล่านลุกลี้ลุกลนรอบ ๆ ตัวของเย่เชียน เขาก็ถอนหายใจ ดูเหมือนว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่ไหนในโลกใบนี้ ความอ่อนแอนั้นย่อมตกเป็นเหยื่อของความแข็งแกร่งและมักจะถูกบีบบังคับให้ยอมจำนนอย่างที่สุด

 

......

การจัดแสดงนิทรรศการเปิดโลก World Expo ใกล้เข้ามาแล้ว ศาลากลางให้ความสําคัญกับการจัดงานนี้เป็นอย่างมาก ทั้งหน่วยรักษาความปลอดภัยของเมือง รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ อีกหลายหน่วยงานต่างก็ได้ออกคําสั่งไปยังสํานักงานเขตแต่ละเขตให้เตรียมงานในครั้งนี้ให้ออกมาอย่างดีที่สุด ซึ่งพวกเขาต้องทําอย่างรอบคอบที่สุดเพื่อควบคุมความเรียบร้อยทุกจุดและรับประกันว่างาน World Expo จะดําเนินไปได้อย่างราบรื่น

 

หลี่ฮ่าว ทําหน้าที่เป็นหัวหน้าสํานักงานรักษาความปลอดภัยสาธารณะในเขตพื้นที่ใหม่ของเมืองผู่ตง ในขณะที่เขาได้รับคําสั่ง เขาก็เริ่มเตรียมงานทันทีเพื่อให้ทันเวลา แม้ว่าการประชุมจะไม่ใช่การประชุมที่มีนัยสําคัญ แต่ก็ห้ามไม่ให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีมาตรการเข้มงวดเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจาร ยาเสพติด และการพนันด้วย สิ่งเลวร้ายสามอย่างนี้นั้นยังคงต้องได้รับการปฏิบัติและควบคุมอย่างถูกต้อง

 

กว่าหลี่ฮ่าวจะไต่เต้ามาเป็นตัวเขาในทุกวันนี้ได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เมื่อไม่นานมานี้เขาได้ข่าวว่าหน่วยงานจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ และเขาเองก็หวังว่าจะได้ขยับขยายย้ายไปทำงานที่สํานักงานส่วนกลาง ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะทํางานที่สำนักงานนี้ได้อย่างราบรื่นแล้วก็ตาม

 

หลายวันแล้วที่เขาไม่ได้กลับบ้าน เพราะติดภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาจากส่วนกลาง วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่นาฬิกาบอกเวลาสี่ทุ่มตรง แต่เขาก็ยังนั่งทำงานอย่างขะมักเขม้นอยู่ที่กรมตํารวจ เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้นอีกครั้ง ซึ่งแต่เดิมเขาคิดว่าจะไม่รับมัน แต่ด้วยความที่มันดังมาหลายครั้งแล้วจึงทําให้เขาต้องกดรับสายอย่างเสียมิได้

 

เมื่อเขายกโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์แปลกไม่คุ้นเคยโทรเข้ามาเรื่อย ๆ ตั้งแต่บ่าย เขาจึงกดรับสาย

 

“สวัสดีครับ ใครพูดสายครับ ?”

 

“ท่านอธิการกรมตำรวจหลี่ผู้ยิ่งใหญ่ ท่านยังเป็นคนที่งานยุ่งเสมอจนไม่มีเวลารับสายตลอดช่วงบ่ายเลยสินะ”

 

เมื่อได้ยินเสียงตอบรับเป็นน้ำเสียงเหน็บแนมของพ่อเขาเอง หลี่ฮ่าวก็รู้สึกเหมือนโดนมีดทิ่มแทงหัวใจ เขาจึงรีบตอบกลับไปว่า

 

“พ่อ ? นั่นพ่อใช่ไหม ? พ่อไม่ควรพูดกับผมแบบนี้นะ... ผมมีประชุมยาวตั้งแต่บ่ายเลยไม่ได้พกโทรศัพท์ไปด้วยจึงไม่รู้ว่ามีคนโทรเข้ามา  ผมขอโทษนะพ่อ แล้วพ่อมีอะไรครับถึงได้โทรมามากมายหลายสายขนาดนี้ ?”

 

“เสี่ยวฮ่าวเอ๋อร์... พี่สองของแกถูกจับกุม แล้วถูกพาไปสถานีตํารวจ! แกต้องไปช่วยพี่เขา”

 

หยางเจียนกัวนั้นรู้ดีว่าถ้าหากเป็นเรื่องนี้ หลี่ฮ่าวจะต้องไม่เพิกเฉยอย่างแน่นอน ตัวเขาเองนั้นร้อนใจตั้งแต่เย่เชียนถูกจับไปในตอนช่วงบ่ายแล้ว เขาจึงรีบโทรหาหลี่ฮ่าวแต่ก็ไม่มีใครรับสายเขาเลยเขาจึงเต็มไปด้วยความกังวล

“วะ... ว่าไงนะพ่อ ?!” หลี่ฮ่าวตะโกน น้ำเสียงตกใจระคนประหลาดใจ

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 13 มังกรในห้องขัง

คัดลอกลิงก์แล้ว