- หน้าแรก
- เซียนพยากรณ์แห่งถงฝู
- บทที่ 45 คนหนุ่ม! เจ้าช่างไร้คุณธรรม!
บทที่ 45 คนหนุ่ม! เจ้าช่างไร้คุณธรรม!
บทที่ 45 คนหนุ่ม! เจ้าช่างไร้คุณธรรม!
ฮั่วอิ่นลงมือโดยไม่ลังเล เพราะเขาไม่ได้โง่!
พวกคนที่แสร้งว่าเป็นวีรบุรุษเหล่านี้ กลับกล้าพูดว่าต้องการเปลี่ยนวิธีการประลอง แล้วยังจะให้เขาฆ่าตัวตายเพื่อชดใช้อีก?
ข้าฮั่วอิ่นมีพลังเหนือกว่าพวกเจ้าล้นฟ้า จะให้ลงไปเล่นตามเกมตลกของพวกเจ้านั้นหรือ? นอกจากสมองข้าจะถูกฟาดจนเสียสติแล้ว ข้าย่อมไม่มีวันยอม!
คิดถึงตรงนี้ สายตาที่มองไปยังจ้าวเจิ้งอี้ทั้งสี่ของฮั่วอิ่นก็ยิ่งเย็นชาล้ำลึก!
ผู้คนในโรงเตี๊ยมต่างมองดูจ้าวเจิ้งอี้ทั้งสี่ที่นอนบาดเจ็บสาหัสอยู่กับพื้น แล้วหันไปมองฮั่วอิ่นซึ่งยังยืนสงบนิ่งด้วยสีหน้าทรงอำนาจ ความรู้สึกในใจของพวกเขาก็ยากจะอธิบาย
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า ฮั่วอิ่นจะลงมืออย่างฉับพลันเช่นนี้
และจ้าวเจิ้งอี้ทั้งสี่ ก็เป็นเช่นที่ตนเองยอมรับไว้แต่ต้น นั่นคือ...ไม่ใช่คู่มือของเขาเลยแม้แต่น้อย!
ครั้นย้อนนึกถึงวาจาที่ฮั่วอิ่นกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ สีหน้าของทุกคนก็พลันแปรเปลี่ยนอย่างประหลาด
“คนหนุ่ม! เจ้าช่างไร้คุณธรรม!”
จ้าวเจิ้งอี้กัดฟันพยุงกายขึ้นมาได้เล็กน้อย
เขาจ้องมองฮั่วอิ่นด้วยสีหน้าขุ่นแค้นปนตกใจอย่างถึงที่สุด
ก็ยังอยู่ในขั้นพูดคุยตกลงกันแท้ ๆ เหตุใดถึงลงมือทันทีได้เล่า!
ฮั่วอิ่นหัวเราะเย็น ตอบกลับด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“พวกเจ้าจะให้ข้าฆ่าตัวตายแทนชดใช้ แล้วยังหวังให้ข้าพูดถึงคุณธรรมกับพวกเจ้าอีกหรือ? เจ้าทั้งสี่คิดว่าตนสำคัญถึงเพียงนั้นเลยหรือ?”
จ้าวเจิ้งอี้ฟังแล้ว ใบหน้าก็แดงก่ำราวตับหมู จะเพราะโกรธหรืออับอายก็ไม่อาจรู้ได้
ใบหน้าของฉินเซี่ยวอี๋ กงซุนม๋ออวิ๋น และเถียนฉีก็ดูจะหมองหม่นไม่ต่างกัน
พวกเขาเคยนึกว่า ฮั่วอิ่นยังเยาว์วัย ใจร้อน และเพราะชื่อเสียงโด่งดัง คงอยากรักษาเกียรติไว้ จึงน่าจะยอมตกลงเข้าสู่การประลองที่พวกเขาจัดวางไว้
ใครจะคาดคิดว่า ฮั่วอิ่นกลับไม่เดินตามแผน หากแต่ใช้พลังมหาศาลบดขยี้พวกเขาจนแทบไร้ทางสู้!
หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ ต่อให้มีสิบปากก็ไม่มีใครอยากมาที่นี่!
ทว่ายามนี้กล่าวอะไรก็ไร้ความหมายไปแล้ว พวกเขาจำต้องหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์เบื้องหน้าเสียก่อน
คิดได้ดังนั้น จ้าวเจิ้งอี้จึงกัดฟันกล่าวเสียงหนักว่า “ถือว่าเจ้าเป็นฝ่ายชนะในวันนี้ รอข้ารักษาอาการบาดเจ็บแล้ว จะกลับมาประลองกับเจ้าอีกครั้ง!”
วาจานั้นดูเข้มแข็ง แต่น้ำเสียงในใจของเขากลับคิดจะหายตัวไปจากชีวิตของฮั่วอิ่นตลอดกาล!
แต่แผนในใจของเขานั้น ฮั่วอิ่นย่อมฟังออกชัดถนัด
เขาจึงหัวเราะเย็นกล่าว “ไม่จำเป็นต้องรอวันหน้า วันนี้ข้านี่แหละ...จะส่งเจ้าไปยังปรโลกเสียเลย!”
พูดจบ ฮั่วอิ่นก็ชี้นิ้วมือขวาออกมาอีกครั้ง!
ดรรชนีกระบี่หกชีพจรพุ่งออกจากปลายนิ้ว ดุจเงาลมแหลมคมที่ยากจะคาดเดา
ภายในเสี้ยวพริบตา มันก็มาถึงหน้าของจ้าวเจิ้งอี้ แล้วปักทะลุอกของเขาไปเต็มแรง!
ผัวะ!
จ้าวเจิ้งอี้สำรอกโลหิตออกมาอีกครา แล้วร่างก็ล้มคว่ำลงกับพื้นในทันที ลมหายใจขาดสะบั้น!
ฉินเซี่ยวอี๋ กงซุนม๋ออวิ๋น และเถียนฉีเห็นภาพนั้นกับตา ก็ถึงกับตะลึงงันไป
ฉินเซี่ยวอี๋ถึงกับร้องเสียงหลง “เจ้าฆ่าเขา!”
ฮั่วอิ่นปรายตามองเขาด้วยสายตาเย็นชา ตอบกลับด้วยเสียงเรียบ ๆ
“ไม่ฆ่าเขา...จะเก็บไว้รอปีใหม่หรืออย่างไร?”
ขณะที่ฉินเซี่ยวอี๋กำลังจะพูดอะไรบางอย่างอยู่นั้น กงซุนม๋ออวิ๋นกับเถียนฉีก็ลุกขึ้นพรวดและรีบวิ่งออกไปทางหน้าประตูโรงเตี๊ยม!
หากไม่หนีตอนนี้ คนต่อไปที่ต้องตายก็คงเป็นพวกเขา!
ฉินเซี่ยวอี๋เห็นการกระทำของทั้งสอง ก็พลันตื่นตัว สีหน้าซีดเผือดดังแผ่นกระดาษในบัดดล!
ฉัวะ!
ฉัวะ!
ในขณะที่สีหน้าของฉินเซี่ยวอี๋แปรเปลี่ยน สายกระบี่สองสายก็เฉียดศีรษะของเขาไป ราวกับลมหายใจแห่งความตาย
กระบี่นั้นพุ่งตรงไปยังเข่าของกงซุนม๋ออวิ๋นและเถียนฉี ทะลุเข้าไปอย่างแม่นยำจนล้มลงแทบเท้า!
“อ๊ากกก!”
เสียงกรีดร้องของทั้งสองแทบจะแฝงเสียงกันในห้วงเวลาเดียวกัน
ร่างพวกเขาทรุดฮวบลง มือคว้าหัวเข่าแน่นด้วยความเจ็บปวดสุดทน!
แต่ยังไม่ทันได้ร่ำไห้โอดครวญนาน กระบี่อีกสองสายก็พุ่งวาบมาอีกครั้ง แทงทะลุลำคอพวกเขาทั้งคู่ในบัดดล!
เสียงแผ่วลง ไม่มีแม้แต่เสียงครางครั้งสุดท้าย ชีวิตดับสิ้นในพริบตา
หลังจากปลิดชีพกงซุนม๋ออวิ๋นกับเถียนฉีเรียบร้อยแล้ว ฮั่วอิ่นก็หันไปจ้องมองฉินเซี่ยวอี๋ที่ยืนตะลึงนิ่งอยู่กับที่
เขากล่าวเสียงเย็น “พวกเจ้ามาด้วยกันสี่คน ควรกลับไปพร้อมกันสี่คน ข้าจะส่งเจ้าไปสมทบเดี๋ยวนี้!”
ฉินเซี่ยวอี๋ได้สติกลับมาในที่สุด
เมื่อเขาอ้าปากหมายจะร้องขอชีวิต กระบี่สายสุดท้ายก็พุ่งทะยานจากปลายนิ้วของฮั่วอิ่น เสียบทะลุคอหอย ปิดกลั้นคำขอร้องไว้ตลอดกาล
ผัวะ!
ร่างของฉินเซี่ยวอี๋ทรุดฮวบลงกับพื้น เสียงกระแทกพื้นหนักแน่น เงียบสงัดดังสุสาน
ทั่วทั้งห้องโถงเงียบกริบลงในบัดดล
ทุกสายตาจับจ้องไปยังร่างไร้วิญญาณของจ้าวเจิ้งอี้ ฉินเซี่ยวอี๋ กงซุนม๋ออวิ๋น และเถียนฉี ราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางใจ
เมื่อไม่กี่วันก่อน พวกเขาเพียงได้ยินข่าวว่า ฮั่วอิ่นสังหารผู้ติดตามของลิ้มเซียนยี้ และเล้งเซียวฮุ้น
แต่บัดนี้ เมื่อได้เห็นกับตา ว่าฮั่วอิ่นจัดการสี่จอมยุทธ์อย่างเด็ดขาดในพริบตา ความแข็งกร้าวและอำนาจของเขาก็ชัดเจนยิ่งกว่าแสงตะวัน
เจ้ามิรังแกข้า ทุกอย่างคุยกันได้ แต่หากเจ้ารังแกข้า ...เจ้าต้องตาย!
นี่แหละคือท่าทีของฮั่วอิ่น!
ทันใดนั้น ฮั่วอิ่นหันไปมองแป๊ะเฮียวเซ็งพลางถามขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติ
“เมื่อครู่เราคุยถึงเรื่องใดนะ?”
แป๊ะเฮียวเซ็งยังจ้องมองศพที่นอนระเกะระกะอยู่บนพื้น ตาค้าง
ครั้นได้ยินเสียงถาม เขาก็สะดุ้ง รีบตอบอย่างตะกุกตะกัก
“เรา...เมื่อครู่เรากำลังคุยกันเรื่องกระบี่ ใช่แล้วกระบี่!”
พลางยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อเย็นที่ไหลผ่านขมับอย่างไม่รู้ตัว
เขาถึงกับใจสั่น ภายในใจเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นจนอยากจะลุกวิ่งหนีเสียเดี๋ยวนั้น
แต่เขาไม่กล้า!
กลัวว่าฮั่วอิ่นจะปักกระบี่ใส่คอของเขาเหมือนที่ทำกับอีกสี่คนเมื่อครู่
แท้จริงแล้ว...แป๊ะเฮียวเซ็งคือพวกเดียวกับจ้าวเจิ้งอี้!
ตามแผนเดิม จ้าวเจิ้งอี้ทั้งสี่จะเบี่ยงเบนความสนใจ ส่วนเขาจะเป็นคนวางยาใส่ฮั่วอิ่นเมื่อสบโอกาส แต่แผนย่อมสวยงามเสมอในหัว ทว่าโลกแห่งความจริงกลับโหดร้าย
พวกเขายังไม่ทันทำอะไร ฮั่วอิ่นก็ลงมือสังหารทั้งสี่ได้ดั่งผ่าผักฟันฟืน
ทำเอาแป๊ะเฮียวเซ็งที่เตรียมวางยาต้องตัวเย็นเฉียบ เหงื่อเย็นไหลชุ่มทั้งหลัง
นี่หรือคือพลังของผู้บรรลุขอบเขตปรมาจารย์ยุทธ์?
ช่าง...น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!
ฮั่วอิ่นมองแป๊ะเฮียวเซ็งด้วยรอยยิ้มแผ่ว สายตายังเยือกเย็นเหมือนเคย ถามขึ้นเบา ๆ
“ทำไม? ร้อนหรือ?”
แป๊ะเฮียวเซ็งรีบพยักหน้า ตอบเสียงสั่นเครือ
“ใช่ ๆ ร้อนนิดหน่อย จริง ๆ...”
แป๊ะเฮียวเซ็งถอดเสื้อคลุมหนังจิ้งจอกออกอย่างรวดเร็ว ด้านหลังของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น ร่างกายสัมผัสกับลมหนาวแล้วเย็นยะเยือกจนรู้สึกตัว
ความเย็นนั้นทำให้เขาหายใจหวนสติกลับมาเล็กน้อย
เขาไอเบา ๆ ก่อนจะหันไปกล่าวกับฮั่วอิ่นว่า “เกิดเรื่องถึงขั้นนี้ ข้าคงไม่อาจอยู่ต่อได้อีก ขออนุญาตลากลับก่อน”
กล่าวจบ เขาก็ยืนขึ้นตั้งท่าจะจากไป
ทว่าในขณะเดียวกันนั้นเอง เงาร่างสองสายก็เดินเข้ามาจากหน้าประตู
เมื่อแป๊ะเฮียวเซ็งเห็นคนทั้งสอง ใบหน้าก็หดเกร็งขึ้นทันที
ยังจะมีมาอีกเรอะ?!
...
...
“พี่ใหญ่จ้าว!”
“ท่านอาจารย์ฉิน!”
“พี่ชายกงซุน!”
“ท่านเถียนเจ็ด!”
เล้งโซ่วฮุ้นตะโกนลั่นอย่างตกใจเมื่อเห็นร่างไร้วิญญาณของจ้าวเจิ้งอี้ ฉินเซี่ยวอี๋ กงซุนม๋ออวิ๋น และเถียนฉี นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น
เขาทรุดตัวลงกับพื้น รีบคว้าร่างเถียนฉีที่อยู่ใกล้สุดเข้ามากอดไว้ ตรวจสอบลมหายใจด้วยมือสั่นระริก
เมื่อแน่ใจว่าเถียนฉีเสียชีวิตแล้วจริง ๆ เล้งโซ่วฮุ้นก็ถึงกับทรุดทั้งใจ
“ใคร! ใครฆ่าพวกเขา!”
สายตาเขากวาดมองไปทั่วห้องด้วยความแค้น ก่อนจะหยุดนิ่งที่ฮั่วอิ่น
แม้ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน แต่เขาก็เคยได้ยินเรื่องของชายผู้นี้มาไม่น้อย เพียงมองแค่ครั้งเดียว เขาก็จำได้ในทันทีว่าเป็นฮั่วอิ่น
เขาลุกขึ้นตวาดเสียงดังใส่ “เจ้าช่างโหดเหี้ยมสิ้นดี!”
ทันใดนั้นเอง เขากลับต้องยกมือขึ้นกุมอกแน่น สีหน้าซีดเซียวราวจะเป็นลม
ลี้คิมฮวงซึ่งยืนอยู่ด้านหลังรีบเข้ามาพยุงไว้ “พี่ใหญ่! ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
เล้งโซ่วฮุ้นถอนหายใจยาว “พวกเขาคงลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของเซียวฮุ้น นึกไม่ถึงเลยว่าจะจบลงเช่นนี้…ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะเซียวฮุ้น ข้า…”
ลี้คิมฮวงเห็นความเศร้าบนใบหน้าเพื่อนรัก ก็รู้สึกเจ็บปวดไม่แพ้กัน
เขาเป็นคนที่เห็นเล้งเซียวฮุ้นสิ้นใจกับตา
เขาย่อมเข้าใจความรู้สึกของเล้งโซ่วฮุ้นอย่างถึงที่สุด
เล้งโซ่วฮุ้นจับมือของลี้คิมฮวงแน่น “น้องรอง ข้าจะต้องฆ่าฮั่วอิ่นให้ได้ เพื่อเซียวฮุ้น และเพื่อพวกพี่น้องที่ตายไป! เจ้าหนีไปเถอะ เดี๋ยวเขาจะเข้าใจผิดว่าเจ้ากับข้าเป็นพวกเดียวกัน จะได้ไม่ต้องโดนลูกหลง”
ลี้คิมฮวงฟังจบ ส่ายหน้า “พี่ใหญ่ ท่านคิดว่าข้าจะทิ้งท่านไว้คนเดียวได้หรือ?”
เล้งโซ่วฮุ้นมองสีหน้าแน่วแน่ของลี้คิมฮวง ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง
“เช่นนั้นก็ดี อย่างน้อย…เจ้าก็จะได้อยู่เก็บศพข้า”
พูดจบ เขาพยายามทรงกายขึ้น แต่ก็ไอออกมาหลายครั้ง แววตาแฝงความอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด
ลี้คิมฮวงเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ “พี่ใหญ่…ให้ข้าแทนท่านเถอะ”
ขณะที่เล้งโซ่วฮุ้นกำลังจะกล่าวตอบ จู่ ๆ ก็มีเสียงปรบมือดังมาจากมุมหนึ่งของห้อง
ทั้งลี้คิมฮวงและเล้งโซ่วฮุ้นหันขวับไปทันที
ฮั่วอิ่นยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมรอยยิ้มและเสียงปรบมือช้า ๆ
“ลี้คิมฮวง…เจ้าก็พูดออกมาจนได้ว่าจะลงมือแทนเขา ข้ารอเจ้าพูดประโยคนั้นมาตั้งนานแล้ว”
ลี้คิมฮวงยังไม่ทันตอบ เล้งโซ่วฮุ้นก็โพล่งขึ้นมาอย่างเดือดดาล
“ฮั่วอิ่น! เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไรน่ะ! คิดจะยุแยงเราสองพี่น้องงั้นหรือ?!”
ฮั่วอิ่นปรายตามองเขาอย่างไม่แยแส พลางกล่าวเสียงเยาะ
“เล้งโซ่วฮุ้น...ถ้าลี้คิมฮวงรู้ว่าเจ้าทำเรื่องเลวทรามกับลิ้มซีอิมในอดีตไว้มากมาย เขาจะยังเรียกเจ้าว่าพี่ใหญ่และยอมสู้แทนเจ้าอยู่อีกไหมล่ะ?”
คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าเล้งโซ่วฮุ้นซีดเผือดในบัดดล
ลี้คิมฮวงเองก็หน้าถอดสี รีบหันไปถามฮั่วอิ่น
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
ฮั่วอิ่นชี้ไปยังร่างไร้วิญญาณของจ้าวเจิ้งอี้ทั้งสี่ แล้วชี้มาทางเล้งโซ่วฮุ้น
“ไอ้พวกนี้ เคยร่วมหลับนอนกับลิ้มเซียนยี้ทั้งนั้น เป็นชายชู้ของนางแทบทั้งหมด”
แล้วก็หันมาทางแป๊ะเฮียวเซ็ง
“ใช่…รวมถึงเจ้า…ด้วย”
แป๊ะเฮียวเซ็ง: “……”