เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 229 หัวขโมยไฟ (อ่านฟรี)

บทที่ 229 หัวขโมยไฟ (อ่านฟรี)

บทที่ 229 หัวขโมยไฟ (อ่านฟรี)


หลังจากคิดสักพักซีเว่ยก็เห็นด้วยกับคำขอของฟลินท์แมน

แน่นอนว่าเนื่องจากสถานการณ์ภายในที่พิเศษอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของเขา เขาจึงได้ทำความสะอาดพื้นที่เล็ก ๆ ก่อนที่จะให้ฟลินท์แมนเข้ามา และแยกมันออกจากส่วนอื่น ๆ ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์

ซีเว่ยได้เรียนรู้วิธีแยกช่องว่างภายในอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ตอนที่เขาสร้างกระท่อมมืดให้กับผู้เล่น และดันเจี้ยนจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของเพทเจ้ากระดูกเน่า ด้วยความคุ้นเคย เขาจึงจัดการได้อย่างรวดเร็ว

ยิ่งไปกว่านั้นซีเว่ยได้แอบพยายามติดต่อสิงโตอย่างลับ ๆ และตั้งใจว่าจะให้เขามาช่วยเป็นประธานในเรื่องต่าง ๆ เพราะยังไงซะฟลินท์แมนก็แข็งแกร่งกว่าซีเว่ยที่เป็นเพียงลูกบอลอ่อนแออย่างเห็นได้ชัด

ควรรู้ว่าซีเว่ยรู้สึกถูกคุกคามอย่างมากหลังจากการประชุมครั้งก่อนของวิหารล่องหน เขาได้เริ่มเตรียมไม้เด็ดในการเผชิญหน้ากับสงครามเทพเจ้า แต่สาเหตุที่ผู้กล้าถูกเรียกว่าผู้กล้าเพราะเขาต้องเสี่ยงอันตรายพอ ๆ กับพลังที่เขาได้รับมา

และซีเว่ยไม่ต้องการเสี่ยงหากไม่จำเป็นจริง ๆ

น่าเสียดายที่สิงโตกำลังยุ่ง และไม่สามารถมาช่วยให้ซีเว่ยรู้สึกสบายใจได้ แต่อัสลานก็ยืนยันกับเขาว่าแม้ฟลินท์แมนจะเป็นผู้ต่อต้านพระเจ้าและมีพฤติกรรมแปลกประหลาด และข้อเท็จจริงเล็กน้อยที่ว่าเขาได้ขโมยอำนาจของเทพแห่งเปลวเพลิงไป ฟลินท์แมนก็เป็นเทพที่ดี เขาจะไม่โจมตีซีเว่ยในฐานะสมาชิกของวิหารเดียวกันแน่

ยิ่งไปกว่านั้นฟลินท์แมนยังตั้งเป้าไปที่เทพเจ้าแห่งเปลวเพลิงซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ยิ่งใหญ่กว่าทันทีหลังจากขึ้นสู่สถานะเทพ และลอยนวลมาได้นานกว่า 500 ปี หากพูดอย่างไม่เกรงใจเลยก็คือเขาไม่ต้องการอำนาจของเทพเจ้ามือใหม่อย่างซีเว่ย...

ถึงสิงโตจะคิดแบบนั้น แต่ซีเว่ยก็รู้ตัวเองดี

แม้พลังอำนาจต่าง ๆ ของเขาที่เย็บรวมเข้าด้วยกัน จะไม่เข้าตาของหัวขโมยไฟ แต่ปัญหาก็คือซีเว่ยยังมีอำนาจพิเศษนอกเหนือจากอำนาจของเทพเจ้าแห่งเกม

อำนาจในการข้ามบาเรียโลก

อำนาจในการข้ามบาเรียโลกได้โดยแทบจะไม่มีค่าใช้จ่าย คือวิธีที่ซีเว่ยสามารถทำให้ผู้ศรัทธาของเขามีช่วงเวลาดี ๆ ได้ในดินแดนมรรตัย แม้ว่าพลังอันศักดิ์สิทธิ์ของเขาแทบจะมีไม่ถึงหนึ่งในพันของเทพเจ้าอื่น ๆ และรายได้ของเขาก็ติดตัวแดง

หากเปลี่ยนเป็นเทพองค์อื่นที่เรียนรู้สไตล์การเล่นแบบเดียวกันนี้ เทพองค์นั้นคงจะตายไปนานแล้ว...

ยิ่งไปกว่านั้นเขามีอำนาจในการข้ามโลกโดยไม่สนใจกฎที่กำหนดโดยตรีเอกานุภาพแห่งการสรรค์สร้าง และสามารถใช้ร่างที่แท้จริงข้ามบาเรียโลกเพื่อเข้าสู่แดนมรรตัยได้ทันทีหากเขาต้องการ เขาไม่จำเป็นต้องเฝ้าดูอยู่แต่ในอาณาจักรอันศักดิ์สิทธิ์ตลอดเวลา และสามารถลงมาบนโลกและมีช่วงเวลาที่ดีกับผู้ศรัทธาของเขาได้

ซีเว่ยเข้าใจน้ำหนักของสิ่งต่าง ๆ ดี แม้ว่าเขาจะรู้ว่ามันคงสนุกหากได้ไปร่วมเล่นกับเหล่าสาวกในดินแดนมรรตัย

แต่ถ้าเขาทำอย่างนั้น เขาจะตาบอดเพราะความเพลิดเพลินและมองไม่เห็นภาพรวมเพื่อฉกฉวยโอกาสหรือตอบสนองต่อบางสิ่งได้ทันเวลา และสุดท้ายเขาอาจจะตายในสงครามเทพเจ้าครั้งที่ 4 หรือยั่วยุใครบางคนที่เขาไม่ควรเข้าไปยุ่งและถูกฆ่าตาย

แต่นั่นเป็นการพูดนอกเรื่อง

ไม่ว่าจะยังไง ผู้มีอำนาจในข้ามโลกคือซาลาเปาสีทองท่ามกลางกองภูเขาซาลาเปา

หากเทพบิดรทั้งเจ็ดที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดเหนือเทพอื่น ๆ ยังคิดจะขโมยมันไปจากซีเว่ย หากพวกเขารู้เกี่ยวกับมัน ก็นับประสาอะไรกับเทพเจ้าระดับกลางอย่างฟลินท์แมน

“อาณาจักรอันศักดิ์สิทธิ์ของท่าน…ดูเหมือนจะเล็กมาก”

ฟลินท์แมนพูดหลังจากที่เขามองโลกอันกว้างใหญ่แต่ว่างเปล่าเมื่อเข้าสู่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของซีเว่ย

ซีเว่ยสามารถบอกได้ทันทีจากน้ำเสียงของเขาคำติ แต่มีความหมายว่า 'ฉันรู้ว่านายกำลังซ่อนอะไรบางอย่างจากฉัน'

แต่ฟลินท์แมนรู้มารยาทดี และไม่ได้พูดอะไรตรง ๆ เช่น ‘เอามาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้’

และเมื่อเขาเห็นว่าซีเว่ยเมินคำพูดของเขา เขาก็ยักไหล่ “อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของข้าค่อนข้างกว้างใหญ่ ท่านอยากไปเยี่ยมไหม”

“ข้าจะไปเมื่อท่านจัดการกับเทพเจ้าแห่งเปลวเพลิงได้แล้ว”

ซีเว่ยปฏิเสธโดยไม่ลังเล

เป็นความจริงที่ฟลินท์แมนมีอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองหลังจากกลายเป็นเทพเจ้า แต่ไม่นานเขาก็ถูกไล่ล่าโดยเทพเจ้าแห่งเปลวเพลิงไปทั่วแดนเทพ

เขาอาจจะไม่มีเวลาตกแต่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของเขาด้วยซ้ำ

แต่ฟลินท์แมนไม่รู้สึกขุ่นเคืองกับน้ำเสียงที่ค่อนข้างไม่สุภาพของซีเว่ยและถามตรง ๆ ว่า “ข้าได้ยินมาว่าท่านบรรลุข้อตกลง…กับลูน่า ในการชุมนุมครั้งนั้นสินะ”

“ท่านพูดเหมือนเราเป็นตัวแทนของทหารที่แอบทำข้อตกลงกับผู้ค้าอาวุธเถื่อนงั้นแหละ…”

ซีเว่ยอดไม่ได้ที่จะบ่น “ข้อตกลงที่ข้าทำกับลูน่าเป็นเพียงแค่การทดลองความร่วมมือเท่านั้น”

“ใช่ นั่นคือข้อตกลงความร่วมมือ บลาบลาบลา” ชัดเจนว่าฟลินท์แมนไม่ได้พยายามจำชื่อเต็มมันเลย “สรุปก็คือเอลฟ์ป่าอาจกลายเป็นผู้เปลี่ยนใจมาเลื่อมใสในศาสนจักรของท่านก็ได้สินะ”

“…นั่นก็จริง แต่เอลฟ์ป่านั้นหัวโบราณ และเป็นไปไม่ได้ที่จะให้พวกเขาเปลี่ยนไปนับถือศาสนาใหม่” ซีเว่ยถอนหายใจ

นั่นเป็นข้อบกพร่องอย่างหนึ่งของเผ่าพันธุ์ที่มีอายุยืนยาว เหมือนกับคนที่ชอบคิดถึงเรื่องราวในอดีตที่มักจะดื้อรั้นมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น แม้แต่เอลฟ์ป่าที่มีอายุมากกว่า 100 ปีก็ยังยึดติดกับกฎเกณฑ์และประเพณีที่สืบทอดมากอย่างยาวนาน และการเปลี่ยนใจพวกเขาจึงเป็นอะไรที่ยากมาก

นั่นคือเหตุผลที่ซีเว่ยเองไม่ได้ออกเควสให้ผู้เล่นเผยแพร่หลักคำสอนให้เอลฟ์ และอาศัยเพียงเควสรายสัปดาห์ที่กระตุ้นให้ผู้เล่นไปเผยแพร่หลักคำสอนในเมืองมนุษย์และรับสมัครผู้ศรัทธาใหม่ที่เชื่อถือได้ที่นั่นแทน

“ยังไงก็ตามมันเกี่ยวอะไรกับท่าน” ซีเว่ยถามพลางเขาคางตัวเอง

“อัสลานไม่เคยบอกท่านหรือ”

ฟลินท์แมนไล้นิ้วไปตามผมสีดำทรงเหมือนเดรดล็อกส์ เผยให้เห็นหูแหลมที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ “ข้าเป็นเอลฟ์ป่าก่อนที่ข้าจะขึ้นเป็นเทพเจ้า”

“โอ้” ซีเว่ยอุทานอย่างไร้ความหมาย

ความจริงเขาคิดว่าฟลินท์แมนเป็นมนุษย์ก่อนที่เขาจะขึ้นสู่สวรรค์ แต่จริง ๆ แล้วเขาเป็นเอลฟ์…

แต่ไม่มีอะไรน่าตกใจ

เมื่อเทียบกับมนุษย์แล้วเอลฟ์มีข้อได้เปรียบในเรื่องของอายุขัย ในหลาย ๆ กรณีมนุษย์จะตายก่อนที่พวกเขาจะได้สะสมความรู้จนเพียงพอ ในขณะที่พวกเอลฟ์ได้เรียนรู้เรื่องดนตรีและศิลปะแบบสุ่มมากมายจากความเบื่อหน่ายของการมีชีวิตที่ยาวนาน กระทั่งสร้างระบบศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของเอลฟ์แต่เพียงผู้เดียวขึ้นมาได้

ด้วยเหตุนี้เอลฟ์จึงมีโอกาสที่ดีกว่าในการได้รับพลังแห่งปาฏิหาริย์ ขึ้นสู่ระดับตำนาน และขโมยอำนาจของเทพเจ้าบางองค์

“ดังนั้นข้าหวังว่าท่านจะช่วยดูแลเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของข้า…” ฟลินท์แมนกล่าว

“ท่านควรถามลูน่าไม่ใช่เหรอ? เธอมีพลังมากกว่าข้ามาก” ซีเว่ยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลก ๆ

“ใช่ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง…ข้ารู้สึกว่าท่านมีศักยภาพมากกว่าลูน่า นั่นคือเหตุผลที่ข้าถามท่าน” ฟลินท์แมนตอบอย่างจริงจัง “แน่นอนข้าจะไม่ยอมรับว่าข้าพูดแบบนั้นหลังจากออกไปจากที่นี่! มันไม่มีประโยชน์แม้ว่าท่านจะเอาเรื่องนี้ไปรายงานกับลูน่า!”

“…”

เดิมทีซีเว่ยต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ร่างกลม ๆ ของเขาก็นิ่วหน้าและกลืนสิ่งที่เขากำลังจะพูดลงไป

แม้แต่ฟลินท์แมนที่ไม่สนใจอะไรมาตลอดหลังจากเข้าสู่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของซีเว่ยก็ยังจริงจังขึ้นมา

บทสนทนาของเทพเจ้าทั้งสองถูกขัดจังหวะในขณะที่ความเงียบแปลก ๆ เข้าครอบงำพื้นที่ว่างเปล่าเล็ก ๆ นี้

เหตุผลก็คือพลังมหาศาลอันน่าสะพรึงกำลังค่อย ๆ เคลื่อนตัวผ่านอาณาจักรอันศักดิ์สิทธิ์ของซีเว่ย

-----------------------------------------------

เพจ FC-Translate

จบบทที่ บทที่ 229 หัวขโมยไฟ (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว