เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

15. ปราการเหล็กกล้าไกเซอร์ริน (3)

15. ปราการเหล็กกล้าไกเซอร์ริน (3)

15. ปราการเหล็กกล้าไกเซอร์ริน (3)


15. ปราการเหล็กกล้าไกเซอร์ริน (3)

เขาไม่พลาดที่จะเห็นความตื่นตระหนกที่ฉายผ่านใบหน้าของคลาริส

“นั่นมันเรื่องอะไรกัน?”

“ฉันไปที่เขตหวงห้ามของห้องสมุดมา บันทึกของเธอถูกลบไปตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว”

“……”

“พูดตามตรงนะ ฉันไม่รู้หรอกว่าเธอเข้าสภานักเรียนไปด้วยความรู้สึกแบบไหน ก็เลยจะมาถามที่นี่แหละ”

คลาริสจ้องมองมาที่เขาอย่างเงียบๆ ในแววตานั้นมีความโกรธเกรี้ยวสถิตอยู่

“ก็เลยมาที่ใจกลางป้อมปราการแทนที่จะหนีออกไปข้างนอก เพื่อที่จะคุยกับเธอไงล่ะ คลาริส เธอเข้าสภานักเรียนเพื่อที่จะแก้แค้นยูเลียนใช่ไหม?”

“...ฉันไม่มีหน้าที่ต้องตอบเธอ”

น้ำเสียงที่กดต่ำนั้นช่างเย็นเยียบ

“ไม่ว่าเธอจะเห็นอดีตของฉัน หรือฉันจะทรยศสภานักเรียน มันก็เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเธอเลยสักนิด สิ่งที่เดิมพันในศึกอัศวินครั้งนี้คือสัญญาที่ว่าเธอจะไม่ต่อต้านสภานักเรียนต่างหาก”

“เบี่ยงประเด็นเก่งนี่”

ดูเหมือนว่าแค่การพูดคุยคงจะไม่พอ

“เหรอ? งั้นเรามาเปลี่ยนของเดิมพันกันหน่อยไหม ถ้าฉันชนะศึกอัศวินครั้งนี้ได้ ให้เธอบอกความจริงมา หรือไม่ก็...”

เขาจงใจเว้นช่วงก่อนจะพูดต่อ คลาริสทำหน้าตาอยากรู้อยากเห็น

“ขอแค่ 200 โกลด์”

“หา?”

คลาริสถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ผสมปนเปกันระหว่างความทอดอาลัยและความประหลาดใจ

“คืออย่างที่เห็นนั่นแหละว่าขาฉันมันไม่สะดวกน่ะ เมื่อไม่นานมานี้ลองไปหาข้อมูลดู ถ้าจะรักษาขาให้หายต้องใช้ของที่เรียกว่าโบราณวัตถุทางการแพทย์ แต่มันก็แพงน่าดูเลย เงินค่าขนมของฉันน่ะไม่พอหรอก...”

“พระเจ้า จะมาขอเงินเนี่ยนะ?”

คลาริสใช้มือกุมหน้าผาก

“คิดว่าศึกอัศวินเป็นบ่อนพนันข้างถนนรึไง?”

“แต่ว่ามันไม่มีวิธีอื่นแล้วนี่!”

“การเอาเงินมาเดิมพันในศึกอัศวินอันศักดิ์สิทธิ์น่ะมีแต่พวกนักเลงหัวไม้เท่านั้นแหละที่ทำกัน! ฉันไม่ทำเรื่องแบบนั้นหรอก!”

“ถ้างั้นจะยอมบอกความจริงมาไหมล่ะ? ว่าเกิดอะไรขึ้นกับยูเลียน?”

“……”

คลาริสกัดริมฝีปากพลางทำหน้าเจ็บใจ

“พูดจาเหมือนกับว่าชนะไปแล้วอย่างนั้นแหละ อวดดีนัก!”

“ก็อยากจะให้สัญญากันไว้ก่อนนี่นา”

“อยากทำอะไรก็ทำเลย! จะเอาโกลด์ไปหรือจะทำอะไรก็ช่าง! เพราะฉันไม่คิดจะแพ้เธออยู่แล้ว! [ไฟร์วอลล์], [ไอซ์สเปียร์]!”

กำแพงเพลิงที่ผุดขึ้นมาจากพื้นแยกเขากับคลาริสออกจากกัน และจากด้านหลังกำแพงนั้น หอกแหลมคมที่ทำจากน้ำแข็งหลายเล่มก็พุ่งเข้ามาหาเขา เขากลิ้งตัวหลบ และบางส่วนก็ถูกไชล็อกปัดออกไป

“ไม่ใช่ว่ามีดีแค่บิลด์สินะ”

ทั้งสองอย่างเป็นเวทมนตร์ระดับ 3 ใน ‘มหาสงครามแห่งอาเรส’ แค่กดปุ่มก็ร่ายได้ทันที แต่จากที่อ่านในห้องสมุดมา ยิ่งใช้เวทมนตร์พร้อมกันหลายอย่างมากเท่าไหร่ ความยากก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเท่านั้น แถมยังเป็นระดับ 3 ซึ่งถือว่าอยู่ระดับสูงในหมู่นักเรียน ต้องบอกว่าสมกับเป็นสมาชิกทีมผู้ชนะจริงๆ

‘แต่ใช้เวทมนตร์ผสมกันแบบนั้น...’

ไฟร์วอลล์กับไอซ์สเปียร์ซึ่งมีคุณสมบัติตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิงต่างก็เป็นเวทมนตร์ที่ทรงพลัง แต่เมื่อใช้ร่วมกัน อานุภาพก็จะลดลงครึ่งหนึ่ง จริงๆ แล้วหอกน้ำแข็งที่พุ่งมาเมื่อครู่ก็เสียความแหลมคมไปเพราะต้องทะลวงกำแพงเพลิงออกมา

บางที นั่นอาจจะเป็นช่องทางรอดของเขาก็ได้

เมื่อระยะเวลาของไฟร์วอลล์สิ้นสุดลง ใบหน้าของคลาริสที่ปรากฏขึ้นก็ดูไม่สบอารมณ์

“ประหลาดใจเหรอที่ฉันยังไม่ตายน่ะ?”

“……”

“ไม่ใช้สกิล ‘เรียกระดมพลฉุกเฉิน’ เหรอ? หรือว่าคิดว่าไม่ต้องเอาจริงก็ชนะได้?”

เขาจงใจยั่วโมโหคลาริส แม้จะดูเหมือนไม่เป็นไร แต่เขาก็มองออกว่าข้างในของเธอกำลังเดือดปุดๆ

“‘เรียกระดมพลฉุกเฉิน’ ณ ที่แห่งนี้!”

“ในที่สุดก็ใช้จนได้สินะ!”

สกิลที่เจ้าของปราการเหล็กกล้าไกเซอร์รินเท่านั้นที่ใช้ได้ เป็นสกิลที่รวบรวมกำลังพลทั้งหมดของป้อมปราการมาไว้ในที่ที่กำหนด แม้ทหารแต่ละนายจะไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก อยู่ที่ระดับ ★2 แต่จำนวนของพวกเขาก็มีเกือบนับพัน ยูนิตที่สามารถเอาชนะทหารที่มารวมตัวกันทั้งหมดได้คงมีนับนิ้วได้

ทว่าเขาที่เคยเคลียร์ฉากเนื้อเรื่องมาก่อนก็รู้ถึงจุดอ่อนของสกิลนี้เช่นกัน นั่นคือมันต้องใช้เวลา ไม่ใช่ว่าอยู่ใกล้จะมาถึงเร็ว อยู่ไกลจะมาถึงช้า แต่เป็นกลไกที่จะอัญเชิญออกมาพร้อมกันทั้งหมด

ระยะเวลาที่ใช้คือ 30 วินาที กล่าวคือ ถ้าเขาไม่สามารถโค่นคลาริสลงได้ภายใน 30 วินาที เขาก็จะแพ้อย่างแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนคลาริสก็ไม่คิดจะปล่อยเขาไว้เฉยๆ

“[เมจิคมิสไซล์], [เมจิคมิสไซล์], [เมจิคมิสไซล์]!”

“ร่ายเวทสามครั้งซ้อน?”

ถึงจะเป็นเวทมนตร์ระดับ 1 แต่นี่มันก็เกินไปหน่อยไหม?

ลูกแก้วพลังเวทที่ส่องสว่างเก้าลูกลอยขึ้นรอบตัวคลาริส ใน ‘มหาสงครามแห่งอาเรส’ เมจิคมิสไซล์ไม่สามารถควบคุมด้วยมือได้ ทั้งหมดจะติดตามเป้าหมายโดยอัตโนมัติ เขาคิดอย่างรวดเร็วแล้วเรียกไชล็อก

“ไชล็อก ‘นกหัวขวานโลกปีศาจ’ หนึ่งตัว! เร็วเข้า!”

“อะ อื้ม!”

[ชื่อยูนิต: นกหัวขวานโลกปีศาจ]

[ระดับ: ★1]

[สถานะ: กระปรี้กระเปร่า]

[พลังโจมตี: 3]

[พลังชีวิต: 7/7]

[ไม่มีเอฟเฟกต์พิเศษ]

[ราคาในร้านค้า: 2G]

[ราคาขายคืน: 1G]

—25 วินาที

พลังชีวิต 200 ของเขาหายไป และนกหัวขวานขนาดเท่าฝ่ามือตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

“มาแล้ว!”

เมจิคมิสไซล์ทั้งเก้าลูกพุ่งเข้ามาพร้อมกัน แม้จะมีแผนรับมืออยู่แล้ว แต่ครั้งนี้เขาก็ยังไม่แน่ใจกับกลยุทธ์ของตัวเองอยู่ครึ่งหนึ่ง

“เอาล่ะ บินไป!”

เขาควบคุมนกหัวขวานให้บินขึ้นไปเหนือหัวเหมือนกับตอนที่ควบคุมหนูขาว โชคดีที่เจ้าตัวนี้ไม่ได้ขัดขืนคำสั่งเหมือนลา

—20 วินาที

เขาไม่รู้แน่ชัดว่าเมจิคมิสไซล์ติดตาม ‘อะไร’ ในเกม เขาเห็นแค่มันพุ่งเข้าหาศัตรูเท่านั้น ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องเดาสุ่มเอา แต่สมมติฐานแรกที่นึกขึ้นได้ก็คือมันติดตามความร้อน ก้อนพลังเวทที่ไม่มีทั้งตาและหูไม่น่าจะรู้ได้ว่าใครเป็นศัตรู

ดังนั้นเขาจึงอัญเชิญนกหัวขวาน สัตว์ปีกโดยทั่วไปจะมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่ามนุษย์เล็กน้อย ถ้าเมจิคมิสไซล์ให้ความสำคัญกับอุณหภูมิที่สูงกว่า มันก็ต้องพุ่งไปหานกหัวขวานที่บินอยู่กลางอากาศอย่างแน่นอน

“ไชล็อก เอานี่ถูเร็วเข้า!”

“ฮี๊ เย็นจัง!”

—13 วินาที

และข้างๆ เขาก็มีหอกน้ำแข็งที่คลาริสยิงมาเมื่อครู่นี้อยู่ เขายกมันขึ้นมาถูตามตัวและใบหน้าในขณะที่มันยังไม่ละลายดี ไชล็อกก็ทำตามทั้งที่ไม่เข้าใจเหตุผล

ผลลัพธ์ก็คือ

“?!”

เมจิคมิสไซล์ทั้งเก้าลูกที่พุ่งมาหาเขาพลันหักเลี้ยวอย่างรวดเร็ว แล้วพุ่งเข้าใส่งนกหัวขวานที่ร่อนอยู่กลางอากาศอย่างบ้าคลั่ง ความตกตะลึงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคลาริสอย่างชัดเจน

“พุ่งเข้าไป!”

—9 วินาที

นกหัวขวานที่เขาควบคุมอยู่พุ่งตรงไปยังคลาริสราวกับลูกธนู เมจิคมิสไซล์ก็ตามไปติดๆ นี่เป็นสิ่งที่แม้แต่ผู้ร่ายอย่างคลาริสก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเวทมนตร์ที่ร่ายไปแล้วไม่สามารถเรียกคืนได้

“ไชล็อก โยนฉันไป”

“หา?”

“โยนฉันไปที่บัลลังก์!”

ไชล็อกที่เข้าใจคำพูดทันทีก็ลุกขึ้นมาจับตัวเขาไว้ นกหัวขวานไปถึงตรงหน้าของคลาริสแล้ว

—5 วินาที

“<เลือกยูนิต>, ‘นกหัวขวานโลกปีศาจ’, <ขายคืน>!”

ทันทีที่เขาตะโกน ไชล็อกก็จับตัวเขาหมุนหนึ่งรอบแล้วเหวี่ยงออกไปสุดแรง ราวกับนักกีฬาทุ่มค้อนโอลิมปิก เขาบินข้ามหัวของคลาริสไปถึงบัลลังก์

—1 วินาที

“กรี๊ด!”

ในจังหวะที่นกหัวขวานหายไปและคลาริสโดนเวทมนตร์ของตัวเองอัดเข้าไปเต็มๆ เขาก็สามารถทิ้งก้นลงนั่งบนบัลลังก์ได้สำเร็จ

[คุณได้นั่งลงบนบัลลังก์เหล็กกล้า เจ้าของปราการเหล็กกล้าจะถูกเปลี่ยน]

[ดีบัฟทั้งหมดของ ‘ปราการเหล็กกล้าไกเซอร์ริน’ จะถูกยกเลิก] [คุณได้รับสิทธิ์บัญชาการกำลังพลทั้งหมดของ ‘ปราการเหล็กกล้าไกเซอร์ริน’]

[หากครอบครองสิทธิ์บัญชาการได้เป็นเวลา 24 ชั่วโมง จะได้รับชัยชนะ เวลาที่เหลือ: 23:59:58]

[สามารถใช้สกิล ‘เรียกระดมพลฉุกเฉิน’ ได้]

และแล้วเหล่าทหารก็ถูกอัญเชิญออกมา เป็นกำลังพลที่สามารถปกคลุมทั่วทั้งใจกลางป้อมปราการได้ พวกเขาทั้งหมดหันหอกและดาบที่ถืออยู่ไปยังจุดเดียวกัน

“……”

“……”

ไปยังคลาริสที่ยืนอยู่เบื้องล่างบัลลังก์

เมื่อความเงียบเข้าปกคลุมในทันใด เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วเอนกายพิงบัลลังก์อย่างเต็มที่ ไชล็อกก็ล้มตัวลงนอนแผ่หลาเช่นกัน โชคดีที่แผนการที่คิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ มันได้ผล

ทหารพวกนี้จะโจมตีศัตรูของเจ้าปราสาทโดยอัตโนมัติ เมื่อเขากลายเป็นเจ้าปราสาทแล้ว การที่พวกมันหันคมดาบใส่คลาริสจึงเป็นเรื่องปกติ

“เอาล่ะ งั้น...”

เขาไขว่ห้างแล้วมองลงไปเบื้องล่าง ทหารที่พร้อมจะพุ่งเข้าใส่ศัตรูทุกเมื่อหากได้รับคำสั่ง และร่างของคลาริสที่ถูกคมดาบจ่อคอจนขยับไปไหนไม่ได้

“มีอะไรจะโชว์อีกไหม?”

“……”

คลาริสทำหน้าเจ็บใจเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไว้ แทนที่จะทำอย่างนั้น เธอยกมือขึ้นมาเปิดอินเทอร์เฟซ

[ขอแสดงความยินดี คุณชนะในศึกอัศวิน]

[ความชำนาญของบิลด์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย]

[คุณได้รับคะแนนที่เดิมพันไว้ คะแนนปัจจุบัน: 910 คะแนน]

[อัตราการฟื้นฟู: 29.198%]

เธอยอมแพ้

ทันทีที่ถูกดีดกลับมาสู่โลกแห่งความจริง เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับคลาริสอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก็ตอนเข้ามาอยู่ด้วยกันนี่นา เธอถอนหายใจแล้วพยุงเขาที่ล้มอยู่กับพื้นขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ โชคดีที่ในห้องพักผ่อนไม่มีใครอื่นนอกจากเรา

“ชิ”

คลาริสทำปากยื่นแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างแรง

“200 โกลด์ก็พอใช่ไหม?”

“ใจเย็นๆ ก่อนสิ นี่เราเพิ่งจะสู้กันเสร็จนะ?”

คลาริสหยิบกระเป๋าเงินออกมาพลางส่งสายตาคมกริบมาให้เขา เป็นคำเตือนอย่างเงียบๆ ว่าอย่ามากวนประสาทอีก จริงๆ เขาก็ยอมรับว่าแกล้งเธอมากไปหน่อย

“โบราณวัตถุทางการแพทย์น่ะ ที่อาเรสวิลล์ใต้อคาเดมี่ก็น่าจะมี ไปหาที่ที่เหมาะสมแล้วซื้อซะ ส่วนเงินที่เหลือก็จัดการเองแล้วกัน”

“เดี๋ยวก่อน”

เขาจับข้อมือของเธอที่กำลังจะหยิบเหรียญทองออกมา

“ปล่อยนะ ยังไงซะเป้าหมายก็คือเงินไม่ใช่เหรอ?”

“ไม่ เธอไม่มีสิทธิ์เลือก เมื่อกี้นี้เธอเพิ่งจะพูดเองไม่ใช่เหรอว่าให้ฉันทำตามใจชอบน่ะ?”

คลาริสที่จ้องหน้าเขานิ่งๆ ก็ถอนหายใจยาว

“...แทนที่จะเอา 200 โกลด์ จะขอฟังเรื่องของฉันแทนงั้นเหรอ?”

“ถามได้นะ”

เงินน่ะหาจากที่อื่นก็ได้ แต่โอกาสที่จะไขข้อสงสัยเกี่ยวกับคลาริสคงไม่มีอีกแล้ว

“ถ้าเอาไปพูดต่อที่อื่นล่ะก็...”

“ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน ฉันสัญญา”

“ก็ได้ อยากรู้อะไร?”

“ก่อนอื่นเลย เรื่องบันทึกของเธอที่อยู่ในเขตหวงห้ามน่ะ มันเป็นเรื่องจริงเหรอ?”

“ข้อมูลที่เธอเห็นคงเป็นเนื้อหาประมาณนี้สินะ ‘คลาริส ไมเออร์และฟลอเรนซ์ ไมเออร์เข้าอคาเดมี่ด้วยอายุที่น้อยที่สุด แต่ฟลอเรนซ์เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ’ ใช่ไหม?”

ถูกต้อง ในนั้นบอกว่าคลาริสมีน้องสาวชื่อฟลอเรนซ์ ไมเออร์ แต่ในทะเบียนนักเรียนปัจจุบันกลับไม่มีชื่อฟลอเรนซ์อยู่

“10 ปีที่แล้ว ฉันกับฟลอเรนซ์เข้าอคาเดมี่ ตอนนั้นฉันอายุ 9 ขวบ ฟลอเรนซ์อายุ 7 ขวบ แม้เราจะถูกจับตามองจากหลายๆ คนพร้อมกับคำว่าอัจฉริยะ แต่จริงๆ แล้วอัจฉริยะตัวจริงคือฟลอเรนซ์ต่างหาก ส่วนฉันก็แค่...มีบิลด์เท่านั้นเอง”

โดยปกติแล้ว ผู้ที่มีคุณสมบัติของอัศวินจะได้รับบิลด์จากเทพอาเรสเมื่ออายุประมาณ 14 ปี ว่ากันว่าเมื่อพิสูจน์ได้ว่ามีบิลด์แล้ว จะต้องเข้าอคาเดมี่โดยไม่มีเงื่อนไข มิฉะนั้น บิลด์ที่ได้รับมาอย่างยากลำบากก็จะหายไป

อย่างไรก็ตาม พรสวรรค์ของสองพี่น้องคลาริสและฟลอเรนซ์ที่มาอคาเดมี่ตั้งแต่อายุไม่ถึง 10 ขวบก็นับว่าน่าทึ่งมาก

“ยูเลียนชวนฉันกับฟลอเรนซ์ที่เพิ่งเข้าเรียนให้เข้าร่วมแคลน เป็นแคลนที่รวบรวมแต่สุดยอดฝีมือในสาขาต่างๆ ทั้งเวทมนตร์ บิลด์ และเพลงดาบ อาจเรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของสภานักเรียนในปัจจุบัน”

ดูเหมือนว่ายูเลียนจะเริ่มรวบรวมนักเรียน ‘พิเศษ’ มาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว ท่าทีของเขาที่มีต่อความยอดเยี่ยมนั้นใกล้เคียงกับความหลงใหลอย่างยิ่ง

“สำหรับฉันจะยังไงก็ได้ แต่ฟลอเรนซ์ปฏิเสธอย่างแข็งกร้าว ถึงขนาดตะโกนใส่หน้ายูเลียนว่าเป็นพวกนิยมความเหนือกว่าที่แบ่งแยกมนุษย์”

คลาริสยิ้มด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

“ยูเลียนอยากจะดึงตัวฟลอเรนซ์เข้ามาร่วมทีมให้ได้ และในที่สุดทั้งสองก็ตัดสินใจที่จะยุติปัญหากันด้วยศึกอัศวิน”

“……”

สถานการณ์แทบจะเหมือนกับเขาเลย

“ผลก็คือ ฟลอเรนซ์ชนะ”

“แต่ยูเลียนก็ไม่ยอมแพ้สินะ?”

คลาริสพยักหน้า

“ยูเลียนเองทำท่าทีเหมือนจะถอย แต่พวกสาวกของยูเลียนก็เข้าไปข่มขู่ฟลอเรนซ์แทน แน่นอนว่าไม่มีทางที่ยูเลียนจะไม่มีส่วนรู้เห็น” “พวกสภานักเรียนน่ะเหรอ?”

“ใช่ ในนั้นมีทั้งคนที่ยังอยู่และคนที่จบการศึกษาแล้วออกจากอคาเดมี่ไปแล้ว พวกนั้นกดดันฟลอเรนซ์ให้ทำตามคำพูดของยูเลียน และในที่สุดเรื่องก็เกิดขึ้น”

เขากลืนน้ำลาย สีหน้าของคลาริสหมองลงอย่างเห็นได้ชัด

“ฟลอเรนซ์ที่ถูกพวกนั้นไล่ตาม...ตกลงมาจากชั้นบนสุดของอคาเดมี่”

ก็เลยเป็นอุบัติเหตุสินะ

“แน่นอนว่าไม่มีใครถูกลงโทษ การกดดันทางจิตใจและการข่มขู่ของพวกยูเลียนไม่มีหลักฐานเหลืออยู่เลย แถมฟลอเรนซ์ที่ซื่อตรงก็ไม่เคยบอกฉัน เก็บเรื่องไว้คนเดียว...”

คลาริสก้มหน้าลงพลางใช้นิ้วนางคนชาดำที่เย็นชืดไปมา เขารอจนกว่าเธอจะเริ่มพูดอีกครั้ง

“ใช่แล้ว ที่เธอพูดน่ะถูกแล้วเกรย์ฉันเข้าสภานักเรียนเพื่อที่จะแก้แค้นยูเลียนด้วยมือของฉันเอง โทษฐานที่อคาเดมี่ไม่ลงโทษเขา ฉันเชื่อว่าถ้าอดทนและมีชีวิตรอดต่อไป สักวันหนึ่งโอกาสแก้แค้นก็จะมาถึง”

“รอมา...10 ปีเลยเหรอ?”

“แต่พูดตามตรงนะ ความตั้งใจมันอยู่ได้ไม่กี่ปีหรอก”

คลาริสยกเข่าข้างหนึ่งขึ้นมากอดไว้บนเก้าอี้ราวกับจะป้องกันตัวเอง

“ยูเลียนจับตาดูปราการเหล็กกล้าของฉันอยู่และหมายตาฉันไว้เป็นเพื่อนร่วมทีมตั้งแต่เนิ่นๆ ระหว่างที่ฉันแอบรอโอกาสและคอยช่วยเหลือเขา แคลนของยูเลียนก็กลายเป็นสภานักเรียน และสภานักเรียนก็เติบโตขึ้นเป็นแคลนระดับสูงสุดของอคาเดมี่ในไม่ช้า โดยธรรมชาติแล้ว สมาชิกก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามมาด้วย”

สภานักเรียนคือยอดพีระมิด การได้รับสิทธิประโยชน์นั้นมาเป็นเวลานานก็ไม่แปลกที่จะรู้สึกเฉยชา

“ฉันถูกทำให้เชื่องน่ะ กาลเวลาที่ผ่านไปทำให้ความทรงจำเกี่ยวกับน้องสาวเลือนลางลง ในขณะที่สิทธิประโยชน์และเกียรติยศที่ยูเลียนมอบให้มันยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แถมยูเลียนยังบอกในการศึกประเมินผลครั้งก่อนอีกว่า แค่เป็นเพื่อนร่วมทีมของเขา ก็จะให้อยู่ในสภานักเรียนต่อไปโดยไม่สนใจคะแนน”

ก็เลยยังคงอยู่ที่กลุ่ม C สินะ

“ใช่ ฉันอาจจะอิจฉานายก็ได้นะ”

“หืม?”

คลาริสพูดเช่นนั้นพลางทอดสายตาไปไกล

“เพราะนายแซงหน้าฉันที่ลังเลมาตลอด 10 ปีไปได้อย่างง่ายดาย” “แล้วที่บอกให้ฉันหยุดล่ะ?”

“ที่บอกว่าเพื่อตัวนายน่ะเป็นความจริงนะ ที่ผ่านมามีนักเรียนที่ไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีใครสามารถโค่นล้มสภานักเรียนที่ยูเลียนสร้างขึ้นมาได้เลย”

เขาหัวเราะเบาๆ

“แน่นอนอยู่แล้ว”

“?”

“เพราะตอนนั้นไม่มีฉันอยู่ยังไงล่ะ”

คลาริสได้ยินคำพูดของเขาก็เบิกตากลมโต แล้วก็หัวเราะออกมา

“ขำอะไร?”

“หึหึ เปล่าหรอก แค่มั่นใจเกินไปหน่อย”

คลาริสดื่มชาดำพลางสงบสติอารมณ์ เฮ้ นั่นมันแก้วที่เธอเอานิ้วจุ่มลงไปเมื่อกี้นี้นะ

“ฉันจะรักษาสัญญา การประมูลถือเป็นโมฆะ ไปได้แล้ว”

ธุระจบแล้ว ทั้งศึกอัศวินและการพูดคุยก็สิ้นสุดลง

คลาริสลุกจากที่นั่งแล้วเลื่อนเก้าอี้เก็บ เมื่อเธอเก็บถ้วยชาแล้วหันหลังกลับ เขาก็เอ่ยคำพูดที่คลาริสคงอยากจะได้ยินออกมา

“ให้เข้าร่วมด้วยไหม?”

“...!”

คลาริสไม่ได้ประมูลเขาไปเพียงเพื่อจะหยุดยั้งเขา แม้เรื่องราวจะผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่เห็นได้ชัดว่าเธออยากได้เขาเป็นเพื่อนร่วมทีม ไม่อย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายถึง 2,000 คะแนน แค่มาหาเขาแล้วเตือนก็พอแล้ว

สำหรับเขาที่อยากหาเพื่อนร่วมทีมอยู่แล้ว คลาริสก็ถือเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีที่สุด ความแข็งแกร่งของปราการเหล็กกล้าเขาก็ได้สัมผัสมาด้วยตัวเองแล้ว และเธอยังเป็นถึงสมาชิกทีมผู้ชนะอีกด้วย นอกจากนี้ยังเหมือนกับการไปแย่งเพื่อนร่วมทีมของยูเลียนมาอีกต่างหาก ถือเป็นการแกล้งเจ้าหมอนั่นไปในตัว

แต่ถ้าจะนำทีมไปตามความต้องการของตัวเอง เขาจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบไม่ได้ ที่พูดจาเหมือนให้ความช่วยเหลือคลาริสก็ด้วยเหตุผลนี้

“พอดีว่าเพื่อนร่วมทีมสำหรับศึกประเมินผลกลางภาคยังขาดอยู่น่ะ” “...จริงเหรอ?”

“แน่นอนว่ามีเงื่อนไข”

เขาชูสองนิ้วขึ้นมา

“ข้อแรก ฉันเป็นหัวหน้าทีม ถ้ามีความเห็นไม่ตรงกัน การตัดสินใจสุดท้ายอยู่ที่ฉัน”

“อืม”

“ข้อสอง ต้องทำให้ดีที่สุดในศึกประเมินผลกลางภาค ทั้งหมดก็มีเท่านี้”

คลาริสพยักหน้าอย่างแรง

เป็นเวลาถึง 10 ปี แม้จะบอกว่าหลงลืมเป้าหมายไปแล้ว แต่ความเกลียดชังที่มีต่อยูเลียนคงจะมากกว่าเขาหลายเท่านัก การที่จะได้ลงมือทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้เสียที ก็สมควรที่จะเห็นด้วย

“แค่ฉันคนเดียว...คงจะสู้ไม่ไหวจริงๆ นั่นแหละ”

“ในเมื่อมีเป้าหมายเดียวกัน การเป็นพันธมิตรกันย่อมมีประโยชน์กว่า”

คลาริสจับมือที่เขายื่นออกมาอย่างมั่นคง เป็นช่วงเวลาที่ทีม 3 คนอันประกอบไปด้วยเขา เลวี่ และคลาริสได้ถือกำเนิดขึ้นหลังจากผ่านความยากลำบากมามากมาย เรื่องนี้คงต้องขอบคุณอันโตนิโอจริงๆ

“อ๊ะ ไม่ใช่เวลามาทำแบบนี้นี่นา”

“หืม?”

“ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ฉันต้องไปลาออกจากสภานักเรียนก่อน ทำให้มันชัดเจนไปเลยจะดีกว่า”

“ดะ เดี๋ยวก่อน!”

คลาริสวิ่งออกจากห้องพักผ่อนไปโดยที่เขาไม่ทันได้ห้าม

และในบ่ายวันนั้นเอง อคาเดมี่ก็ลุกเป็นไฟด้วยข่าวซุบซิบครั้งใหญ่ต่อจากเรื่องอื้อฉาวของอันโตนิโอ

‘สมาชิกสภานักเรียน คลาริส ขู่ฆ่าประธานสภานักเรียน ยูเลียน!’

จบบทที่ 15. ปราการเหล็กกล้าไกเซอร์ริน (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว