เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 227 ออริจินทั้งแปด

บทที่ 227 ออริจินทั้งแปด

บทที่ 227 ออริจินทั้งแปด


“…ออริจินทั้งแปด…” ซีเว่ยพึมพำอย่างเงียบ ๆ ในอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของเขา

ในฐานะที่เป็นผู้มาใหม่ เทพเจ้าแห่งเกมไม่รู้เรื่องเช่นนั้น แต่เขาก็ได้คีย์เวิร์ดและค้นหาผ่านความทรงจำของเจ้าแห่งน้ำและรวบรวมข้อมูลบางอย่างได้

หลังจากที่ตรีเอกานุภาพได้สร้างโลกแล้ว พวกเขาก็ได้สร้างสิ่งมีชีวิตมากมายที่อาศัยอยู่ในดินแดนหลักที่เจริญรุ่งเรืองมาหลายชั่วอายุคน พวกเขาก่อให้เกิดวัฒนธรรมมหัศจรรย์มากมาย

เผ่าพันธุ์เหล่านั้นเติบโตอย่างแข็งแกร่งภายใต้การคุ้มครองของเทพเจ้า เช่นเดียวกับชีววิทยาในยุคอีดีแอคารันก่อนการระเบิดแคมเบรียน พวกมันมีความก้าวหน้าและก็มีเอกลักษณ์ในเวลาเดียวกัน

(ยุคอีดีแอคารัน (Ediacaran) หรือยุคเวนเดียน เป็นยุคสุดท้ายแห่งมหายุคนีโอโพรเทอโรโซอิก อยู่ระหว่าง 630 ล้านปีมาแล้วถึง 542 ล้านปีมาแล้ว ยุคนี้จะมีสัตว์แปลก ๆ มากมาย เช่นดิกคินโซเนีย ซึ่งมีลักษณะเหมือนพรมเช็ดเท้าฟู ๆ กินอาหารโดยใช้การย่อยเมือกแบคทีเรียใต้ทะเล แล้วดูดซับสารอาหาร อีกตัวหนึ่งก็คือสไปรกินา มีลักษณะยาว ดูดซับเมือกแบคทีเรียเหมือนดิกคินโซเนีย บนแผ่นดินยังว่างเปล่า)

นั่นคือยุคก่อนประวัติศาสตร์ของโลกนี้

และอย่างที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ มีสงครามของเทพเจ้า 3 ครั้งที่เกิดขึ้นในโลกนี้

ไม่มีบันทึกของสงครามแรกในความทรงจำของเจ้าแห่งน้ำ อาจเป็นเพราะเขายังไม่ได้ถือกำเนิดขึ้น

อย่างไรก็ตามสามารถยืนยันได้ว่า ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อดินแดนหลักมากนัก

ความจริงก็คือซีเว่ยไม่รู้ว่าเทพเจ้าต่อสู้กันอย่างไรในสงครามครั้งแรก…แต่สงครามเทพเจ้าครั้งที่ 2 นั้นแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เพราะทุกอย่างเกี่ยวข้องกับดินแดนหลักซึ่งนำไปสู่การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด

เหล่าเทพเจ้าได้รับบาดเจ็บสาหัสจากสงครามแรก และไม่สนใจความก้าวหน้าของสิ่งมีชีวิตมานาน น่าแปลกที่ในยุคที่ไร้พระเจ้านั้น เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ได้พัฒนาเกินที่เทพเจ้าจะแทรกแซงได้ไปแล้ว

แม้เวลาที่เกิดขึ้นจะไม่แน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้ก็คือเผ่าพันธุ์ได้พัฒนาไปสู่ระดับที่น่าทึ่ง ก่อตัวเป็นอารยธรรมที่น่าตื่นตาที่จะไม่สูญหายไปจากโลก

และนั่นคือยุคแรกในบันทึกของเผ่าพันธุ์ในดินแดนที่ต่ำกว่า

ในทางกลับกัน เนื่องจากความเจริญรุ่งเรืองของเผ่าพันธุ์และประชากรที่เฟื่องฟูก็ได้นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของเทพเจ้าจำนวนมาก ที่ล่อเลี้ยงด้วยศรัทธาในอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์

การดำรงอยู่ของพวกเขาค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้น และแม้กระทั่งแย่งชิงอำนาจของเทพเจ้ายุคเริ่มต้น และเมื่อความขัดแย้งสะสมมาจนถึงขีดสุด เทพเจ้ายุคแรกจึงได้เริ่มทำสงครามกับเทพเจ้าแห่งศรัทธา จุดชนวนสงครามเทพเจ้าครั้งที่ 2 ขึ้น

ดูเหมือนว่าเทพเจ้าแห่งเกมตนแรก ซึ่งเป็นเทพเจ้ายุคแรก และบรรพบุรุษของซีเว่ย จะถูกสังหารในสงครามครั้งนั้น และโดนขโมยความเป็นพระเจ้าไป

ไม่เหมือนกับสงครามเทพเจ้าครั้งแรก ไฟของสงครามเทพเจ้าครั้งที่สองไม่เพียงแต่จะลุกลามไปทั่วดินแดนหลักเท่านั้น แต่ยังรวมถึงดินแดนลับอื่น ๆ อีกมากมาย พวกเขาเหล่านั้นได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งของเทพเจ้า และกลายเป็นเหยื่อในสงคราม

สงครามรั้งใหญ่ที่โหมกระหน่ำมานานกว่า 300 ปี ได้ทำลายล้างระบบนิเวศทั้งหมดในดินแดนหลัก สิ่งมีชีวิตทั้งหมดถูกกวาดล้างจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ไม่รู้จักจบสิ้นตลอด 300 ปี อารยธรรมอันวิจิตรและงดงามในยุคแรกจึงถูกทำลายลง

ท้ายที่สุดทั้งเทพเจ้าที่เกิดจากศรัทธาหรือเทพเจ้ายุคแรกก็ไม่มีฝ่ายใดอ้างชัยชนะ (แม้ว่าซีเว่ยจะเชื่อว่าหากสงครามดำเนินไปอีกสักพัก เทพเจ้าที่เกิดจากศรัทธาจะถูกทำลายในไม่ช้า หากพวกเขาไม่เหลือผู้ศรัทธา) ตรีเอกานุภาพแห่งการสรรค์สร้างไม่สามารถอยู่เฉยได้ เขาเข้ามาหยุดความขัดแย้งของเทพเจ้าและเปลี่ยนแปลงโลก

เกือบทุกอย่างพัฒนาขึ้นจากบาดแผลบนโลก หลังจากที่เหล่าเทพเจ้าถูกโจมตีโดยจากตรีเอกานุภาพ พวกเขาก็ได้เข้าใจว่าการกระทำของพวกเขา สร้างความเจ็บปวดให้กับโลกมากเพียงใด พวกเขาจึงระงับความขัดแย้งชั่วคราว และปฏิบัติตามหน้าที่ของตนเอง เลือกอัครสาวกและเฝ้าดูเผ่าพันธุ์ใหม่ที่ถือเกิดหลังสงครามครั้งที่สองอย่างระมัดระวัง

และนี่ยังเป็นช่วงที่บรรพบุรุษของมนุษย์ปรากฏตัวขึ้นบนโลกใบนี้อย่างลึกลับ พวกเขาคว้าช่วงเวลาอันมีค่านี้พัฒนาเผ่าพันธุ์ผ่านการดูแลที่อ่อนโยนอันหาได้ยากจากเทพเจ้า และแผ่ขยายเงาอารยธรรมไปยังแทบทุกมุมของดินแดนหลัก!

และนั่นคือยุคที่สอง

แต่เผ่าพันธุ์ที่ฉลาดที่สุดในยุคที่ 2 ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นพวกโนมส์ พวกเขากดขี่เผ่าพันธุ์อื่น ๆ มากมาย (รวมถึงมนุษย์) เป็นทาสพัฒนาเทคโนโลยี พวกเขามีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสูงล้ำจนในที่สุดก็สร้างยานอวกาศที่สามารถบุกเข้าไปในอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์และต่อสู้กับเทพเจ้าโดยตรงได้

แต่หลังจากที่เทพเจ้าตบพวกโนมส์จนตาย เทพเจ้าก็ได้ปรับการตั้งค่าเผ่าพันธุ์นี้ใหม่พวกเขาลดความสามารถของพวกมันและทำให้ปราศจากภูมิปัญญา กลายเป็นเพียงสัตว์ประหลาดอ่อนแอ จากนั้นก็หยุดแสดงห่วงใยต่อสิ่งมีชีวิตนี้

ทัศนคติของฝ่ายต่าง ๆ เริ่มขยับเข้าใกล้ยุคปัจจุบันมากขึ้น

อาจเป็นเพราะพวกโนมส์ได้ทำให้เหล่าเทพเจ้าโกรธเกรี้ยว ในสงครามเทพเจ้าครั้งที่ 3 เทพเจ้าหลายองค์จึงได้เฝ้าดูเผ่าพันธุ์ที่มีภูมิปัญญาเผ่าอื่น ๆ รวมถึงมนุษย์อย่างจริงจัง ถึงแม้จะปล่อยให้อารยธรรมของพวกเขาดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น แต่เหล่าเทพก็ไม่ได้ให้ความช่วยเหลืออะไร พวกเขาแค่เฝ้าดูอารยธรรมที่พัฒนาขึ้นอย่างหลากหลายในยุคที่สองค่อย ๆ ตายลง เฝ้าดูเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาทั้งหมดพ่ายแพ้และกลับไปเริ่มต้นอีกครั้งจากยุคหิน

แม้ขณะที่พวกเขาเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนกำลังพัฒนา เทพเจ้าก็มักจะเล่นลูกไม้เล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อขัดขวางการพัฒนาให้หยุดชะงักไปก็จริง แต่การที่ความก้าวหน้าของมนุษย์หยุดนิ่งลงมานานนับพันปี ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหลักคำสอนของพระเจ้าที่ศาสนจักรจำนวนนับไม่ถ้วนสั่งสอนเลย แต่มันเกิดขึ้นจากสุสาน (ซากปรักหักพัง) ของยุคแรกและยุคที่สองต่างหาก!

อีกอย่างควรพูดว่าหลังจากสิ้นสุดสงครามเทพเจ้าครั้งที่ 2 ตรีเอกานุภาพแห่งการสรรค์สร้างก็ได้หายไปเช่นกัน หากไม่ใช่เพราะกฎเหล็กที่ป้องกันไม่ให้เหล่าเทพเข้ามาในดินแดนหลัก ได้เข้ามาแทรกแซงอีกครั้งเมื่อสงครามเทพเจ้าครั้งที่ 3 เกือบจะขยายเข้าสู่ดินแดนมรรตัย เทพเจ้าเกิดใหม่อย่างซีเว่ยก็คงจะคิดว่าพวกเขาได้ล่มสลายไปหลังจากสงครามเทพเจ้าครั้งที่ 2…

ส่วนออริจินทั้งแปดที่ราชินีเอลฟ์กล่าวถึง คือเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นโดยตรีเอกานุภาพ และรอดพ้นจากวิกฤติการสูญพันธุ์อของสงครามเทพเจ้าครั้งที่ 2 และยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน

เผ่าพันธุ์ทั้งแปดนั้นคือ มังกร: มังกรที่ได้เข้าร่วมต่อสู้ในสงครามเทพเจ้าได้ถูกทำลายไปหมดแล้ว ผู้ที่เหลือรอดคือลูกหลานของพวกเขาที่จำศีลอยู่ในช่วงสงคราม

เนฟิลิม: ลูกหลานของทูตสวรรค์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยตรีเอกานุภาพจากวัสดุเหลือใช้

ยักษ์: บรรพบุรุษของยักษ์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับมนุษย์ แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับยักษ์แห้งแล้ง

ปีศาจ: เผ่าพันธุ์ที่รอดชีวิตแต่เพียงผู้เดียวจากนรก

ไนท์วอคเกอร์: บรรพบุรุษของมนุษย์เงาและแวมไพร์

ไฮเอลฟ์: บรรพบุรุษของเอลฟ์ทั้งหมด

ออร์ค: บรรพบุรุษของออร์คยุคใหม่

และคนแคระภูเขา: เผ่าพันธุ์เดียวที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก และคนแคระเทาก็เป็นสายพันธุ์หนึ่งของพวกเขา

หากเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นกับออริจินทั้งแปดจริง ๆ นอกจากมังกรซอมบี้ ปีศาจซอมบี้ และออร์คซอมบี้แล้ว ตอนนี้ควรจะมีเนฟิลิมซอมบี้ ยักษ์ซอมบี้ แวมไพร์ซอมบี้(?) เอลฟ์ซอมบี้ และคนแคระซอมบี้ด้วยสินะ

เมื่อคิดได้แบบนั้น ซีเว่ยก็รู้สึกเจ็บปวด

“เอิ่ม…นี่มันไม่แย่ไปหน่อยเหรอ”

----------------------------------------

เพจ FC-Translate

จบบทที่ บทที่ 227 ออริจินทั้งแปด

คัดลอกลิงก์แล้ว