เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 16 : กลับไปเรียน

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 16 : กลับไปเรียน

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 16 : กลับไปเรียน


บทที่ 16 : กลับไปเรียน

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิเช่นนี้ ภายในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงอย่างโรงเรียนยู่หลงนั้น ต้นซากูระมากมายมีดอกเบ่งบานอยู่เต็มต้น บ้างก็ร่วงหล่นโปรยปรายสู่พื้น รถยนต์หรูหราที่ขับผ่านไปผ่านมาตามท้องถนนต่างก็บดขยี้ดอกซากูระที่ร่วงหล่นตามทางนี้อย่างไม่ใส่ใจ

รถยนต์หรูหราที่เห็นขับผ่านไปมาอยู่ภายในโรงเรียนแห่งนี้นั้น บ้างก็เป็นรถที่ผู้ปกครองขับมาส่งนักเรียนในโรงเรียน บ้างก็เป็นรถที่นักเรียนขับมาเอง ทุกคันล้วนแล้วแต่เป็นรถที่มีราคาสูงกว่าสามแสนหยวนขึ้นไปทั้งสิ้น

ภายในมีรถสปอร์ตยี่ห้อ Bentley Continental มูลค่ากว่าสามล้านหยวนคันหนึ่งจอดอยู่ ทุกคนในโรงเรียนต่างก็รู้ดีว่าเป็นรถของใคร

ถูกต้องแล้ว! มันคือรถที่โจวเทียนห่าวมอบให้กับซือเหวินเจียนซึ่งเป็นนักเรียนหญิงของโรงเรียนมีชื่อแห่งนี้ และเรื่องที่โจวเทียนห่าวดูแลซือเหวินเจียนอยู่นั้นก็ไม่ได้เป็นความลับอะไร

ปกติซือเหวินเจียนจะขับรถคันนี้ไปไหนต่อไหน และขับมาที่โรงเรียนด้วย เด็กสาวในโรงเรียนแห่งนี้หลายคนบ้างก็นึกอิจฉา แต่บ้างก็นึกดูถูก..

และนับตั้งแต่โจวเทียนห่าวถูกซูอานทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสนั้น รถคันนี้ก็ได้จอดอยู่ที่นี่มานานมากกว่าหนึ่งเดือนแล้ว

ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ ซูอานก็ได้เดินทางไปตามที่ต่างๆทั่วทั้งเมืองเจียงโจวเพื่อเสาะหาพลังชีวิต แต่ไม่ว่าไปที่ใดเขาก็ไม่พบสถานที่ที่มีพลังชีวิตอยู่เลย และนั่นทำให้เขาโมโหและหงุดหงิดใจอย่างมาก

ความรู้สึกของซูอานเวลานี้ไม่ต่างจากหญิงสาวที่ต้องการจะหูข้าว แต่กลับไม่มีข้าวให้หูงนั่นเอง ต่อให้ซูอานมีวิชาที่ล้ำเลิศมากเพียงใด แต่หากไร้ซึ่งพลังชีวิต ทุกอย่างก็ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้

แต่ในช่วงเวลาเปิดเทอมนี้ ซูอานจำเป็นต้องกลับมาเรียนก่อน..

หาไม่สามารถหาสถานที่ที่มีพลังชีวิตแม้แต่แห่งเดียวในเมืองเจียงโจวได้ เขาก็ต้องไปหาที่เมืองอื่นดู และหากหาจนทั่วทุกเมืองแล้วยังไม่มี เขาก็ต้องไปที่มณฑลอื่นหาดูเช่นกัน และหากหาทั่วทั้งประเทศจีนแล้วยังไม่พบ เขาก็จะเดินทางไปหาที่ต่างประเทศ

นี่คือความมุ่งมั่นของซูอาน!

แต่ทันทีที่ซูอานก้าวเท้าผ่านข้ามประตูรั้วโรงเรียนเข้าไป ภายในโรงเรียนก็เกิดเสียงฮือฮาดังขึ้นมาทันที ทั้งนักเรียนและคุณครูต่างก็มีสีหน้าตกใจ และไม่อยากจะเชื่อที่เห็นเขาปรากฏตัวเช่นนี้

“ดูสิ! ดูว่าใครมา?”

เด็กหนุ่มคนหนึ่งยกมือขึ้นชี้ไปทางซูอานพร้อมกับทำสีหน้างุนงงไม่เข้าใจ ซูอานที่ปกติอ่อนแอขี้ขลาด กลับกล้าทำร้ายโจวเทียนห่าวบาดเจ็บสาหัส

“นี่! แกยังกล้ามาโรงเรียนอีกเหรอ?!”

“นั่นซูอานนี่! ไม่น่าเชื่อว่ามันจะยังมีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้?”

นักเรียนในโรงเรียนยู่หลงแห่งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นลูกเศรษฐีทั้งนั้น แต่ละคนนั้นครอบครัวมีทรัพย์สินนับหลายๆล้าน อีกทั้งค่าเทอมของโรงเรียนแห่งนี้ก็แพงลิบลิ่ว มากกว่าหนึ่งแสนหยวนต่อเทอมทีเดียว..

ที่ซูอานสามารถเข้ามาร่ำเรียนที่นี่ได้ก็เพราะพ่อแม่ที่เขาไม่เคยได้พบหน้ามานานหลายปีนั่นเอง เรื่องเกี่ยวกับการเรียนของซูอานนั้น ซูปิงเซียนไม่กล้าตุกติกมาก เพราะปู่ของซูอานให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก

“ไม่ใช่ว่าโจวไห่หวงไล่ล่าตัวหมอนั่นทั่วทั้งเมืองหรอกเหรอ? ทำไมมันยังอยู่ดีอีกล่ะ?”

ทุกคนต่างก็จ้องมองซูอานด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เวลานี้ทุกคนต่างก็ให้ความสนอกสนใจซูอานเสียยิ่งกว่าเขาเป็นดอกไม้สวยงามภายในโรงเรียนเสียอีก

แต่ซูอานก็คร้านที่จะใส่ใจกับสิ่งรอบตัว เขาขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย แล้วเดินตรงไปยังห้องเรียนของตนเองอย่างไม่สนใจ

ทันทีที่ซูอานเดินเข้ามาในโรงเรียน เขาก็เสมือนพายุหมุนทอร์นาโดที่มีพลังรุนแรง ดูดเอาทุกคนและทุกสายตาเข้ามาหาตัวเอง มิหนำซ้ำยังทำให้โรงเรียนทั้งโรงเรียนปั่นป่วนโกลาหลอีกด้วย

เวลานี้ทุกคนต่างก็ให้ความสนใจซูอาน และดูเหมือนเขาจะได้รับความสนใจมากกว่าครูใหญ่ของโรงเรียนเสียอีก!

เมื่อซูอานก้าวเท้าเข้าไปในห้องเรียน เพื่อนๆในห้องต่างพากันวิ่งเข้ามาห้อมล้อม แล้วหนึ่งในนั้นก็ร้องตะโกนถามขึ้นว่า

“ซูอาน นี่แกยังจะกล้ามาโรงเรียนอีกหรอ?”

ฉีเจียนยกมือขึ้นชี้หน้าซูอานพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ฉีเจียนรู้จักกับโจวเทียนห่าวจึงไม่พอใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

แต่ซูอานกลับไม่สนใจคำพูดของฉีเจียน และไม่แม้แต่จะชายตามองด้วยซ้ำไป

เจียงเหวินเหวินที่เฝ้ามองอยู่ด้วยความเป็นห่วง จึงรีบร้องถามซูอานว่า “ซูอาน นายมาโรงเรียนทำไมกัน? ไม่รู้เหรอว่าโจวไห่หวงกำลังตามหาตัวนายไปทั่วทั้งเมือง?”

เจียงเหวินเหวินเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะของซูอาน ทั้งคู่นั่งข้างกันและเจียงเหวินเหวินก็แอบชอบซูอานมานานแล้ว แต่ซูอานกลับไม่เคยรับรู้

“อืมม..”

ซูอานตอบกลับเพียงแค่สั้นๆ น้ำเสียงของเขาเฉยชา และดูเหมือนไม่ต้องการที่จะพูดอะไรไปมากกว่านี้ เขาไม่สามารถบอกกับใครได้ว่าตนเองได้จัดการกับโจวไห่หวงจนหมดฤทธิ์ไปแล้ว และโจวไห่หวงยังถึงกับยินยอมเป็นม้าเป็นวัวให้เขาขี่ด้วย แต่ต่อให้เขาพูดออกไปเช่นนั้นจริงๆ ก็คงไม่มีใครเชื่อเขาอยู่ดี!

ฉีเจียนกรอกตาไปมาคล้ายกำลังครุ่นคิดบางสิ่งอยู่ จากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหาใครบางคน แต่หลังจากที่เขาแจ้งเรื่องซูอานให้กับปลายสายรู้ บุคคลปลายสายกลับตัดสายทิ้งด้วยความโมโหทันที

“ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ล่ะ?”

ฉีเจียนไม่อยากจะเชื่อ ก่อนหน้านี้โจวไห่หวงให้คนตามหาซูอานไปทั่วทั้งเมือง แต่ตอนนี้เขาโทรแจ้งว่าพบซูอาน ฝ่ายนั้นกลับรีบตัดสายทิ้ง และไม่ยอมคุยอีกเลย

“ต้องมีอะไรผิดปกติแน่!”

“นี่.. หยุดอยู่ตรงนั้นล่ะ!”

ซือเหวินเจียนที่นั่งอยู่แถวที่สองจากด้านหลัง ขมวดคิ้วพร้อมกับจ้องมองซูอานที่กำลังเดินเข้ามาตาเขม็ง

เธอไปเยี่ยมโจวเทียนห่าวที่โรงพยาบาลหลายต่อหลายครั้ง และทุกครั้งเธอก็จะได้ยินโจวเทียนห่าวร้องคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้นว่า

“ฉันต้องฆ่าซูอาน!”

แต่เมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อนหน้านี้ที่เธอไปเยี่ยมโจวเทียนห่าวที่โรงพยาบาล กลับพบว่าโจวเทียนห่าวหายตัวไปแล้ว เธอไม่สามารถติดต่อเขาได้เลยไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์ ส่งข้องความผ่าน WeChat หรือQQ ไปก็ไม่มีการตอบกลับ ทำให้ซือเหวินเจียนรู้สึกถึงความผิดปกติ

และยิ่งได้เห็นซูอานมาโรงเรียนในวันนี้ ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจมากยิ่งขึ้น ตอนนี้เธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

เวลานี้ซือเหวินเจียนรู้สึกสับสนและงุนงงอย่างมาก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกสองสามครั้ง แล้วจึงลุกขึ้นเดินไปหาซูอานที่ยังคงอยู่ในอารมณ์และท่วงท่าสงบนิ่ง

“ซูอาน.. แกยังกล้ากลับมาที่นี่อีกเหรอ?”

ซือเหวินเจียนขมวดคิ้วเข้าหากันพร้อมกับจ้องหน้าซูอานเขม็ง แต่ยิ่งเธอขมวดคิ้วทำหน้าตาเคร่งเครียด ก็ยิ่งทำให้ซือเหวินเจียนดูสวยงามและมีเสน่ห์มากขึ้น

ซูอานเพียงแค่เหลือบมองซือเหวินเจียน แต่กลับไม่ตอบคำถามของเธอ..

“บอกมา.. ตอนนี้โจวเทียนห่าวอยู่ที่ไหน?”

ในที่สุดซือเหวินเจียนก็ไม่อาจอดทนต่อไปได้อีก เธอร้องตะโกนใส่หน้าซูอานด้วยความเคียดแค้นใจ

สีหน้าของซูอานเปลี่ยนไปเล็กน้อย นั่นเพราะในความทรงจำของเขานั้น มีภาพของหญิงสาวคนนี้อยู่มากมาย แต่นั่นก็เป็นเพียงความทรงจำของซูอานคนก่อนเท่านั้น หาใช่ความทรงจำของจักรพรรดิเสียนอู่ไม่!

“เขาอยู่ที่ใด แล้วเกี่ยวอันใดกับข้า?”

ซูอานตอบกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่างเปล่า แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองโดยไม่แยแสกับซือเหวินเจียนอีกเลย

ซือเหวินเจียนเห็นซูอานเดินไปนั่งหลับตาที่โต๊ะโดยไม่สนใจตนเองเช่นนั้น ก็ถึงกับโมโหจนควันออกหู

“อย่าอวดดีไปหน่อยเลย! ฉันจะโทรหาลุงโจวเดี๋ยวนี้ ให้ลุงโจวส่งคนมาจับตัวแกไป!”

“จะทำอะไรก็รีบทำ อย่าได้มาร้องตะโกนหนวกหูต่อหน้าข้าเช่นนี้!”

เมื่อได้ฟังคำตอบของซูอาน ซูเหวินเจียนก็เดินกระแทกเท้าเสียงดังออกไปด้วยความโมโห

“พอไม่มีโจวเทียนห่าวคอยให้เงินใช้ ซือเหวินเจียนคงจะลำบากน่าดูสินะ!”

เจียงเหวินเหวินได้แต่พูดจาเย้ยหยันออกมา เพราะตลอดเวลาเธอเองก็มักจะอิจฉาในรูปร่างหน้าตาที่สวยงามของซือเหวินเจียนอยู่ตลอด

ฐานะทางบ้านของซือเหวินเจียนนั้นไม่ได้ร่ำรวยอะไร และที่เธอเข้ามาเรียนในโรงเรียนยู่หลงได้นั้น ก็เพราะว่ามีผลการเรียนที่ดีเท่านั้นเอง

เหตุผลที่เธอยอมคบหากับโจวเทียนห่าวก็เพราะเงินของเขานั่นเอง ในโลกวัตถุนิยมเช่นนี้ เงินจึงเป็นสิ่งสำคัญ!

ซูอานได้ยินคำพูดของเจียงเหวินเหวิน แต่เขาคร้านที่จะสนใจเรื่องเหล่านี้ สิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดคือการค้นหาแหล่งที่มีพลังชีวิต เพราะนั่นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา

แต่เจียงเหวินเหวินที่นั่งข้างซูอานนั้น ก็สร้างความปวดหัวให้กับซูอานไม่น้อย เธอนำขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม แล้วก็ของกินอีกมากมายขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ พร้อมกับชักชวนให้ซูอานกิน

“นี่ซูอาน.. หลายวันมานี้นายคงเจอเรื่องกดดันมาเยอะสินะ มากินนี่ดีกว่า ซุปสมองหมู กินบำรุงสมองของนายสิ!”

เจียงเหวินเหวินแสดงท่าทีและพูดจาเป็นห่วงเป็นใย แต่ซูอานกลับตอบไปด้วยน้ำเสียงเฉยชาเช่นเคย

เขายกมือขึ้นโบกปฏิเสธพร้อมกับตอบไปว่า “สมองของข้าไม่จำเป็นต้องได้รับการบำรุง เจ้าบำรุงสมองของเจ้าจะดีกว่า!”

“นี่นายกล้าพูดประชดฉันเหรอ?”

เจียงเหวินเหวินตอบกลับด้วยความโมโห พร้อมกับยกกำปั้นเล็กๆชูใส่หน้าซูอาน มีหรือที่ซูอานจะกลัวแต่เขาไม่ต้องการที่จะตอบโต้ต่างหาก เวลานี้ความวุ่นวายของเจียงเหวินเหวินทำให้เขานึกเสียใจที่ตัดสินใจมาโรงเรียน

….

และทันทีที่หมดคาบเรียนสุดท้าย ซูอานก็รีบคว้ากระเป๋านักเรียนวิ่งออกไปนอกห้องทันที เขาต้องการหนีไปให้ไกลจากเจียงเหวินเหวินมากที่สุด

“ซูอาน.. ตาบ้านี่! ฉันดีกับนายขนาดนี้ นายยังไม่เข้าใจอีกหรือไง?”

เจียงเหวินเหวินร้องออกมาด้วยความโมโห จากนั้นจึงคว้ากระเป๋านักเรียนเดินออกจากห้องไปด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย

จบบทที่ ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 16 : กลับไปเรียน

คัดลอกลิงก์แล้ว