เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 169 ปัญหาในพื้นที่ล่าสัตว์

บทที่ 169 ปัญหาในพื้นที่ล่าสัตว์

บทที่ 169 ปัญหาในพื้นที่ล่าสัตว์


พื้นที่ล่าสัตว์ของขุนนางที่ชานเมืองแลงคาสเตอร์

เนื่องจากพื้นที่ล่าสัตว์นี้ได้สร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับขุนนาง จึงมีกระท่อมไม้อันแข็งแรงที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามเป็นธรรมดา เพื่อเป็นจุดพักผ่อนระหว่างการเล่นเกมที่หลากหลาย

ด้วยสภาพแวดล้อมที่ดี ทิวทัศน์ที่สวยงาม และการลาดตระเวนอย่างต่อเนื่องของทหาร จึงทำให้มันเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากสัตว์ประหลาด และมักจะมีขุนนางพาครอบครัวมาเที่ยวพักผ่อนแม้จะอยู่นอกฤดูล่าสัตว์

ดังนั้นกระท่อมจึงมีประตูบานเดียว เพื่อสะดวกสำหรับการลาดตระเวนและเฝ้าระวัง

“ท่านแม่ ข้ากลัว…” เด็กหญิงตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขนของแม่

“มันจะไม่เป็นไรเกวนโดลิน…คุณปู่จะมาช่วยพวกเรา” หญิงสาวผู้อ่อนโยนกำลังลูบหัวปลอบใจเด็กหญิงซ้ำ ๆ

ขณะเดียวกันก็มีหัวขนาดมหึมาติดอยู่ระหว่างช่องประตูของกระท่อม มันเป็นหัวที่น่ากลัวซึ่งมีทั้งลักษณะของมนุษย์และปลาผสมกัน

เธอเป็นบุตรขุนนางที่ได้รับการศึกษามาตั้งแต่ยังเล็ก หญิงสาวชนชั้นสูงได้อ่านสารานุกรมสัตว์ประหลาดที่เขียนโดยนักวิชาการชาวแลงคาสเตอร์ และรู้จักสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏรอบเมืองแห่งนี้

แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้ว่าไม่มีสัตว์ประหลาดเช่นนี้อยู่ใกล้ ๆ

ขณะนี้ดวงตา 2 ดวงที่ยื่นออกมาของปลาหน้ามนุษย์ หมุนอย่างอิสระกว่า 360 องศา กำลังจ้องมองมาที่มนุษย์ไม่กี่คนที่เหลืออยู่ในกระท่อม

ก่อนหน้านี้ทหารคนหนึ่งเคยคิดว่า สัตว์ประหลาดไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เมื่อหัวของมันติดอยู่ที่กรอบประตู เขาต้องการใช้โอกาสนี้ทำให้มันตาบอดก่อนจะตัดหัวมันออก แต่เขาก็ต้องจมอยู่ในกระแสน้ำที่ไหลออกมาจากปากปลาและถูกมันกินเข้าไปทั้งอย่างนั้น

แม้แต่เกราะหนักของทหาร ที่ทนทานพอจะใช้ป้องกันใบมีดที่คมที่สุดได้อย่างง่ายดายก็ไม่ต่างอะไรจากขนม ทหารผู้น่าสงสารกรีดร้องได้เพียงครั้งก่อนจะถูกเคี้ยวกลายเป็นเนื้อบดผสมกับเหล็กที่แตกออกเป็นชิ้น ๆ และถูกกลืนลงไปในไม่ช้า

ทหารที่เหลือไม่สามารถทนต่อแรงกดดันมหาศาลจากสัตว์ประหลาดปลาที่จ้องมองมาได้ ความกล้าหาญที่พวกเขามีจางหายไป พวกเขาเชื่อว่าอีกไม่นานพวกเขาก็จะต้องตายอย่างแน่นอน พวกเขาจึงหลงผิดและคิดที่จะลิ้มลองรสชาติของหญิงสาวชนชั้นสูง และทายาทเพียงคนเดียวของแลงคาสเตอร์ในอ้อมแขนของเธอก่อนตาย พวกเขาจึงถูกสังหารโดยสาวใช้สองคนที่ชำนาญดาบก่อนจะกลายเป็นอาหารปลาไปในที่สุด

แต่หลังจากนั้น บรรยากาศในกระท่อมก็ยิ่งสิ้นหวังมากขึ้นกว่าเดิม

แม้ว่าตัวกระท่อมไม้จะแข็งแรงและสวยงาม แต่ก็ไม่มีอาหารหรือน้ำเก็บไว้ที่นี่มากนัก เพราะปกติแล้วไม่มีใครค้างคืนในที่แบบนี้

ไม่ต้องพูดถึงว่ามีสัตว์ประหลาดปลาอยู่ใกล้ ๆ แถวนี้ถึง 7 ตัวเมื่อพวกเธอหนีเข้ามาในกระท่อม!

หญิงสาวชนชั้นสูงไม่รู้ว่าสัตว์ประหลาดปลาเหล่านี้จะทำอย่างไรต่อไป แต่พวกมันต้องกินไม่เลือกเมื่อมองจากลักษณะขากรรไกรของมัน

อันที่จริงเธอสามารถได้ยินเสียงพวกมันแทะกำแพงไม้จากด้านนอกได้อย่างชัดเจน

ความจริงสิ่งที่เรียกว่า 'กระท่อมไม้ที่แข็งแรง' ไม่ได้ทำให้เธอมั่นใจได้เลย

ยิ่งไปกว่านั้นข้อเท็จจริงที่ว่า ทางออกเดียวในบ้านไม้ถูกปิดกั้นโดยสัตว์ประหลาดปลา มันก็เกือบจะเป็นสถานการณ์ที่สิ้นหวังทำหรับพวกเธอ

ในตอนนี้เธอรู้ดีว่าเอิร์ลโครินกำลังขาดแคลนกำลังคนอย่างหนัก หากไม่เช่นนั้นเอิร์ลโครินก็คงไม่กล้าเสี่ยงบังคับให้ศาสนจักรในเมืองส่งกองกำลังศักดิ์สิทธิ์ออกไปช่วยกำจัดมนุษย์เงือกหนองน้ำรอบเมืองเป็นแน่

'อย่างน้อยเกวนโดลินก็ต้องหนีไปให้ได้แม้ว่าข้าจะต้องตายที่นี่ก็ตาม...'

เมื่อคิดเช่นนั้น เธอก็รู้สึกโกรธเคืองกับการออกแบบกระท่อม ที่ไม่ได้คิดเผื่อไว้สำหรับเวลาที่ต้องหลบหนีเลย

“พวกเจ้าสองคนแบ่งน้ำและอาหารที่เหลืออยู่ไปกิน” เธอกล่าวกับสาวใช้สองคนของเธอ เกวนโดลินหลับไปแล้วหลังจากที่เธอร้องไห้จนเหนื่อย “จากนั้นจงพักผ่อนและรักษาความแข็งแกร่งเอาไว้ เราจะพังกำแพงหนีสัตว์ประหลาดเหล่านั้น!”

“แล้วท่านมิลดี้ล่ะคะ” สาวใช้คนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะถามอย่างเป็นห่วง เธอสังเกตว่านายหญิงไม่ได้เอ่ยถึงตัวเองเลย

“ข้าวิ่งช้าเกินไป ข้าจะถ่วงพวกเจ้าเสียเปล่า ๆ…มันดีกว่าที่ข้าจะอยู่ที่นี่เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของพวกมัน สิ่งที่เจ้าต้องทำคือช่วยเกวนโดลินหลบหนี!”

เธอตัดสินใจแล้ว

พ่อของเกวนโดลิน ลูกชายของเอิร์ลโครินเสียชีวิตคาอกของผู้หญิงคนหนึ่งเนื่องจากความหลงระเริงของเขา แต่ถึงกระนั้นด้วยความผิดปกติบางอย่าง แม้เขาจะยุ่งกับผู้หญิงนับไม่ถ้วนในยามค่ำคืน แต่เขาก็ไม่มีบุตรคนใดเลยนอกจากเกวนโดลิน

ส่วนเอิร์ลโครินก็แต่งงานกับผู้หญิงเพียงคนเดียวเท่านั้น ตลอดชีวิตของเขามีลูกชายเพียงคนเดียวและไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดใดอีก

ดังนั้นถ้าเกวนโดลินตายที่นี่ แลงคาสเตอร์ก็จะต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของราชวงศ์วัลลาอย่างสมบูรณ์

“แต่…” เห็นได้ชัดว่าสาวใช้ไม่ต้องการทิ้งนายหญิงของตน แต่ทันใดนั้นสัตว์ประหลาดปลาก็เริ่มส่งเสียงร้องด้านนอกกระท่อม

เธอก้มหน้าลง

เธอรู้ดีว่าพวกสัตว์ประหลาดปลากำลังตื่นเต้น พวกมันพบเหยื่อแล้ว

เป็นไปได้ไหมที่ความช่วยเหลือจากแลงคาสเตอร์มาถึงแล้ว?

ไม่มีทาง พวกเธอไม่ทันได้ส่งข่าวออกไปเพื่อขอความช่วยเหลือ...เป็นไปไม่ได้ที่แลงคาสเตอร์จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่

ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่เป็นพื้นที่ล่าสัตว์ของขุนนาง มีกองทหารคอยดูแลอยู่ตลอด ทำให้ทหารของแลงคาสเตอร์และกองกำลังศักดิ์สิทธิ์ที่ยุ่งอยู่กับการกำจัดมนุษย์เงือกหนองน้ำไม่เข้ามาที่นี่

'ต้องเป็นพลเมืองบางคนที่หลงเข้ามาโดยบังเอิญแน่...' เธอคาดเดาได้อย่างรวดเร็ว 'ขออภัยที่เราช่วยอะไรพวกเจ้าไม่ได้...ตอนนี้แม้กระทั่งเราก็ไม่อาจปกป้องตัวเองได้เช่นกัน'

"แม่" เกวนโดลินเงยหน้าขึ้นมามองเมื่อเธอสะดุ้งตื่น

“ไม่เป็นไรเกวนโดลิน” เธอพยายามปลอบลูกสาวของเธอ “อย่ากลัว มันจะจบลงในไม่ช้า”

แต่ถึงกระนั้นเสียงร้องของสัตว์ประหลาดปลาก็ไม่ได้สงบลงอย่างที่เธอคิดไว้

ที่จริงมันกำลังดังขึ้นเรื่อย ๆ

ไม่นานพวกเธอก็สามารถได้ยินเสียงการต่อสู้ดังเข้ามาใกล้กระท่อมเรื่อย ๆ ราวกับว่ามีใครบางคนกำลังต่อสู้กับสัตว์ประหลาดปลามาตลอดทาง

เสียงของใบมีดอัดคมกริบตัดเนื้อสัตว์แข็ง ๆ ของสัตว์ประหลาดดังขึ้น เช่นเดียวกับเสียงระเบิดจากคาถาและศาสตร์ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับเสียงคำรามของมนุษย์และเสียงกรีดร้องของสัตว์ประหลาดปลา จนฟังดูเหมือนมีการต่อสู้ที่รุนแรงเกิดขึ้นข้างนอก

สาวใช้ทั้งสองชักดาบออกมาพร้อมที่จะเข้าร่วมการต่อสู้ แต่สัตว์ประหลาดปลาที่ขวางอยู่ตรงประตูก็กำลังจับจ้องมาที่พวกเธออย่างไม่กะพริบตา

ขณะเดียวกันเสียงการต่อสู้ด้านนอกก็ค่อย ๆ เบาลง หากสาวใช้พังกำแพงและจากไปตอนนี้ สัตว์ประหลาดปลาที่กำจัดศัตรูไปแล้วคงจะบุกเข้ามากัดกินนายหญิงและคุณหนูเกวนโดลินเป็นแน่

กระนั้นเหตุการณ์ก็เงียบลงอีกครั้งหลังจากนั้นไม่นาน

"ใครชนะ?" สาวใช้คนหนึ่งกระซิบกับคู่หู

“ต้องเป็นสัตว์ประหลาดปลาอยู่แล้ว” สาวใช้คนอีกคนดูมืดมน “เจ้าก็รู้ว่าพวกมันน่ากลัวแค่ไหน…ทหาร 500 นายที่นี่ถูกฆ่าจนหมดก่อนที่พวกเขาจะได้มีโอกาสส่งข้อความขอช่วยเหลือออกไป แม้แต่อัศวินหญิงของเราก็ถูกสังหารก่อนที่พวกเธอจะได้โต้กลับ…”

สัตว์ประหลาดปลาไม่เพียงแต่จะแข็งแกร่งมากเท่านั้น เกล็ดของพวกมันก็แข็งเหมือนกับแผ่นเหล็กที่ไม่สามารถเจาะทะลุได้

สาวใช้ชะงักไปชั่วขณะก่อนจะพูดต่อ “ต้องเป็นกองกำลังชั้นยอดกว่า 200 คนถึงจะสู้กับสัตว์ประหลาดปลาได้นานขนาดนี้”

“อาจเป็นทีมยอดมนุษย์รึเปล่า?” สาวใช้อีกคนพูดขึ้น

“นี่เจ้าไม่เคยเจอพวกยอดมนุษย์มาก่อนใช่ไหม เหล่ายอดมนุษย์นั้นน่ากลัวมาก พวกเขาสามารถกวาดล้างสัตว์ประหลาดเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็วแทนที่จะต่อสู้กับมันเป็นเวลานานเช่นนี้” สาวใช้คนแรกส่ายหัวและถอนหายใจ “และมันก็ควรจะมีเสียงเชียร์หากกองกำลังชั้นยอดได้รับชัยชนะ…แต่มันกลับมีเพียงความเงียบเท่านั้น ดังนั้นสัตว์ประหลาดปลาคงจะชนะ”

คำพูดของเธอมีเหตุผลและน่าเชื่อถือ แม้แต่หญิงสาวชนชั้นสูงเองก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเห็นด้วย

พวกเขาต้องพึ่งพาตัวเองแล้ว หากต้องการหลบหนีจากสถานการณ์ปัจจุบัน

แต่ทันใดนั้นปลาที่หัวติดอยู่ตรงทางเข้าประตูก็อ้าปากร้องเสียงหลงอย่างน่าเวทนา ขณะจ้องมองทุกคนในกระท่อม

ทีแรกพวกเขาเกือบจะคิดว่าสัตว์ประหลาดปลากำลังจะใช้กำลังพังกำแพงเข้ามาในกระท่อม แต่แล้วของเหลวข้นก็พุ่งออกมาจากเบ้าตาและปากของมันจนเจิงนองบนพื้น ขณะที่ดวงตาที่น่ากลัวของมันค่อย ๆ ขุ่นมัว หัวของมันกระแทกเข้ากับกรอบประตูจนเศษไม้หลุดออกมา และทรุดฮวบลงบนพื้นราวกับว่ามันไร้ซึ่งร่องรอยของชีวิต

สาวใช้ทั้งสองมองฉากตรงหน้าอย่างไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น

อย่างไรก็ตามก่อนที่พวกเขาจะได้เดินออกไปตรวจสอบว่าสัตว์ประหลาดปลาแกล้งตายหรือมีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้น ร่างกายของมันก็เริ่มโปร่งใส หัวและตัวของมันที่ยังคงอยู่ด้านนอกค่อย ๆ จางหายไปในไม่ช้า โดยเหลือเพียงอวัยวะสีดำ 4 ชิ้นที่วิวัฒนาการมาจากครีบกลายเป็นแขนขาและกรงเล็บ

"เกิดอะไรขึ้น?"

ไม่ใช่แค่สาวใช้ แม้แต่หญิงสาวชนชั้นสูงเองก็ไม่เคยเห็นสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน พวกเธอยังสับสนว่าพวกเธอควรทำอย่างไรต่อไป

นั่นคือตอนที่เด็กชายที่อายุมากกว่าเกวนโดลินเพียงเล็กน้อยวิ่งเข้ามาในกระท่อม

หลังจากเขาเห็นคน 4 คนในกระท่อม เขาก็วิ่งออกไปข้างนอกทันทีพร้อมกับตะโกนว่า “ลุงมูฟาซา! มีคนอยู่ในกระท่อม!”

จากนั้นเสียงเรียบ ๆ ของชายคนหนึ่งก็ถามขึ้น "ใคร? ทหารของพื้นที่ล่าสัตว์รึ”

“ข้าไม่รู้ พวกหล่อนเป็นผู้หญิงทั้งหมด!” เด็กชายตอบ

"สีอะไร?"

"สีเหลือง!"

ทั้ง 4 คนในกระท่อมทำอะไรไม่ถูก พวกเธอมองหน้ากันไปมา และกำลังงุนงงว่าพวกเธอเป็นสีเหลืองได้อย่างไร?

ถึงกระนั้นก่อนที่พวกเธอจะทันได้ทำอะไร ชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในกระท่อม เขาทำให้ร่างของหญิงสาวชนชั้นสูงตึงเครียดขึ้นมาทันที

เธอเคยเห็นใบหน้าแบบนี้ในรายงานตอนที่เธอจัดโต๊ะทำงานให้เอิร์ลโคริน นั่นคือผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมบารอนไนเจลาเนีย ซึ่งทหารได้ข้อมูลมาหลังจากสอบสวนอย่างยากลำบาก!

--------------------------------------------------

เพจ FC-Translate

จบบทที่ บทที่ 169 ปัญหาในพื้นที่ล่าสัตว์

คัดลอกลิงก์แล้ว