เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 170 แยกกัน

บทที่ 170 แยกกัน

บทที่ 170 แยกกัน


“ขอบคุณพวกท่านมากสำหรับความช่วยเหลือ หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากพวกท่าน คราวนี้พวกเราคงแย่แน่”

หญิงสาวชนชั้นสูงพยายามอย่างเต็มที่ที่จะแสดงสีหน้าปกติ เธอยังคงระมัดระวังขณะที่เธอมองชายหนุ่มที่แต่งตัวเลอะเทอะ

ขณะเดียวกันสาวใช้ทั้งสองก็ประหม่าเมื่อเห็นมูฟาซา พวกเธอหลั่งเหงื่อเย็นขณะที่กำดาบอย่างสั่นระริก พวกเธอกำลังปกป้องนายหญิงโดยสัญชาตญาณ

ต่างจากหญิงสาวชนชั้นสูงที่รู้ว่ามูฟาซาฆ่าบารอน ปฏิกิริยาของพวกเธอเกิดขึ้นเพราะพวกเธอรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากการปรากฏตัวของมูฟาซาเพียงเท่านั้น!

แม้ออร่าของคน ๆ นี้จะคลุมเครือราวกับภาพลวงตา แต่ก็มีอยู่จริง และเป็นปรากฏการณ์ที่พบได้บ่อยในเหล่าแชมป์เปี้ยน

สิ่งนี้เกิดขึ้นกับผู้เล่นโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว ชัยชนะซ้ำ ๆ ที่พวกเขามีเหนือศัตรูและการอัพเลเวล ทำให้พวกเขาได้รับออร่าในระดับหนึ่ง แต่วิธีที่พวกเขาเสริมสร้างมันนั้นค่อนข้างเรียบง่าย การก่อตัวของออร่าจึงหยาบมาก และยากที่จะตรวจจับ

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เล่นทุกคนมักจะพัฒนาทักษะไปแบบหลากหลาย ทำให้ออร่าของพวกเขาไม่บริสุทธิ์ ดังนั้นคนอื่น ๆ จะรู้สึกเพียงว่าผู้เล่นให้ 'ความรู้สึกพิเศษ' เท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ ปฏิกิริยาแรกของแชมป์เปี้ยนเมื่อพวกเขาได้พบผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง พวกเขาจะคิดว่าผู้เล่นเป็นพวกอ่อนแอหลังจากเปรียบเทียบออร่าของพวกเขากับตัวเองแล้ว แชมป์เปี้ยนเหล่านั้นก็จะเชื่อมั่นว่าพวกเขาสามารถสู้กับผู้เล่น 10 คนได้พร้อมกัน จากนั้นก็จะคิดว่า ‘ไม่จริง! เขาจะแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไงทั้งที่มีออร่าอ่อนแอ!?' เมื่อพวกเขาถูกผู้เล่นพลิกโต๊ะและกลายเป็นค่า EXP

เฉพาะผู้เล่นอย่างมูฟาซาเท่านั้นที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นเพราะข้อบกพร่องในคลาส หรือบุคลิกภาพของผู้เล่นที่ยอมแพ้ในสายทักษะอื่น ๆ และมุ่งเน้นการฝึกฝนไปที่ทักษะสายเดียวเท่านั้น

หากไม่มีการเจือปนจากทักษะสายอื่น พวกเขาจำเป็นต้องเผชิญกับการต่อสู้ที่มีสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขที่แตกต่างกับผู้เล่นคนอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง ผู้เล่นเหล่านี้จะต้องฝึกฝนและพัฒนาฝีมือของตนอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดพวกเขาก็จะกลายเป็นเหมือนปรมาจารย์ในอดีต ทั้งปรมาจารย์ด้านดาบและปรมาจารย์ทักษะอื่น ๆ

ขณะเดียวกันออร่าที่พวกเขาพัฒนาขึ้นในการต่อสู้ระหว่างชีวิตและความตาย ก็จะแข็งแกร่งกว่าออร่าของผู้อื่นมาก ทำให้คนอื่น ๆ ที่เดินในสายเดียวกันกับพวกเขาและไม่ได้ศรัทธาในเทพเจ้าแห่งเกมสามารถสัมผัสถึงมันได้

ช่วงเวลานี้ก็เป็นเช่นนั้น เนื่องจากสาวใช้ทั้ง 2 มีความสำเร็จด้านดาบในระดับสูง พวกเธอจึงตรวจจับออร่าบนร่างกายของมูฟาซาได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นหนังศีรษะของพวกเธอจึงชาหนึบ ขณะที่ร่างกายของพวกเธอเชื่องช้าลงราวกับว่าพวกเธอกำลังยืนอยู่ในถ้ำน้ำแข็ง นั่นเป็นสัญญาณเตือนจากสัญชาตญาณของพวกเธอ มันก็คล้ายกับลางสังหรณ์ถึงอันตรายของสัตว์ เมื่อนักล่าที่อยู่ด้านบนของห่วงโซ่อาหารกำลังจับจ้องพวกเขา

พวกเธอรู้สึกกดดันจากมูฟาซา มากกว่าตอนเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดปลาหน้ามนุษย์เสียอีก

และมันก็เป็นเรื่องจริง เมื่อเทียบกับสัตว์ประหลาดปลา สาวใช้มั่นใจว่าพวกเธอสามารถตอบสนองได้ทัน ไม่ว่าสัตว์ประหลาดจะเคลื่อนไหวเร็วแค่ไหนก็ตาม อย่างน้อยพวกเธอก็จะไม่ถูกมันกินเหมือนทหารโดยที่ไม่รู้อะไรเลย

กลับกัน ขณะที่พวกเธอมองมูฟาซา ประสบการณ์การต่อสู้ในช่วหลายปีที่ผ่านมาของพวกเธอก็บอกพวกเธอว่าในเสี้ยววินาทีที่พวกเธอเห็นเขาเป็นศัตรู ในเสี้ยววินาทีที่เธอเล็งดาบไปที่เขา คือช่วงเวลาที่พวกเธอตาย

แต่มูฟาซาไม่ได้ตระหนักถึงสิ่งนี้เช่นเดียวกับที่เขาไม่รู้ว่าออร่าของเขาแข็งแกร่งแค่ไหน สิ่งที่เขาคิดคือสาวใช้ 2 คนนี้ดูหวาดกลัวเกินไป และยังกลัวอยู่แม้ปลาหน้ามนุษย์จะตายหมาดแล้วก็ตาม

“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ มันไม่เป็นปัญหาเลย”

'และปลาหน้ามนุษย์ก็ให้ EXP สูงจนข้าประหลาดใจเช่นกัน' มูฟาซาพูดต่อในใจ

“ข้าขอถามได้ไหม ว่าท่านมีแผนอะไรต่อไป” หญิงสาวชนชั้นสูงถามอย่างสุภาพ

ทางเขา มูฟาซาเดาว่าเธอยังคงตกตะลึงกับฝูงปลาหน้ามนุษย์ และกำลังถามอ้อม ๆ ว่าปาร์ตี้ของเขาจะพาพวกเธอกลับบ้านได้หรือไม่

"ท่านมาจากที่ไหน?" เขาอยากรู้ ว่าพวกเธอกำลังจะไปที่เดียวกันหรือเปล่า

'เป็นไปได้ไหมที่เขาตั้งใจถามว่าเราอาศัยอยู่ที่ไหน และค่อยตัดสินใจว่าเขาจะทำอะไรต่อ?'

หญิงสาวชนชั้นสูงตัดสินใจทันทีว่าการเปิดเผยตัวตนของเธอ อาจทำให้มูฟาซาจับพวกเธอเป็นตัวประกันเพื่อเรียกค่าไถ่จากลอร์ดแห่งแลงคาสเตอร์

ท้ายที่สุดคน ๆ นี้ก็เป็นคนที่สามารถลอบสังหารบารอนในแลงคาสเตอร์แล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยได้ มันไม่ใช่เรื่องยากหากเขาจะทำอะไรกับเธอ

“ข้ามาจากตระกูลมิเอลแห่งโคโดบอสร่า” หญิงสาวชนชั้นสูงตัดสินใจใช้นามสกุลเดิมของเธอหลังจากใช้เวลาคิดสั้น ๆ

ด้วยวิธีนี้ เธอไม่ได้ถือว่าโกหกเขา และอุปกรณ์จับเท็จของเทพเจ้าองค์ใด ๆ ก็จะไม่ตอบสนอง แม้ว่าพวกเขาจะมีมันหรือไม่ก็ตาม นอกจากนี้เธอยังยอมรับได้ แม้ว่าเขาจะหักหลังเธอในโคโดบอสร่าเพื่อขอรับค่าไถ่เล็กน้อย มันไม่สำคัญว่าเธอจะถูกทำร้าย ตราบใดที่ลูกสาวของเธอเกวนโดลินไม่เป็นอะไร

“โคโดบอสร่า? มันอ้อมไกลเกินไป” มูฟาซาเกาหัว

โคโดบอสร่าและบึงเซร่าอยู่คนล่ะทิศกันอย่างสมบูรณ์จากพื้นที่ล่าสัตว์แห่งนี้ ด้วยประสบการณ์ในอดีตของมูฟาซา หากเขาพาผู้หญิงกลับไปที่โคโดบอสร่า ลาสบอสที่บึงเซร่าจะถูกสังหารก่อนที่เขาจะไปถึงที่นั่น

ท้ายที่สุดแล้วบอสตัวนี้ก็ไม่เหมือนกับบอสในดันเจี้ยนที่เกิดใหม่ได้เรื่อย ๆ บอสป่าส่วนใหญ่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเพียงตัวเดียว นอกจากนี้ยังเป็นที่ยอมรับกันในหมู่ผู้เล่นว่าบอสป่าจะดรอปไอเทมที่คุ้มค่าที่สุด และอาวุธระดับตำนานเช่น 'นิ้วเท้ายักษ์' เองก็เป็นไอเทมดรอปจากยักษ์แห้งแล้งซึ่งเป็นบอสป่า

“ถ้าเช่นนั้น…เราคงต้องไปกันเองสินะคะ” หญิงสาวชนชั้นสูงถามอย่างไม่แน่ใจ ขณะที่กำลังอดกลั้นความตื่นเต้นของตัวเองเอาไว้

อย่างไรก็ตามมูฟาซาเข้าใจผิดว่าเธอยังคงหวาดกลัวอยู่มาก เนื่องจากสีหน้าของเธอเปลี่ยนไป

มันไม่ยากเกินไปที่เขาจะเข้าใจเธอ มนุษย์เงือกหนองน้ำยังคงอยู่ในบริเวณใกล้เคียง และมีความเป็นไปได้สูงที่ปลาหน้ามนุษย์จะโผล่ออกมาระหว่างทาง

หลังจากคิดสักพัก มูฟาซาก็ตัดสินใจเลือก

“ซิมบ้า พวกเจ้า 3 คนไปส่งพวกหล่อนกลับโคโดบอสร่า ข้าจะไปที่บึงเซร่าคนเดียว”

ยิ่งไปกว่านั้น การต่อสู้ครั้งนี้ก็ทำให้เขารู้ว่ากลุ่มของซิมบ้ายังคงอ่อนแอมากเพราะพวกเขาเพิ่งจะกลายเป็นผู้เล่น

แม้ว่าเขาจะปกป้องพวกเขาเด็ก ๆ อย่างดีตอนที่ต่อสู้กับปลาหน้ามนุษย์ แต่พวกเด็ก ๆ ก็หวิดจะตายหลายครั้งแล้ว นั่นหมายความว่าพวกเขาจะตายแน่นอนหากพวกเขาไปที่บึงเซร่า หรือแม้กระทั่งโดนบอสฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างโหดเหี้ยม และหากผู้เล่นเครลิคชุบชีวิตพวกเขาโดยไม่รู้ว่าพวกเขามี EXP ไม่เพียงพอ พวกเขาก็อาจจะตายจริง ๆ ถ้าพวกเขาตายมากเกินไป...

เพราะงั้นเขาจึงตัดสินใจให้ทั้ง 3 คนไปกับขุนนางคนนี้ที่โคโดบอสร่า ซึ่งจะเป็นการปกป้องพวกเขาไปในตัว

“เอ๊ะ? ลุงจะไม่เป็นไรเหรอ” ซิมบ้าถามอย่างเป็นห่วง “ถ้าเกิดลุงเจอฝูงมนุษย์เงือกหนองน้ำล่ะ ลุงจะลำบากนะถ้าไม่มีทักษะ AoE”

เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับคลาสเก็งโยคุหลังจากกลายเป็นผู้เล่น และเข้าใจว่าทักษะของคลาสนี้ส่วนใหญ่ มีประสิทธิภาพอย่างมากในการดวลแบบตัวต่อตัวเท่านั้น

“ข้าสบายดีแม้ว่าพวกเจ้าจะไม่อยู่ด้วยก็ตาม! เจ้าคิดว่าข้าสำรวจดันเจี้ยนได้ยังไงในเมื่อไม่มีใครกล้าเข้าไปกับข้า? ข้าคุ้นเคยกับการต่อสู้ 1 ต่อ 10 มานานแล้ว!”

“ฟังดูขี้โม้มาก แต่ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าลุงดูเศร้าจัง…?” ซิมบ้าบ่น

สุดท้ายซิมบ้าและคนอื่น ๆ ก็เห็นด้วยกับคำพูดของมูฟาซาที่จะแยกกันไป พวกเด็ก ๆ จะพาพวกผู้หญิงไปส่ง แม้หญิงสาวชนชั้นสูงจะอยากปฏิเสธ แต่เธอก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี และได้แต่ตามพวกเด็ก ๆ ไปที่โคโดบอสร่า

-----------------------------------------------------

เพจ FC-Translate

จบบทที่ บทที่ 170 แยกกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว