เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 3 : ออกจากบ้าน

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 3 : ออกจากบ้าน

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 3 : ออกจากบ้าน


บทที่ 3 : ออกจากบ้าน

ซูอานกลับไปยังสถานที่ที่เขาคุ้นเคย ที่ที่เขาใช้ซุกหัวมาเป็นเวลาสิบกว่าปี มันคือบ้านที่แทบจะเรียกว่าบ้านไม่ได้ เพราะมันคือที่ที่มีแต่ความเย็นชา คำดูถูก เสียงหัวเราะเย้ยหยัน และการข่มเหงรังแก

เสียงกริ่งประตูดังขึ้น และคนที่มาเปิดประตูก็คือแม่บ้านที่ทุกคนต่างก็เรียกว่ายายหลาน..

เมื่อเห็นยายหลานเดินมา ซูอานก็ถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะหากจะหาใครบนโลกใบนี้ที่ดีกับเขาแล้ว ก็คงจะมีเพียงยายหลานผู้นี้เพียงคนเดียวเท่านั้น!

ทันทีที่เห็นว่าเป็นซูอาน หญิงชราก็ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า “เสี่ยวอาน เมื่อคืนทำไมถึงไม่กลับบ้านกลับช่องล่ะ? แล้วทำไมวันนี้โรงเรียนถึงได้เลิกเร็วนัก?”

“อืมม”

ปกติแล้วซูอานก็มีนิสัยพูดน้อยอยู่แล้ว และชอบเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่คนเดียว น้อยครั้งที่จะออกไปข้างนอก นิสัยเช่นนี้อาจเกิดจากการเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อมที่เขาเติบโตมา

จู่ๆ เสียงแหลมของผู้หญิงก็ดังขึ้นมาจากในบ้าน “ใครมาล่ะ?”

ยายหลานรีบร้องตอบกลับไปทันที “เสี่ยวอานค่ะ!”

“เจ้าเด็กคนนี้ชักเอาใหญ่แล้ว เมื่อคืนก็ไม่กลับบ้านทั้งคืน แล้วนี่กลับมาทำไมกัน? ทำไมไม่นอนตายข้างถนนให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย?”

น้ำเสียงเย็นชาไร้ความปราณีเช่นนี้ ซูอานได้ยินจนเป็นเรื่องปกติคุ้นเคย

“ทางโรงเรียนอาจจะให้เรียนพิเศษเพิ่มก็ได้..”

“ไม่ต้องมาแก้ตัวแทนมัน ฉันไม่เชื่อหรอก! แปดสิบเปอร์เซ็นต์คือมันไปมีเรื่องข้างนอกมากกว่า นี่คงจะไปมีเรื่องกับอันธพาลจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนกลับมาล่ะสิ!”

“เสี่ยวอานไม่ใช่เด็กเกเร เขาจะไปมีเรื่องกับใครได้ยังไง..”

ยายหลานไม่เชื่อเพราะเธอเป็นคนเลี้ยงซูอานมากับมือ เธอจึงรู้จักนิสัยใจคอของซูอานดีที่สุด!

ซูอานถอดรองเท้าแล้วเดินเข้าไปในบ้าน แล้วเขาก็ได้พบกับผู้หญิงที่ดูคล้ายกับคนอายุราวสามสิบปีคนหนึ่ง เธอกำลังนั่งไขว่ห้างดูละครเกาหลีอยู่

หญิงผู้นี้ก็คือป้าสะใภ้ของเขาเอง เธอชื่อว่าจางกุ้ยเหวิน จางกุ้ยเหวินเป็นคนใจร้าย แล้งน้ำใจ และอีกมากมายที่ยากจะสรรหาคำพูดมาพรรณนาถึงความร้ายกาจของผู้หญิงคนนี้ได้

ความจริงแล้วป้าสะใภ้ของเขาอายุสี่สิบแล้ว แต่อาศัยเงินเลี้ยงดูจากพ่อและแม่ของเขา ทำให้มีเงินไปทำศัลยกรรม ร้อยไหม ฉีดโบท๊อกซ์ จึงทำให้ยังดูสาวสดใสกว่าวัย

“เนื้อตัวสกปรกมอมแมมแบบนี้ ทำไมแกไม่นอนข้างถนนไปเลย กลับมาทำไมกัน?” ป้าของเขาพูดพร้อมกับชายหางตามองซูอานด้วยความรังเกียจ

ซูอานคร้านที่จะต่อล้อต่อเถียงด้วย เพราะทุกครั้งที่เขากลับมาบ้าน ป้าของเขาก็มักจะพูดจากับเขาไม่ดีเช่นนี้เสมอ ซูอานจึงเดินตรงขึ้นที่ห้องนอนของตัวเองที่อยู่ชั้นสองทันที

หากไม่ใช่เพราะมือของเขาได้รับบาดเจ็บเวลานี้ เขาคงจะตรงเข้าไปตบหน้าผู้หญิงปากร้ายคนนี้สักสองสามฉาดเป็นแน่!

เสียงแหลมแสบแก้วหูนั้นยังคงดังอยู่นอกห้อง “หึ! เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็งแล้วนี่ ก็เลยไม่เห็นฉันอยู่ในสายตาสินะ!”

ซูอานคร้านที่จะใส่ใจ เวลานี้เขาเจ็บนิ้วมือมาก และคิดว่ากระดูกทะลุออกมาขนาดนี้ คงจะต้องไปหาหมอรักษาเสียก่อน

แต่เมื่อซูอานกำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาก็ได้ยินสียงร้องตะโกนของใครบางคนดังอยู่นอกบ้าน

“แม่.. เปิดประตูเร็วเข้า เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! เป็นเรื่องไม่ดีด้วย!”

ยายหลานรีบวิ่งไปเปิดประตูอีกครั้ง และครั้งนี้คนที่มาก็คือซูเทียนหลุน..

ซูเทียนหลุนกับซูอานนั้นเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่เขาเรียนอยู่ชั้นที่ต่ำกว่าซูอานหนึ่งเกรด..

หากเทียบระหว่างซูอานกับซูเทียนหลุนแล้ว ซูเทียนหลุนดูดีและมีราศีกว่ามาก อีกทั้งยังเป็นความภาคภูมิใจและเป็นหน้าเป็นตาของซูปิงเซียนด้วย

จางกุ้ยเหวินมักจะเปรียบเทียบซูอานกับลูกชายของตนเสมอ แล้วก็มักจะพูดจาดูถูกและประชดประชันซูอานอยู่ตลอดเวลา

เมื่อเห็นซูเทียนหลุนเดินเข้ามา จางกุ้ยเหวินก็รีบยิ้มให้ทันที พร้อมกับร้องถามด้วยความเป็นห่วง “หลุนหลุน วันนี้ที่โรงเรียนมีกิจกรรมเหรอลูก ทำไมถึงได้เลิกเรียนเร็วกว่าปกติ?”

“ไม่ใช่เลยแม่ ไม่ได้มีกิจกรรมอะไร แต่ตอนนี้ลูกพี่ลูกน้องของผมกำลังจะทำให้พวกเราซวยกันทั้งบ้านแล้วน่ะสิ!”

“อะไรนะ?”

“ซูอาน ลงมาข้างล่างเดี๋ยวนี้ ฉันสั่งให้แกลงมาข้างล่างเดี๋ยวนี้!”

ซูอานค่อยๆเดินลงบันไดมาอย่างช้าๆ  แม้ยายหลานพยายามจะพูดให้ทุกคนอารมณ์เย็น แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลอะไรเลย

“ซูอาน นี่นายกล้าชกโจวเทียนห่าวผู้อำนวยการโรงพยาบาลซะน่วมเลยเหรอ!”

ครั้งนี้ซูเทียนหลุนกลับไม่ได้แสดงน้ำเสียงและสายตาดูถูกเหมือนเช่นที่เคยทำกับซูอานมาตลอด มิหนำซ้ำภายในน้ำเสียงและสีหน้ากลับดูเหมือนชื่นชมเสียด้วยซ้ำไป

“ห๊ะ?! ไอ้เด็กเลว ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน นี่แกทำอะไรลงไปรู้ตัวบ้างมั๊ย? ฉันจะให้ลุงจัดการสั่งสอนแก!”

หลังจากแผดเสียงกร่นด่าซูอานที่ยืนอยู่ตรงหน้าไปแล้ว จางกุ้ยเหวินถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นว่า  “เดี๋ยวก่อน.. แกทำร้ายใครนะ?!”

“โจวเทียนห่าว..”

“โจวเทียนห่าวที่เป็นลูกชายจ้าของไห่เทียนกรุ๊บน่ะเหรอ?”

จางเหวินกุ้ยถึงกับหน้าเปลี่ยนสีทันที! ใครๆในตงเฉิงต่างก็รู้ดีว่าไห่เทียนกรุ๊ปนั้นเป็นของโจวไห่หวงเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองเจียงโจว

“แก.. แก.. แก..”

โจวกุ้ยเหวินโมโหจนพูดอะไรไม่ออก และจ้องมองซูอานราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ!

“แล้วนี้จะทำยังไงกันดี???”

ในระหว่างนั้นเอง ก็มีรถ Mercecdes-Benz-X5 คันหนึ่งขับเข้ามาจอดหน้าบ้านคนแซ่ซูพอดี

ชายลงพุงดูมีสง่าราศีคนหนึ่งก้าวเดินลงมาจากรถคันหรูอย่างรวดเร็ว เขาก็คือซูปิงเซียนสามีของจางกุ้ยเหวินนั่นเอง

ครั้งนี้ดูเหมือนซูปิงเซียนจะรีบร้อนมากกว่าปกติ ราวกับกำลังมีเรื่องร้อนใจ เขากดกริ่งหน้าบ้านระรัว

ยายหลานรีบวิ่งออกไปเปิดประตูทันที “คุณปิงเซียนกลับมาแล้วเหรอคะ?”

ซูปิงเซียนไม่มีเวลาที่จะตอบยายหลาน เขาเดินตรงเข้าไปในบ้านอย่างรีบร้อนทั้งที่ยังสวมรองเท้า

ทันทีที่เห็นคนสามคนอยู่ในบ้าน เขาก็เดินตรงเข้าไปหาซูอานพร้อมกับตะโกนถามเสียงดัง

“นี่แกไปทำร้ายร่างกายโจวเทียนห่าวใช่มั๊ย?”

จางกุ้ยเหวินรีบตะโกนตอบแทนทันที “ก็ใช่น่ะสิ! ถ้าหลุนหลุนไม่มาบอก ฉันเองก็คงไม่รู้!”

ซูปิงเซียนจ้องหน้าซูอานด้วยสายตาเย็นชา พร้อมกับถามขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน

“แกรู้ใช่มั๊ยว่าโจวเทียนห่าวเป็นใคร?”

ซูอานจ้องมองซูปิงเซียนด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความเคารพและถ่อมเนื้อถ่อมเหมือนที่เคยเป็น เขาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ซึ่งความหวาดกลัว

“ข้ารู้”

“เขาเป็นลูกชายของโจวไห่หวงเจ้าของไห่เทียนกรุ๊ป แกรู้มั๊ยว่าครั้งนี้แกก่อเรื่องใหญ่โตแค่ไหน?”

“มันเกือบจะทำให้ข้าต้องตาย ข้าไม่ควรต้องให้บทเรียนกับมันงั้นรึ? ข้ายังนึกเสียดายที่ไม่ได้ฆ่ามันให้ตาย!”

น้ำเสียงและแววตาของซูอานเต็มไปด้วยความเย็นชา และเจือไปด้วยความโกรธ เขานึกเสียดายที่ไม่ได้โยนเจ้าคนชั่วช้านั่นลงหลุมตั้งแต่เมื่อคืนนี้

“แกรู้มั๊ยว่าตอนนี้เรื่องมันใหญ่โตแค่ใหน? โจวไห่หวงรู้เรื่องที่ลูกชายของเขาถูกทำร้ายปางตายอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว เขาโกรธมากแล้วก็กำลังส่งคนออกตามหาตัวแกทั่วทั้งเมือง!”

“แล้วข้าต้องกลัวงั้นรึ?”

ซูอานตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ เขาเองก็พอจะคาดเดาได้ตั้งแต่แรกแล้วว่า โจวไห่หวงจะมีปฏิกิริยาต่อเรื่องนี้อย่างไร? แต่ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องหวาดกลัวแม้แต่น้อย

“แกไม่กลัว แต่พวกเรากลัว! ถ้าแกอยากจะลองดีกับพวกเขา ก็อย่าให้เดือดร้อนมาถึงพวกเราด้วย”

ตอนนี้น้ำเสียงของจางกุ้ยเหวินเปลี่ยนไปมาก เมื่อคิดได้ว่าโจวไห่หวงกำลังส่งคนมาไล่ล่าตัวซูอาน เธอก็เริ่มหวาดผวาขึ้นมาทันที

“ได้.. ถ้าแกไม่กลัว ก็ออกจากบ้านนี้ไปซะ!”

ซูปิงเซียนยกมือขึ้นชี้หน้าซูอาน มือของเขาสั่นระริก และใบหน้าก็บึ้งตึงไปด้วยความโมโห

ซูอานจ้องมองซูปิงเซียนด้วยสีหน้าเย็นชา พร้อมกับยกมือขึ้นผลักนิ้วของเขาที่กำลังชี้หน้าตนเองออกไป

“ข้าออกไปแน่ แล้วก็หยุดชี้หน้าข้า!”

ยายหลานอยากจะเดินตามออกไปพูดกับซูอาน แต่เมื่อเห็นสายตาของซูปิงเซียน เธอก็ได้แต่ยืนนิ่งไม่กล้าพูดอะไรแม้แต่คำเดียว

ระหว่างที่ซูอานกำลังจะเดินออกจากบ้านไปนั้น จางกุ้ยเหวินก็ร้องเรียกเขาไว้พร้อมกับร้องตะโกนบอกไปว่า

“นี่! เอาของของแกออกไปจากบ้านฉันด้วย อย่าเหลืออะไรไว้ให้เป็นเสนียดที่นี่ล่ะ!”

ซูอานไม่ได้คิดถึงเสื้อผ้า แต่เมื่อเห็นใบหน้าของจางกุ้ยเหวินเขาก็คล้ายนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเดินกลับขึ้นไปชั้นสอง

“เดี๋ยวก่อน พ่อแม่ของแกส่งเงินก้อนสุดท้ายมาให้แล้ว ตอนนี้แกก็ใกล้จะอายุครบสิบแปดปีแล้ว นี่จะเป็นเงินค่าเลี้ยงดูก้อนสุดท้าย!”

ซูปิงเซียนจัดการเปิดกระเป๋าหนังวัวยี่ห้อง Fendi ออกมา แล้วหยิบเอาธนบัตรจำนวนห้าร้อยหยวนชี้หน้าซูอาน พร้อมกับพูดขึ้นด้วยท่าทีห่างเหิน

“แกรับเงินนี่ไว้ แล้วก็รีบๆออกไปจากที่นี่ซะ!”

ซูอานรับเงินจำนวนนั้นมา แล้วฉีกออกเป็นชิ้นๆ เขากำลังอดกลั้นที่จะไม่ทำร้ายร่างกายซูปิงเซียนอยู่ ในชีวิตก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยต้องถูกผู้ใดดูถูกเหยียดหยามถึงเพียงนี้

“ข้าขอเตือนเจ้าอีกครั้ง อย่าได้บังอาจชี้หน้าข้าเช่นนี้อีก!” ซูอานเอ่ยเตือนพร้อมกับจ้องมองซูปิงเซียนด้วยแววตาเย็นชา แต่แฝงไว้ด้วยความดุดันและขุ่นเคือง

นิ้วมือของซูปิงเซียนสั่นด้วยความหวาดกลัว เขานึกประหลาดใจที่คนขี้ขลาดอย่างซูอาน จู่ๆก็กลับกลายเป็นแข็งแรงและดุดันแบบนี้!

โดยเฉพาะอย่างยิ่งแววตาดุดันขุ่นเคืองนั้น ทำให้เขาต้องลดนิ้วมือลงอย่างรวดเร็ว แล้วจึงตอบกลับไปว่า

“ได้! ฉันไม่ชี้หน้าแกแล้ว รีบๆออกไปจากบ้านของฉันได้แล้ว!”

น้ำเสียงของซูปิงเซียนอ่อนลงกว่าเมื่อครู่มาก เพราะแม้แต่ตัวเขาเองยังคิดไม่ถึงว่า สายตาของซูอานจะทำให้เขาต้องตกตะลึงได้มากขนาดนี้

ซูอานกำลังนึกถึงความจริงที่ว่า สามีภรรยาคู่นี้ต่างก็ดูแลเขามาตลอดเวลาสิบกว่าปี แม้ว่าพวกเขา แม้พวกเขาจะทำเพราะค่าเลี้ยงดูที่ได้รับก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ทำให้เขาไม่ต้องไปอาศัยอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

หลังจากขึ้นไปเก็บของจำเป็นใส่กระเป๋าอีกไม่กี่อย่าง ซูอานก็เดินออกจากบ้านไปทันที!

*****

[ฝากนิยายแปลอีกเรื่องของทีมงานนะคะ: จักรพรรดิ์เทพมังกร ]

จักรพรรดิเทพมังกร

(Dragon Emperor - Martial God)

ความเป็นอมตะของหลิงหยุนได้มลายหายไป.. ทำให้เขาตกลงมาสู่โลกมนุษย์ ในยุคที่เต็มไปด้วยความเสื่อมทรามอย่างที่สุด

จากนั้น.. หลิงหยุนจะค่อยๆ บ่มเพาะพลังในตัวเองทีละขั้น ทีละขั้น และไต่ลำดับขึ้นไปต่อกรกับสวรรค์ได้อย่างไร..

******

จบบทที่ ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 3 : ออกจากบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว