เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 4 : ข้าไม่กลัว

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 4 : ข้าไม่กลัว

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 4 : ข้าไม่กลัว


บทที่ 4 : ข้าไม่กลัว

หลังจากที่ซูอานเดินจากไป ซูปิงเซียนก็มองตามแผ่นหลังของเขาไป ก่อนจะเดินไปนั่งตัวแข็งไม่ขยับเขยื้อนอยู่บนโซฟาหนังราวกับเป็นอัมพาต

“พ่อครับ แล้วพวกเราจะทำยังไงกันดี?”

ซูเทียนหลุนถามพ่อของเขาด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจ เขาเองก็รู้จักโจวเทียนห่าวดี และรู้ว่าโจวเทียนห่าวจะไม่ยอมปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปเฉยๆแน่

“ไม่ต้องห่วง พวกเราตัดขาดกับซูอานแบบนี้ โจวไห่หวงคงไม่มารังควานครอบครัวของเราแน่!”

ทันทีที่คำพูดของซูปิงเซียนจบลง ก็เสียงรถก็แล่นเข้ามาจอดอยู่หน้าบ้านทันที เมื่อมองผ่านหน้าต่างภายในบ้านออกไป ก็เห็นชายร่างกำยำมีรอยสักตามตัวกำลังยืนเคาะประตูรั้วเสียงดัง

“นี่! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่เปิดพวกเราจะพังประตูเข้าไปเดี๋ยวนี้ล่ะ!”

ซูปิงเซียนรีบลุกขึ้นแล้วเดินไปเปิดประตูให้ทันที พร้อมกับถามขึ้นด้วยสีหน้าเย็นชา “นี่พวกแกมากันกี่คน?”

“เปิดประตูก็รู้เองล่ะน่า!”

“แต่ซูอานไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว พวกเราไล่เขาออกจากบ้านไปตั้งนานแล้ว!”

จางกุ้ยเหวินรีบร้องตะโกนย้ำอีกที “จริงๆ เจ้าเด็กนั่นไม่ได้อยู่ที่นี่นานแล้ว พวกเราเองก็ไม่ได้พบเจอมันมานานมากเหมือนกัน!”

ชายที่เป็นหัวหน้าจ้องตาซูปิงเซียนพร้อมกับพูดขึ้นว่า  “หึ! ฉันจะเชื่อว่าพวกแกพูดจริงก็ต่อเมื่อให้ฉันกับลูกน้องเข้าไปค้นในบ้านก่อน!”

“นี่! ที่นี่เป็นบ้านคนนะ เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ถ้าพวกแกกล้าบุกเข้ามา ฉันโทรแจ้งตำรวจจริงๆ!” จางกุ้ยเหวินร้องตะโกนออกไป

คนที่เป็นหัวหน้าได้ยินจึงพูดท้าทายว่า “อยากเจอดีก็ลองโทรแจ้งตำรวจดูสิ!”

ซูปิงเซียนรีบห้ามภรรยาไว้ทันที และพยายามพูดคุยกับนักเลงที่มาด้วยความใจเย็น “พวกแกเข้าไปค้นในบ้านก็ได้ แต่ห้ามทำลายข้าวของเสียหาย”

นักเลงทั้งหมดเข้าไปค้นภายในบ้านทันที บ้านหลังนี้มีทั้งหมดสามชั้น พวกมันค้นหาจนทุกซอกทุกมุมไม่ว่าข้างในหรือข้างนอก

“อย่าให้พวกเราจับได้ว่าพวกแกแอบเอามันไปซ่อนไว้ที่ไหนล่ะ ไม่งั้นพวกแกไม่รอดทั้งครอบครัวแน่!”

“ถ้าเขากลับมาที่บ้านอีก พวกเราจะรีบแจ้งทันที!”

หลังจากที่ค้นไม่พบตัวซูอาน เหล่านักเลงชายฉกรรจ์จึงกลับออกไป ทุกคนในบ้านถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

“เห้ย.. เพราะไอ้เด็กสารเลวนั่นแท้ๆ ทำให้พวกเราต้องเดือดร้อนกันไปหมด!”

จางกุ้ยเหวินที่เกลียดซูอานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เวลานี้ซูอานได้นำเรื่องเดือดร้อนใหญ่โตมาให้พวกเขามากมายขนาดนี้ มีหรือจะไม่ยิ่งโกรธเกลียดมากขึ้นไปอีก

“แต่จะว่าไปเกิดเรื่องแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน!”

ซูปิงเซียนยกแก้วน้ำขึ้นจิบพร้อมกับเอนหลังพิงที่โซฟาด้วยท่วงท่าสบาย

“ดีอะไรกัน?” จางกุ้ยเหวินค้านขึ้นทันที

“จะไม่ดีได้ยังไง? คุณคิดดูสิ อีกไม่เท่าไหร่เด็กนั่นก็จะอายุครบสิบแปดปีพอดี หลังจากนั้นพวกเราก็จะไม่ได้รับเงินค่าเลี้ยงดูแล้ว ผมเองก็กำลังคิดอยู่ว่าจะหาวิธีไหนไล่มันออกจากบ้านดี ในเมื่อมันไปสร้างปัญหาใหญ่โตแบบนี้ ก็เท่ากับช่วยให้ผมไม่ต้องเสียเวลาครุ่นคิดยังไงล่ะ!”

ซูปิงเซียนอธิบายให้ภรรยาของเขาฟังด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และเวลานี้เขาก็อารมณ์ดีอย่างมากด้วย

เมื่อจางกุ้ยเหวินได้ฟังสามีอธิบายก็สามารถเข้าใจได้ทันที และเมื่อเริ่มสงบสติอารมณ์ได้ ก็เอ่ยปากชมสามีทันที

“แหม.. คุณก็ยังคงฉลาดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน!”

….

ซูอานเดินไปตามท้องถนนปะปนกับผู้คนที่เดินสวนไปสวนมา  ท่ามกลางผู้คนมากมายแต่เขากลับไม่รู้จักใครสักคน อีกทั้งยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี

ความจริงแล้วเขาสามารถรักษาอาการบาดเจ็บที่มือของตนได้ไม่ยาก เพียงแต่ตอนนี้เขาไม่มีพลังชีวิตหลงเหลืออยู่เลย อีกทั้งไม่รู้ด้วยว่าในเมืองที่ใหญ่โตเช่นนี้ เขาจะไปเสาะหาพลังชีวิตนี้ได้จากที่ใด?

“เวลานี้สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเร่งรักษาบาดแผลนี้เสียก่อน!”

เมื่อคิดได้เช่นนี้ ซูอานจึงเริ่มมองหาคลินิกไปตามถนนที่ตนเดินผ่าน เขาไม่กล้าที่จะไปตามโรงพยาบาลใหญ่ๆ เพราะเกรงว่าจะถูกคนของโจวไห่หวงพบเข้า

แต่ตลอดเส้นทางที่เขาเดินไปนั้น กลับไม่มีคลินิกเลยแม้แต่ร้านเดียว เขาพบเพียงแค่ร้านขายยาสองสามร้านเท่านั้น แต่ร้านขายยาเหล่านี้ก็ขายแค่พลาสเตอร์ปิดแผลตามผิวหนังเท่านั้น ไม่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บของเขาในตอนนี้ได้

ระหว่างที่ซูอานยังคงเดินไปอย่างไร้จุดหมายนั้น มือของเขาก็เริ่มบวมเปล่ง แล้วจู่ๆเขาก็เหลือบไปเห็นโฆษณาที่ติดไว้ตามตู้โทรศัพท์สาธารณะเข้าโดยบังเอิญ

คลินิคจินเหลารักษาได้ทุกโรค ตั้งแต่ซิฟิลิส บาดแผลถูกยิงมา กระดูกหัก ภาวะมีบุตรยาก… รับรองว่าหายขาด หากไม่หายยินดีคืนเงิน!

ทันทีที่เห็นคำว่าบาดแผลจากการถูกยิงและกระดูกหัก ซูอานก็รีบฉีกเอาที่อยู่ของคลินิกแห่งนั้นออกมาทันที

แม้ว่าเขาจะรู้ได้จากความทรงจำของเด็กหนุ่มผู้นี้ว่า โฆษณาที่เกินจริงนี้ล้วนเป็นเรื่องหลอกลวงทั้งเพ แต่เขาก็หมดหนทางและไม่มีที่ไปแล้ว จึงจำต้องทดลองดู

หลังจากที่เดินไปตามถนนซอมซ่อและตรอกซอยเล็กๆแล้ว ในที่สุดซูอานก็มาถึงคลินิกที่ชื่อจินเหลา

คลินิกแห่งนี้เป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆที่สร้างจากไม้ และมีประตูเก่าแทบจะพังมิพังแหล่ที่ปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง ภายในมีสภาพไม่ต่างจากหลุมขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับ คล้ายกับไม่เคยถูกแสงอาทิตย์มานาน

ซูอานยืนสงบนิ่งอยู่ด้านนอกครู่หนึ่ง จากนั้นจึงยกมือขึ้นเคาะประตู แล้วเสียงร้องตะโกนก็ดังขึ้นมาจากด้านใน

“เชิญเข้ามาได้เลย”

ซูอานผลักประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว แต่ประตูที่ผุพังทรุดโทรมมากนั้นก็หลุดติดมือเขาออกมาทันที ซูอานถึงกับทำหน้าไม่ถูก

“ไม่เป็นไร.. ไม่เป็นไร.. เดี๋ยวฉันจัดการซ่อมเอง”

เมื่อซูอานเข้าไปด้านใน เขาก็ยิ่งได้กลิ่นเหม็นอับรุนแรงขึ้น แม้แต่เขาที่มีสมาธิค่อนข้างดีกว่าคนทั่วไป ยังแทบไม่สามารถทนกลิ่นเหม็นนี้ได้

“ว่ายังไงล่ะพ่อหนุ่ม! จะมารักษาซิฟิลิสหรือกามโรค?”

ชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้ ร้องถามซูอานโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยซ้ำไป สายตาของชายผู้นั้นยังคงจับจ้องอยู่ที่โทรศัพท์มือถือในมือ และทำเสียงครางแปลกๆเป็นครั้งคราว

“กระดูนิ้วข้าหัก!”

ซูอานได้แต่แอบคิดอยู่ในใจว่า ‘หมอจินผู้นี้ช่างคล้ายคลึงกับจินซุ่มซ่ามนัก’

ชายผู้นั้นเหลือบมองซูอานเล็กน้อยแล้วพูดขึ้นว่า “เดินออกไป เลี้ยวขวา ห้องที่สาม!”

ซูอานพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วรีบเดินไปตามทางที่ชายผู้นี้บอกทันที เขารู้สึกว่าที่นี่ดูดีกว่าร้านเมื่อครู่มาก แม้จะเก่าทรุดโทรม แต่ก็ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก

ที่หน้าประตูมีบอนไซต้นเล็กๆตั้งอยู่ และตามทางเดินแคบๆนั้นก็มีชายชรากำลังรำไท่เก๊กอยู่ด้วย

ซูอานจ้องมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น และเหตุผลที่เขาต้องหยุดยืนดูนั้น ก็เพราะท่วงท่าการเคลื่อนไหวของชายชราผู้นี้ช่างคล้ายคลึงกับสหายเก่าของเขายิ่งนัก

สหายของเขาผู้นี้ก็คือทายาทแห่งจอมเทพโอสถผู้สามารถปรุงยาอายุวัฒนะได้!

ยังไม่ทันที่ซูอานจะได้พูดอะไร ชายชราก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองเขา แล้วสายตาของทั้คู่พลันสบกันเข้าพอดี

“จะมารักษาแผลถูกยิง หรือว่ากระดูกหักล่ะ?”

“กระดูกหัก!”

“อ่อ.. ถ้างั้นก็ตามฉันมา!”

ชายชราเปิดประตูบ้านเข้าไป เขาหยิบเสื้อคลุมสีขาวขึ้นมาสวม แล้วภาพของชายชราธรรมดาก็เปลี่ยนเป็นหมอผู้สูงอายุทันที

“กระดูกหักตรงไหนล่ะ?”

“ที่มือ”

ใบหน้าของซูอานเต็มไปด้วยความระแวดระวัง เพราะเขาสัมผัสได้ว่าลมหายใจของชายชรานั้นคล้ายมีพลังชีวิตปะปนอยู่ด้วย ทำให้เขาเริ่มระมัดระวังตัว

“ทำตัวให้ผ่อนคล้าย ไม่ต้องเกร็ง แล้วก็ไม่ต้องกลัว”

หมอสูงอายุผู้นี้มีใบหน้าที่อ่อนโยน เขาจ้องมองใบหน้าของซูอานด้วยสีหน้านิ่งเรียบ แต่ระหว่างที่ตรวจอาการให้กับซูอานนั้น สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็นนิ่งขรึมทันที

“เธอได้รับบาดเจ็บขนาดนี้ได้ยังไง?”

“ข้าไปชกผู้อื่นมา”

ลูกนัยน์ตาของชายชราถึงกับสั่นระริก พร้อมกับถามขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ “เธอชกเข้าที่ใหนของเขาล่ะ?”

“ใบหน้า”

สีหน้าของหมอชราย่นลองคล้ายรู้สึกเจ็บปวดไปด้วยอย่างไร้เหตุผล เพราะขนาดมือของเด็กหนุ่มผู้นี้ยังยับเยินถึงขนาดนี้ ใบหน้าของคนผู้นั้นจะเละเทะขนาดไหนกัน?

“อาการบาดเจ็บของเธอก็ไม่ได้หนักหนาอะไรนัก แต่ที่คลินิกมีเครื่องไม้เครื่องมือค่อนข้างจำกัด ฉันคงรักษาได้แค่ตามอาการเท่านั้น”

“มีวิธีใดที่จะรักษาให้หายโดยเร็วที่สุดหรือไม่? ข้าต้องการหายโดยเร็วที่สุด!”

ซูอานจ้องลึกลงไปในดวงตาของหมอชราด้วยความหวังเต็มเปี่ยม แต่ดูเหมือนจะเป็นสายตาบีบบังคับเสียมากกว่า

หมอชราเอนกายพิงพนักเก้าอี้ เขามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้มานานหลายสิบปี แต่ไม่เคยพบเห็นใครแม้กระทั่งระดับชนชั้นนำของเมืองนี้ ที่มีแววตาสง่างามอาจหาญเหมือนเช่นซูอานมาก่อนเลย

แววตาของซูอานนั้นไม่ได้ดุดันดังเช่นปีศาจ แต่มันล้ำลึกราวกับท้องนภาที่มีดวงดาวทอแสงระยิบระยับเกลื่อนกลาด คล้ายกับอสูรที่อาศัยอยู่ในโลกนี้มานานแสนนาน

“วิธีที่จะทำให้หายเร็วที่สุดน่ะมี แต่ฉันเกรงว่าเธอจะไม่กล้าน่ะสิ!”

“ข้าไม่เคยกลัวสิ่งใด!”

“มันลำบากมากเชียวนะ!”

สีหน้าของหมอชราเปลี่ยนเป็นขึงขังจริงจังขึ้นมาทันที คล้ายกำลังจะบอกว่าเขาไม่ได้พูดเล่น

“ข้าบอกว่าข้าไม่เคยกลัวสิ่งใด!”

น้ำเสียงของซูอานเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันที เขาเองก็ไม่ได้ล้อเล่นเช่นกัน จากการมีชีวิตที่ยืนยาวนั้น ทำให้เขาเคยผ่านความเจ็บปวดมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการถูกบดจนกระดูกแตกละเอียด หรือการถูกเผาด้วยเปลวเพลิง สิ่งเหล่านั้นยังไม่สามารถทำให้เขาหวาดกลัวแม้เพียงกระพริบตา

*****

[ฝากนิยายแปลอีกเรื่องของทีมงานนะคะ: จักรพรรดิ์เทพมังกร ]

จักรพรรดิเทพมังกร

(Dragon Emperor - Martial God)

ความเป็นอมตะของหลิงหยุนได้มลายหายไป.. ทำให้เขาตกลงมาสู่โลกมนุษย์ ในยุคที่เต็มไปด้วยความเสื่อมทรามอย่างที่สุด

จากนั้น.. หลิงหยุนจะค่อยๆ บ่มเพาะพลังในตัวเองทีละขั้น ทีละขั้น และไต่ลำดับขึ้นไปต่อกรกับสวรรค์ได้อย่างไร..

******

จบบทที่ ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 4 : ข้าไม่กลัว

คัดลอกลิงก์แล้ว