เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 230 เชื่อมโยงกับไฟ? (อ่านฟรี)

บทที่ 230 เชื่อมโยงกับไฟ? (อ่านฟรี)

บทที่ 230 เชื่อมโยงกับไฟ? (อ่านฟรี)


ปกติซีเว่ยไม่รับรู้อะไรที่อยู่นอกอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของเขา และเขาจะรู้สึกได้ก็ต่อเมื่อศัตรูแตะโดนกับดัก

มันก็เหมือนกับคนที่อยู่ในบ้าน พวกเขาจะไม่รู้ว่ามีใครเดินผ่านไปมานอกบ้านหากไม่ได้ตั้งใจมองดี ๆ

แต่นั่นคือในสถานการณ์ปกติ

หากมีสถานการณ์ที่ไร้เหตุผลเกิดขึ้น เช่น มีก็อตซิลล่าเดินผ่านบ้านคุณจนทำให้เกิดฟ้าถล่มดินทลายในทุกย่างก้าว จนแม้แต่คนตาบอดที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านก็รู้ว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น…

และสถานการณ์นั้นก็คล้าย ๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้

เขาไม่รู้ว่าอะไรกำลังเคลื่อนผ่านไปอย่างช้า ๆ ด้านนอกนั่น แต่ร่างกลม ๆ ของซีเว่ยแข็งทื่อทันทีเพราะเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่น่ากลัว

“ไม่ต้องกลัว” ฟลินท์แมนกระซิบเมื่อสัมผัสได้ถึงอาการทำอะไรไม่ถูกของซีเว่ย “อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของท่านอยู่ห่างไกลและหาเจอไม่ง่าย เราจะไม่ถูกจับได้แน่ แถมก่อนที่ข้าจะมาพบท่านข้ายังวางตัวล่อเอาไว้แล้ว หมอนั่นคงหาที่นี่เจอไม่ง่าย”

ซีเว่ย “…”

ปรากฏว่าแกเป็นคนนำปีศาจนั่นมาที่นี่เองเหรอ ไอ้สารเลว!

นั่นทำให้ซีเว่ยเข้าใจแล้วว่า เทพเจ้าแห่งไฟที่ถูกขโมยอำนาจไป คือผู้ที่บินผ่านความว่างเปล่าด้านนอกจากคำอธิบายของฟลินท์แมน

สิ่งนี้ทำให้เขาเข้าใจช่องว่างระหว่างเทพเจ้าระดับสูงกับเทพเจ้ามือใหม่อย่างเขาได้อย่างชัดเจนว่ามันใหญ่เพียงใด

ทีแรกซีเว่ยรู้สึกตัวลอยเล็กน้อย เนื่องจากความสำเร็จของเขาในการกำจัดเทพเจ้ากระดูกเน่า เคลียร์การทดลองของเทพสมุทรได้ชั่วคราว และยังสามารถโน้มน้าวให้เทพส่วนใหญ่ของวิหารล่องหนมาเป็นพันธมิตรกับศาสนจักรของเขานั้น ได้ทำให้การรับรู้ของเขาที่มีต่อเทพเจ้าท้องถิ่นเหล่านี้ค่อย ๆ ลดลง

แต่เมื่อเทียบกับพลังอำนาจเบ็ดเสร็จ เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขาก็เป็นเพียงแค่ถั่วลิสง แม้ว่าลิ้นของเขาจะหลอกเทพอื่น ๆ ได้ชั่วขณะ แต่เขาคงไม่มีโอกาสได้ใช้มันอีกซ้ำสอง ก่อนที่เขาจะถูกฆ่าเมื่อพวกเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

อันที่จริงเรื่องราวที่ว่า แค่คำพูดเพียงอย่างเดียวก็สามารถแก้ไขวิกฤตต่าง ๆ ได้นั้น ได้รับการยกย่องมาตลอดทุกยุคทุกสมัย ก็เป็นเพราะส่วนใหญ่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ เนื่องจากทุกอย่างอาจผิดพลาดได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นเพียงเล็กน้อย

บางคนอาจเย้ยหยันความคิดดังกล่าว และเชื่อว่าความฉลาดเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ได้ทุกอย่างมาไว้ในกำมือ ในขณะที่หัวเราะอย่างพึ่งพอใจ แต่นั่นเป็นเพราะพวกเขาไม่รู้ว่า 'พลังอำนาจเบ็ดเสร็จ' หมายถึงอะไร!

ในนวนิยาย เรื่องเล่า หรือนิทานก่อนนอนหลาย ๆ เรื่อง บุคคลที่ทรงพลังที่สุดของเรื่อง มักจะถูกผูกมัดด้วยสถานการณ์บางอย่าง เพื่อให้เหล่าตัวเอกเอาชนะได้อย่างยากลำบาก พวกเขาจะไม่ถูกนับเป็น 'ผู้มีพลังอำนาจเบ็ดเสร็จ' อย่างแท้จริง

เมื่อคนเรากำลังเผชิญกับ 'พลังอำนาจเบ็ดเสร็จ' ข้อผิดพลาดที่น้อยที่สุดหรือแม้แต่ตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ (เช่นการผู้มีอำนาจรู้สึกอารมณ์ไม่ดีในวันนั้น) ก็จะทำให้ความพยายามทุกอย่างต้องสูญเปล่า โดยไม่คำนึงว่าคนฉลาดได้คำนวนแผนการที่ซับซ้อนและน่าทึ่งเพื่อกำกับการกระทำของผู้มีอำนาจนั้นไว้อย่างไร และคนฉลาดอาจต้องจ่ายด้วยชีวิตของเขา!

เป็นความจริงที่ซีเว่ยได้เลี้ยงดูผู้เล่นของเขาอย่างขยันขันแข็ง ทั้งในด้านความสามารถและอิทธิพลหลังจากที่เขาข้ามมายังโลกนี้ ด้วยบั๊กที่เขามี และผู้เล่นก็เติบโตขึ้นอย่างที่เขาได้จินตนาการไว้ (แม้จะมีพฤติกรรมชอบวิ่งเข้าหาปัญหาอยู่ตลอดก็ตาม)

แต่ในทางกลับกัน การเติบโตของซีเว่ยนั้นไม่ชัดเจนนัก นอกจากตอนที่เขาได้บริโภคเทพเจ้าไป 2 ตน เนื่องจากพลังส่วนใหญ่ของเขาถูกใช้เพื่อคอยอำนวยความสะดวกให้ผู้เล่น และพัฒนาความสามารถของพวกเขา

แต่หลังจากที่เขาสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของเทพเจ้าแห่งไฟ ความคิดที่จะแข็งแกร่งขึ้นก็กลับเข้ามาในหัวของซีเว่ยอีกครั้ง เขาถึงกับรู้สึกกดดันและโดนคุกคาม

ซีเว่ยเปลี่ยนความคิดทันทีแม้เขาจะลังเลในตอนแรก ว่าเขาควรให้ผู้เล่นไปต่อสู้กับมังกรซอมบี้และออร์คซอมบี้ดีหรือไม่

พลังศักดิ์สิทธิ์ที่บิดเบี้ยวที่ดึงออกมาจากร่างกายของไนท์คราย แม้จะมีไม่มากนัก แต่เขาก็อาจศึกษาต้นกำเนิดของพลังศักดิ์สิทธิ์นั้นได้ หากเขามีมันมากกว่านี้หลังจากที่ผู้เล่นสังหารมังกรซอมบี้และออร์คซอมบี้ได้

เขาอาจจะก้าวหน้าขึ้น หลังจากค้นหาวิธีการดูดซับพลังศักดิ์สิทธิ์นั้นได้อย่างปลอดภัย

เนื่องจากพลังศักดิ์สิทธิ์ที่บิดเบี้ยวมีความสามารถในการแพร่เชื้อสูง และมีศักยภาพเพียงพอที่จะทำลายสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในทวีป พลังเข้มข้นของมันจึงไม่ใช่สิ่งที่เทพเจ้ามือใหม่อย่างซีเว่ยจะดูถูกได้

หากเขาสามารถรวบรวมพวกมันได้ เขาอาจจะรวบรวมพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เทียบเท่ากับที่ได้จากแซฟไฟร์ทะเลของเทพสมุทรได้!

และถ้าเขาสามารถดูดซับพลังศักดิ์สิทธิ์ที่บิดเบี้ยวได้อย่างปลอดภัย ซีเว่ยก็อาจก้าวข้ามขีดจำกัดของการเป็นเทพชั้นสาม* และก้าวขึ้นสู่ฐานะเทพระดับต่ำได้อย่างแท้จริง และอาจถือเป็นหนึ่งในเทพระดับแนวหน้าของเทพชั้นต่ำ!

(ชั้นสาม เป็นคำเปรียบเปรย แปลตรง ๆ ก็คือ เทพที่ไม่มีลำดับชั้น ไม่มีอะไรให้พูดถึง)

แต่ถึงแม้จะมีความคิดมากมายหมุนวนอยู่ในหัวตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของเขานั้นห่างไกลและเล็กเกินไป หรือเพราะ 'ตัวล่อ' ของฟลินท์แมนทำงานได้ดี เทพเจ้าแห่งไฟจึงดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของซีเว่ยเลย

พลังงานที่น่ากลัวนั้นจึงค่อย ๆ เคลื่อนออกจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของเขาเข้าสู่ความว่างเปล่า

"เฮ้อ! ข้าไม่คิดเลยว่าเขาจะตอบสนองเร็วขนาดนี้ มันทำให้ข้ากลัว…”

ฟลินท์แมนดูโล่งใจ “แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าหมอนั่นจะไม่วนกลับมาอีกครั้ง ข้าคงต้องรีบหนีแล้ว”

“เอ๊ะ? จะไปแล้วเหรอ?” ซีเว่ยค่อนข้างประหลาดใจ

“ไม่เอาน่า แม้ตอนนี้ข้าจะซ่อนอยู่ในที่มืด แต่สิ่งที่ข้ากำลังเผชิญอยู่คือไฟที่เผาไหม้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนดั่งดวงอาทิตย์นะ” ฟลินท์แมนยิ้มอย่างพอใจ ขณะชี้ไปที่ลูกไฟที่ลอยอยู่เหนือไหล่ของเขา

เปลวไฟขนาดเล็กลอยออกมาจากลูกไฟ ซึ่งฟลินท์แมนกลั้นใจส่งมันให้ซีเว่ยอย่างไม่ค่อยอยากจะให้ “ข้าบอกท่านแล้วว่าข้าไม่ได้มาขอความช่วยเหลือจากท่านเปล่า ๆ นี่คือ 'เปลวไฟแรก' มันคือเปลวไฟที่เก่าแก่ที่สุดของโลกใบนี้ที่ข้าขโมยมาจากเทพเจ้าแห่งไฟ ถึงแม้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะให้ท่านทั้งหมด แต่ไม่มีปัญหาเลยที่ข้าจะแบ่งเธอให้ท่าน!”

“…”

ซีเว่ยจ้องไปที่เปลวไฟขนาดเล็กกว่าเปลวไฟใด ๆ แม้แต่ไฟแช็กยังจุดไฟได้ใหญ่กว่าไฟที่ลอยอยู่เหนือนิ้วของฟลินท์แมน แถมดูเหมือนมันจะดับได้ทุกเมื่อ ร่างกลม ๆ ของเขาส่องแสงจาง ๆ พร้อมมีสัญลักษณ์ '?' ปรากฏขึ้น

“อย่าดูถูกเชียวนะ! มันอาจจะดูเหมือนเปลวไฟเล็ก ๆ แต่มันก็ยังคงเป็นไฟที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แค่ตัวมันเอง ก็เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความหมายของการมีอยู่ของ 'ไฟ' ได้แล้ว!”

อธิบายไปได้ครึ่งทาง ฟลินท์แมนก็สังเกตเห็นว่า '?' ของซีเว่ยเปลี่ยนเป็นตัวอักษรจีนที่เป็นคำสบถ และเขารู้สึกว่ากำลังโดนถูกดูถูก แม้จะไม่เข้าใจคำ ๆ นั้นก็ตาม “แค่บอกว่ามาว่าท่านจะเอาไหม!”

“ข้าต้องการ ข้าจะเชื่อมโยงกับมัน!”

ซีเว่ยรีบเอาหนวดไปรับเปลวไฟมาอย่างรวดเร็ว ในฐานะเทพเจ้า เขาเข้าใจดีว่าเปลวไฟแรกนั้นล้ำค่าเพียงใด

สิ่งแรกที่มนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาส่วนใหญ่บูชา ไม่ใช่เทพเจ้ายุคแรก แต่เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่าง ๆ ซึ่งนั่นรวมถึงไฟด้วย

ด้วยเหตุนี้เปลวไฟแรกจึงเชื่อมต่ออย่างใกล้ชิดกับอำนาจแห่งไฟ มันไม่ง่ายเหมือนปรากฏการณ์ทางพลาสมา แต่มันคือสัญลักษณ์ของไฟที่ก่อตัวขึ้นเองหลังจากที่พลังแห่งศรัทธาเกิดขึ้น ไม่อย่างนั้นทำไมเทพเจ้าแห่งไฟถึงไล่ฟลินท์แมนไปทุกที่แบบนี้

“ท่านจะให้ของมีค่าเช่นนี้กับข้าจริง ๆ หรือ? เทพเจ้าแห่งไฟจะไม่ไล่ตามข้าหลังจากที่ข้ารับมันไปหรือ?”

จากคำพูดนั้น ซีเว่ยกำลังคิดว่าฟลินท์แมนจะใช้เขาเป็นตัวล่อเทพแห่งไฟให้เขาหนีไปได้...

“ไม่ต้องห่วง ข้าจะล่อเทพเจ้าแห่งไฟออกไป อย่างที่ข้าเคยพูดไป ข้าให้ 'เปลวไฟแรก' แก่ท่าน เพราะข้าเห็นว่าท่านมีอนาคตสดใส ดังนั้นนี่ถือเป็นการลงทุนตั้งแต่เนิ่น ๆ” ฟลินท์แมนจิ้มตรงจุดที่น่าจะเป็นหัวของซีเว่ย “เมื่อท่านเป็นใหญ่ในอนาคต อย่าลืมข้าล่ะ”

จากนั้นฟลินท์แมนก็กระโดดราวกับว่าเขากำลังกระโดดบนกระดานกระโดดน้ำ และออกจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของซีเว่ยไปทันที ภายใต้การจ้องมองอย่างตกตะลึงของซีเว่ย และหายไปจากสายตาสู่ความว่างเปล่าอันไร้สิ้นสุด

ในความว่างเปล่า ขณะที่ฟลินท์แมนกำลังเดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ จู่ ๆ ก็มีเสียงพูดดังขึ้นในหูของเขา

'การให้ส่วนหนึ่งของข้ากับเทพแรกเกิดนั้นเป็นเรื่องปกติหรือไม่?'

"ทุกอย่างปกติดี ถ้าอัสลานมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับชายคนนั้น มันจะไม่สูญเปล่าแน่นอน”

ฟลินท์แมนเหลือบมองไปที่ลูกไฟบนไหล่เขาและตอบอย่างนุ่มนวล

จากนั้นเขาก็หันไปมองอีกด้านหนึ่งของความว่างเปล่า

“ชิ เทพเจ้าแห่งไฟพบข้าอีกแล้วเหรอ? แม้ข้าจะตั้งใจทิ้งกลิ่นเอาไว้เล็กน้อย แต่การเคลื่อนไหวของเขาครั้งนี้ดูเหมือนจะเร็วขึ้น นี่อาจเป็นปัญหา…”

'เขาเริ่มกังวลเพราะตอนนี้ท่านอ้างสิทธิ์อำนาจเหนือข้าไปแล้ว 40%' เสียงนั้นเตือนเบา ๆ

“อืม ถ้าท่านสู้กับเขาตอนนี้บวกกับพลังปาฏิหาริย์ของข้า โอกาสชนะของเราคือ 50-50…ช่างเถอะ เพื่อความปลอดภัย จะดีกว่าหากข้าซ่อนพลังเอาไว้ก่อน” ฟลินท์แมนพึมพำอย่างไม่มีความสุข

“ยังไงซะจากสัญญาณของสิ่งต่าง ๆ ในตอนนี้ ดูเหมือนสงครามเทพเจ้าครั้งที่ 4 ก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้า” เขาพูดเสียงเบาราวกระซิบ “และเมื่อมันเริ่มขึ้น ข้าก็จะสามารถเล่นได้ตามที่ต้องการ นั่นคือช่วงเวลาที่ข้าจะอ้างสิทธิ์ในความเป็นพระเจ้าของเขาได้อย่างถูกต้อง!”

'…อ๊า!'

"เกิดอะไรขึ้น?"

'ส่วนหนึ่งของ 'ข้า' ที่ท่านมอบให้เทพเจ้าแรกเกิดนั้น ถูกย่อยและหลอมรวมไปแล้ว ข้าไม่สามารถรับรู้หรือควบคุมมันได้อีกต่อไป'

“เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ!” ฟลินท์แมนผงะ “ข้าใช้เวลาเกือบ 300 ปีในการทำให้ท่านเชื่อง! แม้ว่ามันจะเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของท่านก็ตาม…”

'บางทีอำนาจของเขาอาจจะพิเศษ'

“อำนาจที่ผันผวนของเกม…ไม่น่าเชื่อ” ฟลินท์แมนลูบคาง “ดวงตาของอัสลานถูกต้อง เขาอาจจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างที่ไม่อาจจินตนาการได้ ก่อนที่สงครามเทพเจ้าครั้งที่ 4 จะเริ่มขึ้น ดูเหมือนเขาจะกลายเป็นหนึ่งในเทพเพียงไม่กี่องค์ที่คุ้มค่ากับการให้ความสนใจของข้า”

'เราควรจะฆ่าเขาตอนนี้เลยดีไหม?'

“อย่าล้อเล่นน่า ข้าไม่ต้องการให้ฝ่ายตรงข้ามตายก่อนเวลา” จู่ ๆ ฟลินท์แมนก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น “ผลไม้จะอร่อยที่สุดเมื่อมันสุก!”

'ขอโทษ แต่ข้าไม่เข้าใจตรรกะของท่าน'

“เพราะข้าเป็น ‘บุคคล’ ที่สามารถกลายเป็น 'พระเจ้า' ได้ไงล่ะ”

"เอาล่ะ เราออกไปจากที่นี่กันเถอะ ไม่งั้นเทพเจ้าแห่งไฟจะตามเราทัน ข้าไม่ต้องการเปิดเผยพลังที่แท้จริงของข้าก่อนที่สงครามเทพเจ้าครั้งที่ 4 จะเริ่มขึ้น…”

พูดจบ ร่างของฟลินท์แมนก็หายไปในความว่างเปล่าอีกครั้ง

---------------------------------------------

เพจ FC-Translate

จบบทที่ บทที่ 230 เชื่อมโยงกับไฟ? (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว